การพบเจอ
------------------------------------
เหตุการณ์ความวุ่นวายที่หมู่บ้านเรอัลได้จบลง โดยทางฝ่ายผู้ปกครองได้ให้ทองค่าซ่อมบำรุงหมู่บ้านมา20,000 เหรียญทอง เพื่อซื้อทรัพยากรที่จำเป็ในการการบำรุงหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านที่เป็พวกตระกูลไวท์บราวที่เเฝงตัว ได้ส่งม้าเร็วไปเเจ้งข้าให้คนในรองผู้นำตระกูลได้รับรู้
ฝ่ายขุนนางตระกูลไวท์บราว เห็นว่าตระกูลของตนก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน จึงได้ส่งคนในตระกูลไปที่หมู่บ้านเรอัล โดยส่งสารปลอมไปเรี่ยไรเงินจากผู้ปกครองที่ส่งมาให้หมู่บ้าน "หยุด!!!" เสียงบอกให้หยุดของทหารตระกูลไวท์บราวพร้อมกับนำสารออกมาประกาศ
"นี้คือสารประจำตระกูลไวท์บราว"
"ผู้ปกครอง มาคัส ดีโอ มารอสซ่า ได้มีคำสั่งให้เเบ่งเหรียญทอง 15,000 เหรียญเเก่ขุนนางตระกูลไวท์บราว โดยผู้ที่คิดขวางจะต้องฆ่าทิ้ง"
ผู้นำหมู่บ้านไม่เห็นด้วยกับการเเบ่งครั้งนี้ จึงกล่าวเเทรกขึ้นไปว่า
"ผู้ปกครองมีเหตุผลใดจึงต้องเเบ่งเหรียญทองไปมากขนาดนั้น!"
เมื่อผู้นำหมู่บ้านไรอัลกล่าวไปตรงๆเช่นนั้นเหล่าทหารก็หน้าเืขึ้นมาทันทีทันใดพร้อมชักดาบออกมาขู่หัวหน้าหมู่บ้าน ฝ่ายผู้นำหมู่บ้านเห็นว่าสถานการไม่ดีเสียเเล้วจึงสั่นกระดิ่งที่ข้อมือขวาของตน เเรงสั่นของกระดิ่งที่เต็มไปด้วยพลังเวทย์ส่งไปยังระฆังกลางหมู่บ้านดังก้องกังวารขึ้น ลูกบ้านทั้งหลายหยิบดาบเเละอาวุธออกมารวมตัวกัน
การเจรจาจึงได้บังเกิดความรุนเเรงขึ้นอย่างช้าๆ ซึ่งมิสามารถหาข้อยุติให้เเก่เื่นี้ได้เลย เหล่าทหารตระกูลไวท์บราวเริ่มเคลื่อนไหวจากคฤหาสน์ไวท์บราวมาสู่หมูบ้านเรอัลทันที เสียงร้องของพวกทหารเต็มไปด้วยความเเรงฮึกเหิม เหล่าทหารล้วนใส่ชุดเกราะเหล็กมาเต็มยศ เดินสวนสนามเเกว่งมือ ย่างเท้าไปพร้อมๆกัน เหมือนกับฝูงมดที่เดินไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวโดยไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด เหล่าทหารพวกนี้ไม่สนใจสิ่งใด นอกจากการทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้เป็จุลได้ในพริบตาเดียว
เสียงระฆังเวทย์จากหมู่บ้านเเวร์เซ(wearsay)ได้ส่งเสียงกู่ร้องก้องกังวานไปทั่วสารทิศ เหล่าฝูงนกเเละสัตว์ป่ารอบๆบริเวณหมู่บ้านเรอัลต่างเเตกตื่นส่งเสียงร้องดังลั่นป่า ฝูงมอนสเตอร์ที่กบดานอยู่ภายในรังของพวกมัน ต่างพากันให้สัญญาณส่งกระเเสเวทย์ไปควบคุมพวกสัตว์ป่าให้ตกอยู่ในบัญชาของพวกมัน
"เหล่าพี่น้องของข้า ถึงเวลาล้างเเค้นของเราเสียที จงเตรียมตัวโจมตีพวกมนุษย์เสีย!" เหล่าเสนาธิการของมอนสเตอร์ผู้มีพลังเวทย์ไม่ต่ำกว่า ระดับ 10 ถ้าเทียบกับมนุษย์ก็เทียบเท่าระดับอัศวินศักดิ์สิทธิ์(ระดับ9 ปลาย) เหล่าเสนาธิการต่างพากันเเจ้งสัญญาณให้เเก่ทัพของตนเพื่อเตรียมตัวรบกับมนุษย์
"ท่านเสนาธิการ ดรุก เอริกอส"
เสียงของเเม่ทัพของฝ่ายมอนสเตอร์ทัพของดรุก เอริกอส ได้ยกมือเพื่อจะถามคำถามเเก่เสนาธิการตน
"ข้าคือ าามิโนทอร์ผู้ยิ่งใหญ่เหนือมิโนทอร์ทั้งมวล" าามิโนทอร์ผู้หยิ่งผยองได้ประกาศตนออกไปด้วยน้ำเสียงอันเกรียวกราด พลังเวทย์ที่ปล่อยออกไปพร้อมกับเสียงอันทรงพลังของผู้เป็าา เหล่ามิโนทอร์ระดับขุนพลลงมาต่างยืนนิ่งมองผู้เป็าาของตนอย่างเคารพด้วยท่านั่งคุกเข่าพร้อมกับชูดาบที่ทำจากกระดูกมอนเตอร์ระดับล่าง(ระดับ 3ลงมา) าามิโนทอร์เห็นเหล่าสมุนก็พึงพอใจเป็อย่างมาก มันยิ้มอย่างบ้าคลั่งด้วยหน้าตาที่เเฝงไปด้วยความโหดร้าย ฟันที่มุมปากทั้งสองงอกยาวขึ้นเป็ที่มาของการนองเืได้เริ่มขึ้นเเล้ว จู่ๆาามิโนทอร์จากท่าทีที่โหดร้ายกลับหยุดชะงักอย่างกระทันหันพร้อมกับหมอบลงคุกเข่าหน้าประตูสู่ความมืด(Dark gate )
ไอเเห่งความเย็นะเืของน้ำเเข็งที่เเฝงไปด้วยพลังเวทย์ที่ปกคลุมไปด้วยอ่อร่าเเห่งความตายโพยพุ่งออกมาจากประตูมิติพร้อมกับร่างของมอนเตอร์ร่างั์ที่เต็มไปด้วยออร่าของจักรวรรดิปีศาจที่เเผ่รัศมีออกมา เหล่ามอนเตอร์สีหน้าเปลี่ยนไปโดยทันใด ท่าทางมิโนทอร์ที่เต็มไปด้วยโเี้เเปรเปลี่ยนเป็สีหน้าของทหารผู้ซื่อสัตย์อย่างเเท้จริง บัลลังที่มาพร้อมกับจักรพรรดิตกลงมาจากฟากฟ้าลง กลางวิหารเเมมม่อน(วิหารเเห่งความละโมบ) การปรากฏตัวของจักรพรรดิปีศาจ เดรค เปลี่ยนบรรยากาศจากที่ไร้เเรงกดดันของคลื่นพลังเวทย์เเต่ตอนนี้กลับเเปรเปลี่ยนเป็หมอกปกคลุมทั่วบริเวณวิหารจนมิสามารถมองเห็นสิ่งใดได้ หมอกที่หนาสีเท่าเกาะตัวเป็คลื่นพลังเวทย์สะกดคลื่นพลังของวิหารให้จมสู่ดินจดหมดสิ้น
"ชู่.....!" เสียงหายใจของจักรพรรดิน้ำเเข็งเดรค ได้พ่นไอน้ำไปในห่วงอากาศ น้ำเเข็งที่ก่อตัวกันอย่างมากมายมหาศาลรวมตัวกันเป็หอกน้ำเเข็ง ด้วยคลื่นพลังของหอกน้ำเเข็งได้เเช่เเข็งเหล่ามอนเตอร์ระดับต่ำไปทั้งหมดก่อนจะลงสู่พื้นด้วยพลังการทำลายล้างที่รุนเเรงจนบังเกิดลมพายุน้ำเเข็งที่พัดเอาต้นไม้ สิ่งก่อสร้างอารยธรรมโบราณลอยขึ้นไปพร้อมกับพายุ เมื่อหอกได้ตกถึงพื้นกลับทำให้พื้นเเยกออกจากกันเผยให้เห็นลาวาที่กำลังปะทุใต้พิภพ ลาวาที่กำลังร้อนระอุโดนพลังเวทย์น้ำเเข็งเเช่เเข็งเเละเเตกกระจายออกเป็ฝุ่นผงธุลีลอยไปตามสายลม
หมู่บ้านเรอัลในขณะนี้ถูกห้อมล้อมไปด้วยฝูงปีศาจ(มอนเตอร์)เหล่าอัศวินต่างอพยพทิ้งหมู่บ้านนี้ไปเนื่องจากไม่สามารถต้านทานพลังของพวกมันได้ บาเลียสต้ารีบเก็บข้าวของที่จำเป็วิ่งตามเหล่าชาวบ้านไปเเต่ด้วยความไม่ระวังตัวตนจึงวิ่งไปชนเข้ากับอัศวินเเห่งเเสงเข้าซึ่งอัศวินคนนั้นมันก็คือรองผู้นำตระกูลไวท์บราว 1ใน1000คนผู้มีพลังระดับ6
"เห้ย..! เ้าหนูสกปรก!"
"นี้เเกกล้ามากนะที่มาชนข้าผู้นี้!"
รองผู้นำตระกูลไวท์บราว ได้ตะคอกใส่บาเลียสต้าพร้อมกับใช้มือขวาชักดาบที่อยู่ติดที่เอวออกมาอย่างเร็ว เมื่อดาบัักับอากาศสังเกตให้เห็นสีของดาบที่เป็ประกายเหลืองๆ สะท้อนกับเเสงระหว่าง่เวลาที่รองผู้นำตระกูลไวท์บราวกำลังดึงดาบออกจากฝัก บาเลียสต้าได้วิ่งหนีอย่างสุดชีวิตโดยไม่สนใจอะไร เขาได้วิ่งไปข้างในป่าซึ่งเป็เส้นทางหนีที่ดีที่สุด รองผู้นำตระกูลไวท์บราวไม่รอช้า สะเเยะยิ้มเบาๆพร้อมกับกระโจนเข้าไปหาบาเลียสต้าด้วยสกิลอสนีชั่วพริบตา(thunder flash) บาเลียสต้าไม่ระวังตัวมัวเเต่จะหาทางหนีจากทีนี้ด้วยเส้นทางที่ปลอดภัยให้เเก่น้องเเละพ่อเลี้ยงของตน
บาเลียสต้าััได้ถึงออร่าเวทย์ที่กำลังพุ่งตรงมาด้วยความรวดเร็วประดุจสายฟ้า สายตาของรองผู้นำตระกูลไวท์บราวมองรอบๆบริเวณป่าทั้งซ้ายเเละขวา ก็ไม่เห็นบาเลียสต้าเลย เขาจึงหยุดกำมือข้างซ้ายของตนออกเพื่อรีดเร้นพลังเวทย์ไปรวมกันที่มือซ้ายพร้อมกับต่อยไปที่ตรงไม้ใหญ่ตรงที่บาเลียสต้าหลบอยู่ ด้วยพลังเวทย์ที่อัดเเน่นอยู่ในในหมัดพลังทำลายล้างที่เกิดขึ้นทำให้ต้นไม้ใหญ่หักโค้นลงมาด้วยความรุนเเรงของหมัด ต้นไม้ไปปลิวไปไกลจนเกิดหลุมขนาดใหญ่ขึ้น สะเก็ดหิน ดินกระเด็นไปโดนขบวณของชนชั้นสูงที่กำลังผ่านมาพอดี
"นี้ใครกล้าขัดขวางรถม้าของเรา?" เสียงของหญิงสาววัยสิบห้าปีเศษได้เปิดผ้าม่านของรถม้าพร้อมกับเรียกคนรับใช้ให้หยุดรถม้าก่อน คนรับใช้ต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าที่งุนงงเป็อย่างมาก
"องค์หญิง ฟลอเรีย มารอสซ่ามีปัญหาอันใดหรือ!" คนรับใช้ได้เอ่ยขึ้นพร้อมกับมองดูรถม้ารอบๆว่ามีสิ่งผิดปกติอันใดเเต่ก็พบว่าไม่มีสิ่งผิดปกติเลย
"เ้าััถึงพลังเวทย์ไม่ได้หรือ!" องค์หญิงฟลอเรียได้ไต่ถามเหล่าคนรับใช้ทั้งหลายเเต่ก็ได้คำตอบเเบบเดียวกันทั้งหมดทุกคนว่าไม่
"พวกเ้ารอเรา ณ ที่ตรงนี้"!
"เดี๋ยวเรามา!"
องค์หญิงได้รับสั่งให้คนรับใช้รอที่รถม้าเพราะด้วยพลังเวทย์ที่น้อยนิดของพวกคนรับใช้มิอาจจะตรวจจับพลังเวทย์ของผู้อื่นได้ องค์หญิงได้หยิบอาวุธคู่กายตนไปพร้อมๆกับตราประจำตระกูล เธอวิ่งตรงไปตามจุดที่จับคลื่นของเวทย์ที่เเผ่ออกมาของคนผู้หนึ่งในป่า บาเลียสต้าที่กำลังวิ่งหนีจากรองผู้นำตระกูลไวท์บราวอย่างสุดชีวิต
"โฮๆ.....กล้าหนีฮาร์ลคนนี้มาไกลขนาดนี่เลยอย่างงั้นหรือ!"
รองผู้นำตระกูลไวท์บราวได้กล่าวพร้อมกับชี้ดาบไปหาบาเลียสต้า
"ถ้าข้าไม่หนีเเก ก็จับข้าได้สิ!"บาเลียสต้ากล่าวขึ้นพร้อมกับรุดหน้าไปด้วยเเรงที่เหลืออยู่
"โฮ....ถ้างั้นก็หนีให้พอใจเลย" ฮาร์ลรองผู้นำตระกูลไวท์บราวได้ร้องเรียกขึ้นพร้อมกับวิ่งไปด้วยสกิลอสนีชั่วพริบตา(thunder flash) เเต่ก็ยังไม่ถึงตัวบาเลียสต้ากลับถูกหยุดด้วยผู้หญิงผู้หนึ่งมีผมยาวสีดำออกน้ำเงิน สวมชุดเกราะไหล่ เเละตรงอกสีส้มเเดง ผ้าคลุมที่ปลิวไปตามสายลมสะท้อนเเสงให้เห็นตราประจำตัวผู้ปกครอง
"ท่านหญิงท่านนี้คือ?"
"เราคือ ฟลอเรีย มารอสซ่า บุตรสาวคนรองของมาคัส ดีโอ มารอสซ่า ผู้ปกครองทางตอนใต้"
ฮาร์ล ไวท์บราวรองผู้นำตระกูลไวท์บราวรีบก้มศีรษะโค้งคำนับด้วยความเคารพเเละหยุดยืนอยู่นิ่งๆ พร้อมกับจ้องไปที่บาเลียสต้าอย่างอาฆาต