ผมขอเปลี่ยนจากกระโจมเป็คฤหาสน์นะครับ
ระดับ1-3จะเป็ขั้นต้นหรือระดับต้น ระดับ4-6จะเป็ระดับกลางหรือขั้นกลาง ระดับ7-9จะเป็ขั้นปลายหรือระดับปลายนะครับ
เม่ื่อทั้งสามจากไปเขาปัดฝุ่นที่ติดตามอาภรณ์เล็กน้อยก่อนหันหลังกลับมุ่งหน้ากลับสู่ห้องของตน เมื่อเห็นว่าเหยียนจื่อ กลับไปแล้วผู้คนที่เห็นการต่อสู้ต่างกระซิบกระซาบกันมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่เห็นการต่อสู้ในครั้งนี้ การต่อสู้นี้จะจบลงโดยใช้เวลาไม่นานเพียงแค่เจ็ดลมหายใจการต่อสู้นี้ก็จบลง ในฝูงคนนั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งยื่นดูการต่อสู้ของเหยียนจื่อและพวกของเทียนิอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ เด็กหนุ่มคนนี้มีดวงตาสีดำเปล่งประกายที่เห็นการต่อสู้ครั้งนี้ เขาสวมอาถร์สีขาว ผมสีดำยาวถูกรวบไว้ข้างหลัง ทำให้ใบหน้านั้นดูโดดเด่นขึ้นมา ปากเขาโค้งเป็ร้อยยิ้ม
“เ้าเด็กนี้ เมื่อวานยังเป็คนธรรมดาอยู่เลย แต่วันนี้กลับอยู่ขั้นสร้างรากฐานระดับสามแล้ว ผู้าุโสูงสุดคงได้ให้เม็ดยารวมลมปราณสินะ ถึงได้ สร้างตันเถียนขึ้นมาสำเร็จ”
เด็กหนุ่มคนนี้เขามีนามว่า เทียนหยุนเสี่ยว ปีนี้เขาอายุเจ็ดปีอยู่ขั้นสร้างรากฐานระดับปลายเขาเป็หลานชายของผู้าุโคุมกฏของตระกูล เขาได้รับทรัพพยากรการบ่มเพาะจากปู่ของเขาจำนานมากกว่าคนที่อายุเท่ากันเขาจึงสามารถสำเร็จขั้นสร้างรากฐานระดับปลายได้ด้วยอายุเพียงเจ็ดปีเท่านั้นเขาที่เดินจากไปในทันทีที่เห็นเหยียนจื่อจากไป เมื่อมาถึงห้องเหยียนจื่อนั่งลงบนเตียงของเขาและนั่งเข้าฌานฆ่าเวลารอปู่ของตนกลับมา
“ตอนนี้ข้ายังไม่มีวิชาในการต่อสู้เลย รอท่านปู่กลับมาจากการประชุมแล้วข้าจะขอวิชาจากท่านปู่”
ณ ห้องโถงประจำตระกูล ชายวัยกลางคนนั่งอยู่หัวโต๊ะประชุม เขามีดวงตาสีดำ ผมสีดำสั้นเขาไว้เคราเล็กน้อย อาภรณ์สีแดงสลับดำดูหรูหราดูสูงส่ง ดวงตาจ้องมองไปยังผู้าุโทุกคนที่เข้าร่วมประชุม เขามีชื่อว่าเทียนหลงเขาเป็ผู้นำคนปัจจุบันของตระกูลเทียน เวลานี้ทุกคนกำลังหารือเื่ การประลองประจำตระกูลเพื่อคัดเลือกหารุ่นเยาว์ในตระกูลห้าอันดับแรกส่งตัวไปฝึกฝนในสำนักศึกษาชางหวง
“อีกสี่เดือนสำนักศึกษาชางหวงจะเปิดรับศิษย์ใหม่ เราจะจัดการประลองขึ้นอีกสามเดือนข้างหน้า พวกท่านขัดข้องหรือไม่”
เทียนหลงกล่าวเขามองสีหน้าและท่าทางของผู้าุโทุกคน เมื่อเห็นสีหน้าผู้าุโทุกคนมีท่าทีพอใจเขาจึงพยักหน้า หลังจากทุกคนเงียบไปไม่นาน เทียนหลงจึงได้กล่าวต่อ
“เมื่อไม่มีใครขัดข้องอะไร นักว่าเป็อันตกลง”
“เราจะให้รุ่นเยาว์ทุกคนในตระกูลเข้าร่วมประลองในครั้งนี้”
ผู้าุโทุกคนพยักหน้าพร้อมกันเป็กาารตกลง ชายชราที่อยู่นั่งด้านหน้าขวามือของเทียนหลงยกมือขึ้นลูบเคราของตนเองและหันหน้าไปมองเทียนหลงจากนั้นจึงเอ่ยปากออกมาทำให้ทุกคนในที่ประชุมยกเว้นเทียนหลงที่เป็ผู้นำตระกูลสีหน้าเปลี่ยนไป
“ข้าจะให้หลานชายของข้าเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ด้วย มีใครขัดข้องหรือไม่”
ชายชราที่กล่าวคำพูดนี้ออกมาคือปู่ของเหยียนจื่อ ผู้าุโสูงสุดเทียนฮ่าวนั้นเอง ที่ด้านหน้าของเขามีชายชราสีหน้ามืดมนลงทันทีที่ได้ยินคำพูดของเทียนฮ่าว เขาคือผู้าุโคุมกฏของตระกูลเขามีผมสีขาวปล่อยลงมา ใบหน้าเหี่ยวย่น มีเคราเล็กน้อยบนในหน้า ดวงตาสีดำดูมืดมนเขาอายุไม่ห่างจากเทียนฮ่าวหรือผู้าุโสูงสุดเท่าไหร่่ เขากล่าวโต้เเย้งออกมาทันทีเ
“ท่านฮ่าวหลานของเ้าเป็คนนอกและยังบ่มเพาะพลังไม่ได้อีก เ้าจะส่งเขาลงไปเป็ตัวตลกหรือไง”
“หลานข้าไม่ใช่คนนอกในเมื่อเขาโตขึ้นมาในที่ตระกูลเทียนและอีกไม่นานหรอกที่เขาจะบ่มเพาะได้ ข้ามั่นใจ”
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ทำให้ทุกคนในห้องโถงประชุมตกตลึง อีกไม่นานเขาจะบ่มเพาะได้แล้วงั้นหรอ เมื่อทุกคนนึกถึงตอนที่ผู้าุโสูงสุดได้นำเขาเข้ามาในตระกูลเป็ครั้งแรก พวกเขาต่างก็สงสัยกันว่าทำไมเด็กคนนี้จึงได้ไปอยู่กลางป่าสัตว์ได้และไม่ถูกกินโดยเหล่าสัตว์อสูรในป่าและต้นกำเนิดของเขาเป็มาอย่างไรไม่มีใครรู้เลย ถ้าต้นตระกูลของเขายิ่งใหญ่การที่ผู้าุโสูงสุดช่วยเขามาจากป่าสัตว์จและให้ความช่วยเหลือในการบ่มเพาะเขามันจะทำให้ตระกูลของเขาทราบซึ้งบุญคุณนี้หรือไม่ ผู้นำตระกูลได้มองไปยังผู้าุโสุงสุด
“ได้ ข้าจะให้หลานชายของท่านลงแข่งขันการประลองประจำตระกูลในครั้งนี้”
“แต่เขาเป็แค่คนนอก ถ้าหากเขาติดหนึ่งในห้าอันดับขึ้นมามันจะเป็การแย่งตำแหน่งของรุ่นเยาว์ในตระกูลของเราเอาได้”
“ข้าก็บอกแล้วว่าเขาคืvคนในตระกูลของเรา”
ผู้าุโสูงสุดหรือปู่ของเหยียนจื่อได้ปลดปล่อยแรงกดดันออกมาทันที ทำให้ห้องโถงนั้นเงียบลงทันที แรงกดดันนี้เป็ของยอดฝึมือปราณนภาระดับปลาย ผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในระดับนี้นับว่าเป็ยอดฝีมืออันดับต้นๆของเมืองนี้ สีหน้าของผู้าุโคุมกฏทะมึนลงเขาก็เป็ผู้ฝึกยุทธระดับนภาเหมือนกันมีหรือเค้าจะยอมโดนกดข่มเช่นนี้ เขาได้ปล่อยแรงกดดันออกมาเพื่อต้านอีกฝายเขาเสียเปลียบเล็กน้อยเพราะอยู่ระดับกลาง สีหน้าของคนในห้องโถงซีดลงกว่าเดิมเมื่อแรงกดดันของทั้งสองปะทะกัน มีแต่ผู้นำตระกูลคนเดียวเท่านั้นที่ไม่แปลเปลี่ยน เขาระเปิดพลังของขอบเขตนภาขั้นปลายออกมาทันทีอีกครึ่งก้าวเขาจะทะลวงผ่านไปยังขอบเขตปราณ์แล้วมีหรือที่ทั้งสองจะต้านแรงกดดันนี้ได้ แรงกดดันของทั้งสองสลายไปทันที สีหน้าของทั้งสองซีดลงเล็กน้อย
“พวกท่านเป็ผู้าุโกันแล้วนะ ที่นีjคือห้องโถงประชุมของตระกูลถ้าจะสู่กันก็เชิญไปออกไปข้างนอก”
“การตัดสินใจว่าจะให้เหยียนจื่อเข้ารวมการประลองนี้ขึ้นอยู่กับข้า”
เมื่อทั้งสองโดนตำหนิโดยคนรุ่นหลังในตระกูลของตนใบหน้าของพวกเขาจึงเปลี่ยนเป็สีแดงด้วยความอับอาย ผู้าุโคนอื่นๆที่เข้ารวมการประชุมเมื่อแรงกดดันหายไปจึงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที แต่บนหน้าผากของเขาก็ยังมีเหงื่อเม็ดโตปูดขึ้นมาอยู่ดี ต้องรู้ก่อนว่าผู้าุโคนอื่นๆนั้นโดยทั่วไปอยู่ขอบเขตปราณปฐีขั้นปลายจนถึงขอบเขตปราณนภาขั้นต้นสะส่วนใหญ่ เมื่อทุกคนตกอยู่ในความเงียบ เทียนหลงซึ่งเป็ผู้นำตระกูลจึงเปิดปากพูดคุยเื่กฏการประลองและหารือเื่อื่นๆเล็กน้อยๆ เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงทุกคนจึงแยกย้ายกลับคฤหาสน์ของต้นเพื่อผ่อนคลายจากเื่ตึงเครียด เมื่อผู้าุโสูงสุดหรือปู่ของเหยียนจื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ของตนจึงได้เห็นหลานชายของตนกำลังนั่งจิบน้ำชารออยู่ในห้องโถงเล็กๆของคฤหาสน์ เขาจึงเดินตรงไปหา แต่ก็ต้องหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นการบ่มเพาะของเหยียนจื่อในเวลานี้
“เ้าสร้างตันเถียนแล้วรึ อีกอย่างเ้าทะลวงรวดเดียวสามระดับเลยหรือ”
เมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคยที่เอ่ยมาจากด้านหลังของตนเขาจึงวางแก้วน้ำชาลงแล้วลุกขึ้นยืนกุมมือทำความเครารพปู่ของตนทันทีแล้วจึงตอบกลับ
“ใช่แล้วขอรับท่านปู่ข้าสร้างตันเถียนขึ้นมาแล้ว แต่ที่ข้าสามารถทะลวงเข้าสู้ระดับสามได้นั้นเม็ดยาที่ท่านปู่ให้มาก็มีส่วนช่วยข้าอย่างมาก”
“ดี ข้าหละภูมิใจในตัวเ้าจริงๆ เ้ามารอปู่แบบนี้เ้า้าอะไรจากปู่ใชไหม”
“ท่านปู่รู้ได้ไง”
“ข้าเป็คนดูแลเ้านะ เื่แค่นี้ทำไมข้าจะไม่รู้”
เมื่อได้ยินที่ปู่ของตนพูดออกมาเขาเกาหัวตัวเองด้วยความเขินอายที่ถูกมองออก เวลาเขาอยากได้อะไรเขามักจะมานั่งรอปู่ของตนแบบนี้ั้แ่เขาฟื้นขึ้นมา จริงๆแล้วเขาพึ่งออกจากการนั่งเข้าฌานในห้องจึงออกมานั่งจิบน้ำชา เมื่อเห็นหลานตนเกาหัวด้วยความเขินอายเขายิ้มและเดินไปนั่งเก้าอี้ เมื่อสาวใช้เห็นแบบนั้งจึงจัดเตรียมแก้วน้ำชามาวางและรินชาใส่ถ้วย เหยียนจื่อนั่งลงตรงที่เดิมของตน
“เอาหละไหนลองบอกข้าดูสิว่าเ้า้าอะไร”
“ข้า้าวิชาการต่อสู้”