Chapter 24 : สมาชิกใหม่
“เชี่ย ไม่ได้มาวันเดียว คนเยอะเฉย” น้ำเสียงประหลาดใจดังขึ้น
“ถึงว่า ไอ้บอยถึงบอกให้มาเร็วๆ” อีกเสียงที่อยู่ข้างๆ กล่าวเสริม
พวกเขาทั้งสองคือ สองและสาม คู่แฝดซึ่งอยู่ปาร์ตี้เดียวกับบอยและนนนั่นเอง ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่เพิ่งจะเปิดประตูกระจกใสเดินเข้ามาในออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโอ
ภาพเบื้องหน้าของพวกเขาคือคนมากมายหลายสิบคนซึ่งมันช่างต่างจากวันก่อนโดยสิ้นเชิงที่ในร้านนี้มีเพียงแค่กลุ่มของขา จอห์นและลูกค้าคนสองคนที่แวะเวียนเข้ามาเท่านั้น ทำให้ทั้งสองและสามประหลาดใจเป็ที่สุด
เนื่องจากไม่รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้บนโลกอินเทอร์เน็ตเพราะว่าพวกเขาง่วนอยู่กับคุณปู่ที่มาเยี่ยมบ้าน
บ้านของทั้งคู่เป็บ้านของคนมีฐานะจากการทำธุรกิจั้แ่รุ่นคุณปู่ ซึ่งสามารถบอกได้เลยว่าที่บ้านของพวกเขาได้ดิบได้ดีมีเงินใช้จนถึงทุกวันนี้ เป็น้ำพักน้ำแรงอันเหนื่อยยากของคุณปู่ร้อยเปอร์เซ็นต์
การที่ท่านมาเยี่ยมก็หมายความว่าเด็กๆ ทั้งบ้านจะต้องกลับไปหา ไม่ใช่เพียงพวกเขาเท่านั้นที่ต้องไป ยังมีญาติคนอื่นๆ อีกด้วยที่ต้องไปหาคุณปู่อย่างเลี่ยงไม่ได้ มันไม่ใช่แค่้าให้ท่านหายเหงา แต่เพราะทุกคน้าเชื่อมสัมพันธ์และเพื่อให้คุณปู่ดูว่าหลานๆ ของท่านแต่ละคนมีพัฒนาการไปถึงระดับไหนแล้ว และแน่นอนว่าต้องเป็พวกเขาทั้งสองแฝด ที่มีพัฒนาการที่โดดเด่นที่สุดในตระกูลและเป็หลานรักของคุณปู่ (ถึงแม้สองจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ก็ตาม)
โดยส่วนตัวแล้วในความคิดของสองนั้น เขาไม่ชอบสิ่งที่ทำอยู่เลย ไม่ว่าจะตัวเขาเอง สาม หรือพี่สาวของเขา น้ำหนึ่ง ไม่มีใครสนใจอยากที่จะเอาอกเอาใจคุณปู่เพื่อเอาหน้าเลย แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นๆ จะไม่สนใจ ญาติหลายๆ คนของพวกเขาชิงดีชิงเด่นกันจนสองรู้สึกสะอิดสะเอียน
การดูแลคุณปู่ เอาอกเอาใจนั้นเขาอยากทำเพราะว่าท่านคือญาติผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ แต่เมื่อถูกมองว่านั่นคือการทำเพื่อเอาหน้า หวังให้ท่านสนใจเพื่อประโยชน์ส่วนตัวนั้น ทำให้สองไม่อยากจะเจอหน้าคุณปู่เลยหากไม่จำเป็ สิ่งหนึ่งที่เขาไม่ชอบพวกญาติหลายคนของตัวเองคือสายตาอิจฉาริษยาที่ถูกส่งมาทุกครั้งที่คุณปู่ชมเขา
สองไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมญาติพวกนั้น้าคำชมของคุณปู่ แล้วทำไมพวกเขาไม่ยอมฝึกทำให้ระดับของพวกเขาสูงๆ ทั้งๆ ที่ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ต่างอะไรกัน เงินที่มีมากมายของพวกเขาถ้าเอาไปซื้อยาบำรุงต่างๆ เด็กหนุ่มเชื่ออย่างสุดใจเลยว่าระดับของพวกเขาก็อาจจะไม่ห่างกันกับสองและสามเท่าไหร่นัก แต่เงินที่คนพวกนั้นวันๆ เอาไปใช้นะเหรอ เื่ไร้สาระทั้งนั้น แล้วจะมาอิจฉาเขาทำไมในเมื่อไม่ทำให้ตัวเองเก่งขึ้น
และเขาก็ไม่ได้ทำเพื่อให้คุณปู่ชมด้วย สองมีความฝันและคุณปู่ก็ไม่ใช่หนึ่งในเหตุผลที่เขา้าพัฒนาตัวเอง
“มาได้สักทีนะพวกมึง” นนที่เห็นเพื่อนสนิทฝาแฝดทั้งสองเดินเข้ามาในร้านทักขึ้น
“กูบอกให้มาเร็วๆ ไม่เชื่อ ดีนะยังมีสเตชันว่างอยู่” บอยที่ยืนอยู่ข้างๆ นนเอ็ดเสียงดุ
“กูไม่ผิด วันนี้พี่น้ำมีเรียน ไม่มีใครมาส่งเลยต้องนั่งไม้เท้าไอ้สามบินมา อย่างช้า” สองหันไปโทษแฝดของตน
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว สามก็เบิกตากว้างทันทีพร้อมกับเอ่ยด้วยความโมโหว่า “โถไอ้ห่า มันหนักมึงไงเลยบินช้า!”
สองยักไหล่ โยกหัวไปมาพร้อมกับคว่ำปากไม่สนใจ ก่อนจะหันไปหาบอย “สรุปวันนี้เอาไงอะมึง พี่น้ำติดเรียนเลิกนู่นหกโมงแหนะ ส่วนพี่ที่ชื่อแอลเขาบอกทำงานเลิกสองทุ่ม”
เพราะว่าการรวมปาร์ตี้กันเมื่อสองวันก่อนมีอันจะต้องแยกย้ายกันอย่างกะทันหันเนื่องจากทางบ้านของสอง สามและน้ำหนึ่งโทรฯ ตามให้กลับบ้านเนื่องจากคุณปู่ของพวกเขามาเยี่ยม
ทำให้ในตอนนี้พวกเขาจะต้องหาสมาชิกใหม่เข้าปาร์ตี้ เพื่อ้าจะพิชิตดันเจี้ยนก็อบลินแห่งป่าดิบชื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ในตอนนี้ที่สตูดิโอของมินมีลูกค้าเพิ่มขึ้นมากจนสังเกตได้ด้วยตาเปล่า จึงทำให้พวกเขาทั้งสี่ตัดสินใจว่าปาร์ตี้ของตนจะต้องเป็ปาร์ตี้ที่อยู่บนบอร์ดหลังเคาน์เตอร์เหมือนที่มีชื่อของน้ำหนึ่งสลักไว้
“สามมึงตาดีอะ หาดิ๊ เพื่อได้คนเจ๋งๆ” นนพูดขึ้นกับสามพร้อมกับชี้ไปหาลูกค้าในร้านของมินรอบตัวเขา
สามพยักหน้าครั้งหนึ่งก่อนจะมองไปรอบๆ ผู้คนมากหน้าหลายตาปรากฏขึ้นตามสายตาที่เขาไล่มองไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง
สายตาของเด็กหนุ่มมาหยุดอยู่ที่บุคคลสองคนที่เพิ่งจะเดินเข้าร้านมา พวกเขาคือเด็กหนุ่มที่ดูจากลักษณะแล้วน่าจะอายุไล่เลี่ยกับตนหรือไม่ก็สูงกว่าไม่ปีก็สองปี
เด็กหนุ่มทั้งสองคนนั้นมีอะไรบางอย่างที่สามก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพราะเหตุใดกัน เขาถึงรู้สึกว่าความสามารถของสองคนนี้น่าจะใช้ได้ ไม่รอช้า เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มทั้งสองทันทีพร้อมกับทักทาย “หวัดดีครับ”
“หวัดดีๆ” ทั้งสองเขาเอ่ยกลับมาด้วยท่าทางงงงวย
“พอดีเรากับเพื่อนกำลังหาคนให้ครบปาร์ตี้อยู่ ไม่รู้ว่าพวกนายสนใจไหม” ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบบอกจุดประสงค์ของตนพร้อมกับชี้ไปทางพวกสอง บอยและนน
“เห้ยน่าสนใจ” หนึ่งในสองคนนั้นพูดขึ้น
อีกคนใช้ศอกกระทุ้งเอวคนข้างๆ พลางถามเสียงแ่ “เอาจริงเหรออุง”
เด็กหนุ่มที่ชื่ออุงหันไปหาอีกฝ่าย ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักพร้อมกับเอ่ยว่า “จริงพี่อัน เมื่อวานที่ลองลงก็ตายอย่างหมาเลย มีตี้ลงด้วยจะได้ง่ายๆ ไง แถมสนุกดีออกคนเยอะๆ อะ”
“เค” คนที่ชื่ออันตอบกลับหลังจากได้ยินคำอธิบายของคนข้างๆ
อันและอุง เป็พี่น้องกัน ปัจจุบันอันนั้นอายุสิบหกปี กำลังจะขึ้นมัธยมปีที่ห้าในการศึกษาหน้า อันนั้นมีอายุมากกว่าอุงหนึ่งปี กล่าวคือ ตอนนี้อุงมีอายุสิบห้าปีเท่ากับพวกสอง สาม บอยและนน และกำลังขึ้นจะมัธยมปีที่สี่
อันนั้นเป็ผู้ชายที่มีผิวขาวอมชมพู สูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเิเ ผมสีดำสนิท ใบหน้าเรียวยาวเล็กน้อย ริมฝีปากบาง ดวงตาที่หากใครได้มองก็สามารถััได้ทันทีว่าคนคนนี้นั้นสดใส แต่ลักษณะที่เด่นที่สุดของอันก็คือจมูก สันจมูกโด่งและปลายจมูกที่มีลักษณะพิเศษที่ซึ่งมีรูปทรงคล้ายกับจมูกของกระต่าย นั่นทำให้เขามีฉายาในโรงเรียนว่าคุณกระต่ายซึ่งเป็ฉายาที่ได้รับจากนักเรียนทั้งโรงเรียน
ส่วนอุงนั้นถึงแม้ผิวเขาจะขาวเช่นเดียวกับพี่ชายของตนแต่เป็ผิวเป็ผิวขาวแบบขาวเหลือง เขามีส่วนสูงอยู่ที่หนึ่งร้อยหกสิบห้าเิเ มีผมสีดำสนิท ใบหน้ากลม ริมฝีปากบาง ดวงตากลมเล็ก และเขาก็มีลักษณะพิเศษเฉกเช่นเดียวกับพี่ชายของตนก็คือบริเวณจมูก แต่แตกต่างกันที่จมูกของอุงนั้นจะใหญ่กว่าและมีรูปทรงเหมือนจมูกของหมีโคอาล่า และแน่นอนว่าเขาเองก็ได้รับฉายาจากคนทั้งโรงเรียนเหมือนกัน
ทั้งอันและอุงรู้จักออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโอจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ และอยากลองมาพิสูจน์ว่ามันคือเื่จริงหรือเฟค อีกทั้งด้วยบุคลิกขี้เล่นของน้องชายตัวแสบอย่างอุงที่ชอบหาอะไรใหม่ๆ ท้าทายด้วยแล้ว ทำให้เมื่อพวกเขาทั้งสองรู้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว อุงจึงคะยั้นคะยอให้พี่ชายของตนมาด้วยกันทันที
และก็เป็เหมือนกับผู้คนอื่นๆ อันและอุงนั้นเข้าดันเจี้ยนทุ่งราบแห่งวรนาถและได้รับพลังงานชีวิตหลังจากกำจัดด้วงสว่านได้ ทั้งคู่นั้นตกตะลึงที่เื่ดังกล่าวเป็เื่จริง ทั้งสองคนดีใจมากๆ จนลืมตัวเลยถูกตะขาบั์โอมิและคาเดะจัดการไป
สามพาสองพี่น้องเดินไปหาสมาชิกปาร์ตี้ของตนก่อนจะแนะนำตัวให้ทั้งสองฝ่ายได้รู้จักกัน หลังจากนั้นพวกเขาก็วางแผนการรบกันอยู่สิบห้านาที เนื่องจากไม่แน่ใจว่าความสามารถในการต่อสู้ของอันและอุงมีมากขนาดไหน ทำให้สามแค่อธิบายรูปแบบของแผนของพวกเขาและจัดระเบียบให้เข้ากับสมาชิกใหม่ทั้งสองคน
บลิ๊ง!
ร่างทั้งหกปรากฏขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็ป่าหนาทึบ มีต้นไม้สูงมากมาย บรรยากาศเย็นสบายราวกับเปิดเครื่องปรับอากาศและเลือกอุณหภูมิยี่สิบองศาเซลเซียส
“ว้าว”
อันอ้าปากค้างเพราะตกตะลึงกับบรรยากาศโดยรอบ อดประหลาดใจไม่ได้กับคุณภาพอันยอดเยี่ยมของดันเจี้ยนแห่งนี้ จากเมื่อวานที่ได้เข้าไปดันเจี้ยนทุ่งราบแห่งวรนาถแล้ว เขาก็ััได้ถึงคุณภาพของงานจากสตูดิโอแห่งนี้แล้ว ไม่คิดว่าเมื่อได้ลองเปลี่ยนดันเจี้ยนดู ถึงได้รู้ว่าไม่ใช่แค่เพียงทุ่งราบแห่งวรนาถเท่านั้น แต่ก็อบลินแห่งป่าดิบชื้นก็มีคุณภาพของดันเจี้ยนที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
และในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังซึมซับบรรยากาศอันงดงามอยู่นั้น พลันก็มีเสียงของอะไรบางอย่างสอดประสานขานร้องดังขึ้นมา
“ซูลู แซมบาลู ซูลูมาชิกา ซูลู แซมบาลู ซูลูมาชิกา”
มันดังขึ้นไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาอยู่มากนัก บอยหันไปพยักหน้าใส่สามทันที และเ้าตัวก็รู้หน้าที่ของตน เด็กหนุ่มจึงเริ่มร่ายคาถา
“ข้าแต่พระพายแห่งพายัพ ข้าขอวิงวอนในฐานะบริวารแห่งท่าน โปรดประทานวายุแก่ข้า พัดพาไปทั่วทุกสารทิศ พัดผ่านแมกไม้ พัดผ่านใบหญ้า ค้นหาศัตรูข้า ค้นหาอริข้า”
สิ้นคำร่ายเวทย์ สายลมอ่อนๆ พลันโชยไปทั่วบริเวณ ไม่มีความแรงแต่อย่างใดแต่มันก็สามารถทำให้ใบไม้พลิ้วไหวไปตามสายลมได้
“ห้าสิบเมตร?”
สามพูดขึ้นด้วยความสงสัยหลังจากร่ายคาถาสายลมที่ค้นหาศัตรู ซึ่งทำให้เขาเกิดความสับสน เพราะก่อนหน้านี้ที่พวกเขาเคยเข้าในดันเจี้ยนแห่งนี้นั้น ระยะทางที่อย่างน้อยที่เ้าพวกก็อบลินทั้งสามอยู่ก็คือหนึ่งร้อยเมตร
แต่นี่อะไร ก็อบลินทั้งสามตัวที่มักจะกระจายกันเข้าหาพวกเขากลับอยู่ในจุดเดียวกันแถมระยะใกล้เพียงแค่ห้าสิบเมตรเท่านั้น
“สิบสองนาฬิกา ห้าสิบเมตร สามยูนิต” เขากล่าวเสียงเรียบ
เพื่อนๆ ทั้งสามคนของสามขมวดคิ้วขึ้นทันที เมื่อรู้สึกถึงความปกติเช่นเดียวกัน เพราะนี่เป็ครั้งที่สามที่พวกเขาเข้ามา โดยเฉพาะบอยที่ที่เป็ครั้งที่สี่ เขารู้ดีกว่าใครว่ามันผิดปกติเป็อย่างมาก
“กูถามจริง” สองถามขึ้น
“เออกูตอบจริง” สามตอบแฝดของตน
อันและอุงยื่นทำหน้าเอ๋อ เนื่องจากไม่ทราบสถานการณ์ว่าเพื่อนใหม่ทั้งสี่ของพวกเขาเกิดอะไรขึ้น
“มีอะไรกันเหรอ ทำไมขมวดคิ้วกันอะ” อันถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
“คืองี้นะพี่อัน” บอยเอ่ยขึ้นพร้อมกับอธิบายถึงรอบก่อนๆ ที่พวกเขาได้เข้ามายังดันเจี้ยนแห่งนี้ซึ่งไม่เหมือนกับครั้งนี้เลย
“งี้นี่เอง” เด็กหนุ่มร้องอ๋อออกมา
“แล้วจะเอาไงต่อ แผนเดิมไหม” อุงถามขึ้น
“ลุยเข้าไปพร้อมกันเลยน่าจะดีกว่า ไหนๆ พวกมันก็อยู่ด้วยกันแล้ว จัดการทีเดียวไปเลย” สามตอบ
หลังจากนั้นเด็กหนุ่มทั้งหกคนก็พลันเดินทัพไปยังทิศทางที่เ้าพวกก็อบลินทั้งสามอยู่ และไม่นานเสียงร้องขานของพวกมันก็ดังขึ้น ดังขึ้นเรื่อยๆ จนเด็กหนุ่มทั้งหกจับใจความได้
“ซูลู แซมบาลู
ซูลูมาชิกา
ซูลู แซมบาลู
ซูลูมาชิกา
คิม ดินยัสสะกาเร
ยูซีฟาริกา
คิม ดินยัสสะกาเร
ยูซีฟาริกา”
“พวกแม่งร้องไรของมันวะ” สองสบถขึ้น
“กูจะไปรู้เหรอ ฟังไม่ออก” นนตอบ
และเมื่อพวกเขาทั้งหกเคลื่อนตัวไปใกล้พอ พวกเขาก็ได้เห็นภาพที่ไม่คาดคิด เบื้องหน้าของพวกเขานั้นปรากฏภาพของก็อบลินสองตัวะโโลดเต้นวิ่งอยู่รอบกองไฟ ยกแขนขึ้นลงไปมาเป็จังหวะ
ส่วนก็อบลินอีกตัวนั้นยืนอยู่บนกิ่งไม้สูง มันก็เต้นเป็จังหวะพร้อมกับโยกกิ่งไม้ไปมาเช่นเดียวกันกับพวกของมันข้างล่าง
“ไอ้ตัวข้างบนน่าจะเป็ยาม”
สามพูดขึ้นหลังจากเงยหน้ามองเ้าก็อบลินที่โยกกิ่งไม้ไปมาอยู่้า ก่อนที่เด็กหนุ่มจะหันไปมองเ้าก็อบลินที่เหลืออีกสองตัวที่เต้นแร้งเต้นกาอยู่รอบกองไฟ พร้อมกล่าว “กูสอยตัวข้างบนเอง หลังจากนั้นก็แยกกันไปตามที่ตกลงกันไว้”
สมาชิกในปาร์ตี้ทั้งเก่าและใหม่พยักหน้าเป็การบอกว่าเข้าใจในสิ่งที่เด็กหนุ่มกล่าวก่อนที่พวกเขาจะค่อยๆ แยกย้ายกันไปเป็คู่ โดยบอยไปกับสองและอันอยู่กับอุงเพราะว่าทั้งคู่เพิ่งจะเข้าปาร์ตี้มาใหม่ สามที่ยังไม่ทราบถึงความสามารถของทั้งคู่ดีเลยจัดให้สองพี่น้องอยู่ด้วยกันไปก่อน และสุดท้าย เหลือเพียงแค่สามกับนนเท่านั้นที่ยังยืนอยู่ที่เดิม
“ข้าแต่พระพายแห่งพายัพ ข้าขอวิงวอนในฐานะบริวารแห่งท่าน โปรดประทานวายุแก่ข้า พัดผ่านจากอุดร พัดผ่านจากประจิม รวมกัน ณ พายัพ เพื่อกำจัดศัตรูข้า เพื่อกำจัดอริข้า”
สิ้นบทร่าย พลันก็มีลมโชยเบาหวิว หมู่มวลแมกไม้บริเวณใกล้เคียงเกิดสั่นไหวเล็กน้อยเพราะแรงลม ก่อนที่ที่ปลายไม้เท้าของเด็กหนุ่มจะเกิดลมหมุนอัดอากาศเป็ก้อนลูกบอลกลมๆ
สามหันซ้ายกันขวาไปยังทีมทั้งสองที่แยกออกไปเพื่อส่งสัญญาณให้เตรียมตัว บุคคลทั้งสี่พยักหน้าให้กับเขา มุมปากยกยิ้มขึ้นก่อนจะเล็งก้อนลมอัดอากาศไปหาเ้าก็อบลินที่เขย่ากิ่งไม้อยู่
สาม
สอง
หนึ่ง
ตุ้บ!
เสียงของของแข็งกระแทกบางอย่างดังขึ้นพร้อมกับร่างเขียวๆ เล็กๆ ของเ้าก็อบลินที่กระเด็นตกมาจากต้นไม้กระแทกพื้นเสียงดัง
เ้าก็อบลินสองตัวที่เหลือหันไปดูเพื่อนของมันที่นอนชักกระแด่วอยู่บนพื้น ก่อนที่มันจะวิ่งไปหยิบอาวุธทันที แต่ช้าไปเสียแล้ว เมื่อจังหวะนั้นพลันก็มีเงาสี่เงาะโออกมาจากพุ่มไม้ไม่ไกลกัน
โล่หนาของสองถูกปาออกไปพร้อมกับหมัดของคนข้างกาย ส่วนอีกด้านหนึ่งอันและอุงก็ะโออกมาพร้อมกับง้างเท้าเตรียมตัวจะเตะเ้ามอนสเตอร์ตัวเขียว
แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสี่จะประมาทคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป เพราะในจังหวะที่โล่และหมัดของบอยกำลังจะถึงตัวก็อบลินนั้น ร่างกายของมันก็พลันเบลอ และหายไปจากบริเวณดังกล่าว
ในส่วนของเ้าก็อบลินที่อันและอุงรับผิดชอบนั้น มันก็พลันะโเตะสวนพวกเขาสองจังหวะและะโถอยหลังออกไป พลางหยิบดาบของมันขึ้นมาทันที
“เชี่ย!”
สองะโออกมาพร้อมกับเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าก็อบลินกากๆ ในวันนั้นจะสามารถหลบการโจมตีของเขาได้
“พี่มินปรับระดับเอไอให้สูงขึ้นเหรอวะ” นนบ่นขึ้นหลังจากวิ่งออกมาจากพุ่มไม้เพื่อสมทบ
“เหมือนคราวก่อนพี่มินจะบอกว่าปรับอะไรกับดันเจี้ยนใช่ไหมวะ อาจจะเป็เื่นี้ก็ได้” บอยตอบ
“งั้นก็ดี ถือว่าเพิ่มความท้าทาย” สามกล่าว
อันและอุงมองหน้ากัน ไม่เข้าใจว่าเด็กหนุ่มทั้งสี่คนคุยอะไรกัน และในจังหวะที่กำลังจะเอ่ยปากถามอีกฝ่าย สามก็หันมาหาพวกเขา “เอาตามแผนเดิมเลยครับ”
สิ้นประโยคดังกล่าว พี่ชายน้องชายก็หยักหน้าให้กับเด็กหนุ่ม ก่อนที่คนทั้งหกจะแยกย้ายออกไปโดยแบ่งเป็สามทีม
“พี่อันขอแรงหน่อย” อุงกล่าวพร้อมกับส่งสายตาไปยังต้นไม้ใกล้ๆ
อันพยักหน้า พร้อมกับเรียกอุปกรณ์ของตนออกมาจากแหวนเก็บของเวทมนตร์ เมื่อสักครู่ที่เขาไม่ได้เอามันออกมานั้นก็เพราะว่าอยากจะลองประเมินความสามารถของมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนนี้เสียก่อนว่าเขาสามารถรับมือกับมันได้ไหม แต่ดูเหมือนว่าจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่ แม้แรงก์ของเขาจะเท่ากับก็อบลินก็ตาม แต่ดูเหมือนเขาจะประเมินตัวเองสูงไป แต่เขาไม่สามารถโจมตีต่อเนื่องหลังจากการป้องกันของก็อบลินตัวนั้นได้
อุปกรณ์ที่อุงกล่าวถึงซึ่งอันเรียกออกมาก็คือชุดถุงมือและรองเท้าหนังสีขาวธรรมดา เพียงแค่รองเท้าดังกล่าวนั้นมีส้นที่หนากว่าปกติ อันรีบใส่มันทันทีพร้อมกับะโเหยาะๆ เป็จังหวะ
เมื่อปรับจังหวะการโดดของตนได้แล้ว เด็กหนุ่มก็พลันง้างขาข้างซ้ายของตนขึ้นมาก่อนจะะโหมุนตัวเตะต้นไม้เบื้องหน้า พร้อมกับเสียงดัง ปัง! สนั่นไปทั่วบริเวณ แม้แต่ สอง สาม บอยและนนที่อยู่ห่างออกไปยังต้องหันมาดู และเมื่อพบว่าสมาชิกใหม่คนหนึ่งของพวกเขาเตะต้นไม้สูงหลายสิบเมตรจนหักก็ต้องตกตะลึงกับพลังลูกเตะของอีกฝ่าย
ไม่จบเพียงแค่นั้น อันะโขึ้นเตะพร้อมกับหมุนตัวเตะลำต้นไม้ดังกล่าวอีกครั้ง เสียงดังปังดังขึ้นอีกเช่นเคย เมื่อพวกเขามองไปยังบริเวณดังกล่าวก็เผยให้เห็นถึงท่อนซุงความยาวกว่าสามเมตร
ภาพดังกล่าวว่าช็อกแล้ว แต่การกระทำต่อไปของอุงกลับช็อกกว่าเมื่อเด็กหนุ่มสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเิเคนนี้กลับใช้มือทั้งสองข้างของเขายกท่อนซุงขึ้นมาแล้วเอาไปพาดที่ไล่ข้างขวาของต้น
“แรงก์เอฟแต่ยกท่อนซุงหนักขนาดนั้นได้ มึงเจอคู่ปรับแล้วเชี่ยสอง” บอยกล่าวพร้อมส่งยิ้มไปหาเพื่อนสนิทของตน
สองยักไหล่ทำเป็ไม่สนใจคำพูดของอีกฝ่าย แต่ภายในใจเขากลับเต้นแรง เพราะั้แ่เรียนวิชามาเขายังไม่เคยเห็นใครคนไหนที่สามารถยกของหนักๆ ได้เท่ากับเขาเลย นั่นทำให้สองมีความคิดที่อยากจะขออีกฝ่ายประลองเพื่อประมือดู
“ทำไมไม่ใส่ถุงมือ อย่าบอกนะว่าลืมเอาแหวนมา” อันขมวดคิ้วพลางถามน้องชายของตน
“แฮะแฮะ” อุงหัวเราะแห้งๆ ออกมา
อันส่ายหัวอย่างเอือมระอา ไม่คาดคิดว่าน้องชายของตนซึ่งเป็คนชวนเขามาเอง จะเป็คนลืมเอาอาติเฟคส่วนตัวมาซะได้
ฟิ้ว!
ทันใดนั้นเอง ในขณะที่ทั้งสองไม่ทันได้ตั้งตัว พลันก็มีบางอย่างแหวกอากาศพุ่งมาหาเขาทั้งคู่ อันะโขึ้นฟ้าเพื่อหลบ ส่วนอุงนั้นใช้ท่อนซุงบังสิ่งนั้นเอาไว้
ปัก ปัก
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาก็พลันเห็นลูกธนูไม้ปักเข้าไปที่ท่อนซุงขนาดใหญ่ที่ต้นพาดอยู่ที่ไหล่ เขาจึงหันไปมองหน้าพี่ชายของตนทันที “หาให้หน่อย”
อันพยักหน้าก่อนจะะโขึ้นกิ่งไม้สูง เขาะโขึ้นไปบนยอดไม้และใช้มันเป็ฐานเพื่อะโขึ้นบนอากาศอีกที อันลอยอยู่อย่างนั้นชั่วครู่ราวกับว่าโลกนี้ไร้แรงดึงดูด เด็กหนุ่มมองซ้ายมองขวาเพื่อหาเป้าหมาย
มุมปากยกยิ้มขึ้นทันใดเมื่อเห็นร่างเขียวๆ กำลังเคลื่อนตัวออกห่างจากบริเวณที่พวกเขาอยู่
“เก้านาฬิกา มาเติมให้ด้วยเผื่อพลาด”
อันะโบอกน้องชายของตัวเองพร้อมๆ กับร่างเพรียวของเขาที่ดิ่งลงจากท้องฟ้าราวกับอุกกาบาตก็มิปาน
ตั้งท่าง้างขาพร้อมกับหมุนตัวราวกับสว่าน เล็งเป้าหมายที่ตนกำลังเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ ก่อนจะ
ตึ้ม!
เสียงของพื้นดินดังขึ้นราวกับมีใครมาจุดไดนาไมต์เพื่อะเิพื้นดิน ฝุ่นปลิวฟุ้งกระจายมาพร้อมกับสายลม
อันะโขึ้นกิ่งไม้อีกครั้งพลางเดาะลิ้มอย่างหัวเสียเนื่องจากััไม่ได้ว่ามีร่างกายส่วนไหนของตนโจมตีโดนอีกฝ่าย
ฟิ้ว ฟิ้ว!
ลูกธนูพุ่งออกมาจากกลุ่มควันเบื้องล่างเข้าหาเขา เด็กหนุ่มะโหมุนตัวแล้วเตะไปที่ลูกธนูทั้งสอง ทำให้ทิศทางของมันหันเหลงไปปักกับพื้น
อุงผู้ซึ่งเพิ่งจะวิ่งมาถึงก็พลันใช้ท่อนซุงที่พาดอยู่บนบ่าของเขา ฟาดอากาศเบื้องหน้าเพื่อให้ลมพัดกลุ่มควันออกไป และเมื่อกลุ่มควันดังกล่าวกระจายออกจากกันแล้ว เด็กหนุ่มทั้งสองก็พลันคิ้วกระตุก เพราะว่าบริเวณนั้นไม่มีร่างกายเ้าก็อบลินอยู่
“ซ่อนเก่งนักนะ” อันสบถออกมาก่อนจะะโขึ้นยอดไม้เพื่อหามอนสเตอร์ตัวเขียว
________________________
สวัสดีค่า ไรท์เตอร์นะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายเื่นี้นะคะ ถ้าหากมีคำพิมพ์ตกหรือคำผิด สามารถคอมเม้นบอกได้นะคะ
ขอบคุณที่กดไลค์และคอมเม้นนะคะ
ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะสำหรับวันนี้
สวัสดีค่า