“คงเพราะเรื่องที่ข้าทำให้เป่ยเหลียงไม่พอใจคราวก่อน” หย่งซีเฉินพูด
“ถึงทหารจะไม่มากนักแต่เราก็ไม่ควรประมาทนะพะยะค่ะ” จ้าวไห่ตงพูด
“ท่านไปเตรียมพลข้าจะนำทัพด้วยตัวเอง ไม่ว่าอย่างไรเราก็เป็นทางผ่านให้เป่ยเหลียงไม่ได้”
“กระหม่อมรับบัญชาพะยะค่ะ”
“ท่านอ๋องกระหม่อมว่าพระองค์ไม่ควรออกไปด้วยตัวเองนะพะยะค่ะ” เวินฉงหลินคัดค้าน
“เจ้าเห็นข้าอ่อนแอขนาดนั้นเชียวหรือหากครั้งนี้ข้าไม่ออกหน้า เกรงว่าเป่ยเหลียงคงได้ใจ อาจรุกรานหลินโจวไม่หยุดข้าควรกำหราบรัชทายาทผู้นี้เสียบ้าง”
เมื่อทัพทั้งสองเหล่าประจันหน้ากันบุรุษร่างกำยำซึ่งตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อเกราะสีเงิน นั่งอยู่บนหลังม้าศึกตัวใหญ่ดำทะมึน เกือกม้าสวมด้วยเงินแท้ทั้งสี่ข้าง ในมือถือกระบี่ซึ่งหลอมมาจากแร่เงินชั้นดี กระบี่เล่มนี้เคยดื่มเลือดของศัตรูในสมรภูมิมานับไม่ถ้วน
ด้านหลังคือเซียวซ่งหลาน เวินฉงหลิน แม่ทัพและเหล่าทหารของเมืองหลินโจว
ส่วนเบื้องหน้าของหย่งซีเฉินนั้นคือบุรุษร่างใหญ่ไม่แพ้กัน บุรุษผู้นั้นสวมชุดเกราะสีทองนั่งอยู่บนหลังม้าสีน้ำตาลหน้าตาดุร้าย ใบหน้าสวมด้วยหน้ากากทำจากเหล็กกล้าสีดำในมือถือหอกอันใหญ่ เป็นอาวุธน่าเกรงขามมองดูแล้วไม่ต่างอะไรกับมัจจุราช
“ผู้ที่นำทัพของหลินโจว คือท่านอ๋องหย่งซีเฉิน องค์ชายใหญ่ของแคว้นต้าโจวพะ
ยะค่ะ” แม่ทัพของเป่ยเหลียงรายงาน
“หากท่านอ๋องยอมแต่โดยดี รัชทายาทจะไม่ติดใจเอาความ สัญญาครั้งก่อนก็ยังคงมีผลเช่นเดิมพะยะค่ะ” เสียงแม่ทัพเป่ยเหลียงตะโกนบอกหย่งซีเฉิน
“ท่านขอมากเกินไปแล้วท่านแม่ทัพ”พูดจบหย่งซีเฉินก็ยกมือส่งสัญญาณให้โจมตีทัพของเป่ยเหลียง ที่บังอาจล่วงล้ำดินแดนของหลินโจว
ฝุ่นผงตลบอบอวลแทบมองไม่เห็นทหารของทั้งสองฝ่าย เสียงดาบฟาดฟันกึกก้องไปทั่วลานทุ่งกว้างแห่งนั้น ม้าศึกของหย่งซีเฉินทยานไปข้างหน้าอย่างห้าวหาญ เป้าหมายของท่านอ๋องผู้เหี้ยมโหด คือชายที่สวมหน้ากากนั่งอยู่บนหลังม้าตัวใหญ่ตัวนั้น ม้าศึกหน้าตาดุร้ายสองตัวพุ่งทยานเข้าหากันอย่างไม่เกรงกลัวอีกฝ่าย หอกใหญ่แหลมคมอาวุธคู่กายของรัชทายาท พุ่งตรงมายังหย่งซีเฉิน แต่ด้วยความเจนจัดในสมรภูมิหอกใหญ่อันนั้นจึงพลาดเป้าไปอย่างหวุดหวิด เมื่อเป็นเช่นนี้หย่งซีเฉินก็ไม่ปล่อยให้เสียโอกาส กระบี่แร่เงินชั้นดีฟาดคมลงบนแสกหน้าของอีกฝ่ายแม้จะเบี่ยงตัวหลบได้ แต่ก็ไม่พ้นรัศมีของคมกระบี่นั้น ทำให้หน้ากากถูกปลายแหลมของกระบี่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ใบหน้าอันหล่อเหลาของรัชทายาทเป่ยเหลียงอาบโชคไปด้วยเลือดสดๆ แม้ว่าจะไม่ถึงชีวิตแต่ก็เจ็บหนักไม่น้อย แม่ทัพใหญ่ของเป่ยเหลียงเห็นเช่นนั้นจึงรีบเข้ามาช่วยเมื่อรู้ว่าตัวเองเสียเปรียบทหารเป่ยเหลียงก็ล้มตายมากมายแล้ว แม่ทัพใหญ่จึงพารัชทายาทควบม้าหนีไป ซือฟางเจี้ยนหันมาจ้องหน้าหย่งซีเฉินด้วยสายตาเคียดแค้น
เวินฉงหลินกำลังจะไล่ตามแต่หย่งซีเฉินห้ามเอาไว้
"ไม่ต้องตาม”
“ทำไมหรือขอรับท่านอ๋อง"
“หากสังหารรัชทายาท อาจก่อให้เกิดไฟสงครามใหญ่หลวงได้ ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ชาวบ้านก็เดือดร้อนอยู่ดี”
เพียงแค่หนึ่งชั่วยามทัพของเป่ยเหลียงก็แตกพ่าย บ้างก็ล้มตายที่รอดชีวิตก็หนีกระเจิดกระเจิง สงครามสิ้นสุดลงเหลือไว้เพียงซากศพของทหารเกลื่อนกลาดเต็มพื้น
“ท่านอ๋องเราสูญเสียทหารหนึ่งในสามของเป่ยเหลียงพะยะค่ะ” เซียวซ่งหลานรายงาน
“นับว่าเป่ยเหลียงสูญเสียไม่น้อยพา
ทหารที่บาดเจ็บกลับไปรักษาตัวในค่ายพรุ่งนี้เตรียมฉลองให้กับชัยชนะของวันนี้” เสียงไชโยโห่ร้องด้วยความยินดีของทหารที่รอดชีวิต ดังกึกก้องทั่วชายแดนเมืองหลินโจว