ในจวนเ้ากรมพิธีการ สาวใช้ภายในเรือนเฟิ่งเยว่ร้องไห้ระงมลั่นเรือนอย่างโศกเศร้านั่งรายล้อมฮูหยินของจวนที่นั่งกอดร่างไร้ลมหายใจของผู้เป็บุตรสาวที่ป่วยกระเสาะกระเเสะมาหลายปีเ้ากรมพิธีการเองก็แอบปาดน้ำตาเงียบๆ และโอบบ่าปลอบใจผู้ภรรยาที่นั่งร้องไห้ปานจะขาดใจบุตรสาวของเขานั้นป่วยมาั้แ่เกิดโดยมิทราบสาเหตุ แม้หมอเทวดาหมอเก่งๆ ทั่วแคว้นต่างพากันส่ายหน้าหมดหนทางเยียวยาตลอดเวลาหลายปีจึงทำได้เพียงประคับประคองและรักษาตามอาการเท่านั้น
“เฮือกกก!!!” ร่างบางกระตุกสะดุ้งขึ้นเหมือนได้ลมหายใจมาใหม่ ร่างเล็กอ่อนแรงรีบสูดลมหายใจเข้าปอดทันทีเมื่อปรับสายตาให้เข้ากับเเสงแล้วหงส์สิตาจึงมองไปรอบๆ เห็นหญิงสาวแต่งตัวคล้ายคนในยุคจีนโบราณวัยกลางคนอายุราว30กว่าปี และชายร่างสูงไว้หนวดเครา อายุ 40 กว่าปีแต่งกายเช่นเดียวกัน กำลังร้องไห้น้ำตานอง แต่ตอนนี้ทุกคนกำลังเบิกตาอ้างปากอย่าตกตะลึง
หญิงสาวอายุประมาณ 15 -16 ปีหลายคนสวมชุดสีน้ำตาลหม่นโทนเดียวกันนั่งอยู่ก้มหน้าลงกับพื้นร้องไห้สะอึกสื้นสิ่งแรกที่หงส์สิตาคิดในตอนนี้คือ ผี!!! ใช่ เธอต้องเห็นผีอย่างแน่นอน ของเขาแรงจริงๆเธอจึงหลับตาและท่องนโม 3 จบในใจ ที่ตอนนี้ดันท่องผิดๆ ถูกๆด้วยความกลัว แถมด้วยบทแผ่เมตาที่เพิ่งคิดสดๆ เองเมื่อครู่
"อย่ามาหลอกหลอนลูกช้างเลยไปที่ชอบๆ เถอะค่ะแล้วหงส์จะทำบุญไปให้" หงส์สิตาพนมมือท่องคาถางึมงัมๆหลับตาปี๋อธิฐานในใจขอให้สิ่งที่เห็นเป็เพียงภาพความฝันเท่านั้น ในยุต 4G เช่นนี้เธอเองก็ไม่อยากเชื่อว่าผีจะมีจริงๆ
"เฟิ่งเออร์ ลูกแม่ เ้าฟื้นแล้วฮือๆๆๆๆ" หงส์สิตารู้สึกว่าผีตนนี้ไล่ไม่ไปทั้งยังมากอดเธอแน่นกว่าเดิมยิ่งทำให้ใกลัวจนตัวสั่นอย่างหนักส่วนฮูหยินผู้เป็มารดาคิดว่าบุตรสาวจับไข้หนาวสั่นจึงให้สาวใช้ไปตามหมอมา
" ลูกพ่อเ้าไม่สบายตรงไหนบอกพ่อมา"เมื่อรู้สึกถึงความอุ่นจากมือและอ้อมกอดของผู้หญิงวัยกลางคนที่แทนตัวเองว่าแม่นั้นเธอจึงคิดว่าทั้งสองคนนั่นคงไม่ใช่ผี...หากไม่ใช่ผีแล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้หน้าตาก็ดีไม่คิดว่าจะสติไม่ดีจากความกลัวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็ความสงสารและเห็นใจแทน
"ฉันสบายดีค่ะ พวกคุณเป็ใครหรือคะ"เมื่อตั้งสติได้หงส์สิตาจึงถามขึ้นทันที และคิดว่าเหตุการณ์เริ่มจะแปลกๆไปนี่ความจริงหรือความฝันกันแน่ ถ้าเป็ความจริงแล้วที่นี่ที่ไหน เธอมาอยู่ที่ไหนกันหรือสายน้ำพัดเธอออกมาไกลถึงเมืองจีนและจะเป็ไปได้อย่างไรกันหงส์สิตาพยายามคิดหาคำตอบให้ตัวเอง
"เอ่อ...ลูกจำพ่อกับแม่มิได้หรือหนี่ว์เออร์"ผู้เป็มารดาหน้าซีดและนัยย์ตาแดงกร่ำคลอด้วยน้ำตาเต็มหน่วยทันทีเมื่อเห็นดังนั้นหงส์สิตาก็พลันคิดถึงมารดาของตนจึงแกล้งบอกว่าตนเพิ่งตื่นจึงปวดหัวหลงๆ ลืมๆ และขอนอนพักก่อน ใช่เธอต้องตั้งสติและตั้งหลักก่อน
"ลูกขอนอนพักก่อนนะคะ เอ่อเ้าค่ะ" หงส์สิตาทำท่าหลับตาลง สักพักรู้สึกถึงผ้าห่มที่คลุมมาถึงหน้าอกและความอุ่นที่หน้าผากพร้อมกับเสียงหวานของหญิงสาวที่แทนตนว่าแม่
เมื่อชายหญิงทั้งสองคนพร้อมกับหญิงสาวหลายคนที่ถูกเรียกว่าบ่าวเดินออกไปจากห้องทั้งหมดเปลือกตาบางก็ลืมตาขึ้นเพื่อสำรวจที่ที่เธอนอนอยู่ทันทีอันดับแรกเตียงที่เธอนอนเป็เตียงที่ทำจากไม้เนื้อดีฉลุเป็ลวดลายงดงามแปลกตามีกลิ่นอายเป็เตียงโบราณรอบเตียงมีผ้าสีขาวถักเป็ลายดอกไม่เล็กสีขาวผูกไว้ขอบเตียงคล้ายผ้าม่านห้องนอนที่เธอกำลังนอนถูกตกแต่งด้วยสิ่งของแปลกตาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนคล้ายแนวจีนๆ ที่เธอเองก็ไม่มั่นใจ
จากนั้นเธอจึงลุกขึ้นและหย่อนขาลงข้างเตียงและออกแรงพยุงตัวเองอย่างลำบากพลางคิดปลอบใจตัวเองว่าอาจเป็เพราะตกน้ำเมื่อสักครู่ขาของเธอจึงไม่มีแรงเช่นนี้ร่างกายที่อ่อนปลวกเปียกต้องฝืนทนอย่างมากที่จะพยุงตัวเองจนเหงื่อเริ่มชื้นตามไรผมตอนนี้เริ่มคิดว่าตอนนี้ตัวเองคงไม่ได้อยู่ในประเทศไทยอย่างแน่นอนเพราะอากาศตอนนี้หนาวเย็นมากซึ่งตรงข้ามกับประเทศไทยที่สุดแต่ก็ยังไม่อยากคิดว่าตัวเองอยู่อีกมิติหรอกนะเพราะคงเป็ไปไม่ได้แน่นอน
หงส์สิตาก้มลงมองแขนและขาตัวเองที่เล็กลีบลงผิดปกติก็ใรีบกุมแก้มตัวเองด้วยความดีใจเมื่อตอนที่อยู่อังกฤษเธอกินอาหารฟาสฟูดบ่อยมากยากต่อการลดน้ำหนักอย่างยิ่งแต่ตอนนี้แขนเล็กขาเล็กลงเธอควรจะดีใจใช่ไหมแต่มันไม่ใช่เวลามาดีใจ พอหันไปด้านซ้ายพบสิ่งกลมๆเหลืองคล้ายกระจกตั้งอยู่ร่างบางไม่รอช้ารีบเดินไปนั่งลงเก้าอี้หน้าสิ่งที่คล้ายกระจกทันทีเมื่อมองเข้าไปในกระจกทองเหลืองมัวๆ แต่ก็ชัดพอที่จะเห็นใบหน้าของตนเองในตอนนี้
" โห นี่มันอะไรกันเราผอมจนดั้งหายเลยหรือเนี่ย" หน้าตาที่ปรากฏในกระจกนั้นคล้ายเธอตอนเรียนมัธยมต้นแต่ผอมบางกว่ามากและที่สำคัญจมูกที่เคยโด่งรั้นกลับหายไป หรือมันยังไม่ขึ้นหว่าหงส์สิตาได้แต่คิดในใจถ้าหากมาอยู่มิติที่เรียกว่าจีนโบราณทำไมไม่มีอะไรเป็ลางบอกเหตุเลยพรสักข้อก็ไม่มี ไม่ได้พบใครเลยก่อนจะมาที่นี่ มีอย่างเดียวคือดั้งหายหงส์สิตาได้แต่ระลึกถึงคุณอาและเพื่อนสนิทที่ตนคงไม่มีโอกาสได้กลับไปแล้วอย่างแน่นอนพลางนึกว่าหากตายไปคงได้พบกับพ่อและแม่ แต่เธอกลับตายแล้วมาอยู่ในร่างของเด็กอายุ 14ปี ที่หน้าตาคล้ายเธอแทน
" คุณหนูเ้าคะท่านลุกเดินมาตรงนี้เองหรือเ้าคะ"หงส์สิตามองไปตามเสียงเล็กที่ะโมาอย่างใปนดีใจพบเด็กสาววัยสิบสี่สิบห้าปีหน้าตาน่ารัก ไว้ผมหน้าม้าแก้มป่องน่าหยิก พลางคิดว่าเอ๋...หรือเ้าของร่างพิการเดินไม่ได้กันถึงว่าทำไม่ตอนลุกเดินถึงไม่มีเรียวแรงเอาเสียเลย
" เอ่อ เธอเป็ใคร" อ่าาพูดไปแล้ว ภาษานี่ช่างยากนักคล้ายละครจักรๆวงศ์ๆ เหลือเกิน เอาไงดีถึงแม้ตอนนี้จะฟังและพูดภาษาจีนได้ตามอัตโนมัติของร่างนี้ก็เถอะ แต่มันก็แปลกๆอยู่ดี คงต้องค่อยๆ ฝึก พลันสายตาเหลือบมองหาตัวช่วยทันที ใช่แล้วเ้าเด็กแก้มซาลาเปาต้องช่วยได้แน่
" คุณหนูจำ อิงอิงไม่ได้หรือเ้าค่ะ" น้ำตาที่คลอหน่วยเริ่มหยดลงแหมะกับพื้นทันทีที่นายสาวจำตนไม่ได้และยังใที่คุณหนูเดินจากเตียงไปยังคันฉ่องโดยไม่เหน็ดเหนื่อยทั้งใบหน้าที่เคยซีดขาวเริ่มมีเืฝาดอมชมพูขึ้นมาจนอดที่จะปาดน้ำตาแห่งความดีใจอีกครั้ง
" อ้อ อิงอิง เองหรือตาข้ายังพล่ามัวเล็กน้อยจึงมองไม่ชัด"หงส์สิตารีบพูดปลอบใจสาวน้อยเ้าน้ำตาทันทีถึงแม้ตอนนี้จะยังสับสนว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและจะทำอย่างไรต่อไปในโลกที่ไม่คุ้นเคย ตอนนี้อยากได้ how to การใช้ชีวิตในโลกจีนโบราณอย่างยิ่ง ในจักรวาลยังมีเื่แปลกประหลาดอีกมากมายนักถึงจะมืดแปดด้านเพียงใดตอนนี้คงต้องตั้งสติเท่านั้นเมื่อครั้งก่อนตายยังเคยไปใช้ชีวิตต่างประเทศคนเดียวทำอะไรคนเดียวทำไมคราวนี้เธอจะอยู่ไม่ได้กัน ถึงแม้หงส์สิตาจะเป็ลูกคุณหนูใช้ชีวิตในคฤหาสน์อย่างเ้าหญิงมาก่อนหากแต่เหตุการณ์ครานั้นสอนให้เธอต้องพึ่งพาสองมือสองเท้าและสิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือ'หัวใจ' ที่ตนเคยย้ำเสมอว่า 'ความรักเป็สิ่งที่น่ากลัว'
เอาล่ะ ก่อนอื่นต้องดูแลสุขภาพตนเองให้ดีก่อนเพราะร่างนี้ช่างอ่อนแอนักแต่ก็ไม่แย่เสมอไปเพราะครอบครัวใหม่ที่เธอมาอยู่พ่อแม่รักกันดี น่าจะเป็ครอบครัวที่อบอุ่นอย่างที่เธอโหยหาและอาจจะเป็บ้านของเศรษฐีด้วยเพราะมีบ่าวไพร่มากมาย ดูแล้วไม่น่าลำบากและขาดความอบอุ่นครอบครัวแตกแยกแม่ตายพ่อไปมีเมียใหม่และมีแม่เลี้ยงใจร้ายเหมือนชาติที่แล้ว
"อิงอิงจ๊ะ พ่อแม่ฉัน เอ่อข้าร่ำรวยไหมจ๊ะ แล้วท่านทำงานอะไร" หงส์สิตาพูดเสียงหวาน และเผยรอยยิ้มงดงามจนอิงอิงตาพร่ามัวนางไม่เคยเห็นคุณหนูยิ้มกว้างเช่นนี้มาก่อน
"เ้าค่ะว่าแต่คุณหนูลืมเื่นี้ด้วยหรือเ้าคะ" อิงอิง หน้าเหวอทันทีพอหงส์สิตาเห็นแล้วต้องตะล่อมพูดอยู่นานจนสาวน้อยคนนี้เลิกสงสัย
"ข้าหลับไปนานคงลืมๆไป เท่านั้นอิงอิงคนดี ช่วยข้าได้หรือไม่" แหะๆ ข้าเริ่มพูดสำเนียงโบราณได้บ้างละนะ หงส์สิตาให้กำลังใจตัวเองถามจนเหนื่อยจนร่างใหม่ก็เริ่มเพลียเธอจึงขอนอนพักเอาแรงและให้อิงอิงไปเตรียมอาหารรอเพราะตอนนี้เธอรู้สึกหิวมาก จำได้ว่าเปิดพินัยกรรมเสร็จยังไม่ได้กินอะไรเลย...เกี่ยวกันไหม
เมื่อหงส์สิตานอนพักจนหายเหนื่อยแล้วจึงนั่งทบทวนสิ่งที่สาวน้อยคนนั้นอ้อ นางชื่ออิงอิง บอกว่าร่างที่หงส์สิตาอาศัยอยู่ชื่อ หนี่ว์หลินเฟิ่งซึ่งเธอแปลกใจมากเมื่อแปลความหมายออกมาคือหงส์ เหมือนชื่อเธอเลย แคว้นนี้เป็แคว้นใหญ่ชื่อแคว้นมู่มีจงเหวินตี้เป็ฮ่องเต้ส่วนบ้านที่หงส์สิตาอยู่ตอนนี้คือจวนเ้ากรมพิธีการ ใต้เท้าขั้นสองพูดง่ายๆพ่อใหม่ของเธอรับราชการนั่นเอง ส่วนมารดาชื่อเจียงฟ่างหลินมาจากตระกูลเจียงที่รับราชการมาเนิ่นนานเช่นกันและที่สำคัญพ่อใหม่ของเธอไม่มีเมียน้อยหรือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า อนุส่วนหนี่ว์หลินเฟิ่งเป็ลูกสาวคนเดียวแถมยังเจ็บป่วยมาั้แ่เด็กจนเธอที่เป็ผีเร่ร่อนมาอาศัยร่างอยู่หากท่านทั้งสองทราบว่าลูกสาวสุดที่รักได้จากโลกนี้ไปแล้วคงจะเสียใจมากอย่างแน่นอน
หงส์สิตาหลับตาภาวนาตั้งสมาธิเพื่อส่งกระแสจิตไปหาหนี่ว์หลินเฟิ่งตัวจริงและอธิษฐานในใจว่า ' ขอให้หนี่ว์หลินเฟิ่งไปสู่สุขติสู่ภพภูมิที่ดีขึ้นไม่ต้องห่วงฉันจะตอบแทนที่เธอให้ฉันยืมร่างและยืมครอบครัวที่อบอุ่นฉันจะดูแลพ่อแม่ของเธอเองและจะทำหน้าที่แทนเธอทุกอย่างด้วยความเต็มใจ' เมื่อสบายใจแล้วจึงเรียกอิงอิงมาเปลี่ยนชุดให้เพื่อจะได้ไปกินข้าว