ตอนที่ 11 เ้าเป็คนของข้า
หย่งหยวนขมวดคิ้ว หนิงเหลียงมองดูเท้าจิ้งเยี่ยที่เชยคางอ้านจิ่วด้วยสีหน้าคิดหนัก แต่ยามนี้อีกฝ่ายถือเป็คนของจวนซู่ชิงอ๋องและอยู่ใต้อาณัติของอีกฝ่าย ผู้อื่นย่อมไม่อาจว่ากล่าวอันใดได้
อ้านจิ่วมีสีหน้าเฉยชา แท้จริงแล้วเขามิได้รู้สึกหวั่นไหวเลย “ผู้น้อยไม่ยินดีขอรับ”
จิ้งเยี่ยยังคงมีสีหน้าเรียบเรื่อยสบายอารมณ์ไม่เปลี่ยน แต่แววตาซ่อนยิ้มนั้นยากจะจับสังเกต เขายันเท้าไปที่ไหล่อ้านจิ่วคราหนึ่ง “พูดให้ชัดเจนซิ! ไม่ยินดีอะไร อย่าได้ประหยัดคำพูด ข้าฟังไม่เข้าใจ”
“ผู้น้อยไม่ยินดีเข้าจวนรัชทายาทขอรับ” อ้านจิ่วพูดย้ำด้วยเสียงที่ดังฟังชัดอีกรอบ
ซู่ชิงอ๋องเลิกคิ้ว ขยี้เท้าที่หัวไหล่องครักษ์รายนี้แล้วเตะอย่างแรง “เ้านี่ไม่รู้จักที่ตายหรือไร คิดดูให้ดีนะ รัชทายาทมีอำนาจเหนือผู้คนมากมาย เป็ว่าที่โอรส์ในวันหน้า เขาอุตส่าห์มาขอคนกับข้าถึงที่นี่ ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่ผู้บัญชาการองครักษ์ลับเลย กระทั่งตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินก็ได้มาโดยง่าย รัชทายาทให้ความสำคัญแก่ผู้มีความสามารถเป็ที่สุด ย่อมไม่ทิ้งขว้างเ้าแน่ เ้าต้องคิดให้ดี อย่าปล่อยโอกาสผ่านไปโดยเสียเปล่า!”
อ้านจิ่วยังคงนิ่งเฉย ใบหน้าที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมดำมิได้บ่งบอกถึงความรู้สึกอันใดแม้แต่น้อย
“ผู้น้อยคิดดีแล้ว ผู้น้อยไม่ยินดีขอรับ!”
หย่งหยวนมุมปากกระตุก แม้จะมีสีหน้าโกรธจัด ทว่าไม่กล่าวคำใดอีก พอฟังคำสุดท้ายของอ้านจิ่วว่าไม่ยินดีก็ลุกพรวดขึ้น เอ่ยเพียงคำเดียวว่า ‘ไป’ ก่อนหันกายออกไปจากห้องบรรทมของจิ้งเยี่ยทันที
หนิงเหลียงถลึงตาใส่อ้านจิ่วอย่างมุ่งร้าย สุดท้ายกวาดตามองจิ้งเยี่ยที่ยังคงมีท่าทีผ่อนคลายเช่นเดิมแล้วตามหย่งหยวนไป
“เสด็จพี่เดินทางปลอดภัย น้องเก้าไม่สบาย ขอไม่ส่งแล้ว” ครั้นจิ้งเยี่ยเอ่ยปาก หลินถงก็รีบตามไปส่งองค์รัชทายาท แม้เ้านายจะไม่ส่ง แต่เขาที่เป็บ่าวย่อมไม่อาจเสียมารยาท
ภายในห้องเหลือเพียงจิ้งเยี่ยและอ้านจิ่วกลับเงียบสงัดจนผิดปกติ เท้าของซู่ชิงอ๋องยังเหยียบอยู่บนไหล่องครักษ์ลับ “เป็เพราะอยู่ภายใต้อาณัติเสด็จพ่อ ไม่เห็นแม้แต่ว่าที่โอรส์ในสายตา จึงไม่ยินยอมสวามิภักดิ์ต่อรัชทายาทเช่นนั้นหรือ”
“มิได้ขอรับ”
“ฮ่า! มิได้รึ เ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือไร กฎระเบียบขององครักษ์ลับเช่นพวกเ้า เมื่อถูกส่งตัวไปยังตำหนักหรือจวนต่างๆ พอถึงกำหนดอายุหรือสร้างความดีความชอบ สามารถโยกย้ายกลับวังและได้เลื่อนเป็องครักษ์ลับข้างกายเสด็จพ่อ เ้าคงรอโอกาสเช่นนี้กระมัง” จิ้งเยี่ยวางเท้าลง หยิบถ้วยยาที่ดื่มหมดแล้วโยนลงพื้น ถ้วยกระเบื้องพลันแตกกระจาย “มานี่ เข้ามาตอบคำถามข้าใกล้ๆ”
อ้านจิ่วเดินเข่าไปข้างหน้า คุกเข่าบนเศษกระเบื้องโดยไม่อิดออด ก่อนกล่าว “ผู้น้อยไม่ได้คิดเช่นนั้นขอรับ”
“เ้ารู้ว่าที่ผ่านมาเสด็จพ่อโปรดปรานข้า ทั้งยังรู้ว่าก่อนหน้านี้ข้าถูกลอบสังหาร ไม่แน่คนพวกนั้นยังไม่ยอมเลิกรา หากตั้งใจอยู่รับใช้ข้างกายข้า คุ้มครองข้าให้ดี สำหรับเ้าที่มีวรยุทธ์กล้าแข็งแล้วไม่ใช่เื่ยาก เช่นนั้นอีกไม่นานจะได้เสนอผลงานต่อหน้าพระพักตร์ เ้าคิดคำนวณได้ไม่เลวเลยนี่!” จิ้งเยี่ยเหยียดยิ้มมุมปาก พลางเหยียบบนเท้าที่กำลังคุกเข่าของอ้านจิ่วอย่างแรง เพียงไม่นานก็มีเืซึมไหลออกมาหย่อมหนึ่ง
“ผู้น้อยไม่เคยคิดเช่นนั้นขอรับ”
“ไม่เคยหรือ เยี่ยงนั้นเ้าติดตามข้าที่เป็สวะไร้พลังยุทธ์ไปเพื่ออะไรกัน” พริบตานั้นจิ้งเยี่ยเพิ่มระดับเสียงขึ้น พร้อมเตะทรวงอกอ้านจิ่ว อีกฝ่ายกลับยังนิ่งไม่ขยับแม้แต่น้อย ตัวเขาเองกลับถูกแรงดีดสะท้อนทำเอาซวนเซไปด้านหลัง อ้านจิ่วรีบกอดขาจิ้งเยี่ยไว้ จึงยึดร่างเ้านายได้ทันโดยไม่ล้มลง
“นายท่านโปรดระงับโทสะ อ้านจิ่วแม้ตายก็ขอคุ้มครองท่าน” หลังแน่ใจว่าจิ้งเยี่ยนั่งลงอย่างมั่นคงแล้ว ผู้เป็องครักษ์ค่อยคลายวงแขนออกจากท่อนขาเ้านาย ก่อนวางเท้าท่านอ๋องลงพื้นอย่างเบามือ
จิ้งเยี่ยกลับโถมเข้าประชิด คว้าปกเสื้ออ้านจิ่วไว้แล้วก้มกัดคออีกฝ่าย คราวนี้เขางับลงไปเต็มแรง ถึงขั้นมีกลิ่นคาวเืเข้มข้นในปากก็ยังไม่ยอมปล่อย
อ้านจิ่วเคยถูกกัดมาแล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้พอโดนอีกก็พยายามผ่อนคลายตัวเองไม่ให้ตึงเครียด ปล่อยให้เ้านายขบกัดตามสบาย
ท่านอ๋องผลักคนตรงหน้าออก พลางยกหลังมือขึ้นเช็ดเืที่มุมปาก ขบกรามแน่นขณะกล่าว “เ้าอย่าคิดว่าจะได้กลับไปอยู่ข้างกายเสด็จพ่ออีก เ้าเป็คนของข้า ถึงตายก็เป็ผีของข้า ไม่ว่าจะยอมอยู่ที่จวนซู่ชิงอ๋องด้วยความเต็มใจหรือไม่ ชั่วชีวิตนี้เ้าก็เป็คนของจวนอ๋องข้า”
“อ้านจิ่วทราบดีขอรับ”
จิ้งเยี่ยสูดหายใจแรง สงบสติอารมณ์ลงชั่วครู่แล้วกล่าวอย่างอ่อนล้าเล็กน้อย “เข้าใจก็ดีแล้ว ออกไปเถอะ”
อ้านจิ่วยังคงไม่จากไปทันที เพียงกล่าว “แผลที่มือนายท่านปริแล้ว ผู้น้อยจะทำแผลให้ขอรับ”
จิ้งเยี่ยมองมือตัวเองแวบหนึ่ง เมื่อครู่เขาขยุ้มคอเสื้ออีกฝ่ายแรงไปหน่อยจนแผลมีเืซึม “เท่านี้ไม่ตายหรอก เ้าไปได้แล้ว”
คราวนี้อ้านจิ่วพลันหายวับไปในพริบตา
จิ้งเยี่ยนั่งอย่างหมดแรงบนเก้าอี้ เท้าข้างหนึ่งเตะเศษกระเบื้องเปื้อนเืบนพื้น ความสุขุมเยือกเย็นหายวับไปทันใด ั้แ่ได้ยินว่ารัชทายาท้าหาตัวอ้านจิ่ว เขาก็ยิ่งเดือดดาลขึ้นมา เป็เพราะอะไรกันแน่ เหตุใดตนถึงใส่ใจองครักษ์ลับผู้หนึ่งเพียงนี้ ไม่สิ คงแค่ไม่พอใจกระมัง ยิ่งรัชทายาท้าตัวคนผู้นี้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งไม่อยากให้มากเท่านั้น!