บทที่ 9 ท่านพ่อก็น่ารักดีนะ (รีไรต์)
ตอนที่ฉินเยาเยาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็มืดสนิท พี่ชายทั้งหลายนั่งน้ำลายไหลอยู่รอบกองไฟ มองดูลุงสามกำลังย่างมันเทศ
ลุงรองนั่งถือกิ่งไม้แห้งเป็พู่กัน สอนความรู้ที่เขาเคยร่ำเรียนมาให้พี่ใหญ่
ป้าสะใภ้รองนอนกรนครอก ๆ อยู่ด้านข้าง
ส่วนนางนั้น พี่ใหญ่ฉินลิ่งอวี่เป็คนอุ้มนางไว้
ฉินเยาเยาหันซ้ายหันขวา มองไปรอบ ๆ แต่ก็ไม่เห็นพ่อกับแม่
เอ๊ะ พ่อกับแม่ของนางหายไปไหน
ย่าของนางหายไปไหน
“อ๊ะ เล่อเหนียงตื่นแล้วหรือ”
ฉินลิ่งอวี่ก้มลงมอง เห็นฉินเยาเยาเบิกตากลมโตมองหาอะไรบางอย่าง เขาจึงอุ้มนางขึ้นแล้วตบหลังเบา ๆ
เด็ก ๆ ในตระกูลฉินพากันมามุงดู พลางเอื้อมมือมาััฉินเยาเยาอย่างแ่เบา พร้อมกับพูดเจื้อยแจ้วว่า “ท่านย่าลำเอียง ทำไมพี่ใหญ่ถึงอุ้มน้องได้คนเดียวล่ะ ข้าก็อุ้มได้”
“ข้า ข้าก็อุ้มได้” ฉินลิ่งอันยกแขนเล็ก ๆ ขึ้นประท้วงอย่างไม่ยอมแพ้
น่าโมโหชะมัด นั่นน้องสาวของเขาแท้ ๆ ทำไมพี่ใหญ่ถึงได้อุ้มก่อน
ใบหน้าขาวเนียนของฉินเยาเยาถูกพี่ชายลูบคลำจนขึ้นสีสันสดใส นางส่งเสียงอ้อแอ้สองสามครั้งเป็การประท้วง
ฉินเหล่าเอ้อร์คิดว่านางหิว จึงรีบผลักเฝิงเสี่ยวฮวา หวังว่าให้นางลุกขึ้นมาป้อนนมฉินเยาเยา
ความจริงฉินเยาเยาก็หิวแล้วเช่นกัน
เฝิงเสี่ยวฮวาบ่นพึมพำสองสามคำ แล้วพลิกตัวนอนต่อโดยไม่คิดจะช่วยเหลือแต่อย่างใด
สิ่งนี้ทำให้ฉินเหล่าเอ้อร์กัดฟันด้วยความโกรธ หญิงเกียจคร้านผู้นี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่ลูกสองคน เขาคงหย่ากับนางไปนานแล้ว
ฉินเหล่าซานถือนมอุ่น ๆ มองสบตากับเหล่าเอ้อร์ แววตาสองพี่น้องต่างเต็มไปด้วยความจนปัญญา
พวกเขาสองคนเป็ชายมือหยาบ เท้าหนัก ให้แบกหามอะไรก็ย่อมได้ แต่ให้ป้อนนมเด็กอ่อน พวกเขากลัวว่าจะเผลอทำให้เด็กเจ็บเอา
ส่วนเ้าเด็กพวกนั้น คนโตสุดก็แค่สิบเอ็ดขวบ คนเล็กสุดเพิ่งเจ็ดขวบ
สุดท้ายสองพี่น้องก็ตัดสินใจให้ฉินลิ่งอวี่ลองดู
ตอนที่ฉินลิ่งอวี่ป้อนนมเข้าจมูกเยาเยาเป็ครั้งที่สาม ในที่สุดแม่เฒ่าฉินก็กลับมาพอดี ตามมาด้วยสือไห่ถังและฉินเหล่าซื่อที่แบกสวี่ซิ่วอิงอยู่บนหลัง สีหน้าทั้งสามคนเคร่งเครียด โดยเฉพาะป้าสะใภ้สามที่ยังมีคราบน้ำตา
“ท่านแม่! สะใภ้สี่เป็อันใดไป”
“ท่านย่า! ท่านแม่ข้าเป็อะไรหรือ”
สมาชิกในตระกูลฉินกรูเข้ามารุมล้อม ส่งเสียงถามกันจ้าละหวั่น
แม่เฒ่าฉินโบกมือ แล้วกล่าวว่า “ไม่เป็ไรมาก นางแค่พักผ่อนไม่เพียงพอ จึงเป็ลมไปเท่านั้น”
ทุกคนถอนหายใจโล่งเมื่อได้ยินแบบนั้น
เมื่อครู่ได้ยินเสียงฉินเหล่าซื่อะโโหวกเหวก พวกเขาใจหายใจคว่ำกันหมด
มีเพียงฉินเยาเยาที่ไม่เชื่อ ดวงตาจ้องไปที่สวี่ซิ่วอิง
ถ้าไม่เป็อะไรจริง ๆ ท่านพ่อของนางคงไม่มีสีหน้าแบบนี้ ท่านแม่ของนางเป็อะไรกันแน่
“แอ้ แอ้~” ฉินเยาเยาโบกมือเล็ก ๆ ไปทางท่านย่า
สัญชาตญาณของหมอบอกนางว่า ตอนนี้แม่ของนางกำลังแย่มาก!
แม่เฒ่าฉินเห็นหลานสาวตัวน้อยอยากให้อุ้ม จึงสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามปรับอารมณ์แล้วอุ้มนางขึ้นมา
เมื่อเห็นใบหน้าขาว ๆ เลอะเทอะไปด้วยคราบขาว ๆ เหลือง ๆ และฟองนมที่พ่นออกมาจากจมูกเล็ก ๆ ทำเอานางอดที่จะขำทั้งน้ำตาไม่ได้ รีบเอาผ้าเล็ก ๆ ชุบน้ำเช็ดใบหน้าให้หลานสาวอย่างเบามือ
ไม่นาน นางก็กลับมาเป็หนูน้อยหน้าขาวสะอาดเหมือนเดิม
แม่เฒ่าฉินรับชามจากมือของฉินลิ่งอวี่มาป้อนฉินเยาเยา ทว่าฉินเยาเยาเบือนหน้าหนี แล้วหันไปทางสวี่ซิ่วอิงพลางส่งเสียงอ้อแอ้
“เล่อเหนียงคนดี แม่ของเ้าไม่เป็อันใด ไม่ต้องห่วงนะ เรามากินนมกันก่อนดีกว่า”
แต่ฉินเยาเยายังคงหันหน้าหนี ไม่ยอมดื่มนมและยิ่งร้องไห้งอแงหนักกว่าเดิม
ในใจฉินเยาเยาเป็กังวลร้อนรน นางอยากรู้เหลือเกินว่าท่านแม่เป็อย่างไรบ้าง จะได้รักษาได้ตรงจุด
สตรีหลังคลอดยังอยู่ใน่อันตรายอย่างยิ่งถึงเจ็ดวัน แต่นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่สองวัน แต่ท่านย่ายังมายุ่งอยู่กับการป้อนนม ช่างน่าโมโหจริง ๆ
“เล่อเหนียง แม่เ้าไม่เป็อันใดหรอก เรากินให้อิ่มท้องก่อนดีหรือไม่”
“แอ้”
ฉินเยาเยาโมโหจนปัดช้อนทิ้ง แล้วร้องเสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจ
แม่เฒ่าฉินเห็นท่าทางกระวนกระวายของหลานสาว นางพลันคิดอะไรบางอย่างออก แม่เฒ่าฉินจึงอ้างว่าจะพาฉินเยาเยาไปเปลี่ยนผ้าอ้อม นางเดินเลี่ยงออกมาไกลเล็กน้อย แล้วถามฉินเยาเยาด้วยน้ำเสียงแ่เบาว่า
“เล่อเหนียง เ้ารู้ใช่ไหมว่าแม่เ้าเกิดเื่อันใดขึ้น”
ฉินเยาเยาไม่พูดพร่ำทำเพลง นางยื่นมือออกไป ยาสองเม็ดก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าแม่เฒ่าฉิน ยังไม่ทันที่แม่เฒ่าฉินจะตั้งตัว นางก็เก็บยานั้นกลับมา แล้วค่อย ๆ ยื่นออกไปใหม่
นางคิดว่าวิธีง่าย ๆ และตรงไปตรงมาแบบนี้ ท่านย่าน่าจะเข้าใจความหมายของนางบ้างละ
อันที่จริง แม่เฒ่าฉินไม่เข้าใจความหมายของนางเลย เพราะนางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ฉินเยาเยาถืออยู่คืออะไร
หลังจากทำแบบนี้ซ้ำหลายครั้ง เมื่อเห็นว่าท่านย่ายังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ฉินเยาเยาก็รู้สึกหงุดหงิดจนฉี่ราดผ้าอ้อม
แม่เฒ่าฉินถอนหายใจและรีบวิ่งไปที่เพิงเพื่อเปลี่ยนผ้าอ้อมให้นางพร้อมกับหยอกล้อว่า “ที่แท้เล่อเหนียงของเราก็อยากจะฉี่ ย่าผิดเองที่ไม่เข้าใจเ้า”
ฉินเยาเยารู้สึกสิ้นหวัง
นางเอาเม็ดยาออกมาแล้วเก็บเข้าไปใหม่ เพราะ้าให้ท่านบอกว่าท่านแม่เป็อันใด จะให้นางกินยามั่วซั่วก็ไม่ได้ใช่ไหมเล่า
ขณะที่ฉินเยาเยากำลังรู้สึกหดหู่ใจ แม่เฒ่าฉินก็นึกขึ้นได้ถึงสิ่งที่หลานสาวหมายถึง นางจึงพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ย่ารู้ว่าเ้าเป็ห่วงแม่ของเ้า แต่แม่ของเ้าไม่เป็อันใดหรอก ตอนที่แม่ของเ้ากำลังปลดทุกข์ก็แค่หน้ามืดไปเท่านั้น แล้วก็มีลิ่มเืหลุดออกมา ไม่เป็อันใดหรอก”
“แอ้” ฉินเยาเยาไม่ค่อยเชื่อ ถ้าท่านแม่ไม่เป็ไรจริง ๆ ทำไมท่านพ่อถึงทำหน้าราวกับจะเสียลูกสะใภ้ไป
คราวนี้แม่เฒ่าฉินเข้าใจความหมายของหลานสาวแล้ว นางจึงใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าผากเล็ก ๆ ของฉินเยาเยา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย “พ่อของเ้าน่ะโง่นัก เห็นซิ่วอิงมีอะไรบางอย่างหลุดออกมา ก็ใร้องโวยวายไปทั่ว ทำให้ย่ากลัวแทบตาย แม้แต่ป้าสะใภ้สามของเ้าก็ยังกลัวจนร้องไห้”
ฉินเยาเยา “...”
เอาเถิด ท่านพ่อของนางนี่ช่าง… น่ารักจริง ๆ
เพื่อความปลอดภัยของท่านแม่ นางจึงโบกมือและห่อสมุนไพรบำรุงเืก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าของแม่เฒ่าฉิน
แม่เฒ่าฉินรีบคว้าสิ่งของนั้นไว้แล้วถามเบา ๆ ว่า “ให้แม่เ้าหรือ”
“แอ้!”
แม่เฒ่าฉินเข้าใจพยักหน้า นางหันไปหยิบชามมาชงสมุนไพรแล้วเรียกสะใภ้สามมาเอาสมุนไพรไปให้สวี่ซิ่วอิง
ฉากนี้บังเอิญไปเข้าตาเฝิงเสี่ยวฮวาที่เพิ่งตื่นขึ้นมาพอดี นางรีบลุกขึ้นนั่งทันที พูดเหน็บแนม “มีลูกสาวนี่ดีจริง ๆ เหมือนมีไข่ทองคำ ได้กินของดี ๆ ตลอด ไม่เหมือนพวกเราได้แต่มองตาปริบ ๆ”
แม่เฒ่าฉินกำลังจะอ้าปากพูด ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างถูกยัดใส่มือ นางจึงก้มลงมอง เป็สิ่งของที่ห่อด้วยกระดาษ พอเงยหน้าขึ้นมองหลานสาวตัวน้อยที่ยิ้มแฉ่ง ก็เข้าใจในทันที
เ้าเด็กซนคนนี้จะแก้เผ็ดให้แม่แล้วสิ
“ของเ้าข้าไม่ลืมหรอก”
แม่เฒ่าฉินเอ่ยบอกเฝิงเสี่ยวฮวาอย่างหัวเสีย ก่อนจะคว้าชามไปเทสิ่งที่ฉินเยาเยาให้ลงไป ผสมน้ำแล้ววางไว้บนก้อนหิน “นี่ของเ้า หากดื่มไม่หมด ข้าจะกรอกหูเ้าเอง!”
เฝิงเสี่ยวฮวามองแม่เฒ่าฉินอย่างลังเล “ท่านแม่ คงไม่ใช่ยาพิษหรอกกระมัง”
แม่เฒ่าฉินกล่าวเยาะเย้ย “ยาพิษร้ายแรง รีบกินซะ จะได้ตายแล้วไปเกิดใหม่เร็ว ๆ!”
เมื่อเฝิงเสี่ยวฮวาได้ยินดังนั้น นางก็ยกขึ้นกระดกรวดเดียว
ปกติแม่สามีชอบขู่นาง ถ้าบอกว่าอร่อย นางไม่มีทางกล้ากินแน่ ๆ
ไม่ทันไร เฝิงเสี่ยวฮวาก็พ่นออกมาทันที จากนั้นก็วิ่งไปที่ลำธาร เอาน้ำบ้วนปากไม่หยุด
ครู่ใหญ่ นางจึงเงยหน้าขึ้นมองแม่เฒ่าฉินอย่างตัดพ้อ ใบหน้าบูดบึ้ง
“เฝิงเสี่ยวฮวา เ้าอร่อยหรือไม่”