- 6 -
แสงสว่างในความมืด
ในความมืดมิดของหุบเขาหนึ่งรัตติกาล แต่ป๋อเหวินกลับมองเห็นเพ่ยอิงชัดเจน
เทพบน์เก้าชั้นฟ้า น่ารำคาญ เกะกะสายตาของเขามาโดยตลอด ดันกระบี่สาดแสงธารา เรียกได้ว่าเป็อัจฉริยะของ์
มิน่าล่ะ! ถึงกล้าส่งมาต่อกรกับเขา คงเพราะคิดว่าอย่างไรเขาก็ต้องยอม....
จอมมารหนุ่มครุ่นคิดถึงเื่ราวที่ผ่านมา กาลเวลาที่ยาวนานไม่ทำให้สมองของเขาหลงลืม แต่กลับจำทุกอย่างได้แม่น เหมือนว่ามันเพิ่งขึ้นเมื่อวาน
“ป๋อเหวิน! ทำไมเ้าทำเช่นนี้เล่า”
‘ข้าขอโทษ...’ เสียงร้องภายในใจของจอมมารหนุ่ม ที่เขาไม่อาจพูดมันออกไปได้
จอมมารอย่างเขาเลยต้องโดนตรวนรัดตรึง อยู่หลังศิลาแก้วในหุบเขาแห่งนี้ ตอนที่เขาบุกขึ้นไปที่์เก้าชั้นฟ้า ป๋อเหวินไม่ได้ใช้ดาบอัคนีปีศาจด้วยซ้ำ
“นี่ป๋อเหวิน....ท่านอยากออกไปจากที่นี่บ้างหรือยัง”
“ทำไม?”
“ท่านไม่อยากออกไปใช้ชีวิตบ้างหรือ ปล่อยวางความแค้นในใจ แล้วเลือกทางเดินใหม่ก็ยังไม่สาย”
“เ้าพูดง่าย!”
“เพียงแค่ท่านบอกว่า้าป๋อเหวิน เราสัญญาว่าจะช่วยท่าน”
“เพราะคิดว่าตัวเองมีกระบี่สาดแสงธารา เลยมั่นใจหรืออย่างไร?” จอมมารป๋อเหวินเพ่งมองเทพหนุ่ม เพ่ยอิงส่ายหน้าไปมา พลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“จะมีกระบี่หรือไม่มีกระบี่สำคัญตรงไหน เห็นความลำบากของผู้อื่นเบื้องหน้า ท่านจะเมินเฉยเลยผ่านอย่างนั้นหรือ เรามั่นใจว่าท่านคงช่วย –”
“อย่ามารู้ดี!!”
“เลิกแสดงบทตัวร้ายได้แล้ว ท่านควรออกไปช่วยซัวเหิง! เขาเองก็กำลังรอท่านอยู่เช่นกัน”
น่าแปลกที่ป๋อเหวินยอมสงบลงอย่างง่ายดาย เขาไม่ชอบเทพ ไม่ชอบ์ เขาไม่ชอบทุกสิ่งอย่าง โดยเฉพาะเทพตัวขาวอย่างเพ่ยอิง ใจเสาะและทำตัวไม่รู้จักโต ทว่าเวลานี้เขาคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่
“เ้าไม่รู้อะไรเลยเพ่ยอิง ข้าออกไปไม่ได้...”
“เหตุผล? ท่านมีความลำบากใจอะไรถึงอยากอยู่ที่นี่ ทั้งหนาวเหน็บและมืดมิด” สิ่งที่เพ่ยอิงสงสัยมาโดยตลอด ป๋อเหวินเอาแต่บอกว่าจะไม่เปลี่ยนใจ ผิดวิสัยของจอมมารกระหายเือย่างเขา
“.....”
เขาปิดปากเงียบสนิทไม่มีคำตอบให้เพ่ยอิง บางทีมันก็ดีแล้วที่ดาบอัคนีปีศาจโดนผนึก
“อึก!”
“ป๋อเหวิน”
“อ้ากกกก! อึก...” อีกครั้งที่จิตมารเข้าแทรก เป็่เวลาที่ทรมานและเ็ป เสียงร้องโหยหวนของป๋อเหวินดังเข้าหูของซัวเหิง ิญญาดาบผุดลุกขึ้นมาด้วยความเป็ห่วง
“นายท่าน!!”
ร่างกายของป๋อเหวินเริ่มมีเส้นเืดำมากขึ้น เขาเริ่มเอามันไม่อยู่ ดวงตาที่เคยแดงก่ำของเขามันมีสีดำเข้ามาปน ร่างกายที่แข็งแกร่งอ่อนแอลงเรื่อย อีกไม่นานเขาคงเป็ปีศาจชั่วร้าย
แสงสีเงินสะท้อนเขากับลูกตาของป๋อเหวิน ร่างกายที่ชักเกร็งเริ่มคลายตัว เขายกมือห้ามอีกคนอย่างยากลำบาก “เพ่ยอิง อย่า!!!!”
เพล้งงงงง!
ศิลาแก้วตรงหน้าแตกละเอียดร่วงลงพื้น ด้วยพลังของกระบี่สาดแสงธารา ะเืไปยัง์เก้าชั้นฟ้า มหาเทพจวิ้นหยางที่นั่งจิบชาอยู่ก็ผุดลุกยืนขึ้น ทั่วทั้ง์ต่างรับรู้ถึงพลังที่รุนแรง
“เกิดอะไรขึ้น!”
“ราชเลขาเพ่ยอิง ทำลายศิลาแก้วของมหาเทพจวิ้นหยางพะยะค่ะ”
“ว่าอย่างไรนะ!!!”
เง็กเซียนฮ่องเต้พยายามมองไปที่หุบเขาหนึ่งรัตติกาล แต่กลับมองสิ่งใดไม่เห็น ทรงร้อนรนพระทัยมุ่งหน้าไปที่ตำหนักขององค์ยูไล และพบว่ามหาเทพจวิ้นหยางก็อยู่ที่นั่นด้วย
“อย่าทรงร้อนพระทัยนักเลยฝ่าา”
“เป็เช่นนี้ได้อย่างไร?”
มหาเทพยกยิ้มน้อยราวกับว่าเป็เื่ปกติทั่วไป ในขณะที่องค์ยูไลยังคงสงบนิ่งไม่แสดงท่าที
“เพ่ยอิงเป็เด็กฉลาด เขารู้ดีว่าอะไรควรหรือไม่ควร สิ่งที่เ้าเด็กคนนี้ทำลงไปล้วนมีเหตุผล”
“แต่ป๋อเหวิน...”
“ฝ่าาต้องเชื่อมั่นในคนของข้า อย่าลืมว่าคนที่กระบี่สาดแสงธาราเลือกคือ เพ่ยอิง” มหาเทพจวิ้นหยางยกชาขึ้นดื่ม นั่นทำให้เง็กเซียนฮ่องเต้ลากลับตำหนักไป
เมื่อศิลาแก้วแตกละเอียด เพ่ยอิงได้เห็นใบหน้าของป๋อเหวินอีกครั้ง ในร่างที่แท้จริงของจอมมาร
“เ้าทำอะไรลงไป!”
“ป๋อเหวิน...ร่างกายของท่าน ไม่นะ! จิตมารลุกลามไปแค่ไหนแล้ว” เพ่ยอิงไม่ได้สนใจคำถามของป๋อเหวิน เขาเก็บกระบี่กลับคืนและวิ่งมาดูด้วยความเป็ห่วง
จอมมารป๋อเหวินเป็หนุ่มรูปงาม สังเกตได้จากมัดกล้ามสวยงามบนตัวของเขา แต่ตอนนี้กลับมีเส้นเืดำแทรกไปทั่ว ใบหน้าหล่อเหลาลืมหายใจ มาพร้อมกับดวงตาแดงราวกับเปลวเพลิง
“เพราะแบบนี้ ท่านถึงไม่อยากออกไป”
“อย่ามายุ่งกับข้า!”
“เราจะยุ่ง! ดูท่านตอนนี้ป๋อเหวิน ท่านกำลังจะเป็มารร้าย”
“แล้วอย่างไร? เ้าฟาดฟันข้าด้วยกระบี่ของเ้าก็ยังได้ อย่างไร์ก็ต้องกำจัดข้าเข้าสักวัน”
“ท่านพูดอะไรออกมา”
“หึ! เด็กน้อยอย่างเ้าเพ่ยอิง ไม่รู้หรือว่าถ้าเ้าเปลี่ยนใจข้าไม่ได้ เง็กเซียนฮ่องเต้จะกำจัดข้าทิ้ง” จอมมารป๋อเหวินกระตุกยิ้มมุมปาก ยิ่งเขาเห็นสายตาของเพ่ยอิงวูบไหว แสดงความใและไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ป๋อเหวินได้แต่นึกสมเพชในใจ
์เก้าชั้นฟ้ากำลังชุบเลี้ยงปีศาจตัวพ่อรอเวลาเปิด แต่กลับโง่งมงายเสียเวลากับชีวิตของเขา!
“ไม่จริง!”
“เ้าโง่มากที่ใช้กระบี่สาดแสงธารา อีกไม่นานหายนะครั้งใหญ่จะมาเยือนเ้า”
“เพราะเราห่วงท่าน เราถึงเสี่ยง... แต่ท่านกลับเอาแต่จมอยู่กับที่ ทั้งที่เราเปลี่ยนมันได้” พลังของป๋อเหวินลดลงไปจนน่าใ เดาว่าเขาคงเอาไปควบคุมจิตมารไว้
“รีบกลับไป์เสียสิ อยู่ที่นั่นคงไม่มีใครกล้าวุ่นวายกับเ้า”
“.....” เพ่ยอิงเรียกกระบี่ออกมาอีกรอบ ั์ตาฟ้าครามมองป๋อเหวินอยู่แบบนั้น ก่อนจะยกกระบี่เตรียมฟาดฟัน “เดี๋ยวก่อน!”
“มีอะไร?”
“เ้าจะทำสิ่งใดเพ่ยอิง”
“พาท่านหนี” คำตอบของเพ่ยอิงสั้นง่าย ได้ความชัดเจนโดยไม่ต้องถามต่อ
“ห๊ะ!?”
“เง็กเซียนฮ่องเต้จะฆ่าท่านไม่ใช่หรือ?”
“ก็ใช่..แต่มันเกี่ยวอะไรกับเ้า ข้าต้องตายแล้วเ้าจะเดือดร้อนทำไม” ป๋อเหวินถามคนตรงหน้า ที่ยังคงถือกระบี่สาดแสงธาราอยู่ในมือ
“เพราะมันขึ้นอยู่กับเรา ในเมื่อท่านไม่เปลี่ยนใจ เราก็ทำไม่สำเร็จ”
“เพ่ยอิง!”
“เราไม่อยากเห็นท่านตาย เพราะเรา...”
“ข้าไม่ไปกับเ้า เราอยู่คนละเผ่าพันธุ์ ข้าเป็ตัวอันตราย เป็นักโทษ ส่วนเ้าเป็เทพยึดถือความดี ไม่ควรมาทำตัวเองให้แปดเปื้อน –”
เคร้งงง!
โซ่ตรวนรัดตรึงขององค์ยูไลหลุดร่วงแตกกระจาย จอมมารป๋อเหวินเป็อิสระในทันที
“เ้า!!!”
“ไปกันเถอะป๋อเหวิน”
“บ้าไปแล้วหรืออย่างไรเพ่ยอิง! เ้าจะต้องโทษจาก์ เผ่ามารจะตามล่าตัวของเ้า”
“ถ้าเราตาย ฝากดูแลอี้เฉิงด้วยแล้วกัน”
“เพ่ยอิง!”
สองร่างยังคงยืนจ้องกันไปมา เขาไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะมีวันนี้ ป๋อเหวินไม่ได้กำหนดชีวิตของตัวเอง แต่เป็เพ่ยอิงที่เลือกทางเดินให้กับเขา
“หากเ้าโดนลงโทษจนตาย หรือโดนมารจับไป อย่าหวังว่าข้าจะเหลียวแล!”
ทุกอย่างอยู่ในสายตาขององค์ยูไล ศิษย์รักที่เฝ้าเลี้ยงดูมาั้แ่เล็กจนโต ด่านเคราะห์กรรมของเพ่ยอิงหนักหนาไม่น้อย และชะตาลิขิตก็เป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ทุกสิ่งอย่างกำลังเปลี่ยนไป เมื่อทหารรายงานว่าเพ่ยอิงและป๋อเหวินหายตัวไปจากที่คุมขัง
“อะไรนะ!!!”
“กระหม่อมตรวจตราอยู่ทั้งคืน แต่ไม่พบความผิดปกติใดเลยพะยะค่ะ”
“ค้นหาเพ่ยอิงให้ทั่ว!!! หาตัวทั้งคู่มาให้ข้า”
“พะยะค่ะ”
เง็กเซียนฮ่องเต้ยังคงเห็นมหาเทพจวิ้นหยางสงบนิ่ง ทั้งที่ราชเลขาของพระองค์หายไปกับนักโทษ ฮ่องเต้แห่ง์ห่วงเพ่ยอิง ไม่รู้เลยว่าป๋อเหวินจะคลุ้มคลั่งอาละวาด หรือทำร้ายเด็กนั่นตอนไหน และไม่รู้ได้ว่าเผ่ามารจะทำอย่างไร ชินอ๋องเยี่ยหลางคงไม่อยู่เฉยแน่
ปรภพรับรู้ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้น กระบี่สาดแสงธาราประกาศศักดาไปทั่ว ถึงอย่างไรเด็กคนนั้นก็ต้องเป็ของเผ่ามาร ผู้อาวุธวิเศษทั้งสองจะไม่มีทางหลุดไปไหนได้
“ถ่ายทอดคำสั่งข้า จับสองคนนั้นมาให้ได้ก่อน์”
“พะยะค่ะ”
“อ่อ หากขัดขืนก็ใช้กำลังให้เต็มที่ อย่าให้ตายล่ะ ข้าอยากได้แบบมีลมหายใจ”
“ท่านลืมไปอีกอย่างแล้ว”
“อะไร?” ชินอ๋องเยี่ยหลางมองหญิงสาวที่กอดซบอยู่เคียงข้าง
“หาให้เจอก่อนที่ป๋อเหวินปลดผนึกดาบอัคนีปีศาจ ข้ามั่นใจว่าตอนนี้เขาจะสู้สุดตัวเพื่อเทพหนุ่มนั่น”
“อืม”
“พะยะค่ะ”
ชินอ๋องเยี่ยหลางมองไปเบื้องหน้า กระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เขาชื่นชมอีกคนที่วางแผนได้เก่งกาจ ฉลาดแเีจนน่าหวาดกลัว
์โง่งมงายถูกเยินยอสรรเสริญ เสด็จพี่คงจะพอพระทัยกับทุกสิ่งอย่างที่พระองค์หวงแหน เยี่ยหลางผู้นี้จะมอบของขวัญตอบแทนบุญคุณท่านเอง
เพ่ยอิงและป๋อเหวินต้องหลบซ่อนตัว ป่านนี้์และเผ่ามารคงรับรู้แล้ว แม้จะรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมด แต่เพ่ยอิงก็ไม่อาจเห็นป๋อเหวินถูกฆ่าตายได้
อยากขอโทษท่านอาจารย์...ขอประทานอภัยต่อองค์มหาเทพจวิ้นหยาง พวกท่านคงมองเด็กคนนี้อกตัญญู เพ่ยอิงคงกลายเป็เด็กน่าผิดหวังไปแล้ว
เพียงแค่คิดน้ำตาของเพ่ยอิงก็แอบซึมออกมา จนต้องยกแขนขึ้นมาปาดออก ป๋อเหวินส่ายหน้าให้กับเด็กหนุ่มที่ทำอะไรโง่ๆ จนตัวเองมานึกเสียใจในตอนนี้
“อย่ามาร้องไห้ตอนอยู่กับข้า ใจเสาะอย่างเ้านึกเสียใจหรือไงที่ทำอะไรโง่แบบนี้”
“ท่านก็ไม่ต้องสนใจสิ!”
“หึ! ข้าสมเพชเ้าต่างหากเพ่ยอิง เป็ถึงศิษย์ขององค์ยูไลแต่กลับสิ้นคิด” ป๋อเหวินพูดแทงใจของเพ่ยอิง เขาอยากให้เด็กนี่ทนไม่ได้แล้ววิ่งกลับ์ อย่างน้อยก็ยังทันที่จะกลับตัวในตอนนี้