บทที่ 26: ควันหลงแห่งความหวาดกลัว
ความร่ำรวยที่เพิ่งก้าวเข้ามายังไม่ทันได้ลิ้มรสอย่างสุขสม กลับต้องมัวหมองด้วยเงามืดของคดีใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามาเคาะประตูบ้าน
บรรยากาศภายในห้องประชุมลับชั้นใต้ดินของบ้านพักเซฟเฮ้าส์ตากอากาศริมทะเลสาบเมืองทองธานี ซึ่งเป็หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ลับที่คุณหญิงดารินและเสี่ยวิชัยเคยใช้ฟอกเงิน เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเย็นเยียบและไอระเหยของความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานปูนเปลือยส่องกระทบใบหน้าของพวกเราทั้งสี่คนที่กำลังนั่งล้อมรอบโต๊ะไม้สักตัวยาว รอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างผู้ชนะในงานเลี้ยงสปาเมื่อไม่กี่วันก่อนเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดระแวงภัยและความตระหนกที่แผ่ซ่านปกคลุม
บนโต๊ะมีโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของผมวางเปิดหน้าจอแสดงข้อความและเบอร์แปลกปริศนาที่เพิ่งส่งสัญญาณข่มขู่เื่คลาวด์สำรองคดีเสี่ยวิชัย เคียงข้างด้วยแฟ้มสำนวนคดีฉบับลับและแท็บเล็ตของนลินที่กำลังเปิดหน้าจอถ่ายทอดสดรายการข่าวโทรทัศน์ช่องดัง
เสียงผู้ประกาศข่าวสาวทางโทรทัศน์ดังแทรกความเงียบงันขึ้นมาอย่างเฉียบขาด: *"ข่าวด่วน่บ่ายวันนี้ครับ... กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ (DSI) ภายใต้กองปฏิบัติการคดีพิเศษ ได้มีคำสั่งอนุมัติรับโอนสำนวนคดีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของเสี่ยวิชัย สิริโสภาคย์ อดีตมหาเศรษฐีหมื่นล้าน เข้าเป็คดีพิเศษอย่างเป็ทางการแล้ว หลังจากได้รับเบาะแสหลักฐานดิจิทัลชุดใหม่ที่บ่งชี้ว่า อาจมีเ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงและกลุ่มบุคคลใกล้ชิดร่วมมือกันจัดฉากฆาตกรรมและอำพรางคดีอย่างเป็ขบวนการ... โดยอธิบดีดีเอสไอได้มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอกหญิงฟ้าใส หรือผู้กองฟ้าใส มือปราบตงฉินแห่งกองคดีความมั่นคง เป็หัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนเฉพาะกิจในครั้งนี้..."*
เสียงรายงานข่าวนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงมากลางห้องประชุมลับ หมวดพลอยที่นั่งอยู่ข้างผมถึงกับยกสองมือขึ้นปิดปาก น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อล้นทะลักเบ้าตา ร่างระหงของตำรวจสาวสั่นสะท้านจนได้ยินเสียงฟันกระทบกันกึก ๆ เธอสวมเพียงเสื้อเชิ้ตทำงานสีขาวปลดกระดุมบนที่แนบชิดทรวดทรงอวบอิ่ม ทว่าในเวลานี้เสน่ห์ทางกายกลับไม่อาจปกปิดความหวาดกลัวคุกตารางที่กำลังคืบคลานเข้ามาได้
"พลอยบอกแล้ว... พลอยเตือนั้แ่แรกแล้วว่าพวกเราเล่นกับไฟ!" พลอยละล่ำละลักพูดเสียงสั่นเครือ น้ำตาหยดแหมะลงบนโต๊ะไม้สัก "ดีเอสไอรับทำคดีนี้แล้ว แถมคนที่คุมคดียังเป็ผู้กองฟ้าใส... พี่นนท์รู้ไหมคะว่ายัยผู้กองฟ้าใสนี่เป็ใคร? เธอเป็ดาวรุ่งของดีเอสไอที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร มีฉายาว่ามือปราบไร้หัวใจ คดีไหนที่เธอรับทำ เธอจะกัดไม่ปล่อยจนกว่าจะลากคอผู้ต้องหาทุกคนเข้าคุก! ถ้าดีเอสไอได้ไฟล์คลิปกล้องวงจรปิดในห้องเก็บของกลางที่พลอยแอบช่วยพี่นนท์ลบลายนิ้วมือ... อนาคตราชการตำรวจของพลอย... ชีวิตของพลอยต้องพังพินาศหมดสิ้นแน่ ๆ!"
พลอยโผเข้ามาเกาะแขนผมแน่น ใบหน้านวลซบลงบนไหล่สะอื้นไห้อย่างหมดรูป ความอบอุ่นจากเรือนร่างและหน้าอกอวบหยุ่นที่เบียดชิดแขนของผมไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเพลิดเพลินเหมือนในคืนวาน หากแต่ยิ่งตอกย้ำถึงโซ่ตรวนแห่งตัณหาที่ผมเป็คนสร้างขึ้นมาล่ามคอตัวเองและดึงเธอเข้าสู่หุบเหวแห่งมลทิน
"ใจเย็น ๆ ก่อนสิคะหมวดพลอย จะตีโพยตีพายไปทำไมให้เสียเวลาคิด?" รดาที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและราบเรียบอย่างน่าขนลุก
เด็กสาววัยยี่สิบปีในชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีแดงเพลิงนั่งไขว่ห้างอย่างสงบนิ่ง เรียวขาขาวผ่องเนียนละเอียดโผล่พ้นรอยผ่ากระโปรงสูง มือเรียวยาวกรีดกรายถือแก้วไวน์แดงหมุนวนช้าๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแห่งความอำมหิตและเล่ห์เหลี่ยมที่ลึกล้ำเกินวัย
"รดา... เธอจะบอกว่าใจเย็นได้ยังไง?" ผมหันไปสบตารดาพลางขมวดคิ้วแน่น กัดฟันถามด้วยความเครียดแค้นที่ปะทุขึ้นในอก "เธอบอกผมเองไม่ใช่เหรอว่าทำลายคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์สำรองของเสี่ยวิชัยไปหมดแล้วั้แ่วันที่ฆ่าทนายธนา? แล้วไอ้คลิปกับหลักฐานที่หลุดไปถึงดีเอสไอมันมาจากไหน?! ถ้าดีเอสไอเริ่มสาวเส้นทางการเงินและลายนิ้วมือ... ทะเบียนสมรสของเธอกับผมก็คือหลักฐานมัดตัวชั้นดีว่าพวกเราฆ่าพ่อเพื่อฮุบมรดก!"
รดาหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวเราะใสซื่อแต่แฝงยาพิษร้ายกาจ เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะสบตากับผมอย่างไม่สะทกสะท้าน
"พี่นนท์คะ... หนูยอมรับว่าตอนที่พวกเราค้นบ้านพักของทนายธนา หนูคิดว่าเราเก็บกวาดคอมพิวเตอร์และฮาร์ดดิสก์หลักไปหมดแล้ว แต่เสี่ยวิชัยเป็ตาแก่เ้าเล่ห์ที่ระแวงทุกคนรอบตัว แม้กระทั่งทนายประจำตระกูล แกอาจจะแอบจ้างโปรแกรมเมอร์ภายนอกหรือระบบคลาวด์อัตโนมัติที่ตั้งเวลาโอนไฟล์หากไม่มีการกดยกเลิกตามระยะเวลาที่กำหนด... แต่นั่นไม่ได้แปลว่าพวกเราจะจนมุมสักหน่อยนี่คะ"
รดาลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า เดินนวยนาดรอบโต๊ะเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของผม เธอโน้มตัวลงมาวางคางมนเกยไว้บนไหล่ของผม สองมือเรียวขาวลูบไล้แผงอกแกร่งใต้เสื้อเชิ้ตสีกากีอย่างออดอ้อน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำเย้ายวนลอยมาแตะจมูกชวนให้สับสนในอารมณ์
"ในเมื่อดีเอสไอยังไม่ได้ออกหมายจับ นั่นหมายความว่าหลักฐานที่พวกมันได้ไปอาจจะยังเป็เพียงไฟล์ดิจิทัลที่ยังไม่ได้พิสูจน์ความแท้จริง หรืออาจจะยังขาดพยานบุคคลสำคัญที่จะมายืนยัน... ตราบใดที่พวกเรากุมเงินมรดกนับหมื่นล้านไว้ในมือ และมีพี่นนท์เป็ถึงพันตำรวจโทหัวหน้าฝ่ายสืบสวนคดีพิเศษของโรงพัก พวกเรายังมีแต้มต่อที่จะพลิกเกมได้เสมอค่ะ" รดากระซิบข้างหูผมเบาๆ พลางใช้ลิ้นเลียละเลียดติ่งหูของผมอย่างยั่วยวนกลางที่ประชุม
"หยุดเล่นสนุกได้แล้วรดา เื่นี้ไม่ใช่เื่เล่นๆ ที่จะเอาเรือนร่างมากลบเกลื่อนได้ตลอดเวลาหรอกนะ!" นลิน ทนายความสาวสวยวัยยี่สิบแปดปีที่นั่งฝั่งตรงข้ามเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดจริงจัง
นลินสวมชุดสูททำงานสีกรมท่าที่เข้ารูปเน้นเอวคอดกิ่วและสะโพกผายทรงเสน่ห์ เธอถอดแว่นสายตากรอบทองวางลงบนโต๊ะแล้วขยี้ขมับด้วยความตึงเครียด แฟ้มเอกสารกฎหมายในมือของเธอเต็มไปด้วยบันทึกเส้นทางการเงินของบริษัทนอมินีในต่างประเทศ
"ฉันเช็กข้อมูลวงในจากเพื่อนร่วมรุ่นเนติบัณฑิตที่ทำงานอยู่ในสำนักอัยการและดีเอสไอมาแล้ว..." นลินเปิดเอกสารบนแท็บเล็ตแล้วหันหน้าจอมาให้พวกเราดู "คดีนี้ไม่ได้มีแค่ผู้กองฟ้าใสคนเดียวที่เป็ตัวอันตราย แต่เื้ัการรับคดีพิเศษครั้งนี้ มีคำสั่งลับลงมาจากฝ่ายบริหารระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม เพราะมีคนส่งสำเนาบัญชีธนาคารเกาะบริติชเวอร์จินและสิงคโปร์ที่ฉันเปิดไว้สำหรับโอนถ่ายหุ้นมรดกไปให้พวกมันด้วย... ถ้านักตรวจสอบบัญชีของดีเอสไอแกะรอยเส้นทางการเงินย้อนหลัง พวกมันจะพบว่าเงินสินบนสิบล้านที่ใช้ซื้อตำแหน่งพันตำรวจโทให้นนท์ถูกโอนออกจากบัญชีมรดกของเสี่ยวิชัยโดยตรง!"
คำพูดของนลินทำเอาห้องประชุมลับเงียบกริบราวกับป่าช้า ลมหายใจของผมสะดุดหยุดลงทันที ความจริงอันโหดร้ายกำลังกระชากหน้ากากความสุขสบายจอมปลอมออกไปทีละชั้น
"แล้วพวกเราควรทำยังไงต่อนลิน?" ผมถามทนายสาวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
นลินสบตาผมอย่างมีความหมาย แววตาของเธอเปล่งประกายความฉลาดแกมโกงและความทะเยอทะยานที่ไม่มีวันยอมแพ้ เธอโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ เนินอกขาวผ่องใต้คอเสื้อสูทที่คว้านลึกอวดสายตาอย่างเปิดเผย
"ข้อแรก... เราต้องตัดตอนเส้นทางการเงินทั้งหมดในต่างประเทศทันที คืนนี้ฉันจะสั่งปิดบัญชีนอมินีที่สิงคโปร์และโอนเงินสดทั้งหมดเปลี่ยนเป็ทองคำแท่งและสกุลเงินดิจิทัลเพื่อไม่ให้ดีเอสไออายัดได้... ข้อสอง หมวดพลอยต้องกลับไปทำหน้าที่ที่โรงพักตามปกติ ทำตัวให้เนียนที่สุด อย่าแสดงพิรุธหรืออาการตื่นกลัวเด็ดขาด คอยเป็หูเป็ตาและส่งข่าวความเคลื่อนไหวหากมีเ้าหน้าที่ดีเอสไอแอบเข้ามาประสานงานหรือขอดูกล้องวงจรปิดย้อนหลัง... และข้อสาม ซึ่งสำคัญที่สุด..."
นลินหยุดพูดชั่วคราว สายตาคมกริบกวาดมองผมและรดาสลับกัน
"...เราต้องเข้าถึงตัว 'ผู้กองฟ้าใส' ให้ได้เร็วที่สุด ก่อนที่เธอจะเริ่มลงมือสอบปากคำพยานแวดล้อม เราต้องรู้ว่าไฟล์ดิจิทัลที่เธอถืออยู่ในมือมีอะไรบ้าง และใครเป็คนส่งให้เธอ... นนท์ ในฐานะที่คุณเป็นายตำรวจเ้าของสำนวนคดีเดิม คุณมีสิทธิ์ทางกฎหมายที่จะขอเข้าร่วมประสานงานในฐานะเ้าหน้าที่ท้องที่... คุณต้องใช้ตำแหน่ง หน้าตา และเสน่ห์ความเป็ชายของคุณ เข้าไปตีสนิทและเจาะเข้าถึงตัวผู้กองฟ้าใสให้ได้!"
"จะบ้าเหรอ นลิน!" หมวดพลอยร้องคัดค้านขึ้นมาทันที ดวงตาของเธอแดงก่ำด้วยความหึงหวงและหวาดระแวง "จะให้พี่นนท์เอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับยัยผู้กองฟ้าใสนั่นเนี่ยนะ? ยัยนั่นฉลาดเป็กรด ถ้าพี่นนท์พลาดพลั้งแสดงพิรุธแม้แต่นิดเดียว เธอจะตะครุบเหยื่อและจับพี่นนท์เข้าคุกทันที!"
"แล้วเธอมีปัญญาคิดแผนการที่ดีกว่านี้ไหมล่ะหมวดพลอย?" รดาสวนกลับด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม "หรือเธออยากจะนั่งร้องไห้รอให้หมายจับมาแปะหน้าผากถึงโรงพัก? แผนของพี่นลินถูกต้องที่สุด... ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือศัตรูที่เราไม่รู้ข้อมูลของมัน ในเมื่อยัยผู้กองฟ้าใสอยากได้ตัวฆาตกรนัก... พี่นนท์ก็แค่เดินเข้าไปหาเธอด้วยตัวเอง แล้วใช้เสน่ห์ของพี่นนท์มอมเมาเธอซะ... ผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะเก่งกาจหรือตงฉินแค่ไหน สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อััร้อนแรงและความเป็ชายของพี่นนท์ทั้งนั้นแหละจริงไหมคะ? เหมือนที่หนู แม่ดาริน พี่นลิน และตัวหมวดพลอยเองเคยยอมศิโรราบมาแล้วไงล่ะ..."
คำพูดจิกกัดตรงไปตรงมาของรดาทำเอาหมวดพลอยหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและพูดไม่ออก ได้แต่นั่งก้มหน้ากำหมัดแน่น
ผมนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ใช้สมองไตร่ตรองถึงเดิมพันอันมหาศาลของเกมกระดานนี้... ไม่มีทางถอยหลังกลับอีกแล้ว บนเส้นทางสายบาปที่เปรอะเปื้อนด้วยคราบเืและหยาดน้ำกาม หากผมหยุดวิ่ง ผมจะถูกลากลงนรกทันที ทางรอดเดียวคือการเดินหน้าเข้าสู่ใจกลางพายุและควบคุมผู้คุมเกมคนใหม่อย่างผู้กองฟ้าใสให้ได้
"ตกลง... ผมจะรับหน้าที่เข้าประชิดตัวผู้กองฟ้าใสเอง" ผมตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเด็ดขาด
รดายิ้มหวานอย่างพึงพอใจ เธอก้มลงประทับรอยจูบดูดดื่มลงบนริมฝีปากของผมต่อหน้าหมวดพลอยและนลิน ลิ้นอุ่นชื้นสอดแทรกเข้ามาทักทายอย่างเร่าร้อนก่อนจะถอนตัวออกช้าๆ "เก่งมากค่ะผัวขาของหนู... คืนนี้กลับไปพักผ่อนที่คฤหาสน์ให้เต็มที่นะคะ เตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมสำหรับศึกใหญ่พรุ่งนี้..."
หลังจากการประชุมลับสิ้นสุดลง พวกเราแยกย้ายกันออกจากเซฟเฮ้าส์เพื่อไม่ให้เป็จุดสังเกต หมวดพลอยและนลินเดินทางกลับไปก่อนด้วยรถยนต์คนละคัน ส่วนผมเดินขึ้นรถสปอร์ตบีเอ็มดับเบิลยูสีดำคันหรูของตัวเอง สตาร์ตเครื่องยนต์เสียงกระหึ่มและขับแล่นออกจากหมู่บ้านหรูมุ่งหน้ากลับสู่คฤหาสน์สิริโสภาคย์ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน
ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาบางเบาอีกครั้ง เม็ดฝนเกาะพราวบนกระจกหน้ารถสะท้อนแสงไฟถนนสีส้มสลัว ความเงียบงันภายในห้องโดยสารทำให้ความคิดในหัวของผมแล่นพล่านด้วยความกดดัน
ทว่า... ในขณะที่ผมกำลังชะลอความเร็วเพื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายรองก่อนถึงประตูรั้วใหญ่ของคฤหาสน์ สายตาของผมเหลือบมองกระจกมองหลังโดยสัญชาตญาณตำรวจสืบสวน
หัวใจของผมกระตุกวูบและเย็นเฉียบขึ้นมาทันที!
ผ่านม่านสายฝนและแสงไฟสลัวด้านหลัง... รถยนต์เอสยูวีฟอร์ดสีดำสนิทติดฟิล์มมืดทึบคันหนึ่ง ปิดไฟหน้ารถสนิทและกำลังขับสะกดรอยตามรถของผมมาอย่างเงียบเชียบในระยะห่างไม่ถึงสามสิบเมตร! มันตามผมมาั้แ่ผมเลี้ยวออกจากเซฟเฮ้าส์เมืองทองธานีโดยที่ผมไม่ทันสังเกต!
ใครกันที่อยู่ในรถคันนั้น? แฮกเกอร์ปริศนา? หรือว่าสายสืบของดีเอสไอได้เริ่มปฏิบัติการสะกดรอยตามล่าตัวผมแล้วอย่างเงียบเชียบในความมืดมิดของค่ำคืนนี้...!