3
สูตรหมักไก่ออริจินอล 2
เต้หันหน้าไปตามเสียงเรียก ปรากฎว่าเป็ จอห์น คู่อริจากห้อง 2 กำลังเดินมาทางเขาด้วยท่าทางฉุนเฉียว
“ยุ่งอะไรกับโมวะ!” จอห์นถามเสียงดัง
โม????
เต้หันไปมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหน้าอีกครั้ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อตอนที่เขาอายุ 15 เขาแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อ โม นี่หว่า
จอห์นเดินมาผลักเต้ให้ออกห่างจากโม ก่อนจะมายืนคั่นกลางเอาไว้
“เมื่อไหร่จะเลิกยุ่งกับโมสักทีวะห่ะ”
“ยุ่งอะไรวะ” เต้ถามกลับไปแบบงงๆ
“ก็ที่มึงมาเสนอหน้าอยู่นี่ไง!” จอห์นขยับเอาหน้ามาใกล้พร้อมกับพูดใส่ แค่ได้เห็นเต้กับโมยืนอยู่ด้วยกัน เขาก็โมโหจนแทบจะลุกเป็ไฟแล้ว
“จอห์นใจเย็นๆ นะ โมไม่เป็ไร” โมเอ่ยห้ามจอห์นเสียงหวาน พลางเอามือลูบหลังไปด้วย สายตาที่เจือไปด้วยความรังเกียจของโมมองมาที่เต้ เธอล่ะเกลียดนักพวกที่ไม่เจียมตัว รู้ว่าไม่ชอบยังจะตื้อไม่เลิกอีก ผู้หญิงเขารังเกียจแท้ๆ ยังจะชอบโผล่หน้ามาให้เห็น
เต้หรี่ตามองไปที่โม เขาที่จิตใจอายุ 32 ผ่านร้อนผ่านหนาว เจอผู้หญิงมามากมาย เขารู้สึกว่าเด็กผู้หญิงคนนี้นี่ไม่ได้ดีเลย แค่สายตาของเธอที่มามาก็บ่งบอกทุกอย่างแล้ว ตอนนี้เต้นึกสงสัยว่าทำไมในตอนนั้นเขาถึงชอบผู้หญิงคนนี้ไปได้นะ
เต้ถอนหายใจดังเฮือก เขาไม่อยากจะยุ่งกับเด็กพวกนี้เลยจริงๆ
“กูแค่เผอิญเดินชนผู้หญิงคนนี้ โอเคนะ ละก็ส่วนเธอ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเดินชน เอาเป็ว่าขอโทษด้วยละกัน แล้วก็รู้ไว้นะว่าฉันไม่ได้ชอบเธอแล้ว เลิกทำหน้าเหมือนว่าฉันไปตามจีบเธอสักที ขนลุก” เต้พูดกับสองคนนั้นด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายก่อนจะเดินเข้าห้องไป โดยที่ไม่ได้สนใจสองคนนั้นเลย
เสียงที่เต้พูดเมื่อครู่นี้ดังอยู่ในหัวโม เธอยืนหน้าแดง กำมือแน่นจนสั่น สายตามองไปที่เต้ที่กำลังเดินเข้าไปในห้องเรียน ความอับอายเอ่อล้นขึ้นมาจนถึงคอหอย เธอไม่เคยโดนคนพูดใส่แบบนี้มาก่อน! แล้วยิ่งเป็ต่อหน้าจอห์น คนที่ชอบเธอมากอีกด้วย! เธอรู้สึกอายจนแทบไม่อยากจะเงยหน้าแล้ว!
เต้ก็แค่เด็กผู้ชายโง่ๆคนหนึ่งมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับเธอแบบนี้!
โมเม้มปากแน่นด้วยความโกรธ ในใจลึกๆ เธอคิดเสมอว่าตนเองเป็คนสวยมาก และเพราะหน้าตาที่สวยงามนี้แม่ของเธอจึงประคบประหงมคอยเอาอกเอาใจจนเหมือนคุณหนูในเมือง อีกทั้งญาติๆ และเพื่อนบ้านต่างก็ยกยอว่าเธอเป็คนสวยที่สุดในหมู่บ้าน
แต่วันนี้เต้ได้ทำลายความมั่นใจนี้ของโมไปแล้วหนึ่งส่วน!
“จอห์น...เราไปก่อนนะ” โมเอ่ยเสียงเบาก่อนจะรีบเดินจากไป โดยไม่หันกลับมามองจอห์นเหมือนทุกที
“โม..อะ...อ้าว” จอห์นจะเรียกโม แต่ก็ไม่ทันเพราะเธอวิ่งไปซะก่อน
จอห์นยืนนิ่ง เขานึกเสียใจ...ที่โมเป็แบบนี้คงเป็เพราะเขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับโมไม่ได้ สัญญาที่ว่าเขาจะกันไม่ให้ไอ้เต้มายุ่งกับโมอีก
แต่มันก็เป็เพราะไอ้เต้ ถ้ามันไม่มายุ่งกับโมแต่แรก โมก็ไม่เป็อย่างนี้หรอก!
จอห์นเหลือบมองไปที่เต้ที่กำลังนั่งอยู่ในห้องเรียน แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ก่อนที่จะเดินจากไป
เต้ที่กำลังนั่งมองดูนู่นดูนี่อยู่ในห้องไม่ได้รับรู้อะไรกับความรู้สึกของสองคนนั้นเลย เขานั่งซึมซับบรรยากาศไปเรื่อยๆ เเละนึกถึงเื่ตนเองเมื่อชาติก่อน
ในชาติก่อนเขาเป็เด็กที่ไม่ดีเท่าไหร่ ไม่เคยได้อยู่ข่วยพ่อ เอาแต่ขอเงินหนีไปเล่นข้างนอกกับเพื่อนทุกวัน ไม่เคยได้ใส่ใจพ่อ จนวันหนึ่งที่พ่อล้มป่วยหนักขึ้นมา เต้ยังจำวันนั้นได้ดี ในกลางดึกที่เขากลับบ้านมา เขาเจอกับพ่อที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นที่เย็นเฉียบ ไม่มีใครรู้ว่าพ่อหมดสติไปตอนไหน และนอนหมดสติไปได้ยังไง ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนเขายืนอยู่บนหน้าผา แขนขาอ่อนแรง สติแทบจะคุมไม่อยู่ เขาคิดไรไม่ออก ทำได้เพียงแค่วิ่งไปเคาะประตูบ้านใกล้ๆ ให้ช่วยพาพ่อไปโรงพยาบาล
เมื่อนึกถึงตรงนี้ มือของเต้ก็กำแน่น
เมื่อพ่อเข้าโรงพยาบาลแล้ว ก็เหมือนโลกแห่งความจริงได้ปรากฎอยู่ตรงหน้า เต้ไม่มีเงินพอที่จะรักษาพ่อ เขาในตอนนั้นได้แต่มองพ่อที่ผ่ายผอมลงไปทุกวัน ความรู้สึกผิดทิ่มแทงเข้ามาในใจไม่หยุด ตอนนั้นเขาเหลือเพียงแค่พ่อคนเดียว เขาจึงต้องกัดฟันทำทุกอย่างเพื่อให้มีเงินรักษาพ่อ และเพื่อบรรเทาความรู้สึกผิดในใจ
เหตุการณ์นี้เองเลยทำให้เต้เปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่จากเด็กไม่เอาถ่าน กลายเป็คนขยัน ตั้งใจเรียน และตั้งใจขายไก่ย่าง เต้ไม่เพียงแค่ขายไก่ย่าง แต่เขายังพัฒนาสูตรไก่ย่างไปเรื่อยๆ จนทำให้มีลูกค้ามากมาย สร้างเงินได้มหาศาลอีกทั้งยังทำให้ร้านไก่ย่างริมถนนธรรมดา กลายเป็ร้านไก่ย่างที่มีแฟรนไชส์หลายสาขา
แต่พอทุกอย่างกำลังเป็ไปได้ด้วยดี เต้ก็ดันรถคว่ำย้อนอดีตกลับมาซะงั้น
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็แอบดีใจลึกๆ ที่เขาได้โอกาสกลับมา บางทีเขาอาจเปลี่ยนแปลงอดีตอะไรบางอย่างได้ โดยเฉพาะเื่ของพ่อ เต้คิดว่าเขาอาจเปลี่ยนแปลงมันให้ดีขึ้นได้ ก่อนที่จะถึงเวลาเลวร้ายนั้น เขาจะต้องรีบหาเงินให้มากที่สุดภายใน 2-3 เดือนนี้ เพื่อที่จะรีบพาพ่อไปรักษาก่อนที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น
จากนั้นเต้ก็นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย สักพักฟูก็มาถึงห้องด้วยสภาพที่ดูจะยังไม่ค่อยตื่นดีสักเท่าไหร่ และเป็เวลาเดียวกับที่ต้องเตรียมตัวเรียนวิชาแรกพอดี
เต้เตรียมหนังสือที่ต้องเรียนมาวางไว้บนโต๊ะเรียบร้อย อีกทั้งยังวางปากกาไว้ด้านข้างอย่างเป็ระเบียบ ด้วยความที่เมื่อวานเต้ได้โชว์ทักษะภาษาอังกฤษไปแล้ว แม้ว่าเต้จะบอกว่าตนเองพูดมั่วก็ตาม แต่ก็เรียกความสนใจจากนักเรียนทั้งห้องได้ ความนิยมของเต้จึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่รู้ตัว เด็กนักเรียนผู้หญิงต่างแอบมองเขาอย่างเงียบๆ และรู้สึกว่าท่าทางเมื่อกี้ของเต้นั้นดูเหมือนคุณชายในเมืองหลวงไม่มีผิด
ฟูหันไปมองเต้ที่ท่าทางดูเป็ผู้เป็คนมากกว่าเดิมเยอะ และรู้สึกสงสัย จึงเอ่ยปากถาม “เต้ ทำไมมึงดูแปลกๆ ไปวะ”
เต้สะดุ้ง เขาลืมตัวไปว่าในตอนนั้นเขาไม่ใช่คนระเบียบแบบนี้ เขาลืมนึกถึงเื่นี้ไปสนิท
“หรือมึงโดนต่อยแล้วกลับตัวได้หรอวะ?” ฟูถามด้วยสีหน้าสงสัย ความจริงแล้วฟูเป็คนที่ชื่นชอบการดูละครและหนังเป็อย่างมาก เขาเคยเห็นในหนังบ่อยที่ตัวเอกเมื่อมีเื่แล้วจะคิดได้และกลับตัวกลับใจเป็คนดี ฟูคิดว่าเพื่อนเขาก็คงเป็แบบนั้นแหละ
“อะ..เออๆ นั่นแหละ กูคิดได้แล้วล่ะ” เต้ตอบตามน้ำไป ขืนตอบว่าย้อนเวลากลับมาคงโดนหาว่าโดนต่อยจนเป็บ้า
“คิดได้จริงดิ?”
“เออ”
“กูไม่เชื่อมึงหรอก มึงจะกลับใจได้สักกี่วันเชียว” ฟูบอกพลางหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาไว้บนโต๊ะบ้าง
“รอดู เดี๋ยวรู้กัน” เต้หันไปยักคิ้วใส่
สาวๆ ในห้องที่แอบมองเต้อยู่ ก็พลันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกขโมยไป พวกเธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเต้ที่ปกติหน้าตาดูธรรมดาๆ ถึงได้ยักคิ้วออกมาได้ดูเท่ขนาดนั้น
ในใจของพวกเธอเริ่มคิดวางแผนเข้าหาไว้ในใจ โดยที่เต้ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่า ความนิยมของเขามันกำลังเพิ่มขึ้น และดูท่าว่ามันจะเพิ่มขึ้นไม่หยุด
วันนี้ไม่มีคาบวิชาภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุการณ์ระทึกขวัญให้นักเรียนห้องม.3/6 หายใจไม่ออก และเมื่อคาบสุดท้ายมาถึง เต้ก็หนีออกก่อนเวลาเช่นเดิม
เมื่อเขาเดินมาถึงบ้านก็เห็นพ่อกำลังจัดการล้างทำความสะอาดไก่หลายสิบตัว และถ้ากะจากสายตาดูแล้ว เหมือนว่าไก่ที่รับมาวันนี้จะดูเยอะกว่าเมื่อวานด้วย
“่นี้ขายดีหรอพ่อ รับไก่มาเยอะเลย” เต้พูดพลางเดินเอากระเป๋าไปเก็บ ก่อนจะรีบมาช่วยพ่อจัดการล้างทำความสะอาดไก่ที่หน้าบ้าน
“ใช่..่นี้ลูกค้าขาจรเยอะ” พ่อยกกะละมังที่เต็มไปด้วยไก่ที่ถูกจัดการเรียบร้อยแล้วให้เต้ก่อนจะพูดว่า
“หมักไก่สูตรเต้ให้พ่อที พรุ่งนี้พ่อจะลองเอาไปขายดู”
“แค่กะละมังเดียวเองหรอ มันน้อยไปรึเปล่าพ่อ” เต้มองดูไก่ในกะละมังแล้วก็รู้สึกว่าน้อยจริงๆ คงไม่พอขายเป็แน่
ก็สูตรหมักไก่ออริจินอลของเขามันออกจะอร่อยขนาดนั้น
“ลูกใจร้อนจริง ไปลองขายดูก่อน ถ้าขายดีก็ค่อยทำเพิ่ม” พ่อยื่นมือมาผลักหัวเต้เบาๆ เขารู้สึกว่าลูกชายของเขานั้นดูเป็ผู้เป็คนมากขึ้นหลังจากมีเื่ชกต่อย ดูท่าทางแล้วคำด่าของเขาวันนั้นมันคงจะได้ผล
เมื่อเห็นพ่อพูดอย่างนั้น เต้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เขาเริ่มลงมือหมักไก่ด้วยความคล่องแคล่ว เขาหยิบวัตถุดิบและกะปริมาณอย่างรวดเร็ว พ่อที่แอบมองอยู่ก็ไม่ได้รู้สึกตะหงิดใจขึ้นมาเลยสักนิด มีเพียงแค่รู้สึกว่าเต้ดูเหมือนจะโตขึ้นมาก
“เวลาย่างพ่อต้องคอยเอาน้ำมันทาบ่อยๆ ด้วยนะ ใช้ไฟเบา พลิกไก่บ่อยๆ ….เอ่อ ครูที่โรงเรียนบอกมาหนะ” เต้แอบอ้างครูที่โรงเรียนอีกครั้ง
“โอเค แบบที่เต้ย่างตอนเช้าใช่มั้ย พ่อรู้ล่ะ” พ่อพยักหน้า
พ่อและเต้ช่วยกันหมักไก่และเสียบไม้ บรรยากาศเต็มอิ่มไปด้วยความอบอุ่น ภาพในอดีตของพ่อที่นอนซูบผอมบนเตียงที่ติดอยู่ในใจเต้ กับพ่อที่อยู่ตรงหน้าเต้ตอนนี้ มันช่างแตกต่างกันอย่างมากมาย เขาไม่อยากให้เวลาเดินไปถึง่เวลาเลวร้ายนั้นเลย
วันต่อมาพ่อออกไปขายไก่ย่างแต่เช้าด้วยความตื่นเต้น แต่เต้กลับตื่นสายกว่าวันปกติ เนื่องจากเมื่อคืนเขานอนคิดเื่พ่อทั้งคืน
เต้เดินไปโรงเรียนด้วยความี้เี วันนี้ทั้งวันไม่มีเหตุการณ์ที่น่าปวดหัวเลยสักอย่าง ทุกอย่างดูนิ่งสงบดี จอห์นไม่โผล่มาให้เห็นแม้แต่หัว ทำให้เต้รู้สึกว่าวันนี้ดูสดใสขึ้นมาบ้างนิดนึง
เมื่อวิชาเรียนสุดท้ายจบลง เขาก็รีบกลับบ้านเหมือนวันที่ผ่านๆ มา เมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็เห็นว่าพ่อกำลังนอนดูโทรทัศน์อยู่ในบ้านอย่างสบายใจ
พ่อเมื่อเห็นว่าเต้กลับมาจากโรงเรียนแล้วก็รีบลุกขึ้นเรียกชื่อเต้เสียงดัง พลางส่งยิ้มให้
“วันนี้ของขายหมดเร็วหรอพ่อ” เต้ถาม
พ่อพยักหน้าก่อนจะพูดเสียงดังด้วยความตื่นเต้นว่า “โอ๊ยยยยย ขายดีมาก พ่อไม่เคยขายดีขนาดนี้มาก่อนเลยนะ!”
“จริงหรอ ขายดีขนาดนั้นเชียว”
“วันนี้ขายหมดั้แ่เที่ยงน่ะ! ไก่ของเต้นี่ขายหมดก่อนไก่ของพ่ออีกนะ ละนี่ลูกค้าบอกว่ากลิ่นไก่ย่างหอมมาก ลูกค้าที่มาซื้อวันนี้ล้วนแต่บอกว่าตามกลิ่นไก่ย่างมาทั้งนั้น!” พ่อพูดไปยิ้มไปเหมือนเด็กน้อย
เต้แอบขำกับท่าทางดีใจของพ่อ เขาเคยเห็นพ่อดีใจมากๆ แบบนี้นับครั้งได้ ครั้งล่าสุดก็เมื่อหลายปีก่อนที่พ่อซื้อหวยถูก
“งั้นวันนี้เต้จะสอนพ่อหมักไก่สูตรของเต้นะ และก็ไม่ต้องหมักแล้วไก่สูตรของพ่ออ่ะ” เต้พูดพร้อมกับเดินไปหน้าลานบ้านเพื่อที่จะเตรียมหมักไก่
“โฮะๆ ได้เลย เร็วๆเลยนะพ่ออยากหมักไก่แล้ว” พ่อเดินตามหลังเต้ด้วยความดีใจ
ในใจของพ่อคิดว่าหลังจากวันพรุ่งนี้ไปครอบครัวของเขาจะต้องมีเงินเยอะขึ้นอย่างแน่นอน ภาพเมื่อตอนสิบโมงเช้ายังคงติดตาเขาอยู่เลย ภาพที่ลูกค้าต่างออเต็มหน้าร้านเพื่อรอซื้อไก่ย่าง
เขาย่างไก่คนเดียวจนเกือบจะยืนไม่ไหว ไก่ที่เตรียมไว้หลายสิบตัวก็หมดลงอย่างรวดเร็ว แค่คิดเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกแล้ว!