ตอนที่ 36
นี่ก็ช่างเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดเสียจริง
คงไม่หรอกมั่ง พลังฝีมือที่แท้จริงของสัตว์ประหลาดตัวนี้ก็ช่างมากล้นเกินไปแล้ว !
ระดับการคงอยู่ของเทพมาร !
คงจะไม่ใช่ว่าเขาได้เข้ามาพัวพันกับเนื้อเรื่องหลักหรอกนะ ?
ที่นี่มีอย่างที่ไหนถูกเรียกว่าเป็นมิติลับ ต้องบอกว่ามีไว้เพื่อผนึกสัตว์ประหลาดพวกนั้นไว้ถึงจะถูก !
หากยังเอาแต่ชมดูอยู่เช่นนี้ คาดว่าคงจะต้องถูกลูกหลงของเจ้าสองตัวนี้ซัดจนตัวตายอย่างแน่นอน เพราะว่ามันคือหนึ่งในโชคชะตาของการเป็นตัวตายตัวแทน
เฉินหมิงกระพือปีกเตรียมพร้อมที่จะบินจากไป ทันใดนั้นกลางอากาศก็ได้เกิดคลื่นพายุคลั่ง เมฆดำแต่ละก้อนได้กลายเป็นเกรียวคลื่นขนานยักษ์ ที่ด้านบนของพื้นดิน เงาสีดำแต่ละสายก็ได้ผุดออกมาจากพื้นดิน ทำการเข่นฆ่าสังหารสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อยู่ในสายตาของพวกมัน
เมื่อเงาดำพ้นผ่าน ทุกอย่างที่อยู่บนพื้นล้วนแต่เริ่มที่จะเน่าเปื่อย พายุคลั่งได้กลายเป็นสีดำ สายธารน้ำกลายเป็นกระแสไอเย็นเยียบ คล้ายกับเป็นแดนมิคสัญญี
เมื่อผ่านกองเพลิงไป จนทำให้เงาดำแต่ละสายกลายเป็นควันดำกระจุกหนึ่ง บนพื้นอันกว้างใหญ่ ถึงแม้ว่าจะได้ถูกเผาผลาญไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ว่าเฉินหมิงก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังที่ฟื้นคืนขึ้นมา
บนร่างของเงาดำเหล่านั้น ได้เต็มเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศความตายเน่าเปี่อย
อีกทั้งยังทำให้เฉินหมิงถึงกับต้องแทบจะสิ้นสติไปอย่างไม่ทันรู้ตัว เฉินหมิง ออกแรงสะบัดหัวไปมา พร้อมกับมองไปทางด้านหน้าอีกครั้ง พบเห็นวิหคยักษ์ที่แสนอันตรายสีแดงเพลิงตัวนั้นได้เริ่มสิ้นพลังไปอย่างมากมาย ส่วนสัตว์ประหลาดในร่างของมนุษย์นั้น กลับหลงเหลือร่างกายเพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่ใช่หรอกมั่ง ข้าแค่หมดสติไปครู่เดียว พวกเจ้าก็สู้กันเสร็จแล้วงั้นหรือ ?
ดูเหมือนว่าเมื่อครู่นี้ตนเองคงจะสลบไปนานมากเลยทีเดียว
ทันใดนั้นเฉินหมิงก็ได้บังเกิดความคิดที่อาจหาญขึ้นมา
สัตว์ประหลาดตัวนี้เหลือค่าดัชนีความเสี่ยงอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากว่าสามารถที่จะลงมือต่อเด็กน้อยผู้นี้ได้ ไม่ทราบว่าจะสามารถได้รับรางวัลมาหรือไม่ หรือจะได้รับประกายวงแหวนมาใหม่อีกสักวง
เกิดเป็นคนถ้าหากไม่เหี้ยม มีหรือที่จะยืนหยัดอยู่ได้ !
จะตายก็ต้องตายให้สมเกียรติ จะเล่นงานก็ต้องทำให้หมดจด ข้าจะล้างมือในอ่างทอง[1]นี้แหละ !
เฉินหมิงกลับคืนสู่ร่างมนุษย์ ชักกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ออกจากฝัก ฟันออก !
เมื่อได้เหินร่างก็พุ่งเข้าไปหาสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์ สัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์ตนนั้นก็ได้แสยะยิ้มอย่างประหลาดพิกลออกมา : “ในครั้งนี้ถือว่าเจ้าชนะก็แล้วกัน แต่ว่าในดินแดนแห่งนี้ ยังไงก็ย่อมหวนคือสู่ความตายได้ในที่สุด และความตายของข้าก็แค่มาถึงเร็วกว่าที่คิดเท่านั้น! และในเวลานี้ก็ใกล้ที่จะได้เวลาแล้ว!”
วิหคยักษ์สีแดงเพลิงในขณะที่กำลังจะอ้าปากกล่าววาจา เพื่อที่จะดำเนินเนื้อเรื่องกับสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์ ก็ได้ยินเสียงตะโกนดังขึ้นมาจากทางด้านข้าง : “มารปีศาจประหลาด เจ้าจงรับความตายไปซะ ! ”
วิหคยักษ์สีแดงเพลิงหันไปมองเฉินหมิง แต่หาได้เห็นความเคลื่อนไหวของ เฉินหมิงไม่ ในยามที่วิหคยักษ์สีแดงเพลิงหันหน้ากลับมาอีกครั้ง ก็ได้พบว่าสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์ได้ถูกกระบี่ขาวบริสุทธิ์ยาวห้าฉื่อแทงทะลุหน้าอกไปแล้ว วิหคยักษ์สีแดงเพลิงจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนกับว่าเจ้าหนูผู้นี้ได้ลงมือก่อน จากนั้นจึงค่อยตะโกนออกมามิใช่หรอกหรือ ?
สัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์กู่ร้องคำรามออกมาเป็นสาย คล้ายกับเสียงมารร้ายร้องดังเสียดแก้วหู ร่างกายของเขาระเบิดขึ้น จนทำให้บริเวณโดยรอบกลายเป็นพื้นที่ราบเรียบ วิหคยักษ์สีแดงเพลิงหันไปมองเฉินหมิงด้วยความรังเกียจ พร้อมทั้งกระพือปีกขึ้น เพลิงไฟขุมหนึ่งก็ได้แผดเผาอยู่เบื้องหน้าของเฉินหมิง ขวางกั้นแรงระเบิดของสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์เอาไว้ เฉินหมิงหันไปมองโดยรอบ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่กลายเป็นฝุ่นผงในพริบตา
เมฆสีดำท่ามกลางอากาศสุมกันเป็นชั้น ในชั่วขณะที่หมอกควันเลือนรางหายไป ทางด้านล่างก็ได้เกิดฝนตกกระหน่ำขึ้นมาฉากหนึ่ง
และที่อยู่บนพื้น ก็ได้มีหลุมลึกจนแทบไม่เห็นก้นหลุมปรากฏขึ้น
ทั่วทั้งมิติลับล้วนแต่สั่นสะเทือน แผ่นดินสั่นภูผาสะเทือน ขุนเขาใหญ่ได้ล้มลงพังพินาศไปนับไม่ถ้วน มหาสมุทรเกิดคลื่นยักษ์สูงหลายสิบจั้ง ก่อเกิดเป็นพายุคลั่งจุติลงมา !
ทว่าเฉินหมิงหาได้มีเวลาว่างพอที่จะไปสนใจสิ่งเหล่านี้ไม่ เขาในตอนนี้กำลังรอคอยให้รางวัลมาหาตัวเองอยู่
“ติ่ง คุณได้สังหารร่างแยกของศพมรณะ ช่วยเหลือในแผนการฆ่า โจมตีสนับสนุนไป 0.0001% ปิดการสังหาร ได้รับรางวัล30% จากระดับการสนับสนุน คุณได้รับปราณรู้แจ้ง 10000 แต้ม และได้รับค่าชื่อเสียง 1500 หน่วย”
“ติ่ง คุณได้สังหารร่างแยกของศพมรณะ อยู่ในระหว่างการอนุมัติความสำเร็จ ความแข็งแกร่งร่างแยกของศพมรณะถูกพิจารณาตรวจสอบว่าเป็นมหากษัตริย์ อนุมัติความสำเร็จเสร็จสิ้น ยินดีด้วย คุณได้รับความสำเร็จ【ปลงชีพกษัตริย์】มาเป็นที่สำเร็จ คุณได้รับประกายวงแหวน【ปลงชีพกษัตริย์】”
“ติ่ง คุณได้สังหารร่างแยกของศพมรณะ ได้รับความไว้ใจจากจูเชวี่ยปราณเพลิง[2] คุณได้รับของขวัญจากจูเชวี่ย”
“ติ่ง คุณได้สังหารร่างแยกของศพมรณะ คุณได้รับโอกาสในการสุ่มของหนึ่งครั้ง โดยสามารถสกัดวัตถุหนึ่งชิ้นที่อยู่ภายในร่างของร่างแยกศพมรณะ ในส่วนรางวัลที่จะได้รับในครั้งนี้กลับไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งยังไม่อาจคาดการณ์ได้ คุณสุ่มได้เศษชิ้นส่วนคัมภีร์เคล็ดเซียน《ดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง》”
ด้วยรางวัลที่มากมายถึงเพียงนี้ เฉินหมิงจึงรีบเหลือบตามองดูหน้าต่างสถานะของตนเองในทันที :
เฉินหมิง :
ชื่อเสียง : 2625
สถานะ : ตัวตายตัวแทนระดับสูง (เนื่องจากคุณได้ต่อสู้มาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดคุณก็หลุดพ้นจากโชคชะตาของตัวตายตัวแทนระดับกลาง จนกลายเป็นตัวตายตัวแทนระดับสูงอันรุ่งโรจน์ผู้หนึ่ง ! )
ขอบเขต : ขอบเขตสู่วิถี (ขอบเขตและพลังฝีมือของคุณเหมือนกับว่าไม่ได้มีความสอดคล้องกันมากมาย)
คุณสมบัติ : วิถีกายาไร้จำกัด
เคล็ดวิชา : เคล็ดอีกาเพลิงระดับครบรอบ เคล็ดมังกรคชสาร(มีทั้งหมดเก้าขั้น)ขั้นที่หก(ฝึกจนถึงขั้นที่เก้าผนึกผสานสู่วิถีได้) เคล็ดสามภพเร้นลับขั้นที่ยี่สิบสี่(ฝึกปรือได้สูงสุดขั้นที่เจ็ดสิบสองผนึกผสานสู่วิถี) อัสนีฟ้าเก้าแปรผัน(มีทั้งหมดเก้าขั้น)ขั้นที่หนึ่ง วิถีคัมภีร์(มีทั้งหมดสิบแปดขั้น) ขั้นที่แปด
เวทมนตร์อภินิหาร : เพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ผนึกผสานจิตกระบี่วิถีราชันย์ เพลงกระบี่ดรุณีหยกขั้นต้น
ประเภทวิถี : อีกาเพลิง
ศิษย์ : จ้าวชิงเหยา หลิงเซียน
จริยธรรม : 13
ปราณรู้แจ้ง : 15872
ประกายวงแหวน : 【กลิ่นอายฆ่าฟัน】【ปลงชีพกษัตริย์】
ค่าดัชนีความเสี่ยง : 260(ในส่วนที่เป็นตัวเลขจะไม่คำนวณรวมกับคุณสมบัติพิเศษ)
ระดับความเสี่ยง : อันตราย
ดวงชะตา : จากนี้อีกหนึ่งปีจะมีการประชุมพิฆาตมาร จะต้องตายด้วยเงื้อมมือศิษย์คนโตวิถีมารของหย่าม่อ
นี่จึงเป็นสิ่งที่แลกมาด้วยเลือด มีแต่ต้องเข้าเสี่ยงเท่านั้นจึงจะสามารถที่จะชนะได้ ! ไม่เพียงแต่ได้รับปราณรู้แจ้งมาอย่างมากมาย อีกทั้งยังมีค่าชื่อเสียงอันมหาศาล และได้รับม้วนเคล็ดเซียนมาอีกด้วย !
และที่สำคัญที่สุดก็คือ ตนเองยังได้รับประกายวงแหวนวงที่สองมาแล้ว !
เฉินหมิงรีบเปิดคำแนะนำของ【ปลงชีพกษัตริย์】ออกมาดู
【ปลงชีพกษัตริย์】
คำแนะนำ : บรรดากษัตริย์ผู้สูงศักดิ์เดิมก็ไม่ได้เป็นเมล็ดพันธุ์จากสรวงสวรรค์หรอก[3]! หากคิดที่ต้องใช้มีดเขียงเพื่อปลงชีพกษัตริย์ คงมีแต่ความทะเยอทะยานที่มองมาจากผู้เป็นราชันย์เท่านั้น!
ผลลัพธ์ : พบพานราชาไม่จำเป็นต้องคุกเข่า!
พบพานราชาไม่จำเป็นต้องคุกเข่างั้นหรือ? นี่เป็นผลลัพธ์อะไรกัน ข้าไม่อาจที่จะเข้าใจได้เลย ข้าเองก็ไม่ทราบว่า【ประกายวงแหวนแห่งความโชคดี】จะไร้วาสนากับข้าได้ถึงเพียงนี้ โดยส่วนตัวแล้วยิ่งอยากได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งอยู่ห่างไกลไปจากบนเส้นทางของ boss มากขึ้นเท่านั้น
ที่ข้างโสตประสาทได้มีเสียงของจูเชวี่ยดังขึ้น : “เจ้าหนู เจ้าเองก็เห็นสิ่งที่พึ่งจะเกิดขึ้นแล้วสินะ เจ้าควรที่จะทราบว่า สัตว์ประหลาดตนนี้เมื่อปรากฏกายมา จะทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ดังนั้น เจ้าสามารถที่จะช่วยข้าสักแรงได้หรือไม่ ? ”
เฉินหมิงหันกายมา พร้อมกับเก็บกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์เข้าไปในฝัก เคล็ดเซียนที่เป็นรางวัลที่เขาได้รับมา เก็บเข้าสู่ภายในแหวนเก็บวัตถุ เมื่อได้ฟังคำกล่าวของจูเชวี่ย เฉินหมิงก็ทราบว่า นี่จะต้องมีภารกิจใหม่มาแล้ว เฉินหมิงกล่าว : “เหตุใดท่านถึงได้มาเลือกข้า เป็นเพราะโชคชะตางั้นหรือ ? ”
จูเชวี่ยกลอกดวงตาดุจเพลิงไฟทั้งคู่ไปมา พร้อมกับพ่นไฟออกมาสายหนึ่ง เจ้าหนูผู้นี้ดูมีรูปร่างไม่คล้ายกับพวกที่ไร้ซึ่งรัศมีแต่อย่างไร : “เจ้าคงจะคิดว่าข้าจะบอกต่อเจ้าว่า เจ้านั้นเป็นเซียนที่มีอยู่หนึ่งในหมื่นที่หาพบได้ยาก เจ้าก็คือผู้ที่โชคชะตาส่งมาเพื่อฆ่าสังหารมารร้ายอย่างงั้นสินะ ? ”
เฉินหมิงขมวดคิ้วแล้วกล่าว : “คงไม่หรอก ? ”
จูเชวี่ยยื่นปีกเข้าไปลูบบนศีรษะ ถ้าหากว่าวิหคยักษ์นี้ไม่เป็นเพียงก้อนเพลิงไฟแล้วล่ะก็ เช่นนั้นคงจะถูกกวาดเส้นขนไปจนหมดสิ้นแล้ว : “ต้องขออภัยด้วย มิใช่ว่าข้าไม่ได้มองเห็นความพิเศษใดจากเจ้าแต่อย่างไร ที่ข้าข้อให้เจ้าช่วยเหลือนั้น กลับเป็นเพราะว่าข้านั้นไม่เชื่อใจผู้อื่น”
เฉินหมิงเอ่ยถาม : “เช่นนั้นเหตุใดท่านถึงได้เชื่อข้ากัน ? ”
จูเชวี่ยกล่าว : “เพราะว่าเจ้าได้สังหารร่างแยกของเซียนผีไปแล้ว ถ้าหากเจ้าไม่ช่วยข้า หลังจากที่เขาปรากฏตัวออกมาสิ่งแรกที่จะกระทำ นั่นก็คือการฆ่าเจ้า!”
นี่ก็ช่างเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดเสียจริง.........
.
.
[1] อุปมา วางมือ เลิกยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวบุญคุณความแค้นต่างๆในยุทธภพ
[2] 1 ใน 4 สัตว์เทพตามเทพนิยายจีน เป็นวิหคแดง หรือ หงส์แดง
[3] เป็นคำกล่าวของ เฉินเซิ้ง ที่กล่าวปลุกใจชาวนาโดยผ่านกลอุบายยัดผ้าไว้ในกระพุ้งปลา ในรัชสมัยก่อนคริสต์ศักราช 209 เพื่อก่อกบฏ ในยุคหลังจากที่จิ๋นซีฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ในปีก่อนคริสต์ศักราช 210