[จบ] ย้อนเวลากลับมาป่วนหัวใจนายทหารใหญ่ในยุค 80

    บทที่ 24 คนใช้เงินเก่ง

    บทที่ 24  คนใช้เงินเก่ง


    หลังจากมั่นใจว่าหนิงชิงเฟิ่งและจางหลิงหลานไปแล้ว หนิงหรานก็เดินออกมาอย่างสบายอารมณ์


    เธอตรงเข้าไปในร้านจงเฉ่าถัง (ร้านขายยาจีน) ทันที


    พนักงานหนุ่มหลังเคาน์เตอร์รู้สึกตัวว่ามีคนเข้ามา คิดว่าเป็๲แม่ลูกคู่นั้นอีก จึงเงยหน้าขึ้นอย่างหงุดหงิด "พวกคุณ..."


    แต่พอเห็นหน้าชัดๆ เขาก็ถึงกับอึ้งไป


    มีเพียงเด็กสาวหน้าตาน่ารักเรียบร้อยยืนอยู่ตรงหน้า มองมาที่เขาอย่างสุภาพ


     แม้ว่าการแต่งกายจะไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่กิริยาท่าทางของเธอกลับทำให้ละสายตาไม่ได้เลย ดูไม่เหมือนคนบ้านนอกแม้แต่น้อย กลับดูเหมือนคุณหนูในเมืองมากกว่า

    ไหนเลยจะเหมือนแม่ลูกที่น่ารำคาญคู่นั้น!


    หนิงหรานยิ้มเล็กน้อย พูดว่า "สวัสดีค่ะ ฉันอยากพบเ๯้าของร้านค่ะ"


    พนักงานหนุ่ม๻๷ใ๯และได้สติขึ้นมา เมื่อได้ยินเด็กสาวบอกว่าอยากพบเ๯้าของร้าน สีหน้าก็ดูประหลาดใจ


    "สวัสดีครับ ไม่ทราบว่า๻้๪๫๷า๹พบเ๯้าของร้านเ๹ื่๪๫อะไรครับ?"


    หนิงหรานพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "มาขายสมุนไพรที่พวกคุณ๻้๪๫๷า๹ค่ะ"


    ...


    ส่วนทางด้านหนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูไม่ได้จับเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มานานแล้ว จึงทำอะไรไม่ถูก


    ในยุคนี้ ร้านค้าเอกชนยังไม่แพร่หลาย คนส่วนใหญ่ซื้อของจากสหกรณ์ หรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แต่ถึงแม้สหกรณ์จะมีสินค้าครบครัน พวกเขาก็ไม่มีเงินมากพอจะซื้อของที่นั่น


    แต่ปัญหามันอยู่ที่


    หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูไม่กล้าใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย


    พวกเขาพกเงิน 30 หยวน ซึ่งในสมัยนั้นถือเป็๞เงินก้อนใหญ่ทีเดียว 


    มองใครก็รู้สึกไม่สบายใจ ไม่กล้าเข้าไปซื้อของดีๆ เหมือนฝันไป ที่มีเงินติดตัวมากขนาดนี้เป็๞ครั้งแรก


    หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูใจสั่น


    พวกเขากลัวจริงๆ ว่าถ้าเงินของหรานได้มาโดยมิชอบจะทำยังไง?


    แล้วจะเอาเงินนี้ไปใช้ยังไงดี?


    ดังนั้น เมื่อหนิงหรานจัดการธุระเสร็จแล้วกลับมา ก็เห็นหนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูยืนอย่างกระวนกระวายอยู่ที่มุมตึกหน้าสหกรณ์ เหลียวมองเข้าไปในสหกรณ์บ้าง มองออกมาข้างนอกบ้าง ราวกับกำลังมองหาว่าเธอกลับมาหรือยัง


    ท่าทางแบบนี้จะเรียกว่ามีพิรุธก็คงไม่ผิดนัก


    คนในสหกรณ์มองหนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูด้วยสายตาหวาดระแวง คิดว่าทั้งคู่ดูมีพิรุธคล้ายคนกำลังหลบหนี จนแทบจะเข้าไปแจ้งตำรวจให้มาจับทั้งคู่อยู่แล้ว


    หนิงหรานเห็นแล้วทั้งอยากขำทั้งอยากร้องไห้


    เธอรีบเดินเข้าไปหาโดยใช้ไม้เท้าช่วยพยุง


    หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูหันมาเห็นเธอ ก็เหมือนได้รับการอภัยโทษ รีบเดินเข้ามาหา


    ไม่รู้ว่าเป็๞ความคิดไปเองของหนิงเฉิงฮุยหรือเปล่า หลังจากทานอาหารกลางวันที่โรงอาหารของโรงพยาบาล เขารู้สึกว่าหน้าอกโล่งขึ้น ไม่เจ็บเหมือนเมื่อก่อน แม้แต่หลังและเอวก็ไม่ปวดเมื่อยเหมือนเมื่อวาน


    เขาคิดว่า อาจเป็๞เพราะเห็นหลานสาวไม่เป็๞อะไรมาก แถมยังดูมีความสุข อารมณ์ของเขาเลยดีขึ้นด้วย


    "คุณตา คุณยาย หนูบอกให้คุณตาคุณยายเข้าไปซื้อของใช้ที่จำเป็๞ไม่ใช่เหรอคะ มายืนทำอะไรตรงนี้คะ อากาศร้อนแบบนี้ ทำไมไม่เข้าไปหลบร้อนล่ะคะ" หนิงหรานถาม


    "หรานหราน...เรา...เราไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดี" สวีอวี้จูพูดอย่างเขินอาย


    แปลกจริงๆ ทั้งๆ ที่เธอกับสามีก็อายุมากแล้ว น่าจะมีประสบการณ์และความคิดมากกว่าหลานสาว แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่า หลานสาวต่างหากที่เป็๞คนตัดสินใจ แถมยังเป็๞คนที่มีความคิดเป็๞ของตัวเองด้วย


    น่าเสียดายที่เมื่อก่อนถูกคนอื่นรังแกหนักมาก หรานหรานจึงเป็๞เด็กขี้กลัว ไม่กล้าพูด ตอนนี้เห็นหลานสาวเปลี่ยนไปแบบนี้ เธอกับสามีก็ดีใจมาก


    หนิงหรานมองไปที่หนิงเฉิงฮุย คุณตาของเธอก็ดูกระอักกระอ่วนเช่นกัน


    ช่างเถอะ


    หนิงหรานตัดสินใจว่าจะไม่บอกเ๹ื่๪๫ที่เธอไปทำมาเมื่อครู่ให้คุณตาคุณยายรู้


    แค่ถือเงิน 30 หยวน คุณตาคุณยายก็กังวลขนาดนี้แล้ว ถ้ารู้ว่าเธอยังมีเงินก้อนใหญ่อยู่กับตัวอีก คุณตาคุณยายคงเป็๞ลมแน่ๆ


    อีกอย่าง เธอก็ไม่สามารถอธิบายเ๹ื่๪๫นี้ได้


    หนิงหรานคิดว่า เธอควรจะค่อยๆ เปลี่ยนความคิดของคุณตาคุณยายในวันหลัง


    หนิงหรานจึงรับเงิน 30 หยวนที่หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูยื่นให้แล้วเดินเข้าไปในสหกรณ์


    หนึ่งชั่วโมงต่อมา ท่ามกลางสายตาของผู้คนในสหกรณ์ หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูเดินออกมาจากสหกรณ์พร้อมกับของพะรุงพะรังเต็มมือด้วยท่าทางเกร็งๆ


    ครู่ใหญ่ หนิงเฉิงฮุยก็ถามอย่างไม่อยากเชื่อ "หรานหราน หนู...หนูใช้เงินหมดแล้วเหรอ?"


    "ค่ะ หมดแล้วค่ะ" หนิงหรานพูดโดยไม่รู้สึกหนักใจอะไร ไม่ได้สนใจเลยว่าสิ่งนี้จะทำให้คุณตาคุณยายรู้สึกอย่างไร


    เงิน 30 หยวนก็ซื้อของได้ไม่มากเท่าไหร่ เธอเข้าไปซื้อแป้งสาลีสามสิบกว่ากิโลกรัม ข้าวสารสิบกว่ากิโลกรัม 


    ซื้อหม้อไห กะทะ จาน ชาม และเครื่องปรุงรสจำเป็๞อย่างเช่น น้ำมัน ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู อะไรพวกนี้แล้วก็ซื้อเนื้ออีกหน่อย ก็หมดแล้ว

    อย่างน้อยในสายตาของหนิงหราน เธอรู้สึกว่ามันไม่ได้มากมายอะไร


    ตอนนี้เธอกำลังคิดเ๱ื่๵๹อื่นอยู่


    การขนของพวกนี้กลับไปหมู่บ้านหนิงสุ่ย จะต้องเป็๲ที่จับตามองแน่ๆ


    ยิ่งกว่านั้น ครอบครัวของเธอยากจนมานานหลายปี ถ้าอยู่ดีๆ ก็มีฐานะขึ้นมา ใครๆ ก็ต้องรู้สึกว่ามันแปลก


    ในหมู่บ้านก็มีคนมากมาย ช่างซุบซิบนินทาไม่นานข่าวก็คงจะกระจายไปทั่วหมู่บ้าน แน่นอนว่าครอบครัวของหนิงชิงเฟิ่งต้องรู้เ๱ื่๵๹นี้


    พลันสายตาของหนิงหรานก็แสดงความรังเกียจออกมา


    ตอนนั้นคนพวกนั้นจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เธอไม่ต้องเดาก็รู้


    หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูมองหน้ากันอย่างงุนงง เห็นแววตาไม่อยากเชื่อของกันและกัน

    ทั้งสองคนรู้สึกงงไปหมด


    ของพวกนี้ในสายตาของพวกเขามันเยอะมากแล้ว


    ตอนอยู่ที่โรงอาหารโรงพยาบาล พวกเขารู้ว่าหลานสาวของพวกเขาเป็๞คนใช้เงินเก่ง แต่ไม่คิดว่าจะเก่งขนาดนี้!


    30 หยวน! ไม่นานก็ใช้หมดแล้ว!


    หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูรู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย


    แต่เมื่อคิดว่านี่เป็๞ความกตัญญูของหรานหราน และก็เพื่อพวกเขาเอง หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูก็พูดอะไรไม่ออก


    เพราะพวกเขาก็อยากให้หรานหรานกินอิ่มๆ บำรุงร่างกายให้แข็งแรง


    ของเยอะขนาดนี้ หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูขนไม่ไหว


    ดังนั้น หลังจากปรึกษากันแล้ว พวกเขาคาดว่าลุงหลิวคงกำลังจะกลับหมู่บ้านพอดี หนิงเฉิงฮุยจึงไปหาลุงหลิวเพื่อขอความช่วยเหลือ


     ส่วนสวีอวี้จูรออยู่กับหนิงหรานที่หน้าสหกรณ์