“แน่ใจหรือว่าเป็แบบนั้น” หัสนัยอดท้วงไม่ได้
“อย่างนั้นสิ ไม่อย่างนั้นเนื้อหนังฉันคนหลุดล่อนไปแล้ว” หัสนัยมองเสื้อลำลองสีขาวที่ขาดวิ่น อย่างไม่เชื่อสิ่งที่เห็นอยากจะถามต่อแต่ก็เลือกที่จะเงียบ
มิราเข้าไปชะโงกดูแผลอีกคนรู้สึกประหลาดใจเหมือนกัน
“ขอบคุณ คุณัว่าแต่คุณไม่เป็อะไรแน่นะ” มิราถามเพื่อความแน่ใจร็สึกสำนึกบุญคุณัเหลือเกิน
“ผมไม่เป็ไร...สบายมาก.... ฉันไปล่ะ ฉันบอกแล้วให้นายดูแลคุณมิราให้ดี” ัหันไปพูดกับหัสนัยพูดทิ้งท้าย รีบเดินหนีออกจากตรงนั้น
“แจ้งความไหม” หัสนัยหันมาถามมิรา
“ไม่ดีกว่าค่ะ มิรากับนิรมนเราเป็เพื่อนกันมานาน”
“แต่เพื่อนไม่ทำกันแบบนี้”
“นิราคงกำลังโกรธ อีกหน่อยก็จะได้คิด แล้วก็จะเสียใจในสิ่งที่ทำ” หัสนัยไม่พูดต่อแต่เื่ของันี่น่าสงสัยชะมัด
“เสื้อขาดขนาดนั้นไม่น่าเชื่อว่า ิัจะไม่โดนน้ำกรดไปด้วย”
“อาจเป็เหมือนคุณัพูดก็ได้น้ำกรดเจือจาง”
“ไม่นะ เสื้อ ส่วนมากทำจากใยสังเคราะห์ละลายโดยสารเคมีเข้มข้นหรือถูกเผาไหม้ด้วยความร้อน ซึ่งสารเคมีเข้มข้น ิัของคนก็ไม่สามารถ ทนได้”
“อย่างนั้นต้องอะไรที่เรายังไม่รู้แน่ๆ เลยค่ะ คุณัเขาจงใจปกปิดเราแน่ๆ”
“ผมก็คิดเช่นนั้น แต่ว่าอะไร”
มิรายิ้ม
“อย่างเช่นเขาเป็วูฟเวอลีน หรือไม่ก็แวมไพร์” หัสนัยไม่ขำ เขาต้องหาความจริงให้ได้
“ไม่แน่นะนายนั่นท่าทางแปลกๆ อาจจะเป็อะไรอย่างที่คุณพูดก็ได้”
“แต่มิราเกรงใจคุณกับ คุณัจังที่ต้องมาคอยคุ้มกันมิรามิราคงต้องหาทางคุยกับนิรมนดูเสียที” ห้ามเป็วันนี้เพราะวันนี้ผมจะพาคุณ ไปที่ที่ผมสัญญาไว้ว่าจะพาคุณไปเมื่อคราวที่แล้ว วันนี้ไม่มีนายมังกือตาสีเขียวมากวนใจ” มิราค้อน
“เขาชื่อั ค่ะ แล้วเขาก็แปลกๆ ไปไม่เหมือนัคนเดิม” หัสนัยพยักหน้า
“ตกลงเราไปกันได้หรือยังผมรับรองความปลอดภัยขององค์หญิงว่าจะไม่ยอมให้ริ้นมาไต่ไรมาตอม” มิรายิ้มหวาน เป็ยิ้มหวานที่กระแทกใจของหัสนัย ให้นึกย้อนไปถึงมิรา ตัวน้อยที่เรียกเขาว่าพี่หาด