บทที่ 6 อุปสรรคในการหางานใหม่
ทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนจนถึงสิบโมงเช้า กว่างานในโรงฆ่าสัตว์จะเสร็จสิ้น เท้าทั้งสองข้างของสวีเถาเถาอ่อนปวกเปียกเหมือนเส้นบะหมี่ มือสั่นราวกับเป็โรคพาร์กินสัน เดินตามหลังสวีต้ากวงกลับบ้านอย่างเชื่องช้า
ลักษณะงานในโรงฆ่าสัตว์เป็แบบนี้ เมื่อฆ่าสัตว์เสร็จก็สามารถเลิกงานได้ หลังจากนั้นก็พักผ่อนอยู่บ้านได้ทั้งวัน
สำหรับพ่อของสวีต้ากวงที่เป็ช่างฝีมือมาหลายสิบปี เขาคุ้นเคยกับรูปแบบการทำงานแบบนี้มานาน แต่สวีเถาเถาแทบจะทำไม่ไหว เธอทำงานมาทั้งเช้า ตอนนี้รู้สึกมึนงงไปหมด อยากจะทิ้งตัวลงนอนหลับให้สบายบนเตียงเล็ก ๆ ของตัวเอง
"ฮ้าววววว"
สวีเถาเถาอ้าปากหาวหวอด ระหว่างทางกลับบ้านเธอหาวไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง
พอกลับมาถึงบ้านสวีเถาเถาล้างหน้าแล้วเตรียมตัวจะเดินเข้าห้อง สวีต้ากวงรีบคว้าปกคอเสื้อลูกสาวไว้ "จะรีบไปไหน กินข้าวเช้าก่อนสิ"
สวีเถาเถาทำท่ากระทืบเท้า "พ่อ หนูไม่หิวจริง ๆ ! ตอนนี้หนูลืมตาแทบไม่ขึ้นแล้ว ง่วงมาก ให้หนูนอนเถอะนะ!"
พอลูกสาวตัวน้อยเริ่มงอแง สวีต้ากวงก็ยอมอ่อนข้อให้ เพราะเห็นสภาพที่เหนื่อยล้าของเธอแล้วก็รู้สึกสงสาร จึงปล่อยมือ
"ก็ได้ ๆ ไปนอนเถอะ พอถึงเที่ยงรอแม่กลับมาจะได้จัดการเครื่องในหมูพวกนั้น ตกเย็นจะให้แม่ทำหัวใจหมูผัดไฟแดงที่ลูกชอบให้กิน!"
ตลอด่เช้าที่วุ่นวายนี้ ใบหน้าเล็ก ๆ ของลูกสาวเขาดูซีดลงไปอย่างเห็นได้ชัดเขาต้องให้จ้าวซิ่วหลานทำอาหารบำรุงให้ลูกสาวหน่อยแล้ว
สวีเถาเถาไม่ได้สนใจว่าพูดอะไร พอเขาปล่อยมือ เธอก็รีบวิ่งเข้าห้องไปทันที พร้อมกับปิดประตู ถอดเสื้อผ้าแล้วมุดเข้าไปในผ้าห่ม จากนั้นก็หลับไปอย่างไม่รู้เื่รู้ราว
พอเธอตื่นขึ้นมาอีกทีก็รู้สึกว่าร่างกายพอจะมีแรงขึ้นมาบ้างแล้ว เธอลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟัน ถามระบบถึงได้รู้ว่าตอนนี้บ่ายสองกว่าแล้ว
ในบ้านไม่มีใครอยู่เลย มองดูเข้าไปในครัว แน่นอนว่ามีอาหารเที่ยงเหลือไว้ให้เธอ แม้จะมีแค่หมั่นโถวสองลูก ผักดองนึ่งหนึ่งชาม ผักผัดไม่มีน้ำมันอีกหนึ่งชาม แต่สวีเถาเถาที่หิวโซก็ยังนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย
นึกถึงชาติที่แล้ว แม้จะไม่ได้กินอาหารเหลาทุกมื้อ แต่อย่างน้อยในแต่ละมื้อก็ต้องมีกับข้าวห้าอย่างกับซุปหนึ่งถ้วย สวีเถาเถาที่เคยเป็สาวไฮโซ รู้สึกว่าตอนนี้ชีวิตเธอช่างน่าสงสารเหลือเกิน ไม่รู้ตัวเลยว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่หมั่นโถวธัญพืชแห้ง ๆ นั้นกลายเป็ของอร่อยสำหรับเธอไปแล้ว?
"เฮ้อ" สวีเถาเถาถอนหายใจ
ระบบให้กำลังใจเธอ [โฮสต์พอคุณเปิดคะแนนอาชีพได้ สิ่งของพวกนี้ก็สามารถแลกเปลี่ยนได้ ร้านค้าในระบบของเรามีของอุดมสมบูรณ์มากนะ ไม่เพียงแต่จะตอบสนองคุณภาพชีวิตของคุณในชาติที่แล้วได้อย่างสมบูรณ์ แต่ยังมีวัตถุดิบมหัศจรรย์บางอย่างที่มีแค่ในยุคอวกาศเท่านั้นด้วย รับรองว่าจะทำให้คุณอิ่มอร่อยแน่นอน]
ระบบไม่เพียงแค่พูดเท่านั้น แต่ยังเปิดร้านค้าในระบบให้สวีเถาเถาดู เพื่อจะบอกว่ามันไม่ได้โกหกเธอ
สวีเถาเถามองจนน้ำตาไหลออกมาจากหางตาอย่างห้ามไม่อยู่
เมื่อเห็นหน้าจอระบบแสดงคะแนนอาชีพเป็ศูนย์ เธอเบ้ปาก [อธิบายมาซะยืดยาวยังไงตอนนี้ฉันก็ยังเป็คนจนที่มีคะแนนอาชีพเป็ศูนย์อยู่ดีนั่นแหละ]
เสียงอันแ่เบาของเธอทำให้ระบบรู้สึกขนลุก มันรีบปฏิเสธความเกี่ยวข้องทันที
[โฮสต์! นี่ไม่ใช่ว่าฉันตั้งใจจะทำให้คุณลำบากนะ! แต่งานที่คุณทำอยู่ตอนนี้ได้มาจากการช่วยเหลือของครอบครัว โดยพื้นฐานแล้วตัวคุณเองไม่ได้ลงแรงอะไรเลย ดังนั้นฉันให้คะแนนอาชีพไม่ได้ ไม่งั้นจะผิดกฎ!]
แม้ระบบจะไม่พูด แต่สวีเถาเถาก็พอเดาได้ หาก้าได้คะแนนอาชีพก็ต้องเปลี่ยนงานที่ทำและงานต่อไปต้องเป็งานที่เธอหามาได้ด้วยตัวเอง ไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถนับคะแนนได้ และการใช้เส้นสายลัดขั้นตอนเป็วิธีที่ใช้ไม่ได้เหมือนกัน
แต่การหางานก็ช่างยากเย็นเหลือเกิน โดยเฉพาะในยุคนี้ พอโรงงานมีตำแหน่งงานว่าง ก่อนที่คนภายนอกจะรู้ คนในโรงงานก็จัดการกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
สวีเถาเถาไม่ยอมแพ้ เดินวนเวียนอยู่ข้างนอกตลอดบ่าย หน้าด้านถามยามว่าโรงงานรับคนไหม แต่คำตอบเดียวที่ได้คือยังไม่มีการเปิดรับพนักงาน
ระหว่างเดินกลับโรงงานแปรรูปเนื้อ เธอได้ยินเด็กสาวสองคนคุยกันเื่การสอบเข้าทำงานที่โรงงานเครื่องหนังวันนี้ เธอจึงเข้าไปถามด้วยความสงสัย
"สวัสดีค่ะ ขอรบกวนสักหน่อย ฉันอยากถามเื่ที่พวกคุณคุยกันเมื่อกี้เกี่ยวกับโรงงานหนังที่รับคนเข้าทำงานน่ะ แต่วันนี้ฉันไปถามที่โรงงานมา พวกเขาบอกว่าไม่ได้รับคนเข้าทำงานนะคะ"
หญิงสาวทั้งสองที่กำลังคุยกันอย่างออกรสถูกขัดจังหวะ คนที่ทำผมดัดลอนหันมามองสวีเถาเถาด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่เมื่อเห็นหน้าของสวีเถาเถาชัด ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็ดูถูกทันที
เธอพูดว่า "เธอไปถามแล้วแต่เขาบอกว่าไม่รับเหรอ มันก็แน่นอนอยู่แล้ว วันนี้โรงงานรับแค่คนเดียวนี่ เป็ตำแหน่งประชาสัมพันธ์โรงงาน ต้องหน้าตาดีเสียงไพเราะ ส่วนเธอน่ะเหรอ? ไปส่องกระจกดูตัวเองก่อนไหมล่ะ"
"ฉ… ฉันจะ"
โลกที่ตัดสินคนด้วยหน้าตาแบบนี้มันจะดีได้ยังไงกัน!
สวีเถาเถาโกรธจนพูดไม่ออก ได้แต่ทำสีหน้าแข็งทื่อพูดกลับไปว่า"ขอบคุณ" กับผู้หญิงทั้งสองนั้นก่อนจะเดินจากไป
แม้จะเดินออกมาไกลแล้วก็ยังได้ยินผู้หญิงสองคนนั้นนินทาเธอ "หน้าตาแบบนั้นยังจะคิดเป็ประชาสัมพันธ์ไม่อายฟ้าอายดินบ้างเลยรึไง"
สวีเถาเถากลับบ้านด้วยความโมโห สวีต้ากวงกำลังจัดการเครื่องในหมูที่เขาหิ้วกลับมาบ้านวันนี้
สวีเถาเถาชำเลืองมองไปเห็นมีกระเพาะหมู หัวใจ ลิ้น ตับ ลำไส้ใหญ่ และยังมีหางหมูหนึ่งอัน กับขาหมูหนึ่งคู่ ยกเว้นขาหมูที่อาจจะแพงหน่อย สำหรับช่างชำนาญอย่างพ่อของเธอแล้ว เครื่องในหมูพวกนี้ราคาถูกมาก และไม่ต้องใช้คูปองด้วย สวีเถาเถาไม่คิดว่าวันนี้พ่อจะซื้อมามากขนาดนี้ เต็มถังไม้ใบใหญ่เลย
เมื่อเห็นเครื่องในหมูพวกนี้ สวีเถาเถาก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้กินของต้มมานานแล้ว พอดีมีวัตถุดิบอยู่ตรงหน้า วันนี้เธอโดนทำให้โมโหมา อยากจะตามใจตัวเองสักหน่อย
"พ่อคะ เครื่องในหมูพวกนี้วันนี้ให้หนูทำเองได้ไหม" สวีเถาเถาถามพ่อด้วยความคาดหวัง
พ่อมองลูกสาวที่ไม่เคยทำอาหารสักมื้อด้วยความประหลาดใจ "ลูกจะทำเหรอ? อย่ามาล้อพ่อเล่นเลย ลูกทำเป็ที่ไหนกัน!"
ถึงเครื่องในหมูพวกนี้จะไม่แพง แต่ก็เป็กับข้าวให้ครอบครัวได้หลายอย่าง ไม่อยากให้ลูกสาวมาทำให้เสียของไปเปล่า ๆ
สวีเถาเถานึกขึ้นได้ว่าร่างเดิมไม่เคยเข้าครัวเลยจริง ๆ จึงต้องโกหกไป
"พ่อ อย่าดูถูกหนูสิคะ ถึงหนูจะไม่เคยทำ แต่หนูก็ดูแม่ทำอาหารมาหลายปีแล้วนะ ได้เรียนรู้มาเยอะเลยค่ะ แค่ปกติแม่เก่งเกินไป ไม่มีโอกาสให้หนูได้แสดงฝีมือ วันนี้พ่อให้โอกาสหนูได้ทำอาหารให้พ่อกับแม่ชิมหน่อยไหมคะ?"
พ่อไม่เชื่อสักคำว่าลูกสาวจะทำอาหารเป็ แต่ประโยคที่บอกว่าอยากทำให้พ่อกับแม่ชิม ทำให้หัวใจของคนเป็พ่ออบอุ่น
แค่เครื่องในหมูเท่านั้น ถ้าลูกสาวมีความสุข ยังไงก็ได้!
"ได้! ให้ลูกทำก็ได้แต่ขาหมูและหัวใจหมูนั่นให้ไม่ได้นะ ส่วนที่เหลือเอาไปเล่นได้ตามใจชอบเลย"
สวีต้ากวงรีบหยิบขาหมูและหัวใจหมูออกจากอ่าง แล้วยืนยิ้มแย้มล้างเครื่องในหมูที่เหลือให้สะอาดแล้วส่งให้ลูกสาว ในใจจริง ๆ เขาไม่ได้คาดหวังว่าสวีเถาเถาจะทำอะไรออกมาได้
สวีเถาเถาไม่คิดว่าจะง่ายดายขนาดนี้ แม้จะไม่ได้ขาหมูตุ๋น แต่เธอก็ไม่ผิดหวัง พ่อใจดีมากแล้ว สิ่งที่เธอต้องทำต่อไปนี้ คือใช้ฝีมือการทำอาหารเพื่อพิชิตใจพวกเขาให้ได้เลย!
แต่อาหารที่้าทำ มีเครื่องปรุงไม่พอ เธอต้องออกไปซื้อเพิ่มที่สหกรณ์