ในตอนนี้ ก่อนที่พลังข้าจะหมดอีกครั้ง ข้าจะให้เจ้าเข้าไปที่ทะเลสาบหินหนืดซึ่งต่อเชื่อมลงไปใต้แผ่นดินด้านหน้าเจ้า พวกเราเผ่าพันธุ์มังกรในอดีต ต่างฝึกวิชา ฝึกร่างกายและได้รับธาตุพลังจากทะเลสาบหินหนืดที่เจ้าเห็นนี้ มันจะทำให้เจ้าแกร่ง และสามารถสร้างเกราะบนร่างเจ้าได้ ทะเลสาบหินหนืดที่เจ้าเห็นมันมาจากธารหินหนืดร้อนใต้ดินแดนนี้ลึกลงไป พวกเราเรียกมันเรียกว่าทะเลสาบธาตุปฐพี และคงอยู่มานานก่อนข้าเกินนับล้านล้านปีแล้วจนถึงบัดนี้ ข้าก็ไม่แน่ใจว่านานเท่าใด เจ้าลงไปแช่ในทะเลสาบได้แล้ว" เจียงหนานตี้บอกลี้เฟย พร้อมชี้ไปยังทะเลสาบธาตุปฐพี และใช้พลังกระแทกลี้เฟยลอยตกลงไปกลางทะเลสาบหินหนืดทันที
"เจ้าไม่ต้องกังวล เจ้าเดินปราณมังกรให้คงที่ เจ้าจะรับธาตุพลังความร้อนมหาศาลได้ ความร้อนนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อเจ้า เจ้าสามารถแหวกว่ายในสายโคลนหินหนืดนี้ได้" เจียงหนานตี้บอกลี้เฟยอีกครั้งเมื่อลี้เฟยลงไปในทะเลสาบแล้ว
ลี้เฟยลงไปในทะเลสาบที่เต็มไปด้วยหินหนืดและความร้อน เมื่อลงไปเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ต่างลุกไหม้ในพริบตา ความร้อนเริ่มรุกเข้าสู่ผิวหนัง ความร้อนสร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสให้แก่ลี้เฟย
"ไหนว่าไม่เป็นไร ความร้อนไม่ทำร้ายข้าไง" ลี้เฟยตะโกนขึ้นมาหาเจียงหนานตี้ที่ยืนอยู่บนชายฝั่ง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าเด็กโง่ เจ้ามีเกล็ดมังกรมิใช่หรือ ใยเจ้าไม่ใช้พลังปราณมังกรในตัวตนของเจ้า" เจียงหนานตี้ส่ายหัวกะโหลกไปมาแล้วตะโกนกลับไป
"ใช่แล้ว นี่คือขุมพลังแห่งมังกร ข้าต้องใช้ตัวตนของมังกรสิ" ลี้เฟยนึกตามที่เจียงหนานตี้ตะโกนบอก พร้อมเปิดเกล็ดมังกรขึ้นมาทั่วร่าง ความร้อนเริ่มซึมซับอย่างนุ่มนวลไม่แผดเผา ทว่าในความนุ่มนวลนั้นมีความแรงของธาตุพลังวิ่งเข้าใส่ทั่วร่าง
เมื่อเริ่มปรับตัวได้แล้ว ลี้เฟยจึงค่อย ๆ ปิดเกล็ดมังกรบางส่วนทีละน้อยเพื่อให้ธาตุจากหินหนืดอัดพลังเข้าไปในร่าง พร้อมกับใช้เจตจำนงการเคลื่อนไหวในการดึงดูดธาตุเข้าสู่ร่างกาย ธาตุพลังถูกดูดซับอย่างรวดเร็วเป็นเกลียวคลื่นถาโถมเข้าไปที่จุดจักระมังกร ลี้เฟยดูดซับพลังส่วนหนึ่งไปที่จุดจักระกิเลน และจุดตันเถียนด้วยเช่นกัน
ในยามนี้ สภาพร่างกายลี้เฟยปรับตัวได้ไม่ร้อนเหมือนแต่แรกลงมาแล้ว ลี้เฟยเริ่มแหวกว่ายในทะเลสาบ และรู้สึกว่า ธารหินหนืดสีแดงเพลิงถูดดูดลงไปด้านล่าง เมื่อลองก้มมองในหินหนืดแล้ว พบว่าแม้จะเป็นสีแดงเพลิงแต่มองเห็นเหมือนแหวกว่ายในน้ำเช่นกัน ลี้เฟยจึงว่ายลงไปใต้น้ำพบฟองอากาศที่พื้นใต้น้ำ จึงดำลงไปดู เมื่อเข้าไปใกล้ลี้เฟยพบเป็นทางลอดจึงดำไปตามทางเข้าไปสักระยะไม่พบทางไปต่อ จึงขึ้นสู่ผิวน้ำ และเดินขึ้นมาบนชายฝั่ง "ทำไมท้องฟ้าเป็นสีแดงเช่นนี้" ลี้เฟยสงสัยและเดินเลาะดูตามชายฝั่ง
"ตี๊ด ... ตี๊ด ... ตี๊ด ...ตี๊ด .... เสียงดังสลับเงียบดังเข้ามาผ่านลี้เฟยในระยะมองเห็น "มันคืออะไรกัน เหมือนอะไรบินผ่านไปด้วยความเร็ว" ลี้เฟยหันมองตามไป จากนั้นจึงใช้มังกรทะยานพุ่งตัวตามสิ่งที่เห็น ทุกที่ที่เคลื่อนไปมีไฟลุกเป็นทางแสดงร่องรอยของพลังความร้อนในตัวเอง ลี้เฟยใช้เวลาเกือบชั่วยามจึงไล่ทันและคว้าไว้ได้ด้วยการใช้ปราณพลังกรงเล็บมังกร
"มันคือก้อนหินหนืดหรือนี่ ไม่แข็งแต่เหนียวมาก ก้อนหินหนืดที่อยู่ในมือลี้เฟยพยายามเคลื่อนไหวไปมาอยู่ตลอดเวลา แต่ถูกลี้เฟยจับไว้"
"ปล่อยมันไปเถิด เจ้าหนุ่ม" เมื่อมองไปตามเสียงพบหญิงชรายืนมองอยู่ไกล ๆ ลี้เฟยปล่อยหินหนืดที่พุ่งตัวกลับไปหาหญิงชราทันที ลี้เฟยเหาะตามเข้าไป "ท่านเป็นใคร" ลี้เฟยแสดงท่าคาระวะและถามหญิงชราตรงหน้า
"ข้าเป็นข้านี่แหละ ข้าอยู่ที่นี่มานานแล้ว หากแต่เจ้าละเป็นใครกันแน่ เข้ามาในดินแดนของข้า" หญิงชราหัวเราะเสียงดัง
"ข้ามีนามว่าลี้เฟย ข้ามาจากสำนักอัคคีไห่เหิง เข้ามาในหอปรมาจารย์บรรพกาล และก็เข้ามาในมิติด้านบนและก็เข้ามาที่ดินแดนของท่าน ข้าเองก็สับสนไปหมดแล้วว่าที่นี่ที่ไหนกันแน่" ลี้เฟยกล่าวไปด้วยความงุนงงพร้อมมองหน้าชายชราเหมือนจะรอคำตอบ
หญิงชราไม่ตอบกลับกวักมือเรียกลี้เฟยพร้อมเดินนำเข้าไปยังถ้ำเชิงเขา
"ข้าไม่รู้ว่าสำนักอัคคีของเจ้าคือที่ไหน ที่นี่ก็คือที่นี่ ไม่ใช่ที่ไหน หากแต่เป็นดินแดนที่หลุดเข้ามาเมื่อนานมาแล้ว ข้ามาจากดินแดนอันไกลโพ้น เพื่อมาเสาะหาใครบางคน ในขณะที่ข้ามาถึงที่ดินแดนแถบนี้ ทว่าเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทั่วท้องฟ้ายามนั้นดวงดาวน้อยใหญ่ร่วงหล่นลงสู่พื้น สิ่งมีชีวิตมากมายล้มตาย ถูกทำลายล้างข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าถูกแรงดูดจากการกระแทกของดวงดวงดึงเข้ามาที่นี่ ข้าพยายามหาทางออกไป แต่ทว่าข้ายังมีพลังไม่มากพอที่จะสามารถทำได้ ข้าจึงติดอยู่ในแดนมิติแห่งนี้ ข้ามีชีวิตอยู่ได้ก็จากสัตว์อสูรมากมายในป่าและในน้ำ ในยามที่เจ้าเข้ามา เจ้ายังไม่พบเห็นเลยหรือ" หญิงชราเล่าความเป็นมา
"ข้ายังไม่พบสัตว์อสูรใด ๆ แต่สำหรับการช่วยท่าน ข้าคิดว่าข้าน่าจะพาท่านออกไปได้ หากท่านต้องการ ข้าจะลองดู ข้าจะพาท่านดำน้ำออกไป แต่ท่านจะกลั้นหายใจในน้ำได้นานแค่ไหน ข้าไม่มั่นใจ นั่นคือสิ่งที่ข้ากังวลใจมากที่สุด เพราะเราต้องดำน้ำออกไปที่ทะเลสาบส่วนนอก" ลี้เฟยอยากช่วยให้ออกไปไม่ต้องถูกกักขังในดินแดนมิติใต้ทะเลสาบนี้ แต่ลี้เฟยยังวิตกว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร
"เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าสามารถหายใจใต้น้ำได้ เจ้าไม่ต้องห่วงในจุดนี้ ข้าทำได้" หญิงชรายิ้มออกมาเป็นครั้งแรกที่ได้พบเจอสายเลือดสายมังกรเช่นเดียวกัน
"หากแต่เจ้าจะทำได้อย่างไรข้าไม่มั่นใจ แต่เมื่อเจ้าเข้ามาได้ เจ้าก็ย่อมออกไปได้ ข้าไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แต่หากเจ้าช่วยข้าได้ก็จะยินดียิ่งนัก ข้า...." หญิงชรากล่าวออกมาแล้วหยุดชะงักมองไปที่ร่างของลี้เฟย
"ข้าสัมผัสได้ถึงพลังสายเลือดมังกร เจ้าเป็นเผ่าพันธุ์มังกรหรือนี่" หญิงชรากล่าวถามออกไปด้วยความตกใจ
"ถูกต้อง ข้ามีสายโลหิตมังกรฟ้า" ลี้เฟยกล่าวตามจริง
"ดียิ่งนัก ดี ๆ ไม่เสียที่ที่ข้ารอมายาวนาน ไม่คิดเลยจะมีวันที่เจอสายเลือดมังกรอีกครั้ง เอาละไม่ว่าเจ้าจะช่วยข้าออกไปวิธีไหน ได้หรือไม่ได้ นับว่าเจ้ามีน้ำใจ ความจริงแล้ว ข้าเองยังไม่มั่นใจนัก เมื่ออกไป ข้าจะไปตามหาครอบครัวของข้าได้ที่ไหน เวลามันผ่านมานานแล้ว ไม่รู้ว่าด้านนอกจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นใด"
"แต่ก็นับเป็นโอกาสของข้า เช่นนั้น ข้าจักมอบโอกาสแก่เจ้าเข้าไปที่ในถ้ำชั้นใน เจ้าจะเห็นคัมภีร์ศัสตระวิญญา หากเจ้าสามารถเรียนรู้ได้ เจ้าจะมีอาวุธประจำตัวที่เหนือสวรรค์ เหนือดินแดนทีเดียว แต่นั่นก็แล้วแต่ตัวเจ้า" หญิงชราชี้เข้าไปในถ้ำที่มีแท่นคัมภีร์วางอยู่ด้านบน
ลี้เฟยเดินเข้าไปหยิบคัมภีร์ศัสตระวิญญาขึ้นมาแล้วเริ่มอ่านดู ...