ฤทธิ์กระบี่เทพมารราคะสยบปฐพี..!!

    บทที่ 71 ก้าวเท้าเข้าสู่วิถีแห่งมาร

            หลังจากเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้นของเว่ยเซี่ย กับเตียวเหม่ยจบลง เมื่อตื่นเช้าขึ้นมามันก็ไม่พบนางนอนอยู่ข้างกายแล้ว เว่ยเซี่ยคาดว่านางคงจะออกไปยามที่มันหลับอยู่ เพื่อกันมิให้ผู้ใดเข้ามาพบเห็นเสียก่อน แน่นอนว่าคงมิใช่เรื่องดีแน่ หากมีคนเรื่องนี้เข้า ชื่อเสียงเจ้าสำนักนางจะด่างพลอย งานใหญ่ที่วางแผนไว้คงยากที่จะทำสำเร็จ


            เว่ยเซี่ยมิได้ติดใจอันใด มันเองก็พึงพอใจอยู่น้อยกับรสสวาทกามราคะที่นางนำมามอบให้ถึงเตียงเมื่อคืน อีกทั้งในยามนี้เว่ยเซี่ย อยากพบหน้าของใครบางคนมากกว่า ฟางเหนียงมารดาคนงามของมันนั้นเอง


            มันคิดว่าตอนสาย ๆ นางอาจจะเข้ามาหามันก็เป็นได้ เว่ยเซี่ยได้แต่นอนรอไปเรื่อย ทว่า…เมื่อถึงเวลาที่คิด กลับไร้เงาของนางแม้แต่น้อย เว่ยเซี่ยรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยแต่ก็มองโลกในแง่ดีว่า ฟางเหนียงอาจจะติดธุระเรื่องวางแผนบุกพรรคมารราคะ ยามเที่ยงนางอาจจะเข้ามาพบมัน ทว่า….รอแล้ว รอเล่า นางก็ไม่มาอยู่ดี


            จนวันเวลาผ่านไปถึง 3 วันก็ยังไร้วี่แววของฟางเหนียง ผู้ที่แวะเวียนเข้าออกในห้องเห็นจะมีเพียงแค่ศิษย์หญิงของสำนัก สองสามคนเท่านั้น พวกนางเข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร และยาสมุนไพรที่ใช้รักษาบาดแผล


            และพอเว่ยเซี่ยเอ่ยถามถึงมารดาของมัน กับพวกนาง เหล่าศิษย์หญิงก็ตอบเหมือนกันทุกคนคือ พวกนางไม่ทราบ จะถามกี่ครั้งคำตอบที่เว่ยเซี่ยได้ก็คือ ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่ทราบ และถึงแม้นเว่ยเซี่ยจะแค่นเสียงดุ ทำหน้าตาข่มขู่พวกนางจนหวาดกลัว พวกนางก็ยืนกร้านว่าไม่รู้เรื่องของ ฟางเหนียงอยู่ดี…


            เสียงกำปั้นกระแทกเตียงดัง ปึง เว่ยเซี่ยโกรธจนไม่รู้จะระบายกับผู้ใดมันจึงทำเช่นนั้น


            "นี่มันเกิดอันใดขึ้นกับท่านแม่ เหตุใดท่านถึงเห็นงานใหญ่สำคัญกว่าข้าได้ มันยุ่งขนาดไม่มีเวลาเฉียดมาพบหน้าข้าสักนิดเลยรึ…แถมไม่ใช่แค่ท่านแม่ด้วย นับตั้งแต่คืนนั้นท่านแม่เล็กก็ไม่มาหาข้าอีกเลย ร่วมถึงน้องเว่ยหลินด้วย มันช่างน่าแปลกยิ่งนัก นี่ถ้าข้าไม่บาดเจ็บนะ ปานนี้ข้าคงออกไปค้นหาความจริงด้วยตนเองแล้ว"


            เว่ยเซี่ยเอ่ยพึมพำด้วยความคับแค้นใจ และในขณะที่มันกำลังบ่นอยู่นั้น เสียงของเจ้ากระบี่เทพมารราคะก็ได้ดังขึ้นภายในหัว


            "อยากฟื้นตัวไว ๆ ยิ่งกว่านี้ไหมล่ะเจ้าหนู..? "


            "ฟื้นตัวไวกว่านี้กระนั้นรึ..? ฟังดูน่าสนใจไหนเจ้าลองว่ามาสิ"


            ยามนี้ดูเหมือนความเหงา และความแค้นจะทำให้เว่ยเซี่ย ลืมสิ่งที่เจ้ากระบี่เทพมารราคะเคยหลอกให้มันเรื่องไม่ดีไปชั่วขณะ มันจึงสนใจในข้อเสนอที่เจ้ากระบี่กล่าวออกมา


            "หากเจ้าอยากฟื้นตัวจากบาดแผลที่ได้รับ จงรวมร่วมสมาธิ แล้วดึงจิตปราณราคะของข้าไปประสานกับจิตปราณของเจ้าเสีย.."


            "ประสานจิตปราณของข้ากับจิตปราณของเจ้ารึ..? หากทำเช่นนั้นข้าจะไม่กลายเป็นมารหรือ.."


            "ย่อมเป็นแน่นอน แต่เจ้าลองคิดไตร่ตรองดูดี ๆ ก่อน การที่เจ้านอนเจ็บอยู่เช่นนี้ หากต้องการฟื้นตัวเต็มที่ ก็ต้องใช้เวลาอีกร่วม ๆ ครึ่งเดือน กว่าจะถึงยามนั้น ทั้งมารดาแท้ ๆ ทั้งมารดาบุญธรรม ร่วมถึงน้องสาวบุญธรรมของเจ้าจะเป็นเช่นไรไปแล้วก็ไม่รู้ จะโดนเจ้าพวกนั้นกระทำสิ่งใดไปแล้วบ้างก็ไม่รู้ แต่หากเจ้าใช้วิธีของข้า ขอเพียงแค่ สามชั่วยาม บาดแผลก็จะหายสนิท แถมวรยุทธ์ที่มียังก้าวหน้าขึ้นอีกด้วย เจ้าก็ลองคิดเองก็แล้วกันว่าสมควรจะเลือกแบบไหน"


            พอเว่ยเซี่ยฟังจบ มันก็ถึงกับตะลึงงันจนต้องร้องอุทานออกมาเสียงดังลั่น


            "สะ…สามชั่วยามกระนั้นรึ..!! เรื่องน่าเหลือเชื่อเช่นนี้มันจะ..เป็น..ไป..ได้..อย่างไรกัน"


            จากนั้นเว่ยเซี่ยนิ่งคิดอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนที่มันจะตัดสินใจยอมรับจิตปราณราคะจากเจ้ากระบี่เทพมาร เหตุที่มันตัดสินใจเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่า ครึ่งเดือนนั้นเป็นเวลาที่นานเกินไป อย่าว่าแต่ครึ่งเดือนเลยแค่สามวันมันก็จะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว ไหน ๆ มันก็มิมีสิ่งใดต้องเสียแล้ว หากเป็นมารแล้วได้ทุกสิ่งมาครอบครองมันก็ยินดีที่จะเสี่ยง


            ดังนั้นเว่ยเซี่ยจึงนอนหลับตา และทำสมาธิ ก่อนที่เจ้ากระบี่เทพมารราคะจะส่งปราณราคะจากตัวมันมาที่ตัวของเขา


            แรก ๆ เว่ยเซี่ยรู้สึกอึดอัดเป็นอย่าง ลมปราณ และชีพจรภายในร่างปั่นป่วนสับสนไปหมด แถมร่างกายยังร้อนจัด ราวกับอยู่ภูเขาไฟที่ลุกโชน เหงื่อกาฬของมันไหลซึมออกมาจากทุกรูขุมขนบนร่างกาย เส้นเอ็นทุกเส้นราวกับจะฉีกขาดออกจากกัน กระดูกทั่งร่างสั่นไหว ประหนึ่งจะแตกออกเป็นเสี่ยง ความเจ็บในร่างของเว่ยเซี่ยยามนี้ มีมากกว่าตอนที่มันถูก มู่เทียนหยงใช้กระบี่แทงเสียอีก


            "ข้า….ข้าจะ….ทน……ไม่…หือ..? นี่มันอันใดกัน จู่ ๆ ความเจ็บปวดเมื่อครู่ก็พลันหายไปจนสิ้น ข้า..ข้าไม่เจ็บแล้ว"


            เว่ยเซี่ยพลันลุกขึ้นมานั่งด้วยสีหน้างุนงง ความเจ็บปวดทั้งหลายในกาย หายไปจนหมดเกลี้ยง ร่วมถึงความเจ็บจากที่แผลถูกกระบี่แทงก็ด้วย


            "นะ….น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ข้าหายแล้ว…!!" เว่ยเซี่ยแหกปากร้องตะโกนดังลั่นด้วยความดีใจ


            "ข้าขอแสดงความยินดีด้วยเจ้าหนู ที่ยามนี้จิตปราณราคะได้ผสานเข้ากับจิตปราณของเจ้าเรียบร้อย"


            "เจ้าหมายความว่า ข้าได้กลายเป็นมารไปแล้วกระนั้นรึ"


            "มารรึ.? ยังกล่าวได้ไม่เต็มปาก จะบอกว่าเป็นได้หนึ่งส่วนก็ยังไม่ใกล้เคียงด้วยซ้ำ หากเจ้าอยากกลายเป็นมารเต็มขั้น จำต้องให้ร่างกายค่อย ๆ ดูดซับจิตปราณราคะมากกว่านี้ หากแค่นฝืนดูดกลืนจิตปราณราคะอันมหาศาลทั้งหมดในคราเดียว ร่างกายเจ้าอาจจะรับไม่ไหวจนขาดใจตาย หรือไม่ก็ อาจกลายเป็นบ้าเสียสติเอาได้"


            "ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง แต่ก็ช่างเถอะ ยามนี้ขอแค่ข้าได้พบหน้าท่านแม่ก่อนก็พอ เรื่องอื่นข้าไม่สน"


            "ใจร้อนจังนะเจ้าหนู โอ๊ะ.! จริงสิ ข้าเกือบลืมบอกเรื่องสำคัญกับเจ้าไป"


            "เรื่องอันใด"


            "เรื่องการเติมจิตปราณราคะ ยามนี้ตัวเจ้ากับข้า ก็เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของกัน และกันไปแล้ว ร่างกายของเจ้านั้นต้องการหาอาหารมาหล่อเลี้ยง ส่วนจิตนั้นก็ต้องการบางสิ่งมาเติมเต็มเช่นกัน…"


            "หึหึ เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องบอกข้าหรอก ว่ามันเป็นสิ่งใด เมื่อเจ้าจิตนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจิตแห่งราคะ มันยังจะมีสิ่งใดที่สนองความต้องการของมันได้อีก นอกจากคาวโลกีย์กามจากเรือนร่างของอิสตรีทั่วหล้า"


            "โอ้ หัวไวดีนี่เจ้าหนู สมแล้วที่ข้าเลือกคนไม่ผิด เมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็มิมีสิ่งใดจะบอกเจ้าแล้ว จงไปทำตามที่ใจเจ้าปรารถนาเถิดฮ่าๆๆๆๆ"


            เมื่อเจ้ากระบี่เทพมารราคะกล่าวจบ รอยยิ้มที่ชั่วร้ายของเว่ยเซี่ยก็พลันปรากฏขึ้นที่มุมปากของมัน ขอบตาของมันยามนี้ดูหมองคล้ำเป็นยิ่งนัก แถมนัยน์ตาก็ดูน่ากลัวราวกับมารร้าย ซึ่งจะว่าไป ก็ดูไม่ต่างอันใดกับดวงตาของหยวนซิงก้าน ประมุขพรรคมารคนปัจจุบัน ยามที่มันฝึกวิชามารราคะขั้นสูงสำเร็จเลยแม้แต่น้อย…


            จบบทที่ 71

    คล้ายกับเรื่องฤทธิ์กระบี่เทพมารราคะสยบปฐพี..!! ที่คุณอ่าน