ฉลามคลั่งรัก 21 : ผู้เล่นไม่ได้มีแค่หนึ่ง
#ฉลามคลั่งรัก
ผมเหยียดยิ้มหยันกับกฎกติกาใหม่ มันคือเกมดักคนโง่โลภมากอย่างเขาไงถ้าเกิดเขาอยากได้ข้อมูลมากนักเขาก็ต้องไปหาเอง และถ้าเขาหาเจอเมื่อไหร่ผมสาบานได้ว่าผมจะไม่ปล่อยเขาไว้ ทันทีที่เขาพูดว่าเขาชนะได้ในสิ่งที่้าไป...
เขาจะกลายเป็เหยื่อล่อฉลามทันที
“Game on” ไม่มีคำพูดต่อท้าย มีแค่การเปิดเกมให้เขารู้เท่านั้นผมเดินจากมาไม่สนใจว่าอาจะทำหน้ายังไงที่ผมสนใจคือเขากล้าพอที่จะเสี่ยงตายหรือเปล่า การได้ข้อมูลของเมกาโลดอนไป ต่อให้จะเป็เพียงแค่การมองผ่านๆ ผมก็เชื่อว่าเขามีวิธีการมากพอที่จะสรรสร้างให้มันกลายเป็เื่จริงได้
การที่ผมเชื้อเชิญให้เขาเล่นเกมไม่ใช่ว่าผมอยากเอาครอบครัวผมไปเสี่ยงหรือว่าอะไร...
ผมแค่อยากดูว่าริชาร์ดจะเลวทรามกับผมได้ขนาดไหน
ผมมีแผนอยู่ในหัวแล้ว
กึก !
ปลายเท้าหยุดยืนอยู่หน้าห้องพักของริชาร์ดดวงตาหลุบมองไปมาเพื่อดูว่าแถวนี้มีคนไหมและเหมือนจะตลกนิดหน่อยตรงที่ห้องของเขาอยู่ในโซนที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านได้ตอนแรกที่ผมเลือกห้องนี้ให้เขาเพราะผมไม่อยากเห็นเขาออกมาเพ่นพ่านให้รกสายตา
ซึ่งก็ทำไม่ได้เท่าไหร่ดูเหมือนมันจะไม่ได้เกี่ยวกับห้อง แต่เกี่ยวกับคนในห้องแทน
“ฮู้ว…”ผมพ่นลมหายใจตอนเอาคีย์การ์ดตัวเองไปแตะกับตัวสแกนเข้าห้องทุกคนที่นี่ต้องมีบัตรประจำตัวกันทุกคนเพื่อใช้ในการตรวจสอบและเช็กว่าเป็คนของที่นี่จริงไหมทว่าทุกบัตรไม่สามารถเปิดห้องของผมได้เนื่องจากผมต้องเซ็ตรหัสผ่านไม่ให้เข้าผิดกับบัตรของผมที่เป็มาสเตอร์คีย์หลัก
ผมเปิดห้องใครก็ได้ไม่เว้นแม้แต่ห้องของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ติ๊ด !
ไฟสีเขียวเป็สัญญาณบอกว่าเข้าไปได้ ดีที่ก่อนหน้านี้ผมโยนผ้าขนหนูทิ้งลงถังขยะแถวนั้นไปก่อนเลยไม่ลำบากเวลาจะทำอะไร เื่แผนที่จะเข้ามาในห้องริชาร์ดผมคิดมาั้แ่ที่เขาพูดเหมือนไม่อยากไป ผมคิดว่าการที่เขาจะเอาข้อมูลผมไปได้มันต้องมีสาเหตุหรืออะไรสักอย่าง
และของสำคัญเขาก็น่าจะพกติดตัวมาผมเลยต้องแอบมาหาที่นี่โดยไม่ลืมปิดการใช้งานกล้องวงจรปิดบริเวณนี้
อาศัยความช่วยเหลือจากผู้ภักดีนิดหน่อย
ผมปิดประตูอย่างเงียบเชียบมองหาทางหนีทีไล่ไว้ก่อนเผื่อว่าเกิดเื่อะไร จะได้ซ่อนแล้วแอบออกไปทัน ก่อนหน้านี้ผมตรวจสอบแล้วว่าริชาร์ดอยู่ตรงไหนเหมือนเขาจะอยู่ใกล้โอเว่นเป็พิเศษส่วนเอริคเขาอยู่ที่ห้องควบคุมดูว่าทุกคนทำอะไร
แต่ผมให้จอร์แดนย้อนเทปเก่าแก้เลขวันเวลาให้ตรงเพื่อให้ดูว่าผมยังอยู่ที่ห้องตัวเอง
“อยู่ไหนนะ” ผมเลียปากเลือกที่จะไม่เปิดไฟเนื่องจากถ้าริชาร์ดกลับมามันคงจะไม่ดีเท่าไหร่ถ้าเห็นไฟเปิดอยู่ผมเดินเข้ามาในส่วนของห้องนอน เขาไม่ได้เอาทุกอย่างออกจากระเป๋าส่วนใหญ่ก็มีเสื้อผ้าบางชุดที่เอาออกมาวางบนเตียงไว้ผมเดินเข้าไปไม่ลืมคอยมองข้างหลังแสงสว่างที่แม้จะถูกม่านปิดไว้ก็ยังพอที่จะทำให้ผมมองเห็นอะไรได้บ้าง
ผมเลื่อนกระเป๋าของเขาไปมาค้นดูว่าเขามีอะไรติดตัวมาบ้าง
“ต้องมีอะไรบ้างสิ...” ลมหายใจถูกพ่นออกกัดปากนิดหน่อยตอนค้นหาผมหยิบกระเป๋าใบหนึ่งที่เหมือนกระเป๋าเอกสารขึ้นมาวางบนเตียงมันดูน่าสงสัยที่สุดในบรรดาของที่เขาเอามา และน่าสงสัยเข้าไปอีกเมื่อพบว่ามันต้องใส่รหัสผ่าน
เขาคงกันพวกชอบอยากรู้อยากเห็นเช่นผม
“รหัสอะไร” คิ้วสวยขมวดกันแน่นไล้นิ้วไปกับตัวเลขสีเงินพวกนั้นผมคิดว่ามันต้องซ่อนอะไรไว้แน่ ๆไม่งั้นเขาจะใช้กระเป๋าที่เหมือนกับเซฟเคลื่อนที่ทำไม
แต่ว่ารหัสของเขาคืออะไร?
“มันต้องมีคำใบ้สิน่า” ผมบอกตัวเอง รีบลุกขึ้นยืนไปดูกระเป๋าที่เขาเอามาทุกใบมันมีอยู่ประมาณสามสี่ใบ สองใบแรกเปิดทิ้งไว้เพราะเป็กระเป๋าใส่ของ ผมเลียปากเพ่งเล็งไปที่กระเป๋าอีกใบซึ่งเขาซ่อนไว้ใต้เตียง มือขาวดึงมันออกมามันดูเปิดแง้มเอาไว้ราวกับจงใจปิดไม่สนิท
นาทีนั้นผมกวาดตาดูว่ามันมีอะไรพอเป็เบาะแสได้ไหมพลันก็ไปสบเข้ากับตัวเลขที่ใช้ปลดล็อกมันไว้
“สามสองสามสี่” ผมอ่านมันแล้วรีบมาใช้กับกระเป๋าอีกใบเหงื่อกาฬผุดซึมที่หน้าผากมนนิดหน่อย เนื่องจากความเครียดและในนี้ก็ร้อนเกินไปผมเม้มปากแน่นกลืนน้ำลายลงคอภาวนาขอให้มันเปิดได้ เสียงแก๊ก ๆยามบิดตัวเลขเป็อะไรที่ระทึกใจ มองมันสลับกับกระเป๋าอีกใบที่เปิดแง้มไว้...
เป็จังหวะเดียวกับที่คำภาวนาของผมเป็จริง
กริ๊ก !
“ได้ล่ะ !” ผมเกือบร้องไชโยดีที่สงบปากไว้ทันปาดเหงื่อลวก ๆ ขณะที่ใช้อีกมือเปิดมัน วินาทีนั้นหัวใจของผมเต้นแรงไม่เป็ส่ำกวาดมองเอกสารมากมายที่ถูกพิมพ์ ถูกขีด รวมถึงถูกขีดฆ่ามากมายมันเหมือนกับข้อมูลวิจัยอะไรสักอย่างที่รั้งให้ผมหยิบมันขึ้นมาดูทีละใบและพบว่ามันคือการวิจัย...
‘การวิจัยสัตว์ใต้น้ำโดยทีมวิจัยซานทาเนีย’
“นี่มันคือทีมของพ่อหนิ”ผมย่นคิ้วจำได้ว่าเคยได้ยินชื่อนี้จากปากพ่ออยู่บ่อยครั้งเมื่อตอนยังเด็กพ่อของผมเป็นักวิจัยในทีมวิจัยชื่อดังพวกเขาค้นหาสัตว์น้ำใต้ทะเลหลายอย่างเพื่อศึกษาว่าอะไรคือตัวแปรที่ทำให้มันมีชีวิตอยู่ได้ทว่าไม่นานนักพ่อก็ออกจากทีมวิจัย
พ่อค้นพบอสูรกายตัวใหญ่นั่นคือสาเหตุที่พ่อสร้าง EDS ขึ้นมา
“นี่อากับพ่อเหรอ ?”ผมว่าเสียงแ่ไล่สายตามองดูภาพทีมซานทาเนียที่ถูกถ่ายไว้ มีหลายคนถูกขีดฆ่าออกถมทับด้วยหมึกดำราวกับบอกว่าพวกเขาตายมีเพียงแค่พ่อกับริชาร์ดเท่านั้นที่ไม่ถูกฆ่าทิ้งไปแถมที่หัวพ่อยังมีวงกลมสีแดงวงเอาไว้
มันคือการหมายหัวงั้นเหรอ ?
“หมายความว่าไงกัน...อะ”ผมชะงักค้างเมื่อเห็นภาพวาดหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ใต้สุดของกระเป๋าความอยากรู้ทำให้ผมรีบหยิบมันขึ้นมาก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่ามันคือรูปพัฒนาการการกลายพันธุ์ของสัตว์แต่ละชนิดที่เปลี่ยนร่างเป็มนุษย์เพื่อความอยู่รอดในยุคปัจจุบัน
มีั้แ่นกแมลง สัตว์ต่าง ๆ ยาวไปถึงสัตว์ในน้ำที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนที่น่าสนใจคือภาพที่เขียนไว้ว่าการเติบโตของเมกาโลดอน
มันคือภาพฉลามที่แปรผันกลายเป็คนทว่าข้อมูลใต้ภาพกลับถูกลบ
ลบด้วยเืของใครสักคนคล้ายกับไม่้าให้ใครรู้ความจริง
“นี่มันหมายความว่าไง อาคิดจะทำอะไรกันแน่จะเปลี่ยนมันให้กลายเป็...”
ติ๊ด !
“!!!!!”
“ไอ้เด็กนั่นอวดดีชะมัด”ผมเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินเสียงปลดล็อกห้องหนำซ้ำยังตามมาด้วยเสียงแหบพร่าของชายวัยกลางคนรุ่นพ่อที่เดินเข้ามาหา “คิดว่าตัวเองเป็ใครกล้ามาลองดีกับผม นี่ถ้ามันไม่สำคัญผมคงโยนมันลงทะเลไปแล้ว”
“ซวยแล้ว...!” ผมพูดเสียงแ่รีบเก็บของให้เข้าที่และไปแอบดูตรงประตูว่าริชาร์ดยืนอยู่ตรงไหน เ้าตัวอยู่ตรงโซนรับแขกที่จัดไว้สำหรับคุยงานเขากำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคนซึ่งมันคงไม่ดีถ้าเกิดเขาเดินมาเจอผมจะให้วิ่งพรวดออกไปเลยก็คงดูจะเป็เื่ที่ไม่เวิร์คเท่าไหร่
ผมเลยเลือกที่จะนิ่งแอบดูว่าเขาจะทำอะไร
ริชาร์ดเหมือนกำลังคุยกับใครและเขาก็เล่าเื่ผมไปด้วย
“มันขู่จะฆ่าผมตั้งหลายรอบทำไมคุณไม่ส่งคนมาจัดการมันซะ ถ้ากลัวไอ้ฉลามบ้านั่นก็หาคนมาตายแทนสักสามสี่คนสิถ้ามีคนล่อไว้ยังไงก็เข้ามาจัดการโซลได้”
“อ๊ะ !”
“หรือจะฆ่ามันไปด้วยกันเลยก็ได้ ถ้าแค่ทำให้มันเจ็บเราก็ลากกลับไปได้ไม่ใช่หรือไง” ริชาร์ดดูหัวเสียเขาถอนหายใจหลายรอบใส่ปลายสาย “พรุ่งนี้ผมต้องไปจากที่นี่แล้วโซลจะไปส่งผมที่ฝั่ง ผมฝากคนให้ช่วยดูแลทางนี้แล้ว คุณจะให้ผมไปเจอที่ไหน ไม่ผมยังไม่ได้ข้อมูลมา แต่คืนนี้ผมจะเข้าไปเอามาให้ได้”
“…”
“ผมได้คีย์การ์ดสำหรับเข้าห้องวิจัยมาแล้ว” ดวงตาผมหรี่ลงเพ่งเล็งคีย์การ์ดที่เขาถือไว้ผมคิดว่ามันน่าจะเป็ของใครสักคนในศูนย์วิจัย แต่เขาไปเอามาได้ยังไง
คีย์การ์ดที่เขามีใช้ได้แค่เปิดห้องนี้เท่านั้นนั่นแปลว่าไอ้บัตรสีทองที่เขาถือไว้ต้องไม่ใช่ของเขา...
“คนของผมไปเอามาให้ คืนนี้เขาจะดูต้นทางให้ตอนผมเข้าไปขโมยข้อมูล” ผมกัดฟันกรอดได้แต่สบถคำหยาบอยู่ในใจ ภาพของเอริคกับโอเว่นลอยเข้ามาในหัวหนึ่งในพวกเขาต้องเป็คนให้คีย์การ์ดประจำตัวกับริชาร์ดเป็แน่
เขายกยิ้มดูร้ายกาจขณะที่ผมกำหมัดแน่นแทบจะออกไปต่อยเขาอยู่แล้วถ้าไม่ติดว่าผมไม่อยากให้ความแตกซะก่อน
“ส่วนเื่โจเอลผมจัดการให้แล้วนะทีนี้คุณก็ไม่ต้องคอยเหม็นหน้าลูกชายงี่เง่า”
“อะไรนะ...”
“มีความสุขกับลูกชายคนโตของคุณไปเถอะ แล้วพรุ่งนี้ก็บอกเรือให้รอผมด้วยผมจะรีบไปร่วมงาน” เขาหัวเราะสนุกผิดกับผมที่เบิกตากว้างเมื่อกี้เขาพูดว่า ‘ลูกชาย’ งั้นเหรอแปลว่าคนที่ริชาร์ดกำลังคุยด้วยคือพ่อไม่ก็แม่ของโจเอลงั้นเหรอ
นี่มันเื่อะไรกันแน่ผมไม่เห็นเข้าใจเลยสักนิด
“ไม่ต้องห่วงเื่โดนจับผิด ผมมีคนคอยช่วยอยู่เขาเป็คนที่ผมส่งมาอยู่ที่นี่นานแล้ว”
“…”
“และเขาก็ได้รับความไว้ใจด้วยสิชนิดที่ว่าโซลคงร้องไห้เลยถ้าได้รู้เื่นี้” ริชาร์ดยิ้มขำไม่สนใจเลยว่าใครจะรู้สึกยังไง“เอาเป็ว่าเตรียมทุกอย่างให้พร้อมแล้วกันพรุ่งนี้ผมจะกลับไปพร้อมกับของที่คุณ้า แค่นี้นะ”
เขากดวางสายรอยยิ้มเปื้อนใบหน้าต่างจากผมที่กัดปากแน่นด้วยความเครียดจัดเสยผมตัวเองไปหนึ่งทีพลางประมวลผลกับสิ่งที่ได้ยินจนเกินจะรับไหวริชาร์ดกำลังจะไปเจอใครสักคนที่ส่งเขามาเอาข้อมูลไปให้นั่นคงเป็เหตุผลว่าทำไมเขาถึงยอมเล่นเกมแม้รู้ว่าตัวเองจะเสี่ยงตาย
“แกได้ร้องไห้เหมือนวันที่พ่อแม่แกตายแน่โซล อิลเดนสัน”
“อา...”
“ไอ้พวกฉลามเวรนั่นเหมือนกันถ้าได้ของที่้า ฉันจะส่งมันลงนรกไปพร้อมแก” นาทีนั้นผมยิ่งกว่าโดนะุยิงเจาะเข้าที่หัวใจพาให้กำหมัดแน่นและกัดฟันกรอดด้วยความโกรธจัด ถึงอย่างนั้นตอนที่เขาทำท่าจะเดินมาผมก็รีบเบี่ยงตัวถอยไปด้านหลัง มองหาลู่ทางที่จะพาผมออกไปจากที่นี่ได้จะให้ไปซ่อนใต้เตียงหรือตู้เสื้อผ้า เขาก็คงจะจับผมได้
พลันศูนย์วิจัยก็สั่นรุนแรงจนริชาร์ดโวยลั่นด้วยความใ
“อะไรน่ะ !” ผมค่อยๆเดินไปดูตรงประตูว่าเขาอยู่ตรงไหนเห็นเ้าตัวเดินออกไปข้างนอกชะโงกมองผ่านหน้าต่างว่าตรงทางเดินเกิดอะไรผมเลยใช้จังหวะนั้นรีบถอยกลับมา เปิดหน้าต่างที่ถูกล็อกไว้นานมากออกแรงกระชากนิดหน่อยเพราะมันฝืดจนน่าหงุดหงิด
แต่สงสัยผมจะออกแรงมากไปนิด
ปึง !
“ใครน่ะ!”
“เวรล่ะ!” ผมสบถ บานหน้าต่างชนเข้ากับขอบกั้นดังพอที่จะเรียกให้คนด้านนอกกลับเข้ามาข้างใน ได้ยินเสียงจ้ำอ้าวดังตามมาไล่หลัง เล่นเอาต้องรีบปีนป่ายขึ้นหน้าต่างก่อนจะพบว่าห้องของริชาร์ดไม่ได้ต่อกับทางเดินด้านนอกของศูนย์วิจัย
ถ้าโดดลงไปผมต้องลงทะเลอย่างเดียว
เสียดายที่ไม่มีเวลาให้คิดเสียงเปิดประตูออกทำให้ผมจำยอมะโลงน้ำไปอย่างเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ดวงตาสวยกวาดตามองหาดีแลนกับดายใต้น้ำจากนั้นก็รีบถีบตัวส่งให้ตัวเองขึ้นไปบนทางเดินที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ ผมตะเกียกตะกายรีบขึ้นมาแอบให้ไว
หัวใจของผมเต้นถี่ตอนเห็นครีบยาวเว้าแหว่งว่ายชิดขอบทางเดิน
“พวกแกแกล้งฉันเหรอไอ้ฉลามงี่เง่า”
“อะ...”
“เดี๋ยวพวกแกก็ไม่รอดแล้วรวมถึงคนของแกด้วย” ผมกลืนน้ำลายลงคออยากหันไปมองว่าริชาร์ดพูดกับฉลามผมตัวไหนที่พอจะมองเห็นได้คือดายว่ายไปแถวนั้น กระแทกศูนย์วิจัยคล้ายล่อให้อาลงมาหาได้ยินเสียงถมน้ำลายนั่นยิ่งเพิ่มความดุดันของดายให้มากขึ้นไป
แต่อาก็ยังเป็พวกปอดแหกมากกว่าใครเขารีบปิดหน้าต่างเสียงดัง ปล่อยให้ฉลามของผมอาละวาดอยู่ตัวเดียว
“บัดซบ” ผมพึมพำส่ายหน้าอย่างหงุดหงิด มองดายที่ว่ายเวียนมาหา “มันทำสกปรกกับแก ฉันจะทำให้มันต้องชดใช้มากขึ้นยิ่งกว่า”
“กึด”
“อดทนหน่อยนะดาย”
“…”
“มันไม่จบแค่นี้หรอก” ผมมองมือตัวเองที่ขยำบางอย่างเป็ก้อนกลม ๆ พอคลี่ออกมันก็เป็ภาพของพ่อผมที่ถูกหมายหัวไว้ผมหยิบมันออกมาตอนที่เก็บของเข้าที่ทุกอย่างด้วยความที่ภาพนี้อยู่ใต้สุดของกระเป๋า ผมไม่คิดว่าอาจะสนใจหาเท่าไหร่
ที่ผมหยิบมาไม่ใช่ว่าผมอยากดูว่าหน้าตาพ่อผมเป็ยังไงแต่ผมอยากเห็นว่าคนด้านข้างที่กอดคอผมไว้ในวันนั้น...
คือคนเดียวกับที่ทรยศหักหลังในวันนี้
“ริชาร์ดผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่ ไอ้สารเลว”
ผมกลับมาที่ห้องดีที่ไม่มีใครเจอตัวผมจอร์แดนรีบวิ่งมาหาผมทันทีที่เห็นว่าผมเข้ามาในห้องจริง ๆ เขาใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงในการติดตั้งเครื่องค้นหาในมือถือของโจเอลที่ผมวานให้ผมกล่าวขอบคุณเขาไปไม่ลืมเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้าไปดูงานที่ทีมวิจัยทำไว้ที่ห้องควบคุมเพื่อที่โอเว่นและเอริคจะได้ไม่สงสัย
ก่อนจะกลับเข้าห้องมาใน่กลางคืน
“คืนนี้จะมีคนติดกับไหมนะ” ผมเลียปาก มองมือถือของโจเอลที่ปรากฏภาพทุกตัวจากกล้องวงจรปิดสองช่องท้ายเป็ภาพของเอริคกับโอเว่นที่อยู่ในห้องตัวเองดูเหมือนพวกเขากำลังเคลียร์เอกสาร ผมเลื่อนสายตามาที่ช่องตรงกลางจอร์แดนนั่งอยู่ตรงโน้ตบุ๊ค ยกนิ้วโป้งให้ราวกับรู้ว่าผมดูอยู่
ผมกระตุกยิ้มพยักหน้าเบาๆ เป็การรอดู
เกมดักคนโง่ของผมเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ติ๊ง !
“หืม...?” ผมเลิกคิ้วเมื่อจู่ ๆข้อความหนึ่งก็แล่นเข้ามาหา ดูเหมือนจะเป็คนรู้จักของโจเอลที่ติดต่อเขาเพราะไม่ใช่แค่แมสเสจเดียวเท่านั้นยังมีจากเพื่อนของเขาอีกสองสามคนที่ไม่ได้รับการตอบกลับ ผมไล่สายตาถือวิสาสะอ่านข้อความพวกนั้นสะดุดตาสุดก็อันล่าสุดที่เพิ่งเข้ามา
N-A :เมื่อไหร่จะกลับ น้องชาย
N-A : ไม่เห็นนายโทรกลับหาฉันเลย
“พี่ชายเหรอ ?”ผมนิ่งคิดจำได้ว่าก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินริชาร์ดพูดเกี่ยวกับลูกคนโตของปลายสายมันจะเป็ไปได้ไหมว่าคนที่ส่งข้อความมาคือพี่ชายโจเอลหรือไม่ก็คือคนที่เขาเคยพูดถึง บุหรี่ถูกจุดสูบผมปล่อยควันสีเทาลอยตลบห้องขณะที่นิโคตินถูกอัดเข้าปอดเพื่อให้สมองโล่งจะได้คิดเื่ทั้งหมด
ไล่อ่านข้อความที่โจเอลกับN-A ที่น่าจะเป็ชื่อย่อคุยกัน พวกเขาก็ดูสนิทสนมกันดีหนิถึงคนพี่จะดูตามใจน้องมากกว่าก็เถอะ
N-A : เห็นพ่อบอกว่านายไม่สบายั้แ่ก่อนไปกับอา
N-A : ถ้านายว่างแล้วอย่าลืมโทรหาฉันแล้วกันพรุ่งนี้มีปาร์ตี้บนเรือพ่อนะ หวังว่าจะได้เจอนาย
“คุณคงไม่ได้เจอน้องชายแล้วล่ะ” ผมส่ายหน้าไปมามีทั้งความเอือมระอาและความหน่ายใจปะปนกันแต่ถ้าผมพิมพ์ไปแบบนั้น สาบานได้ว่าเขาต้องโทรมาทีนี้มันก็จะกลายเป็เื่ใหญ่ผมจับสังเกตข้อความนั้นตรงที่เขาบอกว่า ‘พ่อบอกว่าโจเอลไม่สบาย’
งั้นแปลว่าคนที่ริชาร์ดคุยสายด้วยคือพ่อของพวกเขาใช่ไหม
ทำไมถึงเป็คนที่โหดร้ายถึงขั้นให้คนอื่นฆ่าลูกตัวเอง?
“ปวดหัวชะมัด”ผมนวดขมับพ่นควันสีขาวคล้ายกับจะใช้มันปกป้องตัวเองจากอันตราย “ทำไมต้องมาเจอเื่บ้า ๆ กับชีวิตฉันด้วยนะ ให้ตายสิ”
‘แกได้ร้องไห้เหมือนวันที่พ่อแม่แกตายแน่โซล อิลเดนสัน’
‘ไอ้พวกฉลามเวรนั่นเหมือนกันถ้าได้ของที่้า ฉันจะส่งมันลงนรกไปพร้อมแก’
‘การเติบโตของเมกาโลดอน’
“พวกเขาจะเอามันไปทดลองงั้นเหรอ”ผมครุ่นคิดตอนเห็นวิวัฒนาการการกลายพันธุ์เพื่อความอยู่รอดมันทำให้ผมงุนงงนิดหน่อยผมเคยได้ยินเื่การเอาสัตว์มาตัดต่อพันธุกรรมให้มันมีรูปร่างแตกต่างจากของเดิมออกไปแต่เท่าที่ผมรู้คือการจะทำได้ มันต้องใช้เวลานาน รวมถึงเงินทุนมหาศาลหากผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวเท่ากับว่าสูญเสียทุกอย่างไปโดยเปล่าประโยชน์
เพราะงั้นถึงจะมีการวิจัยเื่นี้เกิดขึ้นมันก็ต้องอาศัยปัจจัยอะไรหลายอย่างผมคิดว่าริชาร์ดอาจจะอยากได้ดีเอ็นเอของเมกาโลดอนไปดัดแปลงพันธุกรรมก็ได้หรือไม่แย่กว่านั้นคือเขาจะจับตัวจริงไปเพื่อใช้มันทดลอง
ผมไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นแน่
[คุณโซลไฟล์มีการเคลื่อนไหวแล้วครับ]
“อะ..!” ผมหลุดจากภวังค์ตอนข้อความนั้นปรากฏขึ้นบนหน้าจอผมให้จอร์แดนติดต่อกับผมผ่านมือถือของโจเอล เนื่องจากถ้าเขาติดต่อผ่านไวเลสผมเกรงว่ามันจะไม่ปลอดภัย ตรงหัวมุมมือถือปรากฏสัญญาณเป็ตัวบอกว่ามีการเคลื่อนไหวผมกดดูมันเป็ภาพจากกล้องวงจรปิด
ตอนนี้ริชาร์ดอยู่ในห้องควบคุมที่คนนอกไม่น่าจะเข้าได้เขาคงใช้คีย์การ์ดของใครสักคนแตะเข้ามา
[เขาใช้คีย์การ์ดคุณเอริค]
จอร์แดนส่งมาบอกพร้อมกับภาพที่ถูกสแกนด้วยเครื่องตรวจบัตรผมไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้อีกฝ่ายทำหน้ายังไงผมเปิดหน้าจอของกล้องวงจรปิดที่ห้องควบคุมเป็หน้าจอใหญ่ มองดูริชาร์ดที่ตรงไปที่คอมหลักราวกับรู้อยู่แล้วว่าคอมไหนเก็บไฟล์ไว้
เ้าตัวใช้ไฟฉายส่องคีย์บางอย่างลงไปอย่างง่ายดาย เสียบแฟลชไดรฟ์ขณะที่จอร์แดนส่งภาพไฟล์ที่ถูกคัดลอกมาให้ริชาร์ดคงไม่รู้เลยว่าโปรแกรมทุกตัวที่เราลงเอาไว้ ถ้าเกิดมีใครคัดลอกไฟล์มันจะขึ้นว่าไฟล์ถูกอุปกรณ์ชนิดไหน รุ่นอะไร คัดลอกไปวันที่เท่าไหร่เวลาไหนเพื่อไว้ให้เราตรวจสอบเวลาข้อมูลรั่วไหล
มันเป็โปรแกรมที่แนชลีย์กับจอร์แดนคิดไว้เมื่อก่อนผมไม่สนใจเลย แต่ทั้งสองบอกว่ามันจะมีประโยชน์แน่ ๆ ขอให้เก็บไว้ไม่คิดเลยว่ามันจะมีประโยชน์ให้ใช้ได้ในวันนี้
ริชาร์ดมองซ้ายมองขวาเขาไม่สังเกตกล้องวงจรปิดเลยเป็อะไรที่ผิดสังเกตชะมัดหรือเขาคิดว่าดึกป่านนี้คงไม่มีใครมานั่งดู เพราะคนส่วนใหญ่ก็คงจะนอนไปหมดแล้ว
ผมเลียปากลืมสูบบุหรี่ไปชั่วขณะดวงตาจับจ้องไปที่เขา มองดูการกระทำแสนหยาบช้าในการเอาไฟล์ของผมไปอย่างหน้าด้าน ๆโดยไม่ตรวจสอบอะไรสักอย่าง พอได้ที่้าเขาก็เดินออกไปเหมือนไม่ได้ทำอะไรมา นั่นทำให้ผมถอนหายใจพลางส่ายหน้า
มองดูชื่อไฟล์ที่ริชาร์ดคัดลอกไปมันคือไฟล์ที่ชื่อว่า Megalodon – F
F ที่ย่อมาจาก False :)
แสงแดดยามเช้าเป็ตัวบอกว่าการเดินทางมาถึงผมยืนสูบบุหรี่ มองเบอร์นาร์ดกับเอริคที่ช่วยริชาร์ดขนของขึ้นเรือที่ผมเตรียมไว้ดวงตาสอดส่ายมองดูว่าของที่เขาเอามามันครบทุกอย่างเหมือนเมื่อวานที่ผมเห็นไหมเหลือบไปมองครีบยาวสองครีบที่วนไปมารอบศูนย์วิจัยนิดหน่อย
ดีแลนกับดายแลดูจะอยากไปส่งอาของผมเช่นกัน
“เศร้าจัง ต้องไปซะแล้ว”
กึก !
“ยังไม่หายคิดถึงเราเลย โซล” ผมกลอกตาในจังหวะที่พ่นควันสีขาวริชาร์ดเลยมองไม่เห็นความเหนื่อยหน่ายที่ผมพ่นออกไปใส่เห็นเพียงแค่การยกยิ้มตามประสาหลานชาย
หลานชายที่ไม่เคยนับเขาว่าเป็ญาติหรือคนสนิทเลยสักครั้ง
“เอาไว้ถ้าผมว่าง ผมจะขึ้นฝั่งไปหาอา”
“อาฝากที่อยู่ไว้ให้ที่เอริคแล้วนะ รวมถึงเบอร์โทร”
“ขอบคุณครับ” ผมพยักหน้ารับทราบทุกข้อมูลที่เขาบอกไว้เอริคหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งส่งมาให้ในนั้นเต็มไปด้วยตัวอักษรมากมายที่เขียนชื่อที่อยู่และเบอร์โทรหรือก็คือนามบัตรของริชาร์ดนั่นแหละ “ฝากคุณดูแลที่นี่ด้วยผมจะรีบกลับมา”
“แน่ใจเหรอว่าจะไม่ให้ผมหรือใครไปเป็เพื่อนสักคน”
“ผมคิดว่าผมเอาอยู่นะ คงไม่มีเื่อะไรหรอก” ผมไหวไหล่ทำเป็ไม่สนใจความเป็ห่วงของเขาถ้าเป็ก่อนหน้านี้ผมก็คงรู้สึกซึ้งน้ำใจของเขาได้ไม่ยากทว่าตอนนี้ผมกลับไม่อยากมองหน้า หรือดูแววตาของเขา รวมถึงโอเว่นที่ผมเชื่อใจ
ผมกลัวว่าผมจะเห็นรอยยิ้มมาดร้ายและมีดในมือที่พวกเขาถือไว้พร้อมจะแทงผมตลอดเวลา
ควันสีขาวถูกพ่นออกจากปากอีกครั้งตลบอบอวลให้ดีแลนชนเรือเหมือนประชดเท่าที่สังเกตมันดูจะไม่ชอบเวลาผมสูบบุหรี่เท่าไหร่มีหลายครั้งเหมือนกันที่ผมแกล้งพ่นใส่ ดีแค่ไหนที่มันไม่ลากผมลงไปกินผมเลียปากะโขึ้นเรือพร้อมกับสตาร์ท
ริชาร์ดมองหน้าเอริคราวกับกล่าวอำลาแล้วโดดลงมาบนเรือขณะที่ผมตวัดสายตาไปมองหน้าอีกฝ่าย
ไม่มีคำพูดอะไรเอ่ยออกไปผมเพียงแค่ใช้แววตาเป็ตัวสื่อว่าผมไว้ใจ
ไว้ใจว่าคุณจะไม่หักหลังตอนผมไม่อยู่
“แล้วเจอกัน”
“เดินทางดี ๆ อย่าหนีเที่ยวอีกล่ะ” ผมหัวเราะโคลงหัวไปมาเหมือนสนุกสนานเอริคช่วยดันหัวเรือเราให้ไปข้างหน้า ผมเลยดันคันเร่งตรงไปในทิศทางโดยไม่สนใจว่าริชาร์ดจะหาที่เกาะทันไหมถ้าเกิดเขาตกลงไปแล้วโดนดายกับดีแลนงับหัวผมคงทำได้แค่ร้องไห้แล้วโบกมือลาให้กับ่เวลาที่มีด้วยกันเสียดายที่ผมจะไม่ยอมให้เป็แบบนั้น
ยังไม่ใช่ตอนนี้
“พวกมันตามเธอไม่หยุด” ริชาร์ดพูดหันไปมองสองครีบยาวที่ไล่หลัง “ถ้าตามไปถึงฝั่งคนคงเห็นพวกมันแน่”
“เดี๋ยวพวกมันก็หยุดตามเอง”
“…”
“มันแค่อยากมาเห็นว่าผมปลอดภัยดี” ผมตอบโดยไม่มองหน้าเขาหวังเพียงให้คำพูดผมไปสะกิดเหมือนควันบุหรี่ที่คอยกวนใจ “มันก็เป็แบบนี้บ่อยๆ เวลาผมขึ้นฝั่งไป ส่วนใหญ่ผมก็จะให้เอริคล่อมันไว้ มันจะได้ไม่ต้องตามมาไกลเกิน”
“แล้วนี่จะปล่อยให้มันตามไปถึงไหน ?”
“ก็จนกว่าผมจะแน่ใจว่าอาจะไม่เล่นพิเรนทร์อะไร”
“หา ?”
“อาคงไม่คิดว่าผมจะไว้ใจอาเต็มร้อยหรอกใช่ไหมเราไม่มีความจริงใจให้กันอยู่แล้วหนิ” ผมเหยียดยิ้มหยันตอนหันไปสบตากับเขาเห็นเ้าตัวเบิกตากว้างดูใกับคำพูดจาที่ไม่ไว้หน้าของผมผมไม่จำเป็จะต้องเคารพคนที่จ้องจะทำลายครอบครัวของผมหรอกนะ
เพราะเขาเองก็ไม่เคยเคารพฐานะของผมเหมือนกัน
เรายุติบทสนทนาไว้แค่นั้นเนื่องจากผมไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาผมไม่ถามเื่ข้อมูลด้วยเพราะผมไม่อยากเห็นท่าทางเสแสร้งของเขาอีกทำเพียงแค่ตรงดิ่งไปขึ้นฝั่ง ไม่รู้เลยว่าดีแลนกับดายหยุดตามผมตอนไหนรู้แค่ว่าพอมาถึงฝั่งพวกมันก็หายไป
ผมช่วยริชาร์ดขนของขึ้นท่าเรือไปมีคนมารอรับเขาอยู่สองสามคน
“ขอบคุณที่มาส่ง อานึกว่าเธอจะโยนอาลงทะเลซะแล้ว”
“ผมเองก็อยากทำ แต่พ่อคงไม่ดีใจถ้าผมใจร้ายกับเพื่อนรักของเขา”
“อะ...”
“และผมก็หวังว่าอาจะไม่ใจร้ายกับลูกชายของเขาเหมือนกัน” ผมยิ้มทำเป็ขอความเห็นใจทั้งที่ไม่้าเลยสักนิด ริชาร์ดเดินมาลูบหัวผมนิดหน่อยราวกับบอกลาด้วยความอาลัยอาวรณ์ที่เห็นแล้วอยากจะขย้อนมื้อเช้าออกมาชะมัด
“อาไม่ใจร้ายกับเธอหรอก เธอเป็หลานอาอาก็ต้องดูแลสิไม่งั้นอีธานคงเสียใจ”
“งั้นก็หวังว่าอาจะไม่กลืนน้ำลายตัวเองทีหลัง”
“…”
“เพราะการเล่นเกมกับผม มันไม่จบง่าย ๆ ด้วยสิ” ผมยักคิ้วสนุกสนานผิดกับอีกฝ่ายที่หน้าตึงไป“เอาเป็ว่าผมขอตัวกลับศูนย์วิจัยก่อน อ้อ และถ้าอาจะมาอีกรบกวนติดต่อผมก่อน ผมไม่อยากให้ใครมาตายในที่ของผมเพิ่มอีก ทะเลนี่มีผีเยอะแล้ว”
ริชาร์ดไม่ตลกไปกับผมที่หัวเราะอย่างขบขันผมเลยดึงมือเขาออกแล้วสตาร์ทเรือหวนกลับตรงดิ่งไปในทางที่จากมาทำให้เขาเห็นว่าผมไม่ติดใจกับทุกการกระทำอะไรของเขาทั้งนั้น
ทั้งที่มันไม่ใช่
ผมหยุดเรือกลางทะเลไกลพอที่จะมั่นใจว่าเขาจะไม่เห็นการเคลื่อนไหวของผม
ทิ้งตัวลงนั่งห้อยขาลงไปในน้ำมองดายกับดีแลนที่ไม่รู้ว่ากลับมาตอนไหน พวกมันว่ายเวียนผมอีกนิดเดียวก็คงจะกินขาผมเข้าไป ทว่าผมไม่สนใจหยิบมือถือโจเอลขึ้นมาดูวงกลมสีแดงที่เคลื่อนไปมาตามเส้นทางที่จอร์แดนทำไว้ให้
รอยยิ้มมาดร้ายปรากฏตอนเห็นว่าริชาร์ดกำลังตรงไปที่ไหนมันทำให้ผมต้องหันไปถามความคิดเ้าฉลามั์ที่ว่ายอยู่ไม่ไกล
“ไปดูหน้าคนเลวกันไหม”
“กึด”
“เดี๋ยวพาไปกินมื้อเย็น :)”