“นี่ อีอุ่น มึงจะรีบกลับไปไหนวะ บ้านมึงไม่หนีหรอก” แก้วเพื่อนรักสนิทของไออุ่นั้แ่สมัยประถมพูดขึ้น
“นั่นปากหรอน่ะ อีแก้ว กูจะรีบไปกินขนมฝีมือแม่เว้ย ขืนไปช้าก็หมดก่อนดิ โดนไอรักแย่งแดกหมด” ไออุ่นพูดขึ้นมาพร้อมกับเก็บของเข้ากระเป๋าเพราะอาจารย์เลิกคลาสเรียนแล้ว
“กูชอบการครีเอทตั้งชื่อน้องของมึงมากเลยว่ะ คนพี่ชื่อไออุ่น คนน้องชื่อ ไอรัก” มิกซ์ เพื่อนสมัยม.ปลายพูดขึ้น
“เื่ของกูอ่ะ”
“แล้วมึงจะไปรับน้องมึงก่อนใช่ปะ?” แก้วถามต่อ
“ไม่อ่ะ วันนี้ไอรักกลับเร็วน่าจะถึงบ้านละมั้ง กูไปนะ”
“ขับรถดีๆนะมึง” มิกซ์เอ่ยพร้อมโบกมือลาไออุ่น แก้วก็ทำเช่นกัน ไออุ่นยิ้มพร้อมโบกมือลาเพื่อนรักทั้งสองและวิ่งออกไปจากตึกคณะ ตรงไปป้ายรถเมล์
.
.
.
.
“พอก่อนเถอะ ไอน์ มันเวลาเลิกงานแล้วนะเว้ย” เสียงเพื่อนรักคนสนิทของ ไอน์ ดังขึ้นจากประตูห้องทำงานของเขาเอง
“ไม่อ่ะ มึงกลับไปก่อนเลย”
“แต่มึงทำงานอยู่ออฟฟิศมาหลายวันแล้วนะ”
“กูไม่อยากกลับบ้านนี่หว่าไม่รู้จะกลับไปทำไม” ไอน์ตอบกลับ เพราะมันป็นความจริง เขาอยู่ตัวคนเดียวมาเกือบตลอดชีวิตนั้นทำไมให้เขาไม่สามารถเรียกที่ไหนว่าบ้านจริงๆได้ เพราะกลับไปก็ไม่มีใคร
“ก็เพราะมึงไม่มีใครรออยู่ที่บ้านใช่มั้ยล่ะ” เพื่อนรักคนนี้นี่รู้ใจเขาจริงๆ “มึงลองคนมาอยู่ข้างๆบ้างดิวะจะได้นึกอยากกลับบ้านบ้าง”
“หาให้มาทำร้ายความรู้สึกกูอีกรึไง?”
“นี่มึงยังไม่ลืมเอมิลี่หรอวะ? เื่มันนานแล้วนะเว้ย” เอมิลี่ คือคนรักเก่าของเขาเอง และเขาก็ได้เลิกรากับเธอต้องแต่เมื่อ 4 ปีก่อน
“ลืม แต่ก็เข็ด”
“เออ ตามใจมึงละกัน กูกลับละ”
“เจอกันพรุ่งนี้” ไอน์นั่งทำงานต่อสักพักก็นึกขึ้นมาได้ว่าต้องกลับบ้านไปเอาเอกสารสำคัญและมานั่งทำงานต่อ หลังจากนั้นเขาก็ปิดคอมและหยิบกุญแจรถออกเพื่อขับตรงกลับบ้าน
.
.
.
เวลานี้ไออุ่นควรจะถึงบ้านได้แล้วแต่มีลูกหมาตัวนึงกำลังสั่งเสียงด้วยท่าทีทรมานเขาจึงรีบพามันไปส่งคลีนิคสัตวแพทย์และตรงกลับบ้าน เขาต้องเดินกลับบ้านวันนี้เพราะมันดึกมากแล้ว รถประจำทางก็ไม่บริการแล้ว ครั้นจะโทรหาเพื่อนให้มารับ แบตโทรศัพท์มือถือก็หมดอีกเช่นกันเลยตัดสินใจเดินกลับบ้าน
พรึ่บ!
“โอ๊ย!!” คิดแล้วก็น่าท้อแท้ใจก็เดินอยู่ดีๆ ดันมีรถมาเฉียวเข้าที่แขนอย่างจังจนเซล้มหน้าทิ่มไปกับพื้นและเืกำเดาก็ไหลออกมา
“แมร่ง วันอะไรของกูวะเนี่ย” เขาค่อยๆลุกขึ้นมานั้งที่พื้นถนน ก่อนจะมองรถที่เฉียวเขาจอดอยู่ด้านหน้าถัดออกไปไม่กี่เมตร
“คุณ” เ้าของรถรีบเปิดประตูลงมาดูอาการของไออุ่นทันที
“เจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ” เขารีบประคองไออุ่นให้ยืนขึ้น
“เจ็บสิถามได้ ขับรถภาษาอะไรของคุณวะ!” ไออุ่นหงุดหงิดไม่น้อยที่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ เพราะแค่ลำพังกลับบ้านดึกโดยคนในบ้านติดต่อไม่ได้กลับไปก็ต้องโดนเทศน์อีกยาวโขแล้ว ดท่านั้นยังไพอ เื
กำเดาดันไหลอีก
“คุณนั่นแหละเดินภาษาอะไรวะ ถึงไม่รู้ว่ามีรถมาจากข้างหลัง”
“ถ้ารู้จะโดนคนชนมั้ยล่ะ ไม่ได้มีตาหลังสักหน่อย” ไออุ่นตอบกลับไป “หน้าตาดีซะเปล่า คำขอโทษก็ไม่มี”
“นี่คุณ...!”
“ทำไม หรือไม่จริง คุณผิดนะเว้ย”
“เออ ผมผิดเอง ขอโทษ” เขารีบขอโทษก่อนจะเดินกลับไปที่รถ ในขณะที่ไออุ่นนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“เดี๋ยว”
“อะไรอีกล่ะคุณ”
“คุณทำผมเจ็บคุณต้องรับผิดชอบ”
“นี่คุณเป็แก้งค์ต้มตุ๋นแกล้งให้ผมขับรถเฉี่ยวคุณรึเปล่าเนี่ย”
“โห่ คุณใครจะกล้ามาเดินให้รถเฉี่ยวเล่นล่ะครับ มันอาจตายนะโว้ย”
“แล้วจะให้ผมรับผิดชอบอะไร เท่าไหร่ว่ามาผมรีบ” คู่กรณีมองนาฬิกาตนเอง ก่อนจะมองหน้าไออุ่นด้วยท่าทีนิ่งๆ
“ผมไม่้าเงิน”
“แล้วคุณจะเอาอะไร” ไออุ่นยิ้มน้อยๆ ก่อนจะพูดว่า
.
“คุณต้องไปส่งผมที่บ้าน”
.
.
.
“นี่คุณจะบ้าหรอ! ไม่ใช่ว่ามาปล้นผมหรอกนะ”
“คิดมากน่ะคุณ คือผมี้เีเดินกลับบ้าน อีกอย่างผมจะไปปล้นคุณทำไม เงินผมมีเยอะแยะ” ไม่ใช่ว่าอวดรวยแต่เขาอยากให้อีกฝ่ายไปส่งที่บ้านจริงๆ
“หึ ใส่ชุดนักศึกษาอยู่เนี่ยนะ” เขายิ้มเยาะพร้อมกับกอดอก
“ไม่รู้แหละ ถ้างั้นก็คงต้องขึ้นโรงพักแล้วล่ะ เลือกเอาว่าจะเสียเวลาอันมีค่าของคุณไปส่งผมหรือจะไปคุยกับตำรวจพร้อมเสียค่าปรับแถมเสียเวลาอีก” ไออุ่นกอดอกยักคิ้วให้อีกฝ่ายเพราะถือไพ่เหนือกว่าใน
ขณะที่อีกฝ่ายทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ
“เฮ้อ แล้วบ้านคุณอยู่ไหน” อีกฝ่ายเริ่มจำยอม ไออุ่นยิ้มรับก่อนจะเดินกระเผกขาไปที่รถคู่กรณี อีกฝ่ายเห็นท่าทางการเดินที่ลำบากของไออุ่นจึงช้อนตัวร่างเล็กขึ้นมาอุ้มแล้วเดินไปที่รถ ระหว่างเดินไป ไอ
อุ่นก็ดิ้นไปมา จนมาถึงหน้ารถ อีกฝ่ายก็วางตัวเขาลง พร้อมกับเดินไปที่นั่งฝั่งคนขับ
.
ในรถเขากับคู่กรณีก็ไม่ได้คุยกันมากนัก ร่างเล็กก็เป็คนบอกทางและถึงบ้านในที่สุด
“ขอบใจนะคุณ..”
“ไอน์”
“ขอบใจนะไอน์” ไออุ่นยกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป ไอน์จึงเปิดประตูลงมาแล้วเอาเท้าหลังคารถของตนไว้
“ที่บอกว่าเงินมีเยอะแยะไม่ได้พูดเล่นสินะ” ไอน์พูดเสียงนิ่งและมองไปยังร่างเล็กที่กำลังจะปิดประตูเข้าบ้าน ไออุ่นหันมาหาไอน์ก่อนจะมองค้อนร่างหนาเพราะยังเคืองอยู่
“ขอบใจอีกครั้ง”
“เดี๋ยว” ไอน์เรียกไออุ่นไว้และมองสำรวจร่างเล็กตรงหน้า
“ว่า”
“ขอบคุณหรือขอบใจควรเติมครับไว้ข้างหลังด้วยก็ดี”
“เื่ของผม” ไออุ่นเปิดประตูบ้านแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะแง้มหัวออกมา “ลาขาด!!”
ปึง!
เสียงปิดประตูบ้านของร่างเล็กดังขึ้น ไอน์ยกยิ้มมุมปากพร้อมกับเอามือเสยผมที่ตกลงมาปรกตา
“ลูกคุณหนูเอาแต่ใจอย่างนั้นหรอ”
.
.
“นายน้อยครับ คุณหญิงเรียกพบครับ” บอดี้การ์ดหนึ่งในผู้คุ้มกันบ้านหลังนี้เดินมาบอกกับเขา และออุ่นเองก็ขัดขืนคำสั่งนี้ไม่ได้เพราะถือว่าเป็คุณนายใหญ่ของบ้าน
.
“ทำไมถึงกลับเอาป่านนี้!” เสียงตะหวาดดังขึ้นจากผู้เป็แม่ใหญ่พูดลงมาจากชั้นสองของบ้าน
“ผมมีเื่นิดหน่อยครับ”
“ทำไมถึงกลับมา ไปตายซะได้ก็ดี!” เธอพูดจบก็เดินออกไปทิ้งให้ไออุ่นถอนหายใจเบาๆ
“พ่อนะพ่อ จะแต่งตั้งเมียน้อยเป็เมียหลวงทั้งทีไม่เลือกคนดีๆกว่านี้วะ” ไออุ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปยังบ้านเล็กที่มีเขาและน้องชายตนเองอยู่
.
“พี่อุ่น” ไอรักน้องชายแท้ๆของเขาวิ่งมากอดเขาเอาไว้ ก่อนจะแสดงอาการเป็ห่วง
“ไง ไอรัก แล้วแม่หล่ะ” แม่ที่ไออุ่นพูดถึงคือแม่นมของแม่แท้ๆของเขาอีกที ก่อนหน้านี้ครอบครัวก็สุขสันต์อยู่สี่คนพ่อ แม่ เขาและไอรัก วันหนึ่งแม่ของเขาก็ได้ล้มเสียชีวิตไป พ่อของไออุ่นและไอรัก หรือ
คุณชายก็โทษว่าเป็ความผิดของไออุ่นและไอรัก เพราะรถชนแม่ของสองคนเนื่องจากสองพี่น้องไม่ทันระวังวิ่งเล่นกันไปกลางถนน จนมีผู้หญิงที่ตอนนี้ถูกเรียกว่า นายหญิง เข้ามา ยัยนั่นยึดทุกอย่างที่เป็
ของไออุ่นและไอรัก รวมถึงรถส่วนตัวของไออุ่นและมอเตอร์ไซค์ของไอรักด้วย พร้อมกับไล่เขาสองคให้มาอยู่บ้านเล็กกับแม่นมคนนี้ คนที่เขาเรียกว่า แม่ อีกคน
“อยู่ในครัวครับ รอพี่กลับมา” ไอรักยิ้มก่อนจะดึงมือพี่ชายตนเองไปหาแม่
“แม่ครับ พี่อุ่นมาแล้ว”
“โถ่คุณหนูหายไปไหนมาคะ ดูสิมีแผลตรงจมูกด้วย ดิฉันกับคุณไอรักเป็ห่วงมากเลยนะคะ โทรไปคุณก็ไม่รับสาย” หญิงสาววัยชราพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะตักขนมที่ตนทำไว้ให้ไออุ่นกิน
“พอดีแบตโทรศัพท์ผมหมดน่ะครับ แล้วพอดีมีเื่ระหว่างทางนิดหน่อย” ไออุ่นโผล่เข้ากอดแม่นมของตนเองอย่างออดอ้อน
“ปลอดภัยก็ดีแล้วค่ะ” หญิงชราตอบก่อนจะลูบหัวเขาอย่างอ่อนโยน
.
“พี่ไปนอนแล้วนะ” ไออุ่นบอกน้องชายตนเองที่นั่งดูทีวีอยู่
“พรุ่งนี้พี่ไม่ต้องไปรับผมนะ โรงเรียนเลิกไว”
“โอเค เอาแบบนั้นก็ได้ แต่ต้องดูแลตัวเองดีๆนะ” ไออุ่นต้องไปรับน้องชายตนเองทุกวันเพราะเป็ห่วง โดยปกติแล้วพวกเขาจะมีรถส่วนตัวและมอเตอร์ไซค์แต่ถูกยึดไปเลยทำให้พวกเขาต้องนั่งรถประจำ
ทางทั้งสองพี่น้อง แต่ไออุ่นอยากกลับบ้านมาพร้อมไอรักด้วย เพราะไอรักเคยนั่งรถหลงไปลงที่ไหนก็ไม่รู้ และคนในบ้านก็ไม่มีใครสนใจ เขาเลยต้องออกตามหาน้องชายตนเองเกือบทั้งคืน หลังจากนั้นก็ไม่
กล้าให้น้องชายกลับบ้านคนเดียวอีก
“รับทราบครับ พี่ชาย”
.
ในขณะเดียวกัน ร่างสูงหยิบเอกสารทุกอย่างของตนเองก่อนจะขึ้นมานั่งที่รถ และมองไปทางที่นั่งข้างๆตนเอง
“หึ เราได้เจอกันอีกแน่ คุณหนูเอาแต่ใจ” ไอน์ยิ้มร้ายก่อนจะขับรถตรงไปยังบริษัท