เสิ่นต้าไห่กับไฉปาเม่ยยังคลอเคลียกันอยู่บนเตียงและไม่มีทีท่าว่าพวกเขาจะแยกจากกันแม้แต่น้อย เสิ่นต้าไห่ไม่นึกเลยว่าหญิงสาวบริสุทธิ์อย่างไฉปาเม่ยจะมีการตอบสนองทางร่างกายได้ถึงใจเขาขนาดนี้ ดูท่าเขาคงต้องพัวพันกับเธอไปอีกพักใหญ่เพราะเธอคงไม่ทำให้เขาเบื่อเธอเหมือนผู้หญิงขี้อายทั้งหลายที่เคยมีสัมพันธ์ด้วย
ส่วนไฉปาเม่ยที่นอนซบอยู่กับของอกชายหนุ่มก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่ายุวชนเมืองกรุงที่ดูสุภาพเรียบร้อยจะมีอารมณ์ดิบเถื่อนได้ถูกใจเธอขนาดนี้ แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เธอได้ยินมากับการปฏิบัติจริงนั้นช่างให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน เพราะพี่สะใภ้และน้องสะใภ้ของเธอต่างพูดกันเป็เสียงเดียวว่าครั้งแรกของผู้หญิงมักจะมีแต่ความเ็ปและทรมาน แต่เธอไม่รู้สึกอย่างนั้นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับอยากให้เขาทำกับเธอต่ออีกหลายๆ ครั้งด้วยซ้ำ หากไม่นับว่าเวลานี้ใกล้จะได้เวลากลับไปเตรียมอาหารเย็น ไฉปาเม่ยก็อยากจะให้เสิ่นต้าไห่ทำให้เธอมีความสุขต่ออีกสักหลายๆ ครั้ง
“ยุวชนเสิ่น ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าผู้ชายที่ดูสุภาพเรียบร้อยอย่างคุณจะดุดันขนาดนี้” ไฉปาเม่ยใช้มือเขี่ยหน้าอกชายหนุ่มเบาๆ
เสิ่นต้าไห่รีบคว้ามือหญิงสาวไว้ เมื่อคืนเขาเผด็จศึกกับแม่สาวหมู่บ้านข้างๆ ไปหลายรอบ ทั้งเมื่อเช้ายังฝืนตื่นแต่เช้าเพื่อมารอฟังความเคลื่อนไหวของจูเสี่ยวลี่ ตกบ่ายเขายังมาออกแรงกับไฉปาเม่ยไปอีกสามรอบติดๆ ตอนนี้เขาแทบจะหมดแรงแล้ว “อย่าซนสิครับ”
“ฉันซนที่ไหนกัน” มือน้อยๆ ของไฉปาเม่ยยังเล่นวนอยู่บนหน้าอกกว้าง เมื่อเห็นอาการของชายหนุ่มเริ่มตอบสนอง ไฉปาเม่ยก็มีความมั่นใจขึ้นอีกหลายส่วน ก็อย่างว่า...จะมีผู้ชายคนไหนทนต่อการยั่วยุของสาวงามได้ ไฉปาเม่ยถามออกไปอย่างไม่รู้สึกอาย “คุณกับฉันก็ใกล้ชิดกันมาขนาดนี้แล้ว ฉันขอถามอะไรคุณหน่อยได้ไหมคะ”
“คุณอยากถามอะไรครับ” เสิ่นต้าไห่เริ่มทรมานจากการถูกก่อกวน ทั้งเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดกับเ้าตัวน้อยที่ดิ้นอยู่่ล่างก็กำลังทะเลาะกันว่าจะจัดการกับผู้หญิงแสนยั่วยวนคนนี้อย่างไรดี
“ระหว่างฉันกับจูเสี่ยวลี่ ใครให้ความสุขคุณได้มากกว่ากัน”
ซ่งหย่วนกับจูเสี่ยวลี่ที่กำลังจะเคาะประตูถึงกับต้องหยุดฟัง จูเสี่ยวลี่รีบเงยหน้าขึ้นมองสามีพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันไม่เคยมีอะไรกับเขานะ”
ซ่งหย่วนหน้าบึ้งอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้พูดอะไรกับเธอ
ส่วนเสิ่นต้าไห่ก็ไม่คิดไฉปาเม่ยจะถามเขาออกมาตรงๆ อย่างนี้ แต่เขากับจูเสี่ยวลี่ยังไม่ได้มีอะไรกัน หรือถึงแม้เขากับจูเสี่ยวลี่จะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันจริง เขาก็พูดเื่นี้ออกไปไม่ได้อยู่ดี เขาไม่อยากถูกจับข้อหาเป็ชู้หรอกนะ
เสิ่นต้าไห่จูบหน้าผากหญิงสาวก่อนที่เขาจะตอบคำถามด้วยประโยคเดิมที่เขาเคยเตรียมไว้กับจูเสี่ยวลี่ “ผมบอกคุณไปแล้วไงว่าผมกับจูเสี่ยวลี่ไม่ได้เป็อย่างข่าวลือ ผมแค่สงสารที่เธอต้องหาเงินไปรักษาอาการป่วยของพ่อ ผมก็เลยเอาเงินที่มีอยู่น้อยนิดของผมไปจ้างให้เธอมาทำงานบ้านให้ บางทีผมก็จ้างให้เธอเก็บฟืนหรือเก็บของป่ามาขายให้ ความสัมพันธ์ของผมกับเธอก็แค่นายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้น”
จูเสี่ยวลี่ที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกถึงกับถอนหายใจโล่ง ซ่งหย่วนก็มีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ แต่เพียงแค่อึดใจซ่งหย่วนก็ใช้เท้าถีบประตูดังปัง!
เมื่อเข้าบ้านมาได้ ซ่งหย่วนก็ไม่รอช้า คำแรกเขาก็ออกปากทวงเงินเสิ่นต้าไห่ทันที “เสิ่นต้าไห่ จ่ายเงินค่าจ้างให้ภรรยาฉันเดี๋ยวนี้”
“เงินค่าจ้างอะไร? แล้วแกบุกรุกเข้ามาในบ้านของฉันได้ยังไง” เสิ่นต้าไห่ถามอย่างโมโห จากนั้นเขาก็หันไปมองจูเสี่ยวลี่อย่างคาดโทษ “จูเสี่ยวลี่ คุณพาผู้ชายคนนี้มาที่บ้านของผมทำไม”
จูเสี่ยวลี่แสร้งใจนกอดแขนซ่งหย่วนไว้แน่นด้วยท่าทางหวาดกลัว “ผู้ชายคนนี้คือสามีของฉัน ฉันพาเขามาทวงเงินค่าจ้างที่คุณค้างฉันไว้ คุณรีบจ่ายเงินมาให้ฉันเร็วเถอะ พอฉันได้เงินแล้วฉันกับสามีจะได้รีบไป เราจะไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของคุณกับไฉปาเม่ยอีก”
ไฉปาเม่ยที่นอนคลุมโปงอยู่ใต้ผ้าห่มคิดไม่ถึงว่าจูเสี่ยวลี่ยังจำตนเองได้ เธอคิดว่าเธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวได้ก่อนที่จูเสี่ยวลี่กับซ่งหย่วนจะเดินเข้ามาถึงเตียงของเธอกับเสิ่นต้าไห่แล้วเสียอีก
“ตกลงว่าเธอมาทวงเงินค่าจ้างเหรอ?” เสิ่นต้าไห่มองจูเสี่ยวลี่อย่างโมโห เขาคิดว่าต้องข่มขู่เธอสักหน่อยแล้ว “ถ้าคุณรับเงินค่าจ้างไป คุณกับผมก็จะไม่มีเื่ที่ต้องมาเจอกันอีกแล้วนะ”
จูเสี่ยวลี่ฟังออกว่าเสิ่นต้าไห่กำลังขู่เธออยู่ หากเป็เมื่อก่อนเธอคงกลัวว่าจะไม่ได้มาพบหน้าเขาแล้ว แต่จากความฝันบอกเหตุล่วงหน้า ผู้ชายคนนี้เป็แค่คนสารเลวคนหนึ่ง เธอยังจะอยากมาเจอเขาอีกทำไม เธอยื่นกระดาษไปตรงหน้าเขา “นี่คือบันทึกการทำงานที่ฉันเขียนไว้ว่าฉันมาทำงานให้คุณวันไหนเวลาไหนบ้าง ยังมีรายการของป่าแล้วก็จำนวนฟืนที่ฉันเก็บมาขายให้คุณด้วย ทั้งหมดรวมเป็เงินยี่สิบหยวนกับอีกห้าเหมา ฉันลดให้คุณเหลือแค่ยี่สิบหยวนก็พอ”
“ยี่สิบหยวน!” ไฉปาเม่ยเปิดผ้าห่มออกมาอย่างใ
จูเสี่ยวลี่มองไฉปาเม่ยแล้วยิ้ม “ที่บ้านเธอคนคงเยอะมากไปสินะ เธอถึงได้มาขอใช้เตียงเตาที่บ้านของยุวชนเสิ่น อย่าบอกนะว่าพ่อกับแม่ของเธอยังให้เธอนอนที่ห้องเก็บของอยู่ แต่เธอก็โตจนป่านนี้แล้ว ทำไมพวกเขาไม่สร้างห้องนอนเล็กๆ ให้เธอสักห้องล่ะ หรือว่าพวกเขาจะมองว่าลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างเธอเป็แค่สินค้าขาดทุน”
“จูเสี่ยวลี่!” ไฉปาเม่ยชี้หน้าจูเสี่ยวลี่อย่างโมโห ก่อนที่เธอจะนึกได้ว่าคนที่นอนอยู่ข้างเธอเป็ใคร เธอจึงเปลี่ยนมายิ้มแล้วซบลงไปบนอกเสิ่นต้าไห่อีกครั้งเพื่อยั่วโมโหอีกฝ่าย “ตอนนี้ฉันกับยุวชนเสิ่นคบกันแล้ว พ่อกับแม่ของฉันกำลังจะได้เป็พ่อตาแม่ยายของยุวชนคนเมืองที่มีการศึกษา เธอจะมาเรียกฉันว่าตัวขาดทุนได้ยังไงกัน”
“อ้อ...ถ้างั้นฉันก็ขอแสดงความยินดีกับเธอล่วงหน้านะที่ผู้หญิงชนบทอย่างเธอกำลังจะได้ไปเป็สะใภ้คนเมือง ครอบครัวของยุวชนเสิ่นคงต้อนรับเธออย่างดีแน่นอน” จูเสี่ยวลี่พูดแสดงความยินดี เสิ่นต้าไห่เป็คนเมืองหลวงก็จริง แต่เขาไม่ใช่คุณชายร่ำรวยที่อยากมาลองใช้ชีวิตที่ชนบทด้วยอุดมการณ์แต่อย่างใด เพราะครอบครัวของเขายากจนถึงขั้นไม่มีจะกินต่างหาก เสิ่นต้าไห่จึงลงชื่อมาอยู่ที่ชนบทเพราะการมาอยู่ที่ชนบทอย่างน้อยก็ได้รับจัดสรรอาหาร จูเสี่ยวลี่ยังจำภาพในความฝันได้อย่างชัดเจนว่าทันทีที่เสิ่นต้าไห่พาเธอไปแนะนำกับคนในครอบครัว เธอใจนแทบตายที่บ้านของเขาทั้งเล็กและแคบจนไม่มีที่จะยืน หากนับจำนวนคนที่พักอาศัยอยู่ในบ้าน คิดว่าแม้แต่ลานบ้านยังต้องเปลี่ยนเป็ที่นอนในเวลากลางคืน
เสิ่นต้าไห่ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของจูเสี่ยวลี่ เขาไม่เคยเล่าเื่ครอบครัวของเขาให้เธอฟัง แต่จากคำพูดของเธอเหมือนว่าเธอจะรู้เกี่ยวกับครอบครัวของเขาว่าครอบครัวของเขาไม่ได้ร่ำรวยเหมือนอย่างที่เขาแสดงให้คนอื่นเห็น แต่เขาไม่มีเวลามาคิดเื่นี้ เพราะตอนนี้เขาสนใจแค่เื่เงินยี่สิบหยวนที่ถูกทวงถามอยู่มากกว่า “คุณส่งใบรายการมาให้ผมตรวจสอบดูก่อน ผมจำไม่เห็นได้ว่าผมเคยจ้างงานคุณถึงยี่สิบหยวน”
จูเสี่ยวลี่กำลังจะเดินเอาใบรายการไปให้เสิ่นต้าไห่ แต่เธอถูกซ่งหย่วนห้ามไว้ก่อน “ผมกับลี่ลี่จะไปรออยู่ข้างนอก ยุวชนเสิ่นกับสหายปาเม่ยจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเถอะ”
เสิ่นต้าไห่กับไฉปาเม่ยจึงนึกได้ว่าตนเองยังอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อย เมื่อสองสามีภรรยาเดินออกไป พวกเขาก็รีบลงจากเตียงแล้วหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นขึ้นมาสวม
“คุณได้ยินที่เสิ่นต้าไห่พูดแล้วใช่ไหม ฉันกับเขาไม่เคยมีอะไรกันจริงๆ ฉันกล้าสาบานนะ ขอแค่คุณยอมเชื่อฉัน” จูเสี่ยวลี่ถามสามีทันทีที่เดินออกมาด้านนอก
“ผมได้ยินแล้วว่าเขาพูดอะไร คุณไม่ต้องสาบานหรอก” ซ่งหย่วนตอบ ‘ได้ยินก็ส่วนได้ยินสิ แต่ผมยังต้องพิสูจน์ด้วยตัวผมเอง’
เห็นสามีไม่ยอมพูดดีๆ อีกทั้งเขายังเอาแต่หน้าบึ้ง จูเสี่ยวลี่ก้มหน้ามองพื้นอย่างท้อใจ เธอเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าเธอจะทำให้สามีหายโกรธได้จริงๆ แล้วอย่างนี้ความสัมพันธ์ของเธอกับสามีจะกลับมาดีเหมือนเดิมได้ไหม
ซ่งหย่วนเห็นท่าทางของภรรยาก็คิดว่าตนเองคงทำให้ภรรยาเข้าใจผิด เขาลูบผมเธออย่างเบามือก่อนอธิบาย “ผมไม่ได้โกรธคุณ แต่ผมโกรธตัวเองที่ปล่อยให้คุณมาทำงานกับคนน่ารังเกียจอย่างเสิ่นต้าไห่ ถ้าเขารังแกคุณเหมือนที่ทำกับไฉปาเม่ย ผมคงทนไม่ได้”
“ไม่มีทาง ไม่มีทาง” จูเสี่ยวลี่รีบบอก “ฉันมีคุณอยู่แล้วทั้งคน แล้วฉันจะไปมีอะไรกับคนอื่นได้ยังไง”
“ผมกับคุณก็ยังไม่เคยมีอะไรกัน” ซ่งหย่วนพูดเสียงเบา
“เป็คุณที่ไม่ยอมมีเองไม่ใช่หรือไง คุณเอาแต่บอกว่าเห็นฉันเป็น้องสาว”
ซ่งหย่วนได้ยินเสียงที่มีแต่ความน้อยใจของภรรยา พอเขามองเธอก็เห็นแต่เธอก้มหน้ามองพื้นดิน “ผมขอโทษ”
“เอาใบรายการมาให้ผมดู” เสิ่นต้าไห่เข้ามาขัดจังหวะพอดี
ซ่งหย่วนรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ผู้ชายคนนี้ช่างเข้ามาไม่ถูกเวลาจริงๆ ‘ไอ้บ้าเอ๊ย! มาขัดจังหวะอะไรตอนนี้ ขอแค่แกพูดออกมาว่าจะไม่จ่ายเงินให้ลี่ลี่ของฉันแม้แต่คำเดียว ฉันจะซัดแกให้น่วม จะคิดบัญชีกับแกแบบทบต้นทบดอกเลยทีเดียว’
จูเสี่ยวลี่รีบยื่นกระดาษในมือให้เสิ่นต้าไห่ทันที
เสิ่นต้าไห่รับกระดาษแผ่นนั้นมาอ่านก็ถึงกับเหงื่อตก บันทึกการทำงานในแต่ละวัน รวมถึงค่าของป่าและค่าฟืนที่จูเสี่ยวลี่เก็บมาให้เขาก็ถูกบันทึกลงไปทั้งหมด ทั้งยังเป็เขาที่ลงชื่อกำกับในทุกรายการด้วยลายมือของตัวเอง เพราะตอนนั้นเขากับจูเสี่ยวลี่เริ่มสานสัมพันธ์กันแล้ว และเป็เขาที่เสนอวิธีนี้ขึ้นมา เผื่อเอาไว้ถ้ามีคนมาถามว่าทำไมจูเสี่ยวลี่ถึงมาหาเขาที่บ้านบ่อยๆ แล้วทำไมเธอถึงเก็บของป่าและฟืนมาให้เขาใช้ เขาจะเอากระดาษแผ่นนี้ให้คนอื่นดูว่าเขาจ้างงานจูเสี่ยวลี่ ไม่ใช่ว่าเขากับเธอทำเื่ผิดศีลธรรมกันอยู่ แต่ไม่นึกว่าหลักฐานที่เขาสร้างขึ้นจะทำให้เขาต้องเสียเงินถึงยี่สิบหยวน ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวเขามีแค่ห้าสิบหยวนเท่านั้น ถ้าเขาจ่ายไปก็จะเหลือแค่สามสิบหยวน เงินแค่นี้จะพอให้เขาใช้ได้กี่วัน
“อ่านแล้วก็รีบจ่ายเงินมา” ซ่งหย่วนเร่ง
“บันทึกพวกนี้คุณให้ฉันจดไว้เอง” จูเสี่ยวลี่ชี้ไปที่ลายมือของอยู่ท้ายบันทึก “คุณบอกว่าตอนนั้นครอบครัวยังไม่ส่งเงินมาให้ รอให้ครอบครัวคุณส่งเงินมาคุณถึงจะจ่ายเงินให้ฉัน คุณก็เลยลงชื่อไว้เป็หลักฐานว่าฉันได้มาทำงานและได้นำของมาขายให้คุณจริง ถ้าคุณไม่ยอมจ่ายเงิน ฉันคงต้องเอากระดาษแผ่นนี้ไปขอคำปรึกษาจากหัวหน้าหมู่บ้านกับหัวหน้าฝ่ายผลิตแล้ว”
เสิ่นต้าไห่มีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด ไฉปาเม่ยคว้ากระดาษแผ่นนั้นไปดู เธอเคยเรียนหนังสือจึงพอจะอ่านออกอยู่บ้าง เมื่อเห็นว่าเป็หลักฐานการทำงาน เธอก็ยิ้มอย่างดีใจที่เสิ่นต้าไห่กับจูเสี่ยวลี่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันจริงๆ ที่ผ่านมาเธอแค่เข้าใจผิด
“คุณจ่ายเงินให้หล่อนไปเถอะ ต่อไปคุณก็ไม่ต้องจ้างงานหล่อนอีกแล้ว เดี๋ยวฉันมาช่วยงานคุณเอง” ไฉปาเม่ยพูดเสียงหวาน
เสิ่นต้าไห่ตาเป็ประกายก่อนจะแสร้งมองไฉป่าเม่ยอย่างลำบากใจ “ครอบครัวของผมยังไม่ส่งเงินมาให้เลย ปาเม่ย...ผมขอยืมเงินคุณก่อนได้ไหม เมื่อครอบครัวส่งเงินมาแล้วผมจะคืนให้คุณทันที”
ไฉปาเม่ยถึงกับทำหน้าไม่ถูก เงินตั้งยี่สิบหยวนเธอจะไปหามาจากไหน แต่เพื่อไม่ให้เสิ่นต้าไห่กับจูเสี่ยวลี่มีโอกาสติดต่อกันอีก “ได้ ฉันจะหาเงินมาช่วยคุณเอง”