ตอนที่ 4
ความจริงที่โหดร้ายของศร
เมื่อบัวกลับมาที่บ้านก็ได้พบว่ารองเท้าของแฟนลูกชายยังอยู่และเธอยังไม่ได้กลับเธอก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะการจะอยู่กับแฟนเหรอค้างคืนอยู่ที่บ้านของเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพียงบุตรชายของเธอจะต้องดูแล
แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเคาะประตูห้องลูกชายเธอกลับได้ยินเสียงบางอย่างที่ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังทำกิจกรรมกันอยู่และสิ่งที่เธอได้ยินต่อจากนั้นคือเสียงของบุตรชายที่กำลังพูดถึงหญิงสาว
บัวคิดว่าท่าทางไม่ดีแล้วเธอแง้มประตูเปิดเข้าไปก็ได้พบกับภาพที่ทำให้เธอถึงกับช๊อกบุตรชายกำลังขย่มร่างหญิงสาวที่นอนตาเหลือกน้ำลายฟูมปากแล้วอย่างนั้นดูเหมือนว่าบุตรชายไม่ได้สนใจสิ่งที่เธอกำลังเป็เขากำลังมีความสุขของเขาแต่หญิงสาวที่นอนแน่นิ่งนั้นราวกับคนตาย
บัวเห็นภาพนั้นแล้วรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีไม่รอช้ารีบไปดึงร่างลูกชายออกมา
“ศรหยุด ศรหยุดเดี๋ยวนี้แม่หนูคนนี้เป็อะไรไป”
เธอพยายามดึงมือลูกชายออกมาแต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้สนใจอะไรเธอเลยกลับทำอย่างนั้นกับร่างไร้สติของรส
บัวเมื่อดึงศรไม่ได้ก็หันไปเขย่าตัวรสที่นอนแน่นิ่งอยู่
“หนูๆตื่นสิหนู เร็วเข้าตื่น”
แต่ร่างนั้นกลับไม่รับรู้ในสิ่งที่เธอเรียก เธอหันไปมองหน้าบุตรชายราวกับเขาไม่ใช่ลูกชายที่เธอเคยรู้จักตอนนี้เขาเหมือนคนไร้สติไม่รับรู้ในสิ่งที่ตนเองกระทำราวกับสติเลื่อนลอยเธอจะปล่อยให้เป็อย่างนั้นก่อนเธอจะใช้พละกำลังทั้งหมดเพื่อดึงบุตรชายออกมาให้ได้จนในที่สุดเธอก็เอาเขาออกมาจากหญิงสาวได้เสียทีอย่างทุลักทุเล
ศรที่กำลังไร้สติเมื่อมองเห็นแม่ตนเองแยกตัวเองออกจากร่างของรสที่ไร้สติก็ร้องไห้ออกมา
“แม่ปล่อยผมแม่ปล่อยผม ผมอยาก”
ศรที่กำลังมีอารมณ์ไม่สามารถที่จะหยุดร่างกายได้แต่เมื่อแม่ดึงตัวเองออกมาก็รู้สึกไม่ยินยอมจะกลับตะเกียกตะกายเข้าไปหาร่างนั้น
บัวดึงศรออกไปจากห้องแล้วไปขังไว้ในห้องของตนล๊อคประตูขังไว้ลูกชายก็พยายามเคาะประตูให้ปล่อยเขา แม้บัวไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมลูกชายถึงได้กลายเป็แบบนี้ไปได้เธอรีบเข้าไปดูรสที่นอนหมดสติอยู่เขย่าตัวเรียกเธออยู่หลายครั้งแต่เธอก็ยังไร้สติ เธอรีบโทรหาเพื่อนอย่างหนิงให้มาช่วยก่อนจะเอาเสื้อผ้าสวมใส่ให้รสจะพาเธอไปโรงพยาบาลแต่เมื่อตาได้มองไปที่ด้านล่างเธอกลับพบว่ามันแดงบวมไม่คิดว่าลูกชายจะบ้าทำเื่นี้ขนาดนี้ได้มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับลูกชายของเธอ แต่ตอนนี้เธอยังหาสาเหตุไม่พบ
หลังจากบัวพารสไปโรงพยาบาลพอตื่นขึ้นมาเธอก็ร้องไห้โฮออกมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ้านของศรเธอไม่คิดเลยว่าเขาจะกลายเป็คนโรคจิตเช่นนี้ไปได้ เธอถูกเขาทรมานจนบอบช้ำไปทั่วร่างกายรวมถึงอวัยวะด้านล่างบวมช้ำหลังจากทำไม่ได้หยุดพักเธอต้องพักฟื้นอยู่หลายวันกว่าจะเดินคล่องและสัญญากับตนเองว่าจะไม่กลับไปคบกับศรอีกเพราะเธอรู้สึกกลัว
ทางด้านศรหลังจากถูกขังไว้ในห้องเมื่อแม่ของเธอเข้าไปดู ในภาพที่เธอเห็นก็คือเขากลับกำลังช่วยตัวเองและที่ประตูพบรอยขีดข่วนเพื่อพยายามให้ตนเปิดประตูให้
“ศรเป็อะไรไปเกิดอะไรขึ้นบอกแม่มาเดี๋ยวนี้นะมีสติหน่อยสิศร” เธอเริ่มรู้สึกกลัวลูกชายที่มีอาการแบบนี้ หนิงอีกคนที่มาดูถึงกับหันหน้าหนีด้วยภาพอันน่าไม่เหมาะสม
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเธอทำไมศรถึงเป็แบบนี้ไปได้เมื่อก่อนเขาไม่ใช่คนแบบนี้นะมันต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาหรือว่าเขาไปกินอะไรมา”
หนิงที่เข้าออกบ้านบัวมาตลอดเธอรู้ว่าศรมีนิสัยยังไงแต่มาวันนี้ภาพที่เธอเห็นมันต่างจากเดิมทำให้เธอมีความสงสัยในการเปลี่ยนไปของเขา
“ฉันก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมเขาได้กลายเป็คนแบบนี้ไปได้แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าเขาไปกินอะไรเข้าไปด้วย”
บัวและหนิงนั่งพูดคุยกันอยู่ด้านนอกปล่อยให้ศรอยู่ภายในห้องเธอเลือกที่จะขังเขาไว้ไม่ปล่อยให้เขาออกมาเพราะดูเหมือนว่าตอนนี้เขาไร้สติสัมปชัญญะไม่เหมือนคนเดิมเธอไม่กล้าจะปล่อยเขาออกมาจริงๆ
“เธอจะเอายังไงตอนนี้เขาช่วยตัวเองตลอดแบบนี้มันไม่ปกติแล้ว”
“ฉันจะทำยังไงดีไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายฉันทำไมเขาถึงมีความ้ามากเช่นนี้เขาไม่เคยเป็มาก่อน” บัวกล่าวไปด้วยร้องไห้ไปด้วยเธอสงสารลูกชายเหลือเกินหากจะใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปมีหวังว่าอนาคตของเขาต้องดับแน่
“พาเขาไปหาหมอเถอะ”
หนิงเห็นว่าเื่ราวทั้งหมดหากจะอยู่เฉยๆรอให้เขาหายเองก็คงไม่รู้วันไหนเขาจะกลับมาเป็ปกติทางที่ดีก็ต้องพาเขาไปรักษาดีกว่าเผื่อจะรู้สาเหตุว่าเป็เพราะอะไร
เมื่อตกลงแล้วว่าจะพาศรไปหาหมอจึงต้องมัดมือเขาไว้พวกเธอสองคนจัดการกับศรอย่างทุลักทุเลกว่าจะพาเขาไปหาหมอได้แล้วผลที่ตรวจออกมาพบว่ามีสารบางอย่างแปลกปลอมอยู่ในร่างกายมันเป็ยากระตุ้นความ้าทางเพศซึ่งใช้เกินขนาด
ศรต้องนอนอยู่โรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการทำให้บัวต้องขาดงานอยู่หลายวันหนิงที่เป็เพื่อนสนิทเธอไม่จำเป็จะต้องเข้างานตลอดเวลาเพราะเธอเป็ฟรีแลนด์ทำให้เธอมีเวลาในการช่วยเฝ้าศรเธอรู้สึกสงสารเพื่อนจึงอาสาที่จะเฝ้าให้เอง
“บัวเธอไปทำงานเถอะนี่ก็หยุดหลายวันแล้วเดี๋ยวฉันเฝ้าศรให้เอ”
หนิงเพื่อนสนิทที่รู้สึกเป็ห่วงบัวที่ต้องหยุดงานหลายวันและเธอดูเหนื่อยมากเธอรู้สึกสงสารพยายามที่จะช่วยได้เท่าที่เธอจะพอช่วยได้
“งั้นฉันฝากเธอดูแลเขาแทนฉันหน่อยนะพอฉันเลิกงานมาเดี๋ยวค่อยมาเปลี่ยนให้เธอไปพัก”
“อือๆไม่ต้องห่วงทางนี้ เดี๋ยวทางนี้ฉันจะจัดการเอง”
ศรที่ตอนนี้นอนอยู่โรงพยาบาลถูกมัดติดเตียงเพราะเขาควบคุมตัวเองไม่ได้บางทีก็ร้องโวยวายแต่เป็่แรกๆเท่านั้น ตอนนี้อาการของเขาเริ่มสงบลงแล้วยาที่อยู่ในร่างกายเริ่มสลายหายไปจึงเริ่มกลับมามีสติอีกครั้ง
ศรตื่นขึ้นมาหลังจากยานอนหลับหมดฤทธิ์มองเห็นว่าป้าหนิงนั่งอยู่ข้างๆแต่ไม่เห็นแม่ของตน
“ป้าหนิงครับแม่ของผมล่ะครับ” คำแรกที่มีสติเขากล่าวถามถึงแม่ของตนทันทีเมื่อไม่เห็นเธอ
“แม่ของเราออกไปทำงานแล้วหลังจากหยุดงานหลายวันแล้วเป็ยังไงบ้างอาการในตอนนี้”
“ผมเริ่มดีขึ้นแล้ว”
เขาไม่คิดเลยว่ายาที่เขากินเข้าไปในจำนวนมากนั้นจะส่งผลให้เขาต้องมานอนโรงพยาบาลในสภาพเช่นนี้แล้วอีกอย่างไม่รู้ว่ารสจะเป็ยังไงบ้าง
“ค่อยยังชั่วหน่อยเห็นแบบนี้แม่ของเราคงสบายใจ”
“แล้วรสตอนนี้เธออยู่ที่ไหนแล้วเป็ยังไงบ้างป้าหนิงพอจะรู้ไหม”เขากลัวเหลือเกินว่าการกระทำของเขาจะทำให้เธอได้รับอันตรายตอนที่เขาควบคุมสติไม่ได้ไม่รู้ว่าเธอจะต้องทรมานแค่ไหนในการกระทำของเขาคิดถึงเื่อันโหดร้ายนี้เขาเศร้าใจเหลือเกิน
“ตอนนี้น้องคนนั้นออกจากโรงพยาบาลแล้วเธอก็มีอาการหวาดกลัวนะต้องพักรักษาร่างกายอยู่เหมือนกัน”
พอรู้แบบนี้แล้วเขากลับยิ่งมีความเสียใจมากขึ้นเหตุที่เป็เช่นนี้ก็เพราะเขา
“ผมไม่รู้จะไปขอโทษเธอยังไงผมไม่กล้าสู้หน้าเธอเลย”เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนเศร้าเกือบจะร้องไห้ออกมาให้ป้าหนิงได้เห็นความอ่อนแอของเขา
“ไม่เป็ไรนะศรหายดีเมื่อไหร่ก็ไปขอโทษเธอซะหรือส่งข้อความไปขอโทษเธอก็ได้”
ศรพยักหน้าน้อยๆแต่คงไม่ใช่ตอนนี้เพราะเขาไม่กล้าจริงๆ
พออีกสองวันเขาก็ได้ออกจากโรงพยาบาลนั่นเป็สิ่งที่ศร้าอย่างมากเขาอยู่โรงพยาบาลอึดอัดจะตายอยู่แล้ว