“หลูเค่อ คุณรีบกลับไปเถอะ ก่อนที่ผมจะไปแจ้งทางการให้มาลากคุณไป” หลูเค่อไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าจื่อหยวนจะกล้าไล่หล่อนแบบนี้
“จื่อหยวน! คุณกล้าไล่ฉันเหรอคะ?!”
“เรื่องของเรามันจบไปตั้งนานแล้วครับ ตอนนี้ผมก็มีครอบครัวแล้ว คุณก็เช่นกัน อย่ามาราวีครอบครัวผมเลยครับ”
“คุณจะไปพูดดีกับเธอทำไมคะ! คนอย่างนั้นไม่ต้องพูดดีด้วยหรอกค่ะ! พูดดีด้วยก็เท่านั้น!”
ต้าเหนิงเห็นสามีของตัวเองพูดดีกับคนรักเก่าก็อดที่จะเหน็บแนมไม่ได้ ผู้ชายอะไรดีก็ดีเกินไป จะไล่คนรักเก่าออกจากร้านยังต้องมาอธิบายอะไรก็ไม่รู้ จับโยนก็ไปจากร้านก็สิ้นเรื่อง
“หึ ~ ฝากไว้ก่อนเถอะ!” หลูเค่อพูดทิ้งท้ายไว้ ก่อนจะชำเลืองตามองต้าเหนิงอย่างเคือง ๆ จากนั้นก็เดินฟึดฟัดออกไปจากร้าน
ต้าเหนิงไม่พูดไม่จาอะไร ถอนหายใจแรงแล้วเดินหายขึ้นไปชั้นบน เธอไม่ได้รู้สึกหึงหวงอะไรจื่อหยวนเลย เพราะรู้ว่าเขารักเธอกับลูกมากแค่ไหน ที่อารมณ์ไม่ดีเพราะวันนี้เปิดร้านวันแรกกลับมีคนมาหาเรื่องถึงที่ร้าน โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ทะเลาะกันตอนที่ลูกค้ากำลังต่อแถวรอซื้ออยู่
“เหนิงเอ๋อร์ ผมขอโทษ ผมผิดเองครับที่ปล่อยให้หลูเค่อมาหาเรื่องคุณถึงที่บ้าน”
“คุณไม่ผิดหรอกค่ะ ฉันเข้าใจ เรื่องมันผ่านมาแล้ว ผู้หญิงคนนั้นตั้งใจมายั่วโมโหฉันมากกว่า แต่เสียดายฉันไม่ใช่ผู้หญิงชอบตบตีแย่งผู้ชายเหมือนพวกหล่อน ส่วนคุณก็อย่าไปยุ่งกับเธออีก”
“ครับ ผมรู้แล้วครับ” เห็นภรรยาไม่โกรธจื่อหยวนก็ผุดยิ้มอย่างมีความสุข
หลายเดือนผ่านไป
ต้าเหนิงท้องแก่ใกล้คลอด ทำงานก็จะลำบากหน่อย ยืนนานไม่ได้เพราะเท้าเริ่มบวม เริ่มปวดไปหมดแล้ว งานตัดเย็บเสื้อผ้าก็ต้องหยุดไว้ก่อนเพราะนั่งนาน ๆ ไม่ไหว เธอจึงทำได้แค่คอยช่วยสามีขายของต้อนรับลูกค้า
เปิดร้านตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ลูกค้าเข้าร้านไม่ขาดสาย ต้าเหนิงจึงต้องได้จ้างให้คนมาช่วยงานเพิ่ม ฉีเก๋อคลอดลูกไม่ได้ทำร้านชาเพราะไม่มีคนทำแทนจึงหยุดขายไปแล้วมาทำงานกับเธอแทน
ไม่ได้มีเพียงแค่ฉีเก๋อที่มาทำงานให้เธอ ยังมีแม่ของฉีเก๋อและน้องชายของฉีเก๋อที่คอยช่วยเป็นลูกมือจื่อหยวนในครัว ส่วนงานตัดเย็บเสื้อผ้าออกแบบชุดดีเกินคาด ไม่คิดว่าลูกค้าในอำเภอจะชอบฝีมือการออกแบบของเธอขนาดนั้น
ลูกค้าบอกต่อปากต่อปาก ตอนนี้ต้าเหนิงมีทั้งลูกค้าในอำเภอและลูกค้าอยู่ต่างเมืองที่ฝากผ้ามาให้เธอออกแบบตัดให้...จื่อหยวนยังคงรับหน้าที่ทำซาลาเปาและยุเหวียนเซียวขาย มีลูกมือคอยช่วย
ส่วนต้าเหนิงก็จะตัดชุดเป็นหลักมีคนช่วยอีกสามคน รวมแล้วผู้ช่วยในร้านมีมากถึง 5 คน ชีวิตของเธอกับจื่อหยวนในตอนนี้ดีกว่าเมื่อก่อนมาก อยากจะกินอะไรก็ได้กิน มีเสื้อผ้าสวย ๆ ไว้ใส่เที่ยวเหมือนคนอื่นเขา ไม่ต้องสวมใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ อีกแล้ว
เมื่อชีวิตดีขึ้น จื่อหยวนสามีของเธอก็ดูหล่อเหลาไม่ต่างจากดาราคนหนึ่งเลย และวันนี้ต้าเหนิงก็ได้นัดทุกคนมาทานข้าวที่บ้าน เพราะเธอใกล้คอดแล้วไม่รู้ว่าจะได้รวมตัวกันอีกเมื่อไหร่
“เป็ดปักกิ่งหอม ๆ มาแล้วครับ” จื่อหยวนเดินถือจานเป็ดปักกิ่งมาวางไว้บนโต๊ะ ทุกคนถึงกับตาลุกวาว พวกเขาอยาจะกินเป็ดปักกิ่งมานาน วันนี้ได้กินสมใจเสียที
“หอมมากเลยครับ” อากู่น้องชายของฉีเก๋อเอ่ยขึ้น แววตาเป็นประกายมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาไม่เคยกินอาหารดี ๆ แบบนี้มาก่อน อย่างมากก็แค่ไก่ต้ม
“กินเยอะ ๆ นะอากู่ จะได้มีแรงทำงาน” ต้าเหนิงเอ่ยบอกอย่างเอ็นดู อากู่เป็นเด็กหนุ่มที่ขยัน ซื่อสัตย์ ไม่เคยทำให้ต้าเหนิงผิดหวังในตัวเขาเลยสักครั้ง
“ทุกคนทานเลยนะครับ ผมรอแกงไส้หมูเดือดก่อนครับ แล้วเดี๋ยวจะมานั่งทานด้วยนะ”
จื่อหยวนเดินไปที่ครัว ฟางฮวาก็รีบหันขวับมามองต้าเหนิงทันที ฟางฮวายิ้มอยู่ไม่หุบ
“อะไรฟางฮวา ยิ้มไม่หุบเลยนะ”
“ฉันดีใจกับเธอด้วยนะ ตอนนี้ชีวิตเธอประสบความสำเร็จแล้ว มีร้านเป็นของตัวเอง มีสามีที่ดีและกำลังจะมีเจ้าตัวน้อยมาวิ่งเล่นด้วย อีกไม่นานเธอคงได้เป็นเถ้าแก่เป็นคุณหญิงแน่ ๆ เลย”
“เธอก็พูดเกินไป ชีวิตฉันยังไม่มีอะไรดีหรอก เธอก็รู้หนิว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง กว่าจะมีวันนี้ได้ไม่ง่ายเลยนะ”
ต้าเหนิงหวนนึกคิดวันแรกที่ทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ ฟ้าเมตตาให้เงินติดตัวมาแค่ 500 หยวน โชคดีที่เธอลงมือทำอะไรไปแล้วไม่ขาดทุน ไม่อย่างนั้นไม่อยากจะคิดเลยว่าชีวิตจะลำบากแค่ไหน ที่ดีไปกว่านั้นคือมีสามีที่ดี ขยันทำงานคอยช่วยเหลือเกื้อกูลอยู่ตลอดเวลา
“ก็เพราะความพยายามของเธอนั่นแหละ เธอถึงประสบความสำเร็จแบบนี้ไง ว่าแต่เป้าหมายต่อไปเธอจะวางแผนทำอะไรต่อ? ”
“ทำอะไรงั้นเหรอ? อยากจะทำเยอะแยะเลย แต่ฉันคนเดียวคงไม่ไหว ต้องรอดูไปก่อน”
ต้าเหนิงอยากจะเก็บเงินรออีกปีสองปี รอรัฐแบ่งที่ดินให้ชาวบ้านก่อนแล้วเธอถึงจะนำเงินไปลงทุนทำฟาร์มตามความฝันของจื่อหยวน
“ถ้าหนูมีอะไรให้น้าช่วยก็บอกน้าได้นะ น้ากับลูก ๆ พร้อมช่วยหนูเสมอ”
แม่ฉีเก๋อคลี่ยิ้มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ตอนนี้ครอบครัวของฉีเก๋อเหมือนกับคนในครอบครัวเธอไปแล้ว
“พี่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันกับครอบครัวจะคอยอยู่เคียงข้างพี่ ไม่ว่าพี่จะทำอะไรพวกเราคอยช่วยอยู่เสมอ”