Architecture อาสาสถาปัตย์
ตอนที่ 9 จีบอยู่ไม่รู้เหรอ
ออกศึกรู้ตัวว่าตัวเองหน้าตาดีประมาณนึง เพราะสังเกตจากเวลาไปไหนมาไหนไม่ว่าจะในมหา’ลัยหรือข้างนอก เขาก็มักจะมีสาวน้อยสาวใหญ่เข้ามาขอช่องทางติดต่อ
แล้วไหนจะพี่ชายทั้งสองคนของเขาเองก็ใช่ย่อย สองคนนั้นมีเื่รักๆ ใคร่ๆ ตลอด ถ้าไม่ไปหักอกใคร ก็โดนใครบางคนอกหักมานั่นแหละ แถมเวลาไปไหนพร้อมกันสามพี่น้อง นักรบ กองทัพ ออกศึก จะต้องมีหนึ่งในพวกเขาถูกขอเบอร์ตลอด ทั้งนี้ก็อาจจะต้องโทษที่พันธุกรรมความหน้าตาดีที่ถ่ายทอดมาจากป๊า พวกเขาถึงได้รับความตี๋อินเทรนด์และความสนใจจากสาวๆ อย่างต่อเนื่องมาแทบทั้งชีวิต
แต่ตัวเขาเองไม่ค่อยได้สนใจเื่ชู้สาวสักเท่าไหร่ อันที่จริงเขาไม่สนใจมาั้แ่เรียนมัธยมแล้ว เพราะตอนนั้นคิดว่าขอให้เข้ามหา’ลัยและคณะในฝันให้ได้ก่อน เพื่อนจะฮิตไปมีแฟน จีบรุ่นน้องอะไรก็ทำเลย แต่เขาไม่ขอเสียเวลากับเื่พวกนั้น ขอทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการเรียนพิเศษเต็มเหนี่ยว แล้วพอเข้ามหา’ลัยได้สำเร็จตามที่หวัง เขาก็ยังมีความคิดคล้ายๆ เดิมอยู่ ก็คือขอทุ่มเวลาให้กับคณะในฝันก่อน การเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ไม่ยากเท่าไหร่สำหรับหัวสมองของเขา แต่เหนื่อยหน่อยเพราะต้องใช้ลูกอึดพอควร ที่น่าเอือมสุดก็คือคณะนี้ทำให้เขาไม่ค่อยได้นอน แทบไม่ได้นอนเต็มอิ่มเลย
ที่บอกมาทั้งหมดก็คือ ถึงแม้เขาจะหน้าตาดีมากจนโดนบังคับไปลงประกวดเฟรชชี่มหา’ลัยแต่เขาไม่ยอมไปก็ตาม ทว่าตลอดทั้งชีวิตจนอายุสิบแปดปีนี้ เขาไม่เคยมีแฟนเลยแม้แต่คนเดียว…
อันที่จริงอีกสักรอบแล้วกัน .. คือเขาไม่เคยจีบใครมาก่อนเลยในชีวิต
“น้องชื่อออกศึกเหรอ แหม ชื่อแปลกจังนะจ๊ะ” หญิงสาวในชุดนักศึกษาที่คงเป็รุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยทักทายออกศึกขณะที่เขาประจำอยู่ที่บูธขายของหาเงินไปออกค่ายอาสา พี่ผู้หญิงคนนั้นมองป้ายชื่อแผ่นใหญ่ที่แขวนอยู่ในคอของออกศึกก่อนจะพูดต่อไป “มาขายหาเงินทำค่ายหรอ?”
“ครับพี่ สนใจโปสการ์ดหรือภาพถ่ายดีครับ?” เขายิ้มตอบอย่างสุภาพ แม้ว่าในใจจะรู้อยู่เหมือนกันว่าพี่ผู้หญิงคนนี้ดูจะสนใจเขามากกว่าภาพถ่ายหรือโปสการ์ดอยู่นิดนึง แต่ก็ถามไปตามหน้าที่ ผิดกับเพื่อนสาวร่วมเอกเดียวกันที่ออกศึกชวนมาออกบูธด้วยกัน เธอพยายามช่วยเขาขายของอย่างขยันขันแข็ง
ยิปโซที่อยู่ข้างๆ กับออกศึกพูดต่อหลังจากที่เขาพูดจบทันที เพราะว่าถ้าพี่จะมาแทะโลมผู้ชายของหนูเนี่ยพี่ต้องผ่านหนูให้ได้ก่อน!
“โปสการ์ดมั้ยคะพี่ เห็นพี่เอ็นดูเพื่อนหนู มีอันที่เพื่อนหนูวาดด้วยนะคะ ศึกๆ อันไหนนะแก”
เขาถูกยิปโซสะกิดให้ช่วยหาโปสการ์ดภาพที่เป็คนวาดเองกับมือ
“อุ๊ยๆ รับค่ะ พี่ซื้อๆ แหม ถ้าขายคนวาดด้วยก็จะดีนะเนี่ย” พี่ผู้หญิงหัวเราะร่วน เธอใช้มือป้องปากอย่างจงใจปกปิดความเขินอาย
แต่ยิปโซคิดว่ามันคงปิดไม่มิดหรอก หมั่นไส้!
“อันนี้ครับ แต่คนวาดไม่ขายครับ ติดจองแล้ว” แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ตอกหน้าพี่สาวคนนั้น ออกศึกก็พูดสวนกลับไปแบบยิ้มๆ พร้อมกับยื่นส่งโปสการ์ดให้
ติดจองอะไร ทำไมเธอไม่รู้!
กลายเป็สองสาวที่ยืนอยู่ตรงนั้นทั้งยิปโซและพี่สาวคนที่มาเยือนบูธต่างมองออกศึกเป็ตาเดียว ออกศึกจึงช่วยคลายความสงสัยให้
“ก็เธอจองแล้วน่ะครับ” ออกศึกอ้างกับคนไม่รู้จักพร้อมกับชี้ไปที่เพื่อนสาวที่ยืนอยู่ในบูธด้วยกัน เขาทำบ่อยจนเคยชิน ใช้เพื่อนฝูงอ้างๆ ไปจะได้รอดตัวแบบไม่มีใครเสียหน้า
แต่ยิปโซไม่ชิน...
ใช่ เธออยากจองเขาไว้ใจแทบขาด แต่ไม่เห็นรู้เลยว่าเขายอมให้เธอจองแล้วอะ!!!
เขาเห็นเธอทำตาโตและทำท่าจะถามอะไรบางอย่าง ออกศึกก็เลยรีบแทรกพูดก่อน
“สรุปพี่รับมั้ยครับ ถ้าไม่รับ อาจจะต้องรบกวนให้ช่วยหลบหน้าบูธได้ไหมครับ พอดีมีลูกค้าข้างหลังอีกหลายคนรออยู่ครับ” เขายิ้ม และทำให้ทั้งยิปโซและพี่สาวที่ยืนคุยอยู่นานแล้วหันไปมอง ด้านหลังปรากฏแถวยาวมากกว่าสี่ห้าคน ทั้งหมดที่รเป็สาวน้อยสาวใหญ่สาวไม่จริงต่อคิวจะดูของขายที่บูธเล็กๆ นี้ ดูแล้วรู้เลยว่าทำไมพี่แจ็คกี้ถึงส่งออกศึกมายืนที่บูธ…
หลังจากพี่สาวคนนั้น ก็มีลูกค้าผลัดกันมาเต๊าะบ้างจีบบ้าง หรือหนักเข้าก็มีขอเบอร์ขอไลน์ของออกศึกเป็ระยะๆ แล้วไอ้เคสหนักๆ นี่แหละที่ออกศึกจะใช้ยิปโซเป็คำตอบจนเธอเองก็เริ่มเคลิ้มไปด้วย เอ๊ะ ไม่ได้ดิ เธอต้องถามเขาให้รู้เื่ก่อน พอมีจังหวะที่ไม่มีใครมาที่บูธ ยิปโซเลยรีบถามชายหนุ่มที่เธอหมายปอง
“ศึก”
“หา” ออกศึกละสายตาจากหน้าจอที่เขาเพิ่งเปิดเล่นเกมเมื่อกี้เพราะไม่มีใครมาที่บูธเกือบสิบนาทีแล้ว แม้ชีวิตจะหาเวลานอนได้ยาก แต่เขาเกมก็สำคัญเกินกว่าเขาจะละเลย
“ทำไมพูดแบบนั้นอะ คนอื่นเข้าใจผิดหมด”
พอได้ยินเพื่อนสาวพูดแบบนี้ ออกศึกก็รีบออกจากเกม เขามองสีหน้าเธอและเข้าใจไปว่าเธอกำลังไม่พอใจที่เขาเอาเธอไปอ้างเป็แฟน
“ขอโทษอะ ปกติไม่มีใครคิดมาก แต่เราลืมถามเธอก่อนว่าโอเคเปล่า”
โอเคอะไร โอเคว่าเป็แฟนกันไหมอะหรอ โอเคมากๆ ฮือ ขอโทษทำไมอะ
ส่วนสาวน้อยยิปโซก็งุนงงไปกับคำตอบของออกศึก จู่ๆ พอเธอถามไปเขาก็ทำหน้าสำนึกผิดแล้วยกมือประกบกันข้างหน้าเธอ
“เปล่า ไม่ต้องขอโทษ เราแค่อยากรู้เฉยๆ ก็คือศึกต้องทำแบบนี้บ่อยๆ อ่อ”
“อื้อ เราไม่มีแฟนอะ แล้วก็ไม่อยากให้ใครมาตื๊อด้วย เราไม่อยากปฏิเสธให้ใครเสียใจ แต่ก็ยังไม่อยากมีแฟนอยู่ดี” ออกศึกอธิบายอย่างละเอียด
อ่อ เข้าใจละ ก็คือใช้เธอเป็ไม้กันหมานี่เอง ทำบ่อยจนคล่องแบบนี้แสดงว่ามีสาวจีบเยอะชัวร์!
“อ๋อ งี้นี่เอง”
“แต่เราขอโทษยิปจริงๆ นะ ลืมคิดอะ ยิปกลัวแฟนเข้าใจผิดใช่เปล่า ขอโทษนะ”
เดี๋ยว… เดี๋ยว… ใครมีแฟนอะ ไม่มี!
“ไม่ใช่ๆ” ยิปโซรีบปฏิเสธแทรก
“...”
“เราไม่มีแฟน แล้วเราก็ไม่ได้ว่าอะไร จะอ้างก็ได้”
ถ้าจะมีแฟนก็รอให้ศึกมาเป็นั่นแหละ!
“ไม่เป็ไรจริงๆ นะ เห็นถามอะ ถ้าไม่สบายใจ...” ออกศึกถามท่าทียังไม่แน่ใจ เธอเลยรีบตอบ
“อ้างได้ๆ จะใช้อ้างตลอดชีวิตก็ได้เหอะ” หญิงสาวยักคิ้วให้เขาในตอนท้าย เธอขอหยอดนิดหน่อยแล้วกัน เผื่อฟลุ๊ค
“ตลอดชีวิตเห็นจะนานไปอะยิป ฮ่าๆ” เขาหัวเราะร่วน ท่าทางเหมือนคิดว่าเธอกำลังพูดเล่น เธอเองก็เลยรับมุก ทำตัวเป็พูดเล่นต่อไปเลย ก็เขาบอกอยู่ว่าไม่ชอบคนตี๊อ เธอจะตื๊อออกหน้าออกตาไม่ได้ ยังไงก็ต้องอยู่กับเขาไปเรื่อยๆ ก่อน ไม่อยากให้เขารีบชิงตัดโอกาสของเธอ
“เอ้า ก็ศึกบอกเองว่าศึกไม่มีแฟน ก็นึกว่าบอกเพราะจะจีบเราซะอีกอะ”
“อ๋อ…”
“ว้า เสียใจอะ ศึกไม่ได้จะจีบเราหรอเนี่ย”
“ใครบอกยิปอะ”
“หือ”
“เนี่ยจีบอยู่”
แล้วจู่ๆ ออกศึกก็ดันรับมุกเธอจนหัวใจดวงน้อยของยิปโซเต้นเร็วผิดปกติ ขณะที่เธอได้แต่กะพริบตาปริบเพราะหาปากตัวเองไม่เจอ ทำอะไรไม่ถูกจนรู้สึกมือไม้ตัวเองเกะกะ
เออะ ใครจะไปรู้ว่าเขาจะเล่นกลับมาแบบนี้อะ
“ก็จีบอยู่จริงๆ ไม่รู้เหรอคะ”
กรี๊ดดดดดด เธออยากจะปาหัวใจของตัวเองใส่หน้าเขาให้รู้กันไปว่าเธอใจเต้นเร็วมากแค่ไหน แล้วมาพูดคงพูดคะ ให้ตายเถอะ ให้ตายเถอะ ให้ตายเถอะ…
“ฮ่าๆ” พอเห็นเธอยิ่งไม่ตอบอะไร ออกศึกก็ยิ่งหัวเราะดังขึ้น ก่อนจะเฉลยอย่างที่เธอเองก็รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว
“ล้อเล่นๆ” พร้อมกับหัวเราะใส่เธออย่างบ้าคลั่ง จนโดนเธอตีใส่เขาดังเผียะที่หัวไหล่ แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดหัวเราะง่ายๆ
“แหย่เรามันสนุกนักหรอกห้ะ นี่แหนะ...”
“โอ๊ย อย่าตีเรา... โอ๊ย”
ฮือ ก็เขาเอาแต่ทำแบบนี้อะ เธอคิดเลยเถิดไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ มาดับฝันกันชัดๆ มาทำตัวอย่างนี้ต้องรับผิดชอบแล้วมั้ยอะออกศึก...
เธอจะต้องจีบเขาให้ติดให้ได้!
_________
ครบ 100% อย่างว่องไว ขอโทษที่ล่าช้านะคะ ่นี้มีปัญหากับข้อมือนิดหน่อย
หลังจากนี้จะไม่ติดเหรียญจนกว่าจะเขียนจบนะคะ
ขอบคุณค่าาา