ลู่ฟานพักการอ่านหนังสือไว้แค่นี้ก่อน เขาตัดสินใจที่จะสร้างดินแดนของเขาต่อ
เมื่อเขาปรากฎตัวขึ้นบนท้องฟ้าหลังจากที่ไม่ได้ปรากฎตัวขึ้นมานาน เหล่าปีศาจรับใช้และทูต์ต่างก็ส่งเสียงขึ้นมาอย่างดีใจ
"เฮ้ ดูนั่นสิ ฝ่าา ออกมาจากการเก็บตัวแล้ว"
"ฝ่าาจงเจริญ"
"ฝ่าาจงเจริญ"
"ฝ่าาจงเจริญ"
ลู่ฟานพยักหน้าตอบเล็กน้อยก่อนจะคิด
'ต่อไปเราต้องเพิ่มจำนวนประชากร อัญเชิญพวกปีศาจ์,ทูต์ก็ใช้ไปแล้ว ต่อไปจะอัญเชิญอะไรดีละเนี่ย' (สกิลอัญเชิญเป็แบบใช้แล้วทิ้งนะครับ)
"จริงสิ มีอีกตั้งหลายเผ่าพันธุ์เลยนี่น่า ถึงจะอัญเชิญเผ่าระดับกลางมาไม่ได้ แต่น่าจะอัญเชิญเผ่าพันธุ์ระดับต่ำได้อยู่"
ว่าแล้วลู่ฟานก็หาทร่ราบภายในดินแดนก่อนจะบินลงไปตรงนั้น
"อัญเชิญก็อบลิน!"
"อัญเชิญภูต!"
"อัญเชิญโกเลม"
"อัญเชิญลิซาร์ดแมน"
เหล่าก็อบลิน,ภูติ,โกเลม,ลิซาร์ดแมนค่อยๆปรากฎบนวงเวทย์ทีละตัวๆจนครบ500ตัว ซึ่งรวมแล้วที่อัญเชิญมาครั้งนี้ก็มากกว่า2000ตัว
เลเวลแต่ละตัวที่อัญเชิญมานั้นไม่เท่ากันแต่เฉลี่ยๆอยู่ที่13 ต่ำสุด7 สูงสุด20
"เก่งกว่าเ้าหมีปฐีอะไรนั้นอีกแหะ(ตัวที่พระเอกตบตอนมาใหม่ๆ)"
ในเกมThe New Worldนั้นไม่มีการแบ่งแยกเผ่าพันธุ์แม้กระทั่งปีศาจก็สามารถอาศัยอยู่รวมกับมนุษย์ได้ ยกเว้นเผ่าเดียวที่เป็ศัตรูของทั้งเกมคือ เผ่ามารเพราะว่า เผ่าปีศาจใช้พลังความมืด แต่มารใช้พลังความชั่วร้าย (ความมืด ไม่ได้หมายถึงชั่วร้าย)
"เหล่าก็อบลินไปสร้างหมู่บ้านเป็ถิ่นที่อยู่อาศัยซะ เหล่าภูติไปสิงสถิตในที่ต่างๆเพื่อเพิ่มพรให้กับดินแดน โกเลมไปช่วยเื่งานที่ต้องใช้แรงงาน ส่วนลิซาร์ดแมนไปก่อตั้งหมู่บ้านทางน้ำซะ ส่วนคำสั่งอื่นๆข้าจะถ่ายทอดไปภายหลัง"
"รับทราบ ฝ่าา"
หลังจากนี่นพวกมันก็รีบเร่งไปทำหน้าที่ของตนทันที
ส่วนลู่ฟานก็ครุ่นคิดอยู่ตรงนั้นสักพัก ก่อนจะตัดสินใจออกมา
"ขอเรียกตัว ผู้คุมกฎสูงสุด เดฟ จงออกมา!"
'ไม่รู้จะเรียกออกมาได้ไหม'
ผู้คุมกฎสูงสุด เดฟ นั้นเป็เผ่าผู้คุมกฎเกณฑ์ที่เป็หนึ่งในเผ่าระดับสูงสุด ซึ่งสูงกว่าเผ่าเทพเสียอีก ลู่ฟานได้จับตัวั้แ่มันยังอ่อนแอ แล้วนำมันเลี้ยงให้เติบโตจนกลายเป็หนึ่งในผู้คุมกฎสูงสุดได้
จู่ๆก็มีคลื่นพลังปริศนาพวยพุ่งออกมาจากพื้นดินก่อนจะก่อให้เกิดวงเวทย์ มันหมุนวนอยู่ซักพักก่อนจะมีสิ่งมีชีวิตหนึ่งลอยขึ้นมา ออร่าของมันทำให้หินที่เข้าในระยะหนึ่งเมตรเป็ผุยผงไปทันที
[ชื่อ:ผู้คุมกฎสูงสุด เดฟ
อายุ:ต้นกำเนิดของโลก
เผ่าพันธุ์:ผู้คุมกฎเกณฑ์
เลเวล:900
อำนาจพิเศษ:
-แทรกแซงความจริง(เปลี่ยนความเป็จริงบางส่วนด้วยการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม)
-พลิกชะตา(ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่สามารถกลับไปอยู่ใน่ที่สมบูรณ์ที่สุดได้ทันที)
ฉายา:
-ผู้คุมกฎสูงสุด(เพิ่มพลังโจมตีเมื่อสู้กับเผ่าพันธุ์ที่ระดับต่ำกว่า)
สกิล:หายตัว,ลบตัวตน,คืนชีพ,เยาว์วัย,กัดกินมิติเวลา,หวนคืนความว่างเปล่า,ปิดกั้นมิติ,แสงพิพากษา,ประทับตรา,...,ควบคุมความว่างเปล่า]
สเตตัสนี้เป็ของผู้คุมกฎสูงสุดเดฟ ซึ่งจะเรียกว่าเป็หนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในเกมเลยก็ว่าได้รองจากลู่ฟานน่ะนะ
"ทำความเคารพ นายท่าน มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือไม่"
เดฟกล่าวออกมา แต่ปากของเขาไม่ได้ขยับ เสียงของเดฟนั้นดังขึ้นในหัวของลู่ฟาน
แต่ลู่ฟานไม่ได้แปลกใจอะไรราวกับมีนเป็เื่ที่ควรจะเป็อยู่แล้ว
"ข้ารู้ว่าเ้าเก่งในการสืบหาข้อมูล เพราะฉะนั้นข้าอยากให้เ้าสืบหาคนที่อยู่เื้ัเทพปีศาจคาออสให้หน่อยสิ"
"เทพปีศาจคาออส?"
เดฟสงสัย
"อ่อ เ้าเพิ่งมาคงยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่ งั้นข้าจะอะไรอธิบายให้เ้าฟังละกัน"
.......
1 ชั่วโมงผ่านไป
.......
"ได้ ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะเป็คนไปหามันเอง"
เดฟได้กล่าวออกมาอย่างมั่นใจ
ลู่ฟานเมื่อได้เห็นแบบนั้นก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมา ก่อนจะกล่าว
"จริงๆแล้ว ถ้าเ้าสู้ไม่ไหวก็ให้หนีกลับมาก็ได้นะ ไม่มีใครตำหนิเ้าหรอก"
เดฟพยักหน้าก่อนจะหายตัวไปจากตรงนั้นทันที เหมือนไม่เคยมีใครอยู่
"เห้อ~ หวังว่าเ้านั่นจะทำสำเร็จนะ นอกจากนี้ยังให้ออกไปเป็ตัวล่อได้ด้วย เพราะถึงแม้จะเป็เราที่ทุ่มสุดกำลังก่อนจะเป็ผู้บ่มเพาะก็คงไม่สามารถฆ่าเดฟได้ง่ายๆแน่"
ลู่ฟานกังวลว่าศัตรูในครั้งนี้อาจจะแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดๆไว้ เพราะระดับบ่มเพาะที่เหนือกว่าเขามันมีขอบเขตเหนือสังสารวัฏอยู่อีก
ลู่ฟานกลับไปที่พระราชวัง เรียกให้คนนำชามาให้ก่อนจะนั่งจิบชาอยู่เงียบๆ
"อ่า จะว่าไปครั้งหน้าคงต้องลองศึกษาเวทย์มนต์บ้างแล้วสิ ถึงแม้ว่ามันจะเป็ศาสตร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายหลังแต่มันก็น่าสนใจอยู่ดี"
ในโลกนี้นอกจากการบ่มเพาะแล้ว ก็ยังมีการใช้เวทย์มนต์ คำสาป หรือพวกมนต์ดำอยู่อีก ซึ่งเป็ศาสตร์ที่ถูกะัฒนาขึ้นในยุคฟื้นฟู
ตัวตนของผู้ใช้เวทย์มนต์นั้นตามที่ลู่ฟานได้ยินมานั้นจะแบ่งออกเป็
ผู้ใช้เวทย์ฝึกหัด = นักสู้
ผู้ใช้เวทย์ = ปรมาจารย์ิญญา
นักเวทย์ = เทียบปฐี
นักเวทย์ขั้นสูง = เทียบนภา
จอมเวทย์ = เทียบ์
จอมเวทย์ขั้นสูง = พระเ้า
ปราชญ์ = เหนือ์
มหาปราชญ์ = ขีดสุดลมปราณ
ปัจจุบันนั้นปราชญ์มีน้อยยิ่งกว่าเหนือ์ แต่ระดับที่ต่ำกว่านั้นฝั่งของเวทย์มนต์จะมีเยอะยิ่งกว่าเช่นในหมู่คน10คน อาจจะมีคนธรรมดา6คน มีผู้บ่มเพาะขอบเขตนักสู้1คน มีผู้ใช้เวทย์ฝึกหัด3คน เป็ต้น
ดังนั้นลู่ฟานจึงอยากลองฝึกศาสตร์นี้ดู นอกจากนี้ดูเหมือนว่าศาสตร์นี้จะไม่เกี่ยวขัองกับเลเวลอีกด้วย ถึงมันจะเกี่ยวแต่ก็น้อยมากๆที่แทบจะมองข้ามได้ เพราะศาสตร์นี้ต้องใช้การทำความเข้าใจในกฎเกณฑ์ของธรรมชาติเท่านั้น