การกลับมาบ้านสกุลฟู่พร้อมท่าทางเงียบขรึมของฟู่เจียนจื่อบางครั้งชายหนุ่มก็เผลอออกอาการเหม่อลอย ยังความแปลกใจแก่คนในครอบครัวฟังจากคำบอกของลู่เคอเื่สหายสำนักคุ้มภัยประสบเคราะห์ร้ายตอนแรกพวกเขาไม่คิดติดใจต่อเมื่อถามไถ่เ้าตัวจริงจัง จึงรู้ความเพิ่มเติม นางฟู่หลันถึงกับใอุทานเสียงหลงหลังหลานชายยอมเล่าเื่แต่งงานกับบุตรสาวสำนักคุ้มภัย โดยที่ฟู่เจียนจื่อปิดบังข้อตกลงระหว่างหญิงสาวกับเขาไว้
“เหลวไหลสติเลอะเลือนกระทำเื่สำคัญไม่ปรึกษาบิดามารดาได้อย่างไร พิธีไม่ถูกต้องสมบูรณ์ยังนับเป็ภรรยาแต่งเข้าสกุลฟู่ได้หรืออีกอย่างย่าไม่ยอมรับเื่เ้าเป็ม่ายเมียตายหรอกนะ”
เื่แอบแต่งภรรยายังพอทำเนาแต่เื่หากหญิงผู้นั้นตายไปแล้วจริงๆ หลานชายจะขอตั้งป้ายิญญาให้เป็คนสกุลฟู่ตัวนางไม่อาจจะรับได้
“แต่หลานให้คำมั่นกับมี่เอ๋อร์จะมีนางเป็ภรรยาเพียงผู้เดียว”
หญิงสูงวัยรู้สึกราวกับลมจะขึ้น“เ้าหนอเ้า รู้จักนางเพียงไม่นาน แน่ว่าไม่ถูกนางหลอกเอานะ”
“ท่านแม่ใจเย็นก่อนนะเ้าคะ”จินป๋ายไช่รินชาเกสรบัวให้แม่สามี
“ลูกชายเ้าหนนี้ก่อเื่น่าตีนัก”คนสกุลฟู่พูดคุยกันด้วยเหตุผลนางฟู่หลันจิบชาหวังให้รสหวานชุ่มลิ้นของชาดีปัดเป่าลมร้อนในใจ “เอาเถอะแต่งแล้วก็แล้วกันไป ดูอย่างพ่อเ้า แม่เ้าตายจาก เขาก็แต่งงานใหม่กับป๋ายไช่ได้รักในอดีตควรเก็บไว้ในความทรงจำ แต่เดือนหน้าอย่างไรเ้าก็ต้องเริ่มดูตัวหาคู่ครองจะให้สกุลฟู่เสียหน้ามิได้เป็อันขาด”
สีหน้าอึดอัดหม่นเศร้า คล้ายคนมีอายุมากขึ้นหลายปีของบุตรชาย คนอาบน้ำร้อนมาก่อนไยจะไม่เข้าใจความรู้สึก
“ให้เวลาเจียนจื่อสักหน่อยเถิดขอรับท่านแม่”ฟู่หลิงเฉินไกล่เกลี่ยให้มารดาเข้าใจ
“เ้าจะยอมรับการแต่งงานที่ผู้ใหญ่ไม่รู้เห็นนี้น่ะหรือ”
“อย่างไรพวกเขาก็แต่งกันแล้วดังเช่นข้ากับชิงซินที่อยู่กินกันก่อนยกน้ำชาให้ท่านแม่ได้โปรดเบาโทสะและให้เวลาเขาดังเช่นเคยให้ข้าเถิดขอรับ”
“เ้าสองคนพ่อลูกคงออยากเห็นข้าอกแตกตายสินะ”นางฟู่หลันถอนหายใจ ไม่อยากแม้จะมองหน้าบุตรชาย
“ท่านแม่รักษาสุขภาพด้วยเ้าค่ะ”จินป๋ายไช่ลูบหลังมือเหี่ยวย่นของนาง
“รักษาไปก็เท่านั้นสามีเ้า ลูกชายเ้าอยากให้ข้าตายไวๆ เสียเหลือเกิน”
“หลานไม่เคยคิดเช่นนั้น”
“ลูกยิ่งไม่เคยขอรับ”ฟู่หลิงเฉินสำทับ เื่ของบุตรชาย เขาจะคุยเป็การส่วนตัวอีกครั้ง
จินป๋ายไช่เป็แม่คนแล้วย่อมเข้าใจถึงความห่วงใยนี้ดี หญิงสาวเกลี้ยกล่อมจนแม่สามีลดทอนความขุ่นเคืองบ่นน้อยอกน้อยใจลงพร้อมเอ่ยสัญญาว่าจะจัดการเื่คู่ครองของบุตรชายคนโตให้ดีที่สุดก่อนประคองนางกลับเรือนเพื่อพักผ่อน
เวลาแห่งความเสียใจของฟู่เจียนจื่ออย่างไรก็ล่วงผ่านมาหนึ่งปีเศษแล้ว วันแล้ววันเล่ากับการสืบหาเบาะแสของหานถิงมี่แต่กลับไร้วี่แววว่าจะพบตัวนาง บิดานางที่ได้รับาเ็ก็ไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยมีตัวตนไปเสียเฉยๆบรรดาลูกน้องในสำนักที่ตามตัวพบให้ข้อมูลอะไรไม่ได้มากนักเพราะต่างคนก็ต่างออกไปคุ้มกันขบวนสินค้า ผู้อยู่ร่วมเหตุการณ์ส่วนใหญ่ร่างล้วนถูกเผาไหม้ในกองเพลิงแล้ว
ฟู่เจียนจื่อไม่รู้ชะตากรรมแน่ชัดของหานถิงมี่ไม่รู้ความเป็ไปของหานหย่งจิง จากคำบอกเล่าของคนคุมกันขบวนสินค้า ฝูเมิ่งไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นองเืต่อเมื่อทางการลงความเห็นว่าหานถิงมี่เสียชีวิตในกองเพลิง ชายหนุ่มก็หายตัวไปอีกคน
วันหนึ่งฟู่หลิงเฉินวานบุตรชายให้ไปส่งของกำนัลยังบ้านสกุลกงหยาง ด้วยปรึกษากับฟูเหรินตนแล้วรู้สึกพึงพอใจในตัวบุตรสาวคนที่สี่ของสหายรักเหมาะควรจะทาบทามอย่างเป็ทางการให้ตบแต่งกับ ฟู่เจียนจื่อ
ฟู่เจียนจื่อจนด้วยเหตุผลจะคัดค้านเื่คู่หมายยอมรับชะตาที่เบื้องบนขีดเส้นบุพเพให้เขากับหานถิงมี่เพียงระยะเวลาแสนสั้น หลังจากท่านย่ากับบิดาอนุญาตให้ตั้งป้ายิญญาของหานถิงมี่ในฐานะภรรยาคนแรกของเขาชายหนุ่มจึงยอมที่จะเปิดใจสักครั้ง
ในสายตาของฟู่เจียนจื่อนั้นกงหยางซีเหมยนับเป็สตรีที่เขารู้จักมักคุ้นมากที่สุด เขาชอบอัธยาศัยและชื่นชมความเพียบพร้อมของนางอยู่มากคาดว่าอนาคตคงจะรู้สึกรักนางได้มากกว่าความชื่นชมเอ็นดู
หลังจากเสร็จธุระกับกงหยางซีเหมย ระหว่างเดินออกจากเรือนรับรองกลางฟู่เจียนจื่อบังเอิญพบกับคุณชายสามจึงหยุดคุยครู่หนึ่ง ก่อนถูกฝ่ายนั้นชักชวนไปคุยต่อที่เรือนส่วนตัวเื่เลี้ยงนกกระเต็นระหว่างนั่งดื่มชา รอเขาสั่งบ่าวนำกรงนกลงมาจากชายคาเรือน มือที่ถือถ้วยก็พลันสั่นเทาคุณชายใหญ่สกุลฟู่ทำถ้วยชาหกราดรดตัวเอง
ห่างออกไปในระยะสายตาพอมองเห็นสตรีผู้หนึ่งกำลังจะเดินเลี้ยวผ่านซุ้มประตูวงเดือนข้างกำแพงไป
นางหรือ...เป็นางใช่หรือไม่
ไวเท่าความคิดคำนึงฟู่เจียนจื่อออกวิ่งจากศาลาหน้าเรือนคุณชายสาม สร้างความใให้กงหยางจี้อู่ไม่น้อย
่ขาเพรียวยาววิ่งไม่กี่อึดใจก็คว้ายังท่อนแขนของสตรีในชุดบ่าวประจำบ้านสกุลกงหยางนางหนึ่ง
“มี่เอ๋อร์...”
หญิงสาวรูปร่างประเปรียวหันมาเผชิญหน้าเขาตามแรงฉุดรั้ง
เป็นาง! เขาไม่ได้ตาฝาด!
ความดีใจมีมากเกินกว่าจะพูดพล่ามฟู่เจียนจื่อดึงร่างนั้นเข้าสู่อ้อมกอด หญิงสาวดิ้นรนและผลักเขาออกเต็มแรง
“บังอาจ! เป็แค่บ่าว ไยกล้าเสียมารยาท!” กงหยางจี้อู่ที่วิ่งตามเพื่อนรุ่นน้องมาทันตวาดบ่าวในเรือนชายหนุ่มตั้งท่าจะทุบตีนาง ฟู่เจียนจื่อรีบถลันกายมาขวาง มี่เอ๋อร์ของเขาก้มหน้างุดตัวสั่นงันงก ท่าทางที่ผิดแผกไปจากเคยยังความแปลกใจให้เขายิ่งนัก
นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรแล้วนั่นแก้มนาง... ฟู่เจียนจื่อยื่นมือไปเบื้องหน้า แต่อีกคนก็ถอยกรูด
“เ้ารู้จักนางหรือ”
“นาง...ช่างคล้ายคนที่ข้ารู้จัก” แปลกที่โลกนี้จะมีคนหน้าตาคล้ายกันมากถึงเพียงนี้
“คล้ายมากจนเ้าต้องวิ่งเข้ามากอดสินะ”สายตาของกงหยางจี้อู่ราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างการที่คู่หมายดูตัวของน้องสาววิ่งเข้าไปสวมกอดสาวใช้ในเรือน มองอย่างไรก็หาเหตุอันควรไม่ได้
ฟู่เจียนจื่ออายกับความวู่วามของตนเองอยู่บ้างความดีใจก่อนหน้าทำให้ตนไร้สติไตร่ตรอง จึงประสานมือน้อมกายให้กงหยางจี้อู่
“ขอขอภัยที่ผู้น้องเลอะเลือนกระทำรุ่มร่ามมิทราบว่าแม่นาง...”
“พวกเราเรียกนางว่าหงโต้วนางเป็บ่าวบ้านข้า”
“หงโต้ว...”สตรีเบื้องหน้าสวมชุดบ่าวบ้านสกุลกงหยาง ทว่า ใบหน้านี้ รูปร่างเช่นนี้เป็ของหานถิงมี่ไม่ผิดเพี้ยนแต่เหตุใดสายตาที่นางใช้มองเขาถึงว่างเปล่าราวกับคนไม่เคยรู้จัก
เห็นท่าทีแปลกใจของคนฟังผู้เป็เ้าบ้านก็ถามเอาความจากคนสนิท
“ญาติของนางพามาขายเป็บ่าวขอรับนายหญิงเวทนาก็เลยซื้อตัวไว้”
“เ้าตาฝาดแล้วฐานะอย่างเ้ามีหรือจะรู้จักพวกคนชั้นต่ำเช่นนาง”
นางไม่ใช่คนชั้นต่ำแต่มีเหตุการณ์ร้ายแรงทำให้นางเป็แบบนี้ ถึงอย่างไรฟู่เจียนจื่อก็ยังปักใจเชื่อว่าสตรีตรงหน้าคือหานถิงมี่
“เ้าชื่อหงโต้วหรือ”เขาถามนาง
“เ้าค่ะ”
นี่คือเสียงของมี่เอ๋อร์ชัดๆเขาจำได้...จำได้!
“บ้านเกิดเ้าคือที่ใดปีนี้อายุเท่าไรแล้ว”
หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้าช้าๆ กงหยางจี้อู่เบนสายตาไปยังบ่าวข้างตัว
“นางสติไม่ค่อยดีขอรับเซ่อๆ ซ่าๆ อีกทั้งตาบอดสี” บ่าวชายกล่าวแทรก
เมื่อไร้หลักฐานจะยืนยันตัวตนว่านางคือหานถิงมี่อีกทั้งเ้าตัวก็แสดงออกว่าไร้ความทรงจำ ฟู่เจียนจื่อจำต้องเก็บงำความใคร่รู้แล้วกล่าวขออภัยที่ตนล่วงเกินหญิงสาว
ตลอดทางกลับบ้านในหัวของฟู่เจียนจื่อเฝ้าคิดวนเวียนถึงวิธีที่เขาจะพิสูจน์ให้ได้ว่าหงโต้วที่พบวันนี้คือคนเดียวกับหานถิงมี่จากเมือง ซู่เหยาเพื่อไม่ให้พลาดสิ่งใดไปอีกชายหนุ่มจำได้ว่าบ่าวหญิงในเรือนของตนเป็เพื่อนกับบ่าวหญิงบ้านนั้นจึงใช้ให้นางไปลอบติดสินบนเพื่อนเฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวของหงโต้วไว้และเื่ทั้งหมดจะต้องเป็ความลับที่สุด