บทที่ 27 มีหงส์มาเยือน
ภายในห้องโถงใหญ่มีแสงสลัวมืดมิด
เมื่อฟางเป่ยเจิ้นพาลู่เยี่ยและนั่วนั่วมาถึง ที่นั่นได้มีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันแล้ว
ทุกคนล้วนเป็ผู้ใต้บังคับบัญชาของจวนที่ว่าการกรมปราบปีศาจ
อย่างเช่น 'อาจารย์ลงทัณฑ์' ผู้รับผิดชอบด้านการลงโทษ 'อาจารย์ชันสูตร' ผู้ผ่าชันสูตรร่างปีศาจ และ 'องครักษ์ปราบปีศาจ' ผู้มีหน้าที่สังหารปีศาจ เป็ต้น
ตามคำบอกเล่าของฟางเป่ยเจิ้น เพียงแค่จวนที่ว่าการกรมปราบปีศาจในเมืองเทียนเหอก็มีตำแหน่งผู้บัญชาการอาภรณ์สีเงินหนึ่งคน นายกองอาภรณ์สีเขียวห้าคน และองครักษ์ปราบปีศาจเกือบสองร้อยคน!
โดยปกติแล้ว เหล่าองครักษ์ปราบปีศาจส่วนใหญ่ออกไปสังหารปีศาจอยู่ข้างนอก เวลาที่อยู่ในจวนที่ว่าการนั้นมีน้อยมาก
"ข้าน้อยขอคารวะท่านผู้บัญชาการ!"
เมื่อนั่วนั่วเดินทางมาถึง ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงใหญ่ก็พากันประสานมือคารวะ
ตำแหน่งที่สูงกว่าหนึ่งขั้นก็สามารถกดดันคนให้ตายได้
ยิ่งไปกว่านั้นไม่ต้องกล่าวถึงนั่วนั่วที่เป็ถึงผู้บัญชาการอาภรณ์สีเงิน ซึ่งสามารถนั่งอยู่ในตำแหน่งเดียวกับหัวหน้าของพวกเขาหลี่ฮั่นซานได้เลย!
"ไม่ต้องเสียเวลาอีกต่อไป เริ่มการทดสอบภายในได้เลย"
นั่วนั่วสั่งการ
"ขอรับ!"
ฟางเป่ยเจิ้น นายกองอาภรณ์สีเขียวรับคำสั่ง
เขาหันไปแนะนำลู่เยี่ยว่า "การทดสอบแบ่งออกเป็ห้าด่าน ได้แก่ ทดสอบพลัง การสังหารปีศาจ ทักษะการลงทัณฑ์ การผ่าพิสูจน์ และการฝึกฝนจิตใจ"
"หลังจากผ่านด่านทั้งห้าแล้ว จำเป็ต้องรับภารกิจปราบปีศาจหนึ่งภารกิจมาปฏิบัติให้สำเร็จ"
"หากคุณชายรองลู่พร้อมแล้ว ตอนนี้ท่านสามารถเริ่มทดสอบพลังได้ทันที!"
สิ่งที่เรียกว่าการทดสอบพลัง ก็คือการทดสอบพลังของพลังบำเพ็ญ
ตามกฎแล้ว เฉพาะผู้ที่มีพลังบำเพ็ญถึงขอบเขตชักนำิญญาขั้นหกขึ้นไปเท่านั้น จึงจะมีคุณสมบัติเข้าร่วมการทดสอบได้
โชคดีที่ลู่เยี่ยแม้ว่าจะทำลายพลังบำเพ็ญของตนเอง และเริ่มฝึกฝนใหม่ แต่พลังบำเพ็ญปัจจุบันของเขาอยู่ที่ขอบเขตชักนำิญญาขั้นเจ็ด
ลู่เยี่ยพยักหน้า "เริ่มเถิด"
"เชิญทางนี้"
ผู้ติดตามคนหนึ่งนำลู่เยี่ยไปยังด้านหน้าเตาหลอมสัมฤทธิ์ซึ่งมีความสูงเก้าฉื่อ
"คุณชายรองลู่เพียงแค่ทุ่มเทพลังทั้งหมด กดฝ่ามือลงบนผิวของ 'เตาหลอมทดสอบพลัง' นี้ก็พอ"
"หากสามารถทำให้ดวงดาวสว่างได้สามดวงก็ถือว่าผ่านด่าน"
ลู่เยี่ยเงยหน้าขึ้นมามองไปที่เตาหลอมทดสอบพลังนี้
จากที่เขาทราบ เมื่อทำการทดสอบ หากบนเตาหลอมสามารถเปล่งแสงสว่างดวงดาวได้หนึ่งดวง นั่นหมายถึงมีพลังสามพันจิน
ในทำนองเดียวกัน หาก้าทำให้ดวงดาวเปล่งแสงสว่างสามดวง นั่นหมายความว่าผู้ฝึกตนต้องมีพลังถึงเก้าพันจิน!
หากเป็ผู้ฝึกตนมีพลังบำเพ็ญขอบเขตชักนำิญญาขั้นเก้า ย่อมสามารถทำให้ดวงดาวเปล่งแสงสว่างสามดวงได้อย่างง่ายดาย
เพราะภายในต้าเฉียน การมีพลังถึงเก้าพันจินคือเป็มาตรฐานขั้นต่ำในการประเมินพลังบำเพ็ญขอบเขตชักนำิญญาขั้นเก้า
นี่หมายความว่ายิ่งพลังบำเพ็ญต่ำ การผ่านการทดสอบก็ยิ่งยากขึ้น
ในเวลานี้ ห้องโถงใหญ่พลันเงียบลง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ร่างของลู่เยี่ย
สำหรับคนเหล่านี้ ชื่อของลู่เยี่ยเป็ที่เลื่องลือไปทั่ว
แต่ทว่าทุกคนก็ทราบดีว่าเขาหลับใหลไปนานถึงสามปี!
ภายนอกมีข่าวลือมานานแล้วว่า แม้ลู่เยี่ยจะตื่นขึ้นมา พลังบำเพ็ญของเขาก็คงจะถดถอยลงอย่างแน่นอน
และในตอนนี้ การทดสอบด้วยเตาหลอมทดสอบพลังก็จะได้ประจักษ์กับตาว่าข่าวลือนั้นเชื่อถือได้หรือไม่
"เตาหลอมนี้ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่?"
นั่วนั่วถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ฟางเป่ยเจิ้นตบหน้าอกรับประกัน "ท่านผู้บัญชาการ ที่นี่คือจวนที่ว่าการกรมปราบปีศาจของพวกเรา เตาหลอมทดสอบพลังนี้ถูกหลอมโดยปรมาจารย์หลอมอาวุธจากกรมโยธาแห่งต้าเฉียนด้วยตนเอง ย่อมไม่มีทางเกิดปัญหาใด ๆ เป็แน่!"
"นี่เป็สิ่งที่เ้าพูดเอง หากมีปัญหาอันใดเกิดขึ้น ข้าจะตัดหัวเ้า!"
นั่วนั่วจึงพูดอย่างไม่เกรงใจ
สีหน้าของฟางเป่ยเจิ้นนิ่งค้าง เตาหลอมทดสอบพลังย่อมไม่มีปัญหาอะไร แต่ปัญหาอยู่ที่ท่าทีของผู้บัญชาการหญิงสาวผู้นี้ที่มีต่อเขา!
แต่ถึงแม้ในใจเขาจะไม่พอใจ แต่เขาก็ทำได้เพียงอดทน
ก่อนหน้านี้ หลี่ฮั่นซานแห่งจวนที่ว่าการได้เอ่ยเตือนเขามาแล้วว่า หญิงสาวผู้นั้นคือศิษย์ของท่านแม่ทัพอาภรณ์สีแดงเซี่ยหลิงชิว!
บุคคลผู้สูงศักดิ์เช่นนี้ แม้จะถ่มน้ำลายใส่หน้าเขา เขาก็ทำได้แค่เช็ดออกและยังต้องขอโทษขอโพยอีกด้วย...
เห็นนั่วนั่วพึมพำเบา ๆ ว่า "หากเตาหลอมทดสอบพลังในที่นี้ไม่มีปัญหาใด ลู่เยี่ยก็อาจมีความหวังที่จะทำให้ดวงดาวเปล่งแสงสว่างถึงเก้าดวง..."
เมื่อวานที่สำนักศึกษาเทียนเหอ นางได้เห็นกับตาตนเองถึงพลังการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวที่ลู่เยี่ยแสดงออกมาตอนก่อความวุ่นวายที่หอลงทัณฑ์
ดังนั้น นั่วนั่วจึงต้องยอมรับว่าลู่เยี่ยมีโอกาสที่จะทำให้ดวงดาวเปล่งแสงสว่างถึงเก้าดวงได้จริง ๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของนั่วนั่ว ฟางเป่ยเจิ้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ คนอย่างลู่เยี่ยนั่นหรือจะมีความหวังที่จะทำให้ดวงดาวเปล่งแสงสว่างถึงเก้าดวง?
ช่างเป็เื่เหลวไหลสิ้นดี!
ไม่มีทางเป็ไปได้!
ในห้องเก็บเอกสารของกรมปราบปีศาจแห่งต้าเฉียนมีการบันทึกประวัติอย่างละเอียดของผู้ฝึกตนทุกคนที่เข้าร่วมการทดสอบใน่สามร้อยปีที่ผ่านมา
ในบรรดาผู้ฝึกตนเ่าั้ ตลอดสามร้อยปี มีเพียงสิบหกคนเท่านั้นที่สามารถทำให้ดวงดาวเปล่งแสงสว่างได้ถึงเก้าดวงในขอบเขตชักนำิญญา!
และทุกคนล้วนเป็ผู้ที่มีพลังบำเพ็ญขอบเขตชักนำิญญาขั้นเก้าทั้งสิ้น
สิ่งที่น่าสนใจคือ หนึ่งในนั้นก็มีแม่ทัพอาภรณ์สีแดงเซี่ยหลิงชิวรวมอยู่ด้วย
น่าเสียดายที่เอกสารเกี่ยวกับการทดสอบพลังของเซี่ยหลิงชิวในครั้งนั้นได้ถูกจัดเป็ความลับระดับหนึ่ง จึงไม่สามารถเห็นรายละเอียดอย่างชัดเจนได้
ในมุมมองของฟางเป่ยเจิ้น ลู่เยี่ยเมื่อสามปีก่อน ถือเป็อัจฉริยะผู้เลอเลิศที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วต้าเฉียน และเป็บุตรกิเลนแห่งตระกูลลู่ที่ฝ่าาทรงยกย่องด้วยพระโอษฐ์เอง
แต่เขาไม่เชื่อว่าลู่เยี่ยที่หลับใหลไปสามปี จะสามารถกลายเป็คนที่สิบเจ็ดในรอบสามร้อยปีของกรมปราบปีศาจที่ทำให้ดวงดาวทั้งเก้าเปล่งแสงสว่างได้!
เริ่มแล้ว!
ทุกคนต่างกลั้นหายใจและตั้งสมาธิ มองดูที่ลู่เยี่ยยื่นมือขวาออกไป กดลงบนเตาหลอมทดสอบพลัง
ห้องโถงใหญ่ตกอยู่ในความเงียบสงัดในทันที
ครืน!
บนพื้นผิวของเตาหลอมทดสอบพลังสูงเก้าฉื่อ เส้นลวดลายประหลาดที่ซับซ้อนและลึกลับนับไม่ถ้วนเริ่มเปล่งแสงอย่างเงียบ ๆ แผ่พลังลมปราณอันกว้างใหญ่มหาศาลออกมา
จากนั้น ภายใต้สายตาตกตะลึงของทุกคน ลวดลายเ่าั้ดูราวกับมีชีวิตขึ้นมา เคลื่อนไหวเหมือนฝูงปลาที่ว่ายน้ำ ส่องประกายระยิบระยับ
ห้องโถงใหญ่ที่แต่เดิมมืดสลัว บัดนี้สว่างไสวไปทั่วทั้งห้อง
ทุกคนต่างเบิกตากว้างอย่างอดไม่ได้
ช่างเป็ความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นตะลึงอะไรเช่นนี้!
ฟางเป่ยเจิ้นหรี่ตามอง อักขระบนเตาหลอมทดสอบพลังที่ถูกกระตุ้นให้ทำงานทั้งหมด!
นี่... นี่มันเป็สัญญาณว่าดาวเก้าดวงกำลังจะสว่างขึ้นกระนั้นหรือ?
"ตามที่ท่านอาจารย์เคยเล่า เมื่อครั้งที่นางเข้าร่วมกรมปราบปีศาจ นางก็เคยเข้ารับการทดสอบพลังเช่นกัน และสุดท้ายทำให้ดาวเก้าดวงสว่างขึ้น ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ประหลาด 'ดาวเก้าดวงเรียงตัว เตาหลอมส่งเสียงดังราวกับคลื่น' "
ตาคู่งามนั่วนั่วเบิกกว้าง "เ้าโจรหน้าด้านคนนี้สามารถสร้างปาฏิหาริย์ซ้ำรอยของท่านอาจารย์ในครั้งนั้นได้ด้วยหรือ?"
ใช่แล้ว มันเป็ปาฏิหาริย์!
นั่วนั่วเคยได้ยินผู้าุโในตระกูลเล่ามาไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้งว่า ในตอนที่ท่านอาจารย์เข้ารับการทดสอบพลัง เหล่าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดในเมืองหลวงต้าเฉียนหลายคนก็อยู่ที่นั่นด้วย
อย่างเช่น ท่านมหาเสนาบดีกรมปราบปีศาจ ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเซี่ย องค์ชายรองแห่งต้าเฉียน อาจารย์ใหญ่สำนักศึกษาต้าเฉียนเป็ต้น
ในครั้งนั้นท่านมหาเสนาบดีกรมปราบปีศาจกล่าวชื่นชมว่า 'มีหงส์มาเยือน นับเป็โชคของต้าเฉียน!'
ประโยคนี้ สร้างความสั่นะเืให้กับเมืองหลวงในชั่วข้ามคืน
เมื่อฝ่าาทรงทราบเื่แล้ว พระองค์ก็ทรงออกราชโองการด้วยพระองค์เอง พระราชทานรางวัลอันล้ำค่าให้แก่ท่านอาจารย์และทรงพระราชทานอักษรลายพระหัตถ์สี่ตัว 'มีหงส์มาเยือน' อีกด้วย!
จึงเป็ที่คาดเดาได้ว่าความหมายของการ 'ทำให้ดวงดาวเก้าดวงเปล่งแสงสว่าง' ในการทดสอบพลังที่กรมปราบปีศาจมีความสำคัญมากมายเพียงใด
ในขณะที่ผู้คนกำลังตื่นตะลึง ฝ่ามือขวาของลู่เยี่ยที่กดอยู่บนเตาหลอมทดสอบพลังก็เปล่งประกายเจิดจ้าวูบหนึ่งขึ้นมาอย่างกะทันหัน จากนั้นก็พุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน
บนเตาหลอมโบราณนั้น ลวดลายดวงดาวก็ส่องสว่างขึ้นทีละดวง ๆ จนครบเก้าดวง
เกือบจะปรากฏขึ้นพร้อมกัน!
แต่ทว่าทุกคนยังไม่ทันได้ตอบสนอง เตาหลอมทั้งใบก็พลันะเิแสงสว่างเจิดจ้า และสั่นะเือย่างรุนแรง
ในชั่วพริบตาต่อมาก็ะเิออกเป็เสี่ยง ๆ
กลายเป็เศษชิ้นส่วนนับไม่ถ้วนร่วงหล่นเกลื่อนพื้น
แสงสว่างทั้งหมดได้มลายหายไป
ทั่วทั้งห้องโถงก็กลับคืนสู่บรรยากาศอันมืดสลัวอีกครั้ง
เตาหลอมทดสอบพลังะเิไปเสียแล้ว!
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?
ทุกคนต่างอ้าปากค้าง นิ่งงันอยู่ที่นั่น
ในบันทึกที่สั่งสมมาสามร้อยปีของกรมปราบปีศาจไม่เคยมีการบันทึกถึงเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้มาก่อน
ลู่เยี่ยเก็บมือขวากลับมา เขาก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
ไม่น่าจะเป็เช่นนี้
ตนเองก็ได้ระมัดระวังพอสมควรแล้ว เพียงแค่ใช้พลังเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เหตุใดถึงได้ทำให้เตาหลอมทดสอบพลังะเิได้เล่า?
ของสิ่งนี้ช่างเปราะบางเกินไปกระมัง?
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ลู่เยี่ยจึงหันกลับมาแล้วถาม "หรือว่า... พวกท่านจะลองเปลี่ยนเตาหลอมทดสอบพลังอันใหม่มาลองดูอีกครั้ง?"
ภายในห้องโถงใหญ่เงียบงันผิดปกติ มีเพียงเสียงของลู่เยี่ยที่ยังคงก้องกังวาน