วันที่สองของการแต่งงานเขาก็มิได้นอนร่วมห้องกับนางอีกฟ่านหลี่เจี๋ยแยกตัวออกไปอยู่เรือนอันสุขสงบของเขาที่มีต้นไม้ร่มรื่นล้อมรอบและทำราวกับไม่เคยแต่งงาน
ท่านหญิงจีให้องครักษ์จากวังจีเข้ามาช่วยจัดอาวุธไว้ที่มุมห้องโถงของเรือนนางส่วนด้านหน้าก็จัดใหม่ให้เป็ลานฝึกอาวุธ
“ฮูหยินน้อยเหตุใดท่านดูหงุดหงิดนักเ้าคะ?”ปานเหมยกุ้ยมองดูเ้านายตนแล้วรู้สึกว่าวันนี้นางไม่ค่อยจะมีสมาธิ
จีลี่อิงตวัดกระบี่แล้วหยุดยืนนิ่ง“ฮึ่ม!”
“หากท่านไม่อยากฝึกก็อย่าฝืนใจตัวเองเลยเ้าค่ะ”ปานหวงหลานรีบสนับสนุน
“ก็ได้! ข้าหยุดดีกว่า”จีลี่อิงใคร่รู้นักว่ายามนี้สามีของนางทำสิ่งใดอยู่? ตะวันคล้อยต่ำแล้ววันพรุ่งนี้จะเป็วันที่สามของการแต่งงานสามีจะต้องพานางกลับไปเยี่ยมวังจีเพื่อคารวะท่านพ่อและท่านแม่
“หรือว่าฮูหยินน้อยเป็ห่วงการเดินทางวันพรุ่งนี้”
“เื่นั้นข้าก็เป็ห่วงไม่รู้ว่าฟ่านหลี่เจี๋ยจะพาข้ากลับไปวังจีหรือไม่?” จีลี่อิงแสร้งกลบเกลื่อนไปกับถ้อยความของสาวใช้ทั้งๆ ที่ความจริงนางนึกอยากจะไปจับตาดูว่าเขาทำสิ่งใดบ้างในแต่ละวัน
รอจนยามค่ำสาวใช้ทั้งสองปิดประตูห้องนอนให้นางแล้ว ท่านหญิงจึงลอบออกไปซุ่มดูที่เรือนของสามีนางเพิ่งสังเกตว่า เขาเขียนป้ายอันใหญ่ติดหน้าเรือนไว้ว่า “เรือนสุขสงบ”แสงตะเกียงถูกติดไว้รายรอบจนสว่างจ้าชายหนุ่มยังคงนั่งเขียนอักษรอยู่บนโต๊ะทำงานริมหน้าต่าง
‘เขานั่งเขียนสิ่งใดทุกเช้าทุกค่ำหากว่าจะอ่านหนังสือราชการก็ไม่น่าจะเยอะขนาดนี้’ ท่านหญิงจียิ่งแอบดูยิ่งอยากรู้จึงพยายามขยับเข้าไปใกล้เรือนของเขาพลันฟ่านหลี่เจี๋ยกลับสั่งให้บ่าวรับใช้ทั้งสองปิดหน้าต่างทั้งหมด
“อะไรกันปิดเรือนเสียแล้ว” นางมองเข้าไปในเรือนเขากลับยังมิได้ดับตะเกียง ‘คิดจะปิดบังอะไรงั้นหรือ?’ จีลี่อิงรู้สึกราวถูกท้าทายไม่เคยมีใครปิดกั้นความอยากรู้ของนางได้สำเร็จท่านหญิงจึงไปแอบงัดหน้าต่างบานหนึ่งแล้วลอบกระโจนเข้าไป ข้างใน
“ข้าบอกเ้าแล้วว่าเทน้ำเสร็จก็ออกไปได้เลย พรุ่งนี้เช้าค่อยเข้ามาอีกที”ชายหนุ่มพิงหลังกับขอบอ่างไม้ หลับตานั่งบนตั่งแช่น้ำอุ่นอย่างผ่อนคลาย
ท่านหญิงจีใที่เขาได้ยินเสียงฝีเท้านาง‘เขาไม่มีวิทยายุทธ์เลิศล้ำเหตุใดจึงจับฝีเท้าข้าได้?’นางชะงักเท้าอยู่ครู่หนึ่ง
ฟ่านหลี่เจี๋ยไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าอีกก็เลิกสนใจเขาลุกจากน้ำมาหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดไว้ตรงฉากข้างอ่าง จีลี่อิงที่แอบดูอยู่ในมุมมืดถึงกับตาค้างนางมองเห็นด้านหลังเปลือยเปล่าอย่างเต็มตาทั้งบั้นท้ายกลมกลึงและผิวพรรณขาวเนียนละเอียดนั้นทำเอานางยกมือปิดตาแทบไม่ทัน
เมื่อเห็นว่าตนเองเข้ามาผิดจังหวะท่านหญิงจึงคิดจะกลับออกไปนางเล็งหน้าต่างบานเดิมไว้ รอให้เขาหันไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วค่อยแง้มบานหน้าต่างออก ด้วยความรีบร้อนนางจึงก้าวพลาดจนหล่นตุ๊บออกไปข้างนอกท่านหญิงจีรีบยกมือปิดปากตนเอง ‘โอ๊ย! เจ็บเป็บ้า’
พึ่บ! บานหน้าต่างถูกงับเข้า ชายกระโปรงของนางถูกหนีบไว้ ท่านหญิงมองไม่เห็น
“ใครน่ะ?” ฟ่านหลี่เจี๋ยตวาดออกไปเขารู้สึกหัวเสียที่กำชับอี๋หลี่จือกับอี๋โปหลัวแล้วว่าไม่ต้องเข้ามาถ้าไม่ได้เรียกยังจะแอบมาดูเขาอยู่ได้
ท่านหญิงจีได้ยินเสียงสามีก็รีบลุกขึ้นวิ่งกลายเป็ว่าแรงของนางกระชากจนชายกระโปรงขาด คุณชายฟ่านที่สวมชุดนอนแล้วออกมาสำรวจบริเวณที่ได้ยินเสียงเขาถือตะเกียงเข้ามาใกล้หน้าต่าง พลันเห็นเศษผ้าสีชมพูถูกหนีบอยู่
‘นี่มันชายกระโปรงมีผู้หญิงเข้ามาถึงเรือนนี้ด้วยหรือ?’ เมื่อเห็นว่าอาจจะมีสตรีลักลอบมาถึงเรือนตนเขาก็รู้สึกโมโหเพราะอาจจะเป็สาวใช้ที่คิดจะมายั่วยวนคุณชายอย่างเขาเพื่อหวังเลื่อนฐานะขึ้นเป็อนุภรรยา
ชายหนุ่มเปิดหน้าต่างแล้วหันซ้ายแลขวาเมื่อไม่เห็นมีความเคลื่อนไหวจึงงับหน้าต่างแล้วกลับไปดับตะเกียงเข้านอน
เช้าวันต่อมาเขาตื่นแต่เช้าแต่งตัวด้วยชุดที่ดูงดงามเป็พิเศษไปนั่งรอภรรยาในห้องโถงเรือนของนางท่านหญิงจีเดินออกมาเห็นเขานั่งอยู่ก็นึกถึงเื่เมื่อคืนขึ้นมานางหน้าแดงซ่านจนฟ่านหลี่เจี๋ยแปลกใจ
“น้องหญิงเ้าไม่สบายหรือไม่?เหตุใดจึงหน้าแดงก่ำเช่นนั้น?”
“มิได้! มิได้!ข้าอาจจะอาบน้ำร้อนจัดไปหน่อย”
“หากเ้าสบายดีเราก็รีบไปเถิดจะได้ไปถึงวังจีเร็วหน่อย” เขาไม่รอให้นางตอบรับ ลุกขึ้นเดินนำหน้าไปจนถึงหน้าจวนเขายืนรอส่งนางขึ้นรถม้าก่อนแล้วจึงขึ้นตามไป ปานเหมยกุ้ยกับปานหลงหลานนั่งรถม้าคันเล็กตามหลัง
“สาวใช้เ้ารอบคอบยิ่งมีของกินกับน้ำชาเตรียมไว้ให้ด้วย”
“หากไม่ได้กินอาหารเช้าข้ามักจะปวดท้อง”นางหยิบขนมในถาดเคี้ยวตุ้ยๆ
“น้องหญิงเ้ากินได้น่าอร่อยนัก”ฟ่านหลี่เจี๋ยเห็นเช่นนั้นก็หยิบขนมกินด้วย ใบหน้าของนางยิ่งมองก็ยิ่งน่ารักยามกินขนมก็ดูมีความสุขจนเขามองแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้
เขากินเพียงสองชิ้นก็รู้สึกว่าขนมหวานเกินไปจึงหันไปรินน้ำชาดื่มส่วนจี่ลี่อิงนางกินขนมที่เหลือไปจนหมดจาน เมื่อถึงวังจีก็มีพ่อบ้านออกมาต้อนรับสองสามีภรรยารีบเข้าไปคารวะน้ำชาท่านฝู่กั๋วกงและชายาหวัง
ท่านฝู่กั๋วกงมองบุตรเขยอย่างปลาบปลื้มนอกจากดวงชะตาของเขาจะดีมากแล้วั้แ่วันสมรสพระราชทานที่เขาได้พิจารณาชายหนุ่มผู้นี้เต็มตาก็ชื่นชมในรูปร่างหน้าตาและบุคลิกอันงามสง่าท่าทีของเขาสงบนิ่งและสุขุม
“เห็นเ้าสองคนอยู่ด้วยกันอย่างปรองดองได้พ่อเองก็สบายใจ”
“ขอบพระคุณท่านพ่อ”ทั้งสองกล่าวขอบคุณพร้อมกัน
ฟ่านหลี่เจี๋ยลุกขึ้นยืนแล้วหันไปประคองภรรยา
“สีหน้าอิงอิงดูสดใสดีนะที่จวนฟ่านคงดูแลเ้าดีล่ะสิ!” ชายาหวังอมยิ้ม
นางพยักหน้า“ดีมากเ้าค่ะ ท่านย่า ท่านพ่อและท่านแม่ใจดีกับข้ามาก”
“เช่นนั้นก็ดี”
“แม่เตรียมเรือนของเ้าไว้รอรับเรียบร้อยแล้วพักที่นี่สักสองคืนค่อยกลับเถิด”
จีลี่อิงได้ยินช่นนั้นก็เลิ่กลั่กนางหน้าเป็สีผลอิงเถาระเรื่อ เมื่อนึกถึงคืนที่เห็นร่างเปลือยเขาหากจะต้องนอนร่วมเตียงกันอีกครั้ง ยังไม่รู้ว่าจะทำใจได้เช่นคืนแรกนั้นหรือไม่?
“ได้ขอรับ!”
