หลังจากได้ข้อสรุปถึงแผนการที่จะต้องทำ รวมถึงสถานที่ที่จะต้องไปก่อนหลังแล้ว อเล็กซ์ก็อุ้มอลิซาเบธเข้าไปนอนในเต้นท์เดียวกันกับเฮร่า และเมื่อเขาเห็นว่ามะลิตื่นขึ้นแล้วด้วย ตอนนี้ยังพอมีเวลาเหลืออีกหลายชั่วโมงกว่าจะเช้า อเล็กซ์จึงได้กระซิบข้างหูของมะลิว่า
" ผมจะห้องสมุดของมหาวิทยาลัยสักหน่อย คุณช่วยเฝ้ายามแทนผมด้วย ผมอนุญาตให้คุณใช้ปืนจัดการกับเื่ที่ไม่คาดฝันได้ และถ้าเกิดเหตุการณ์วุ่นวายที่ยากเกินจะรับมือไหว ให้ถอดที่เก็บเสียงของปืนออกแล้วยิงขึ้นฟ้า ผมจะรีบกลับมาในทันที นี้คือคำสั่ง "
" ค่ะท่าน แล้วท่านจะไปทำอะไรที่ห้องสมุดตอนนี้หรอคะ ? "
" ก็ไปอ่านหนังสือไง คุณนี้ถามอะไรแปลกๆ "
" … " มะลิถึงกับไปไม่เป็ เธอเลยไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ แล้วเธอก็เห็นอเล็กซ์นำเชือกผูกกับฐานของแท็งค์น้ำ ก่อนจะโยนลงไปจากชั้นดาดฟ้า
" หลังจากที่ผมลงไปถึงพื้นแล้ว คุณช่วยดึงเชือกกลับขึ้นมาด้วยนะ ผมไปก่อนล่ะ "
อเล็กซ์ไม่ปล่อยให้แม่ตำรวจสาวที่ไร้ความทุกข์นี้ได้ทำอะไร เขาะโโรยตัวลงไปถึงพื้นอย่างรวดเร็ว เหมือนกับไม่ได้จับเชือกเอาไปเลย กว่ามะลิจะได้สติกลับมา อเล็กซ์ก็หายตัวไปในความมืดเสียแล้ว เธอได้เพียงแค่ทำตามคำสั่งของเขาเท่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้ว เธออยากจะพูดกับเขาว่า
" ฉันแค่ลุกมาฉี่ … "
มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีขนาดที่กว้างใหญ่มาก มันเป็สถานศึกษาอันดับ 1 ของภาคตะวันออกของประเทศสยามเลยทีเดียว ยังดีที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยอยู่อย่างจากหอพักหญิงไม่มาก อาเล็กใช้เวลาเดินทางไม่ถึงชั่วโมงก็มาถึง ตลอดเส้นทางเขาเก็บเกี่ยวชีวิตของซอมบี้ไปมากมาย เห็นได้ชัดว่าภายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีนักศึกษาอยู่เป็จำนวนมาก แล้วอเล็กซ์ก็สังเกตเห็นอะไรบ้างอย่าง เขาพบว่าซอมบี้ในเวลากลางคืนนั้นเคลื่อนที่ได้รวดเร็วกว่าเวลากลางวันมาก รวมถึงความแข็งแกร่งและระยะตรวจจับเหยื่อนั้นก็กว้างขึ้นด้วย
แต่ในตอนที่อเล็กซ์กำลังจะเดินเข้าไปภายในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย เขาพบว่าห้องสมุดแห่งนี้ไม่ต่างอะไรไปจากรังของซอมบี้เลย เขาจึงได้นึกย้อนกลับไปว่าทำไมภายในสถานที่แห่งนี้จึงมีการรวมกลุ่มของซอมบี้เกิดขึ้นได้ แล้วเขาก็ได้คำตอบ เพราะมันได้เขียนเอาไว้ที่บานประตูที่ทำจากกระจกขนาดใหญ่ว่า
" เปิด 24 ชั่วโมง ใช้บัตรประชาในการเข้าใช้ "
ด้วยเหตุนี้เอง การที่อเล็กซ์คิดว่าจะเข้ามานั่งอ่านหนังสือชิวๆ ในสถานที่แห่งนี้ มันคงทำไม่ได้อีกต่อไปแล้ว การที่มีซอมบี้มายขนาดนี้อยู่ภายในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย มันคงเป็เพราะว่า่ก่อนเกิดคืนวิปโยค สถานที่แห่งนี้เป็เหมือนศูนย์รวมของคนที่รักการอ่าน เนื่องจากอเล็กซ์เห็นเสื้อผ้าที่พวกซอมบี้สวมใส่นั้น ไม่ได้มีเฉพาะเครื่องแบบของนักศึกษา และรูปร่างหน้าตาของซอมบี้ก็เป็คนที่มีอายุ ไม่ได้เป็วัยหนุ่มสาวเหมือนกับนักศึกษาทั่วไป แต่อเล็กซ์ก็ไม่มีมาเลือก เขาทำได้แต่ถอนหายใจเท่านั้น
" เห้อ~ ได้อ่านหนังสือบนกองเืแน่เรา ระบบใช้แต้มทุกสีเพิ่มค่าสถานะความแข็งแกร่งทั้งหมด "
เมื่อทุกอย่างพร้อมอเล็กซ์ก็เปิดประตูของห้องสมุดเดินเข้าไป จากนั้นก็กระโจนใส่ฝูงซอมบี้ทันทีแบบไม่กลัวตาย ตอนนี้อเล็กซ์ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ั้แ่ได้รับพร์กึ่งะมา เขาได้ทดลองใช้มันแล้วั้แ่ะโลงมาจากชั้นดาดฟ้าของหอพักหญิง มือที่จับเชือกเกิดแผลทันทีแต่เืยังไม่ทันได้ไหล าแก็ถูกรักษาเสียแล้ว หรือแม้แต่ตอนลงถึงพื้นอเล็กซ์รู้สึกได้เลยว่ากระดูกข้อเท้าเกิดการร้าว แต่พร์กึ่งะใช้เวลาในการรักษาแค่ 2 วินาทีเท่านั้น แล้วแต้มที่เสียให้กับการรักษาทั้งสองครั้งรวมกันก็แค่ 120 แต้ม มันช่างเป็ค่ารักษาพยาบาลที่น้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับอาการาเ็ที่ค่อนข้างจะร้ายแรงทั้งสองอย่าง
กว่าครึ่งชั่วโมง อเล็กซ์ถึงจะส่งซอมบี้ที่อยู่ในชั้น 1 ของห้องสมุดไปเกิดใหม่ได้ทั้งหมด เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าพวกมันจะมีมากกว่าร้อยตัวเสียอีก เพื่อไม่ให้เสียเวลาอเล็กซ์เดินขึ้นไปเคลียร์พื้นที่ในชั้น 2 ต่อ ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยนี้มีด้วยกันทั้งหมด 4 ชั้น และแต่ละชั้นนั้นกว้างมาก และเป้าหมายของอเล็กซ์ก็อยู่ในชั้นที่ 4 เพราะที่นั่นมีหนังสือเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ แผนที่ต่างๆ รวมไปถึงภาพถ่ายทางอากาศและดาวเทียมด้วย เขา้าจดจำเส้นทางกับสถานที่สำคัญต่างๆ เอาไว้ให้มากที่สุด ถ้าเขาจดจำสิ่งเหล่านี้ได้หมด อเล็กซ์ก็จะกลายเป็แผนที่ที่มีชีวิตในทันที
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่การเคลื่อนที่ของอเล็กซ์ช้าลงเรื่อย มันเกิดจากจำนวนที่มากเกินไปของซอมบี้ที่มีอยู่ในแต่ละชั้นของห้องสมุด รวมไปถึงความแข็งแกร่งของพวกซอมบี้ในสถานที่แห่งนี้ด้วย ตอนนี้ความแข็งแกร่งของอเล็กมาถึง 250 หน่วยแล้ว เขาเลยเปลี่ยนไปเพิ่มความแม่นยำแทน เนื่องจากจากการต่อสู้ที่ยืดเยื้อนี้ เมื่อโจมตีไปแล้วซอมบี้ตัวนั้นแล้วถ้าซอมบี้ไม่ตาย อเล็กซ์จะเสียทั้งพละกำลัง เสียทั้งจังหวะ เสียทั้งเวลา รวมไปถึงได้รับอาการาเ็กลับมาอีกต่างหาก
ในที่สุดอเล็กซ์ก็เคลียร์พื้นที่ของชั้นที่ 3 ได้สำเร็จ แต่พละกำลังของเขานั้นลดลงต่ำกว่า 50 หน่วย เขาเลยจำเป็ต้องนั่งพักเสียก่อน แม้ตอนนี้จะใกล้รุ่งเช้าแล้วก็ตาม อเล็กซ์ไม่สามารถเอาชีวิตของตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับสถานที่ที่ไม่รู้จักได้ ทุกการกระทำของเขาั้แ่เกิดคืนวิปโยคขึ้นล้วนเอาความปลอดภัยมาก่อนเสมอ มีแต่่นี้แหละที่เขาได้พร์กึ่งะมา มันเลยทำให้เขาประมาทไปบ้าง
แต่การต่อสู้ในลักษณะนี้ของอเล็กซ์ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีกลับมาเช่นกัน เช่น ทักษะการต่อสู้ของอเล็กซ์ดีขึ้น เขาสามารถวาดลวดลายการใช้มีดและดาบรวมไปถึงการต่อสู้มือเปล่าได้อย่างเต็มที่ และจากการต่อสู้ที่บ้าระห่ำนี้เขาได้มีเวลาสังเกตซอมบี้ในมุมมองที่แตกต่างไป เขาพบว่าพวกซอมบี้ที่อยู่ในชั้นที่ 3 นี้ การต่อสู้ของพวกมันมีรูปแบบ เหมือนกับว่ามีใครสั่งการพวกมันอยู่ เพราะทุกครั้งที่เขาเปิดช่องโหว่ เขาจะโดนโจมตีในทันที
ในตอนที่อเล็กซ์นั่งพักหายใจอยู่นั้น เสียงฝีเท้าของซอมบี้ตัวหนึ่งก็เดินลงมาจากชั้นที่ 4 ของห้องสมุดว แต่การก้าวเดินแต่ละย่างก้าวของมันเบามากจนแทบจะไม่ได้ยินเสียง และจังหวะการก้าวเดินของซอมบี้ตัวนี้สม่ำเสมอเป็อย่างมาก อเล็กซ์ห่างจากบันไดทางขึ้นไปยังชั้น 4 ไม่ถึง 5 เมตร เขาเห็นรูปร่างของซอมบี้ตัวนี้แล้ว มันทำให้เขาถึงกับใจสั่น เพราะรูปร่างหน้าตาของซอมบี้ตัวนี้นั้นสวยมาก เธอต้องเคยเป็ดาวมหาลัยอย่างแน่นอน และแววตาของซอมบี้ตัวนี้แตกต่างออกไป มันเหมือนมีความคิดซ่อนอยู่ในนั้น แต่เืของมนุษย์ที่ยังสดใหม่ที่เปื้อนบริเวณปากของเธอ มันได้ทำให้เขาหมดอารมณ์ไปไม่น้อย
แล้วซอมบี้ดาวมหาลัยตัวนี้ก็ทำในสิ่งที่อเล็กซ์คาดไม่ถึง มันได้แสดงรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้า และรอยยิ้มนั้นมันเหมือนกำลังดูถูกในตัวของเขาอยู่ แต่อเล็กซ์ไม่มีเวลาให้คิดอะไรมากมายนัก ซอมบี้ดาวมหาลัยตัวนี้เปิดฉากจู่โจมเข้าทันทีด้วยความเร็วสูง ใน่เวลาชี้เป็ชี้ตายนี้เอง เขาแน่ใจแล้วว่าซอมบี้ตัวนี้ผ่านการวิวัฒนาการมาแล้วแน่นอน เพราะนิ้วที่เรียวบางของดาวมหาลัยคนนี้มีเล็บที่แหลมคมสีดำงอกออกมา สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของอเล็กซ์ร้องเตือนในทันที
อเล็กซ์ไม่มีเวลาให้หลบหลีกแต่อย่างใด เข้าเลยตัดสินใจถีบโต๊ะที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดใส่ซอมบี้ระดับ 1 ตัวนี้ แล้วมันก็ทำให้เขาแปลกใจอีกครั้ง ซอมบี้ตัวนี้ไม่ได้พุ่งชนโต๊ะที่อาเล็กถีบไปทางมัน แต่มันได้ใช้ความคล่องตัวะโหลบ แล้วส่งกงเล็บที่แหลมคมแทงเข้าใส่เขาทันที
" ฉุก ! "
" ฉุก ! "
กงเล็บแรกแทงเข้าที่ที่อกข้างซ้าย กงเล็บที่สองแทงเข้าที่หน้าอกข้างขวาของอเล็กซ์ รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นที่ใบหน้าอันสวยงามของซอมบี้ดาวมหาลัยในทันที ถึงแม้ดวงตาของซอมมีสาวจะไม่มีั์ตา แต่อเล็กซ์ก็รับรู้ได้เลยว่า มันไม่ได้้าให้เขาตายไปง่ายๆ มัน้าจะมองเขาตายอย่างช้าๆ
แต่เมื่อซอมบี้ที่วิวัฒนาการแล้วตัวนี้กำลังจะดึงแขนทั้งสองข้างของมันออก มันก็พบว่าไม่สามารถทำได้ จากนั้นรอยยิ้มของมันก็หายไป เพราะมันได้เห็นรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของอเล็กซ์แทน
" เปิดใช้ทักษะพิเศษเพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่า "
อเล็กซ์เปิดใช้ไผ่ตายในทัน แล้วผ่านมือที่หยาบกร้านทั้งสองข้างที่มีความแข็งแกร่งกว่า 500 หน่วย ตบเข้าที่กกหูของซอมบี้ดาวมหาลัยอย่างเต็มแรง มันคิดไม่ถึงว่าอเล็กซ์จะโจมตีในลักษณะนี้ เหยื่อของมันไม่คิดจะหยิบอาวุธเลยด้วยซ้ำ
" โพละ !!! "
สมองสีขาวของซอมบี้กับเืสีดำของมันสาดกระจายไปทั่ว แล้วอเล็กซ์ก็ใช้แขนที่แข็งแรงผลักร่างที่ไร้หัวออกไปจากร่างกายของเขา จากนั้นาแที่หน้าอกทั้งสองข้างก็รักษาตัวเองอย่างรวดเร็ว การรักษาในครั้งนี้อเล็กซ์เสียแต้มสังหารไปถึง 1,100 แต้ม ด้วยเหตุการณ์นี้เองเขาจึงได้เล็งเห็นความสำคัญของค่าสถานะพลังชีวิต เพราะถ้าเขาไม่ตายใครมันจะเอาชนะเขาได้
แต่ก่อนที่อเล็กซ์จะเดินขึ้นไปบนชั้นที่ 4 ของห้องสมุด ภายในเศษซากที่กระจุยกระจายของหัวซอมบี้ระดับที่ 1 นี้ เขาเห็นลูกแก้วขนาดปลายนิ้วชี้ส่องแสงเรืองๆ ออกมา อเล็กซ์ก้มลงไปหยิบทันที แล้วก็มีข้อความแสดงขึ้นมาให้เขาได้เห็น
" แกนวิวัฒนาการ บรรจุแต้มสังหาร 1,890 แต้ม ท่านจะดูดซึมมันเข้าสู่ร่างกายหรือไม่ ? ถ้าท่านไม่้าสามารถมอบมันให้กับสิ่งมีชีวิตอื่นได้ การใช้งานเพียงแค่กินมันเข้าไป "
" ของดี " อเล็กซ์กล่าวจบก็เก็บแกนวิวัฒนาการใส่กระเป๋ากางเกง แล้วเดินขึ้นไปบนชั้นที่ 4 ของห้องสมุด…
เมื่ออเล็กซ์ขึ้นมายังชั้นที่ 4 แล้วเขาไม่พบซอมบี้เลยแม้แต่ตัวเดียว แต่สิ่งที่เขาพบนั้นน่าสยดสยองกว่ามาก เพราะที่บนโต๊ะอ่านหนังสือของชั้นนี้ มีหัวของมนุษย์ผู้รอดชีวิตมากกว่าร้อยหัวที่แสดงอารมณ์แตกต่างกัน มันคงเป็ของสะสมที่ซอมบี้สาวดาวมหาลัยตัวนั้นเก็บเอาไว้เป็รางวัลในการล่าของมัน อเล็กซ์ที่เห็นแบบนี้ เขาจึงได้บ่นพึมพำออกมาว่า
" แล้วแบบนี้จะเอาหนังสือมานั่งอ่านได้ยังไง สกปรกจริง ๆ "
อเล็กซ์ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะทำความสะอาดชั้นที่ 4 ของห้องสมุดเสร็จ จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามเช้า แล้วแสงแรกของดวงอาทิตย์ก็มาถึง อเล็กซ์เปลี่ยนชุดที่สวมใส่อย่างใจเย็นหลังจากทำความสะอาดเสร็จ จากนั้นเขาก็เริ่มหาสิ่งที่เขา้า
3 ชั่วโมงผ่านไป อเล็กซ์ก็กลับมายังหอพักหญิง ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เพราะเขาเจอสถานที่ที่เหมาะจะสร้างฐานทัพให้กับผู้รอดชีวิตแล้ว สถานที่แห่งนั้นเรียกว่า ศูนย์วิจัยพันธุ์พืชภาคตะวันออก ความพิเศษของสถานที่แห่งนั้นคือห้องเพาะปลูกใต้ดินที่ไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้า แค่สิ่งนี้สิ่งเดียวก็ทำให้อเล็กซ์ตัดสินใจได้ว่าที่นี่ใช่เลย มันตั้งอยู่ห่างจากหอพักหญิง 97 กิโลเมตร แต่มันก็มีข้อเสียอยู่เช่นกัน เพราะมันต้องอยู่ใกล้ๆ กับเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภาคตะวันออก เพียงแค่อเล็กซ์เห็นชื่อสถานที่นี้ขนแขนของเขาก็ลุกชัน ความรู้สึกตอนโดยซอมบี้ดาวมหาลัยบีบหัวใจจนแหลกเหลวมันก็กลับมาให้หวนคิดถึงอีกครั้ง…
เมื่ออเล็กซ์ขึ้นมาถึงชั้นดาดฟ้าเขาก็เห็นใบหน้าของมะลิที่เหมือนกับว่าพึ่งไปกินขี้มากำลังรอเขาอยู่ แล้วแผนการสำรวจค่ายทหารก็ถูกเลื่อนออกไป มันไม่ได้เกิดจากตัวอเล็กซ์เองแต่มันเกิดจากมะลิ เพราะแม่ตำรวจสาวคนนี้ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความแม่นยำของตัวเองได้ นี้คงเป็ผลเสียที่มีค่าสถานะสติปัญญาและการตอบสนองของเธอต่ำเกินไป เขาเลยต้องให้เวลากับมะลิทำความคุ้นเคยกับร่างกายที่ได้รับการวิวัฒนาการเสียก่อน
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ อเล็กซ์ก็เรียกประชุมผู้รอดชีวิตทุกคนที่ชั้นดาดฟ้า แล้วเขาก็เริ่มพูดในแผนการเอาชีวิตรอดให้กับผู้รอดชีวิตทุกคนฟังว่า
" การประชุมในครั้งนี้สำคัญมาก ผมขอให้ทุกคนตั้งใจฟัง เื่แรกที่ผมจะบอกกับทุกคนก็คือ พวกเราไม่สามารถอาศัยอยู่ที่หอพักแห่งนี้ได้นานนัก เมื่อไหร่ที่พวกซอมบี้หรือสัตว์ที่บ้าคลั่งพวกนั้นรับรู้การมีอยู่ของพวกเรา การอาศัยอยู่ที่นี่ก็เหมือนการขุดหลุมฝังตัวเอง "
เกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันทีหลังจากที่อเล็กซ์กล่าวถึงเื่แรกจบ แต่เมื่ออาเล็กยกมือขึ้น ทุกอย่างก็กลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้ง
" ดังนั้น ก่อนที่พวกมันจะรับรู้การมีอยู่ของพวกเรา เราจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้ และผมก็ได้สถานที่ที่เหมาะสมสามารถใช้ตั้งค่ายผู้รอดชีวิตขึ้นมาได้ ฉะนั้น ! หลังจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุดที่พวกคุณต้องกระทำคือการปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เลวร้ายนี้ให้ได้ ผมจะช่วยพวกคุณเอง … "