ย้อนเวลาไปเป็นนางร้ายปลายแถว ยุค70

    5 เขียนบทความ

    พอให้เริ่ม ให้เริ่มชิมฟรี ลูกค้าหลายหลายคนก็ชมว่าอร่อย แต่สำหรับบางคนก็ยังถือว่าแพง 

    หลายครอบครัวยังต้องรัดเข็มขัดให้แน่น แต่มันก็ถือว่าเป็๞อาหารที่ไม่ต้องใช้คูปองซื้อแล้วยังเก็บได้นานด้วย ก็เลยมีหลายคนที่สนใจ

     

    “หือออ อร่อยมากเลยฉันเอา 10ห่อ ”

    “5 หยวนค่ะ”

    “นาฬิกาเรือนเท่าไหร่หรอ ”

    “170 หยวนคะ ไม่ต้องใช้คูปอง ”

    “ลดหน่อยได้ไหม อยากได้จริงๆ แต่มันค่อนข้างแพง ”

    “ คุณน้าเป็๲ลูกค้าคนแรกหนูให้ 160หยวนแล้วกันคะ ลดมากกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ เพราะมันเป็๲สินค้าหายาก ”

    “แล้วนาฬิกาผู้ชายเรือนนี้ละ”

    “ของผู้ชาย 180 หยวนคะ”

    “น้าเอาสองเรือน”

    “เป็๲ 245 ค่ะ”

    “นี่จ้ะ”

    ขายให้ลูกค้าคนแรกเสร็จ ลูกค้าคนต่อๆ ไปก็ง่ายขึ้น เพราะว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังถือว่า เป็๲ของแปลกใหม่สำหรับที่นี่

     ไม่นานเธอก็ขายบะหมี่หมด รวมถึงนาฬิกาอีกเรือนนึงด้วย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หนึ่งลังมี 64 ซอง 2 ซอง 1 หยวน เธอขายได้ 32 หยวน 

    ส่วนอันที่ให้ลูกค้าชิมจะเอามาจากลังอื่น แล้วก็มี นาฬิกาอีกสามเรือนขายนาฬิกาสามเรือนได้ 400 บาท วันที่เธอทำเงินได้ 432 บาท

    พอขายของหมดเธอรีบออกจากตลาดมืดทันที  เพราะมันไม่ใช่สถานที่ที่ดีนัก แล้วเธอคิดว่าคงไม่มาบ่อย เพราะของส่วนใหญ่เธอจะเก็บไว้กินเอง 

    หนึ่งลังขายได้แค่ 32 หยวนไม่ถือว่าเยอะเท่าไหร่ เอาไว้ขัดสนค่อยมาขายไหม เพราะของในมิติมันไม่เพิ่มขึ้นมา หมดแล้วหมดเลย


     

    เธอเดินออกมาจากตลาดมืดแล้วหาซอยเปลี่ยวลับตราคนเอาจักรยานออกมา ยังดีที่ไม่มีใครตามเธอมาเพราะเธอ ถือว่าไม่ได้ขายเยอะเท่าไหร่

    เธอปั่นจักรยานกลับถึงที่พัก เธอก็เอาจักรยานไป ล็อคไว้ที่หน้าหอ

    เธอเดินเข้ามาในห้อง เธอโต๊ะทำงานออกมาเพราะเธอจะเขียนบทความหาเงิน เพราะที่บ้านต้องถามแน่ว่าเธอเอาเงินมาจากไหน ถ้าเธอเอาเงินหรือของกินให้ เธอต้องหาที่มาของเงิน

    ห้องที่แคบอยู่แล้วยิ่งแคบกว่าเดิม วันหยุดสุดสัปดาห์นี้เธอต้องไปหาห้องเช่าใหม่แล้ว เพราะวันหยุดถึงเธอจะไม่กลับบ้านก็ไม่มีใครว่าอะไรอยู่แล้ว

    เพราะทุกคนรู้ว่าเธอไม่ชอบชนบท ร่างเดิมก็ไม่ค่อยกลับบ้านอยู่แล้วกลับแค่เดือนละครั้ง ตอนไปขอเงินแล้วก็เอาเสื้อผ้าไปให้ที่บ้านซัก 

    บางครั้งเธอก็ฝากเพื่อนเอาเงินแล้วก็เอาผ้าไปส่งให้เธอด้วย เธอมีเพื่อนผู้ชายในกลุ่มอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน และเพื่อนเธอก็ไม่เคยปฏิเสธสักครั้งที่เธอใช้ให้ไปเอาของหรือส่งของ


          ปิงปิงเอากระดาษออกมาจากในมิติหลายแผ่น เธอหยิบซาลาเปาออกมากินเติมพลัง ก่อนที่จะเริ่มทำงาน 

    เธอนั่งเขียนบทความ๻ั้๫แ๻่บ่ายสอง จนถึง สองทุ่ม เธอเอาโคมไฟ ตั้งโต๊ะออกมาจากในมิติ เพราะที่นี่ ยังไม่มีไฟฟ้า และเธอไม่อยากจุดตะเกียง เธอเขียนบทความ ได้ 5 เ๹ื่๪๫ เธอมั่นใจว่าเธอต้องผ่าน แน่นอน

    เพราะเธอมั่นใจในเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของเธอมาก และเธอเพิ่งจบมาไม่นานความรู้ยังอยู่ในหัว แต่เธอไม่คิดจะหยุดแค่นี้ แต่ว่าวันนี้ต้องพอก่อน เพราะว่าพรุ่งนี้เช้าต้องไปโรงเรียน

     

    วันนี้ปิงปิงตัดสินใจไม่อาบน้ำค่อยอาบพรุ่งนี้เพราะว่าวันนี้ดึกแล้ว และที่นี่ไม่มีไฟฟ้า มีแค่ตะเกียง จะให้เธอจุดตะเกียงอาบน้ำก็คงไม่ไหว


          ปิงปิงเอา ข้าวต้มในมิติออกมากิน แล้วก็เอาน้ำในมิติออกมาเช็ดตัวก่อนจะเข้านอน อยู่ที่นี่ทำอะไรก็ไม่สะดวก ทั้งไม่เก็บเสียงแล้วไม่เก็บกลิ่น แค่เดินออกไปหน้าประตู กลิ่นอาหารกลิ่นอับตีกันไปหมด


     

    เพราะร่างเดิมปกติก็นอนไว หัวถึงหมอนไม่นานปิงปิงก็หลับ เธอตื่นขึ้นมาประมาณ 7 โมงเธอ เดินไปเอาน้ำปะปาที่ห้องน้ำรวม กล้บมาต้มที่ห้อง 

    เธอไม่อยากใช้น้ำดื่มในมิติต้มอาบ เพราะมีน้อยต้องประหยัด ก่อนที่จะถือกาน้ำร้อนที่ต้มเสร็จพร้อมกับ กะละมังไปอาบน้ำในห้องน้ำรวม จะไม่ต้มก็ไม่ได้เพราะทีนี่อากาศค่อนข้างหนาว


     

    ปิงปิงอาบน้ำเสร็จ ก็รีบจัดการแต่งตัว วันนี้เธอแต่งหน้าอ่อนๆ ให้ดูสมไว เพราะปกติร่างเดิม แต่งหน้าค่อนข้างจัดชอบทาปากแดงมาก ทำให้ดูไม่ค่อยสมไว และไม่ค่อยสวย เท่าที่สมควร

    ยิ่งส่องกระจกเธอยิ่งพอใจกับใบหน้านี้ นี่อาจเป็๞เ๹ื่๪๫โชคดีเ๹ื่๪๫เดียวของเธอที่ข้ามมาที่นี่ก็ได้

    เธอเดินไปเก็บเสื้อผ้าหลังห้องของนางร้ายเธอเห็นแล้วต้องถอนหายใจ มีแต่สีสีฉูดฉาดกับลายดอก เมื่อวานเธอก็มัว แต่หาเงินจนลืมเ๱ื่๵๹เสื้อผ้า จะเอาเสื้อผ้าสมัยใหม่มาใส่ก็ไม่ได้ เพราะมันทันสมัยเกินไป

    ปิงปิงเอาเดรสสีแดงมาหนึ่งตัวแล้วก็เอาเสื้อแขนยาวสีชมพูอ่อนในมิติมาใส่ทับไว้ อย่างน้อยน้อยก็ดูดีกว่าใส่แค่เดรส ของร่างเดิม

    ปิงปิงเอาชุดสองชุด และเสื้อคลุมหนึ่งตัวของร่างเดิมใส่ถุงกระดาษ

    ในความทรงจำของร่างเดิม มีเพื่อนในกลุ่มคนนึงที่ทำการบ้านให้เธอโดยที่ไม่บ่นอะไรสักคำ แล้วเธอไม่เคยขอบคุณเพื่อนคนนั้นเลยสักครั้ง

    เพราะเธอคิดว่ามันคือหน้าที่ ที่เพื่อนคนนั้นต้องทำเพราะเธอยอมลดตัวมาเป็๲เพื่อนแล้ว เพื่อนคนนั้นหน้าคมผิวขาวเหมาะกับเสื้อผ้าสีพวกนี้

    แต่เธอไม่มีเงินซื้อเพราะบ้านของเธอจนกว่าบ้านของปิงปิงอีก แต่เพราะเรียนเก่งเธอเลยได้ทุนเรียนฟรี


     

    ปิงปิงล็อคห้องแล้วก็เดินลงมาข้างล่างมาเอาจักรยานเพื่อที่จะปั่นไปโรงเรียน ใช้เวลาจากห้องเช่าปั่นไปโรงเรียนประมาณ 10 นาที ถ้าเดินก็ใช้เวลา ประมาณ 15 นาที

    ปิงปิงพยายามปั่นจักรยานไปตามความทรงจำ ของร่างเดิม ไม่นานก็มาถึงโรงเรียนเธอเอาจักรยานไปจอดไว้ที่สำหรับจอดจักรยาน

    เธอเดินไปหากลุ่มเพื่อน ตามความทรงจำเ๯้าของร่างเดิมกลุ่มเธอชอบมานั่งอยู่ม้าหินอ่อนหน้าโรงอาหาร