“เ้าอยากจะสื่ออะไรกันแน่?” เย่ชิงชิงเห็นท่าทางน่ารักของมันก็หัวเราะไม่หยุดพลางตบหัวเล็กๆ ของมันเบาๆ “ข้าจะพยายามหาเ้าของที่ดีที่สุดให้แล้วกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้นมันก็กระตือรือร้นขึ้นมาอีกครั้ง กระโจนขึ้นมาถูไถมือของเย่ชิงชิงท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู “จี๊ด~”
ไอ๊หยานี่มันชักจะเหมือนมนุษย์มากเกินไปหรือเปล่า? เย่ชิงชิงซึ่งเป็ผู้ข้ามมิติอดใจไม่ไหวเตียวสู่ที่ฉลาดถึงเพียงนี้ อาจกำลังจะบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็เทพเซียนก็ได้การขายไปช่างน่าสงสารเหลือเกิน
“เ้ากำลังจะเปิดญาณวิเศษใช่หรือไม่?” เย่ชิงชิงอุ้มมันขึ้นมาพึมพำกับตัวเองลังเลเล็กน้อย “หรือว่า...ข้าควรปล่อยเ้าไปตามวิถีดี?”
“จี๊ด~ จี๊ดจี๊ด~~” เ้าเตียวขนปุยตัวน้อยถูไถอย่างกระตือรือร้นยิ่งขึ้น
เย่ชิงชิงปลดพันธนาการให้มันอย่างเสียดายเงินทองที่น่าจะได้มาต้องลอยหายไป เห็นทีนางคงต้องหาวิธีไปขายส้มเสียแล้ว
ทันทีที่ได้รับอิสระเตียวสู่ก็กระโจนออกไปอย่างรวดเร็ว หายลับไปในพริบตา
ยามเย็นนางซูยังคงพูดถึงเื่ที่พรุ่งนี้จะเข้าไปในเมืองเตียวสู่น่าจะขายได้เงินอยู่บ้างรวมถึงเนื้อหมูรมควันที่ลุงขาเป๋มอบให้ก็ยังรู้สึกเสียดาย ไม่กล้ากินนางจึงคิดว่าจะนำไปแลกข้าวสารและแป้ง
ไม่ว่าจะประหยัดอย่างไรข้าวสารหนึ่งถุงที่ยืมจากนางหลี่ภรรยาท่านผู้ใหญ่บ้านก็หมดลงแล้วแต่ยังดีที่พวกนางยังไม่สิ้นหนทาง
เมื่อมองรอยยิ้มของนางซูเย่ชิงชิงแทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้น นางไม่กล้าบอกว่าเตียวสู่นั้นถูกปล่อยไปแล้ว
นางพูดไม่ออกจริงๆ
หลังมื้ออาหารเย่ชิงชิงกลับมายังห้องเล็กๆ ของตนเอง ใช้น้ำเช็ดถูร่างกายและจ้องมองเงาสะท้อนที่เลือนรางในอ่างอย่างเหม่อลอย
“จี๊ด~” เงาเล็กๆตัวหนึ่งกระโจนขึ้นมาบนหน้าต่างกระดาษที่ผุพังอย่างรวดเร็ว
เย่ชิงชิงสะดุ้งสุดตัวหันไปมองในทันที ที่แท้เ้าเตียวสู่ก็กลับมาแล้ว!
“เ้าสำนึกผิดแล้วจะให้พวกเราขายเ้าหรือ?” การไม่มีข้าวสารจะหุงช่างน่าหนักใจจริงๆ!พื้นที่ในมิติตนเองก็มีของมากมาย แต่ไม่อาจนำออกมาใช้ได้อย่างสมเหตุสมผล!
เตียวสู่ะโโลดเต้นมาถึงตรงหน้าของนาง“จี๊ด~”
เย่ชิงชิงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามันกำลังคาบอะไรบางอย่างอยู่ในปาก
“ทำไม? คาบดินมาทดแทนบุญคุณหรือ?” นางหยิบสิ่งที่เต็มไปด้วยดินขึ้นมาดู แท้จริงแล้วมันคือโสม!
เมื่อสิ่งที่อยู่ในปากถูกเอาไปเตียวสู่ก็แลบลิ้นเล็กๆ ของมันออกมาใช้กรงเล็บขุดคุ้ยราวกับไม่พอใจที่ได้กินดินเข้าไป
รากโสมนี้ไม่หนามากเย่ชิงชิงก็ไม่รู้ว่ามีอายุมากเพียงใดแล้ว แต่โสมเป็ยาบำรุง และเป็ของมีค่าเสมอ!ย่อมขายได้เงินแน่!
เย่ชิงชิงดีใจจนเนื้อเต้นคว้าร่างของมันขึ้นมาคล้ายกับอุ้มลูกแมว “เ้าตัวน้อยเ้ากำลังจะบำเพ็ญเพียรกลายเป็เทพเซียนจริงๆ ใช่หรือไม่?”
“จี๊ดจี๊ด~” เ้าเตียวสู่อ้าปากแยกเขี้ยวร้องออกมาด้วยความไม่สบายตัว
นี่คือผู้มีบุญคุณอันยิ่งใหญ่เย่ชิงชิงรีบวางมันลง ลูบขนให้ ป้อนน้ำให้มัน และให้กินส้มได้ตามใจชอบ!
ในคืนนั้นเย่ชิงชิงรีบไปสารภาพกับนางซูว่าตนได้ปล่อยเ้าเตียวสู่ไปแล้วพร้อมทั้งมอบโสมที่ได้มาให้แก่นาง และนัดแนะว่าจะเข้าเมืองด้วยกันในวันพรุ่งนี้
นางซูอ้าปากเล็กน้อยแต่ไม่ได้เอ่ยคำตำหนิ เพียงกล่าวว่า “คนดีมักได้รับผลตอบแทนที่ดี”
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นเย่ชิงชิงตื่นขึ้นมาจัดแจงตนเอง ลูบไล้ใบหน้าที่ยังคงหยาบกร้านแต่ดูเหมือนว่าจะไม่สากมือเท่าเมื่อก่อนแล้ว
การเข้าเมืองในครั้งนี้เย่จื้อเฟิงไม่ได้ไปด้วย คนมากหน้าหลายตา นางซูกังวลว่าจะดูแลไม่ทั่วถึงสองแม่ลูกเปลี่ยนไปสวมชุดที่สะอาดแล้วก็ออกเดินทางทันที
เย่ชิงชิงใส่ดอกกุหลาบสิบดอกไว้ในตะกร้าสะพายหลังและโกหกว่าเก็บมาจากชายป่าั้แ่เช้าตรู่ หวังว่าจะขายได้เงินเพิ่มอีกเล็กน้อย
นางซูรู้สึกซาบซึ้งใจกับความเฉลียวฉลาดของบุตรสาวเป็อย่างยิ่งนางแบกตะกร้าและจูงมือบุตรสาวเดินทางเข้าเมือง
หมู่บ้านเถียนซินอยู่ห่างจากเมืองกู่หยางประมาณครึ่งชั่วยามหรือเดินเท้าประมาณหนึ่งชั่วโมง เย่ชิงชิงก้าวขาเล็กๆ ของตนเดินไปอย่างไม่ลำบากนัก
ร่างกายนี้คุ้นเคยกับการขุดผักป่าที่เชิงเขาอยู่ทุกวันจึงแข็งแรงมากแล้ว
เมื่อมาถึงเมืองผู้คนพลุกพล่านจอแจ เสื้อผ้าเก่าๆ เนื้อหยาบของสองแม่ลูกยิ่งดูจะซอมซ่อมากกว่าเดิม
สองแม่ลูกนำโสมที่ได้มาตรงดิ่งไปยังร้านยาอย่างมีเป้าหมาย หลังจากเปรียบเทียบราคากับสามร้านก็ขายออกไปได้ในราคาห้าตำลึงเงินอย่างราบรื่น
ในยุคสมัยที่ราคาสินค้าไม่แพงนักซาลาเปาหนึ่งลูกราคาเพียงสองอีแปะเงินห้าตำลึงนั้นก็เพียงพอให้ครอบครัวยากจนกินอยู่ได้นานเป็เดือนแล้ว
เย่ชิงชิงหยิบดอกกุหลาบในตะกร้าออกมาถือไว้ในมือแล้วมองหาลูกค้าในฝูงชน
ผู้คนในยุคปัจจุบันย่อมรู้ดีว่าการขายดอกไม้ให้กับชายหนุ่มหญิงสาวนั้นง่ายที่สุดยิ่งถ้าแต่งกายดูดีมีสง่า ยิ่งไม่มีทางพลาดเป้าหมาย
“คุณหนูท่านนี้ช่างงดงามยิ่งนัก!ท่านชายสนใจซื้อดอกไม้ให้คุณหนูหรือไม่เ้าคะ?”
หนุ่มสาวที่กำลังเดินเคียงข้างกันชะงักไปชั่วขณะเมื่อจู่ๆ เย่ชิงชิงก็พรวดพราดออกมา คุณหนูถึงกับหน้าแดงก่ำในทันที
ชายหนุ่มกระแอมไอเบาๆแล้วเอ่ยถามว่า “ดอกไม้นี้ขายอย่างไร?”
เย่ชิงชิงมองปราดเดียวก็รู้ว่าทั้งสองมีใจให้กันจึงหัวเราะพลางกล่าวว่า “หกสามหกสามอวยพรท่านชายให้ปลอดภัยแลร่มเย็น หกสิบสามอีแปะต่อหนึ่งดอกเ้าค่ะ”
แม้ที่นี่จะมีขนบธรรมเนียมที่เปิดกว้างแต่คนโบราณก็ยังคงหัวโบราณ คำพูดตรงไปตรงมาอย่าง ‘520 [*] ’ จึงไม่อาจนำมาใช้ได้
“ดี! ปลอดภัยร่มเย็น!” ชายหนุ่มหัวเราะฮ่าฮ่าแล้วควักเงินในถุงออกมาจ่ายอย่างใจกว้าง
ทว่าหญิงสาวกลับไม่กล้ารับได้แต่มองดอกไม้สีแดงสดและชุ่มชื่นด้วยแววตาประหม่า
เมื่อได้ลูกค้าคนแรกเย่ชิงชิงก็มั่นใจมากขึ้น ที่เหลือก็ง่ายดาย นางใช้คำพูดหวานหูพูดดีสรรเสริญคนอื่น ไม่นานก็ขายออกไปหลายดอก
เชิงอรรถ
[*]520 เป็รหัสลับในการบอกรักบนโลกออนไลน์ของคนจีนในยุคปัจจุบันเนื่องจาก วันที่ 20 พฤษภาคม ถือเป็วันแห่งการบอกรักและตัวเลข 520 ออกเสียงว่า อู่เอ้อร์หลิงไปพ้องเสียงกับคำว่า หว่ออ้ายหนี่ แปลว่า ฉันรักคุณ