หยางเค่ออุ้มฉันขึ้นม้าควบหนีออกไปโดยเร็ว โดยมีเหยียนเหล่ยกับหลี่จวินควบม้าติดตามมา ฉันไม่เคยขี่ม้ามาก่อนและเกิดความหวาดกลัวจะตกม้าจึงร้องโหวกเหวกโวยวายพยายามบอกให้หยางเค่อหยุดควบม้าและให้ปล่อยฉันไป แต่หยางเค่อไม่ยอมหยุดและตวาดกลับมาว่าหนวกหูให้หยุดร้องโวยวาย เขาแค่จะพาฉันไปดูแผนที่ให้เขาเท่านั้น แต่ฉันยังคงโวยวายว่าไม่ไป หยางเค่อจึงเอ่ยทวงบุญคุณทันที
หยางเค่อ : เ้าลืมความสัมพันธ์เก่าของเราไปแล้วรึ?! อย่าลืมนะว่าข้าเป็คนช่วยเ้าออกมาจากหอนางโลม ถ้าคืนนั้นที่บ่อน้ำไม่ได้ข้าช่วยเ้าไว้ เ้าคงถูกเ้าหวังหย่งข่มเหงไปแล้ว! งานเก่าก็ทำไม่สำเร็จ ครั้งนี้เ้าต้องช่วยข้าทำให้สำเร็จ บอกมาว่าพวกนั้นบอกอะไรเ้าบ้าง พวกนั้นบอกเ้าเื่ัเ้าสำราญหรือเปล่า
มี่จื่อ : ข้าไม่รู้! พวกเขาไม่ได้บอกอะไรข้าเลย
ขณะที่หยางเค่อม้ากำลังควบหนีด้วยความเร็ว ทันใดนั้นข้างหน้าก็ปรากฏอักษรโบราณขวางทางลักษณะคล้ายกำแพงโผล่พรวดขึ้นมาจากดินขวางทางอยู่ข้างหน้า จนหยางเค่อดึงให้ม้าวิ่งหยุดแทบไม่ทัน จากนั้นก็รีบดึงให้ม้าวิ่งหนีออกไปอีกทางหนึ่ง แต่กำแพงอักษรโบราณก็โผล่พรวดขึ้นมาขวางทางอีกครั้งทั้งสี่ด้านจนกลายเป็กรงล้อมกรอบหมดทางหนี
หยางเค่อจึงหยิบกระบี่ที่เขาพกติดตัวออกมาฟาดฟันมนต์กำแพงอักษรโบราณนั่นแต่ก็ไม่สามารถทำลายลงได้ ทำให้หยางเค่อเกิดอาการหัวเสียสบถด่าเหยียนเหล่ยว่าน่ารำคาญเพราะใช้มนต์สกัดกั้นมาขวางทางไม่ให้หนี ฉันจึงบอกให้หยางเค่อปล่อยฉันลงจากหลังม้าจะช่วยแก้มนต์สกัดกั้นให้ แล้วให้เขารีบหนีไปทันที เพราะถ้าไม่รีบไปตอนนี้เขาจะหนีไม่ทัน
หยางเค่อ : เ้าแก้มนต์สกัดกั้นบนม้าไม่ได้หรือไง ทำไมต้องลงม้า?!
มี่จื่อ : นั่งอยู่บนม้ามันไม่มีสมาธิโว้ย! ปล่อยข้าลงเร็วๆเซ่!!
หยางเค่อ : ก็ได้!
หยางเค่อยอมปล่อยฉันลงยืนที่พื้น เพราะ่เวลาเร่งรีบต้องแข่งกับเวลาที่เหยียนเหล่ยกับหลี่จวินกำลังควบม้ามาใกล้ ฉันจึงรีบตั้งสมาธิมองหาตัวอักษรเพื่อปลดมนต์ ในที่สุดก็หาเจอและช่วยปลดมนต์สกัดกั้นทำให้กำแพงอักษรโบราณหายไปในทันที แล้วรีบวิ่งหนีแบบสี่คุณร้อยวิ่งกลับไปหาเหยียนเหล่ยกับหลี่จวินที่กำลังควบม้ามา หยางเค่อจึงไม่สามารถจับตัวฉันขึ้นม้าไปได้อีก และรีบควบม้าหนีไปได้ทันเวลาก่อนที่เหยียนเหล่ยและหลี่จวินจะควบม้ามาถึง
เหยียนเหล่ยหยุดม้าตรงที่ฉันยืนอยู่แล้วรีบลงม้ามาหาเพื่อดูว่าฉันปลอดภัยหรือไม่ ส่วนหลี่จวินยังคงควบม้าตามหยางเค่อไปอย่างไม่ลดละ และเพียงสักพักเดียวลี่ถังที่นั่งรถม้าตามมากับฟูหลิวก็ควบม้ามาจอดข้างๆ พร้อมกับถามว่าหยางเค่อหนีไปทางไหน ลี่ถังจะควบม้าตามไปจับตัว เหยียนเหล่ยจึงตอบลี่ถังด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนิดๆว่า หยางเค่อหนีไปแล้วตามไปไม่ทันแล้ว จากนั้นเหยียนเหล่ยพาฉันไปนั่งพักเพื่อรอให้หลี่จวินกลับมา แม้เหยียนเหล่ยจะไม่ต่อว่าที่ฉันปลดมนต์ช่วยหยางเค่อ แต่น้ำเสียงและสีหน้าตึงๆบ่งบอกให้รู้ว่าไม่พอใจ
จนเวลาผ่านไปเพียงครู่เดียวหลี่จวินก็ควบม้าวิ่งกลับมาแล้วบ่นว่าไล่ตามหยางเค่อไม่ทัน และยังบ่นแกมประชดประชันกับเหยียนเหล่ยอีกว่าฝีมือตก ขนาดมนต์สกัดกั้นที่ปลดยากเป็อันดับสองรองจากเ้าสำนักเฟยอวี่ยังขวางทางหยางเค่อไม่อยู่จนหนีไปได้ เหยียนเหล่ยไม่พูดตอบโต้อะไร หันมามองจ้องหน้าฉันที่กำลังลุกขึ้นยืนก้มหน้านิ่งยอมรับผิดและสารภาพกับหลี่จวินว่า เป็คนปลดมนต์สกัดกั้นให้หยางเค่อเอง เพื่อเป็การแลกเปลี่ยนให้หยางเค่อยอมปล่อยตัวและเพื่อตอบแทนบุญคุณ หลี่จวินจึงถามฉันด้วยสีหน้าหงุดหงิดและจริงจังว่า
หลี่จวิน : หยางเค่อจะพาเ้าไปที่ไหน ห้ามโกหกช่วยหยางเค่ออีกเชียวนะ ถ้าไม่อยากถูกจับไปขังคุก!!!
มี่จื่อ : หยางเค่อบอกว่าจะพาข้าไปดูแผนที่ แล้วพูดถึงัเ้าสำราญ
ลี่ถัง : หรือว่าหยางเค่อคิดจะพามี่จื่อไปที่สามหมู่บ้านริมแม่น้ำหรงเหอ
หลี่จวิน : ไหนๆเราก็ควบม้ามาไกลถึงนี่แล้ว เราไปที่สามหมู่บ้านริมแม่น้ำหรงเหอด้วยกันเลยดีกว่า
เหยียนเหล่ย : อืม!
เหยียนเหล่ยถามฟูหลิวว่าได้รับาเ็มากหรือเปล่า ฟูหลิวตอบว่าไม่เป็อะไรมากแค่รู้สึกเจ็บหลังเมื่อไปถึงหมู่บ้านค่อยหายามาทา เหยียนเหล่ยจึงพาฉันกับลี่ถังขึ้นนั่งในรถม้า หลี่จวินจึงขึ้นขี่ม้าตัวหนึ่งเดินนำหน้ารถม้า และผูกม้าอีกตัวหนึ่งของลี่ถังให้เดินตามรถม้า ส่วนฉันยังเมาไม่สร่างและมีท่าทางง่วงมาก เหยียนเหล่ยจึงบอกให้ฉันนอนเอาหัวหนุนตักเขา ฉันจึงไม่ปฏิเสธล้มตัวลงนอนหัวหนุนตักเหยียนเหล่ยและหลับไปโดยง่ายด้วยความง่วง
ซึ่งในระหว่างทางลี่ถังถามเหยียนเหล่ยว่าัเ้าสำราญคืออะไร เหยียนเหล่ยจึงตอบว่าอาจเป็คำปริศนาถึงอะไรสักอย่าง ซึ่งน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับรูปปั้นที่ถูกทุบทำลาย แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินเื่ราวบอกเล่าต่อๆกันมาว่า
ในสมัยก่อนบริเวณสามหมู่บ้านริมแม่น้ำหรงเหอมีการเดินเรือค้าขายสินค้ากันคึกคัก แต่อยู่มาวันหนึ่งเรือรับจ้างขนสินค้าลำหนึ่งเกิดพุ่งชนเข้ากับโขดหินเพราะเจอกับกระแสน้ำเชี่ยวอีกทั้งคนขับเรือไม่มีความชำนาญเรือจึงล่มและจมลงกลางแม่น้ำ ทรัพย์สินและข้าวของทั้งหมดจมลงในแม่น้ำแต่สามารถงมเจอทรัพย์สินได้คืนเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ทรัพย์สินบางส่วนสูญหายไปในกระแสน้ำยังหาไม่พบ บ้างก็ว่ามีคนมางมหาสมบัติเจอแล้วนำไปซุกซ่อนเอาไว้ แล้วทิ้งคำปริศนาไว้คือัเ้าสำราญ ทำให้หยางเค่อเชื่อว่าสมบัติถูกซุกซ่อนไว้ตามรูปปั้นจึงไล่ทุบรูปปั้นัในหมู่บ้าน ก็อาจจะเป็ไปได้
จนกระทั่งรถม้าวิ่งควบมาถึงกลางป่า หลี่จวินสั่งให้ม้าหยุดวิ่งแล้วบอกกับทุกคนว่าให้หยุดพักค้างแรมตรงบริเวณนี้ เพราะอีกไกลกว่าจะถึงหมู่บ้าน ค่อยออกเดินทางกันต่อในตอนเช้า ฟูหลิวจึงเดินไปหาฟืนมาก่อกองไฟเพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่น และช่วยกันสัตว์ร้ายไม่ให้เข้ามาใกล้บริเวณที่เราหยุดพักแรม
ส่วนเหยียนเหล่ยนั่งพิงหลังกับต้นไม้และให้ฉันนอนหลับอยู่ข้างๆ และมารู้สึกตัวตื่นอีกครั้งเพราะเหยียนเหล่ยขยับตัวถอดเสื้อคลุมออกมาห่มคลุมตัวเราทั้งคู่เพราะอากาศที่เย็นลงแล้วนอนกอดกันแน่นจนรู้สึกอบอุ่น มารู้สึกตัวตื่นอีกทีในตอนเช้าเพราะได้ยินเสียงของหลี่จวินกำลังนั่งยองๆพูดเหน็บแนมประชดประชันเราอยู่ข้างๆว่า...
หลี่จวิน : นี่! เ้าสองคนคิดว่ากำลังนอนอยู่ที่บ้านกันหรือยังไง นอนกอดกันกลมไม่เกรงใจใครเลย เหยียนเหล่ย! เ้าช่างเป็เ้านายที่แสนดีเหลือเกิน ห่วงใยดูแลหญิงรับใช้อย่างใกล้ชิดเกินไปหรือเปล่าห๊าาาา
มี่จื่อ : โอ๊ะ! คุณชายตื่นเร็ว!
เหยียนเหล่ย : เฮ่อ! หลี่จวินถ้าเ้าอิจฉา คืนนี้จะให้ไปข้าไปนอนกอดเ้าก็ได้นะ
หลี่จวิน : ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลย อย่าพูดอะไรทำให้ข้าขนลุก
เหยียนเหล่ย : หุหุ