เซนเมื่อได้ยินคำถามของหญิงสาวเบื้องหน้าชายหนุ่มก็ไม่รู้จะกล่าวสิ่งใด จนเมื่อเวลาผ่านไปสักพักชายหนุ่มจึงได้กล่าวตอบเธอ
“ข้าไม่ได้โดดเดี่ยว ข้ามีสหายและเวลานี้ข้าเพียงออกมาเดินเล่นคนเดียว…”
“หืม…”
หญิงสาวทำท่าเอียงศีรษะเล็กน้อยก่อนจะทำเสียงเหมือนงุนงง เซนนั้นไม่ได้รังเกียจที่จะคุยกับสาวงาม อย่างไรก็ตามสาวงามนั้นมักจะนำพาปัญหามาให้เขาเสมอดังนั้นชายหนุ่มจึงคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาจะจากไป
เมื่อเห็นเซนได้ลุกขึ้นและต้องการจะจากไปนั้นหญิงสาวก็ได้กล่าวขึ้น
“แม้ว่าเจ้าจะกล่าวว่าตนเองไม่โดดเดี่ยว แต่ในแววตาของเจ้ามันกลับเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว ข้าไม่เคยเห็นคนที่น่าเศร้าเช่นเจ้ามาก่อน…”
เมื่อหญิงสาวได้กล่าวจบเซนก็ได้หันหน้ากลับมามองเธอ หญิงสาวนั้นกล่าวได้ถูกต้องชายหนุ่มนั้นกำลังโดดเดี่ยวเพียงแต่เขาไม่อยากจะยอมรับมัน แม้เขาจะมีสหายใหม่มากมายและอยู่ในสังคมแต่เขาก็ยังรู้สึกโดดเดี่ยว ซึ่งนั่นมันเกิดขึ้นโดยที่เซนไม่รู้ตัว มันเกิดขึ้นหลังจากที่ชายหนุ่มออกมาจากใต้ทะเลลึก เป็นเพราะพลังที่มากเกินไปของเขามันแลกมากับความรู้สึกที่ตนต้องโดดเดี่ยว
เซนที่พึ่งหันกลับมามองหน้าหญิงสาวก็ต้องพบกับความตกตะลึงและตาค้างเมื่อใบหน้าของหญิงสาวนั้นมาอยู่เกือบติดกับใบหน้าของเขา ทำให้ชายหนุ่มสามารถมองเห็นดวงตาที่ราวกับหลอมรวมดวงดาวเอาไว้ล้านดวงอย่างชัดเจน
‘ใกล้เกินไปแล้ว’
ชายหนุ่มคิดในใจก่อนที่จะรีบก้าวถอยออกมา อย่างไรก็ตามใครจะไปคิด หญิงสาวโฉมงามคนนั้นกลับยื่นมือออกมาจับกุมที่ใบหน้าของเขาและรั้งมันเอาไว้ก่อนที่เธอจะมองมาที่ดวงตาและใบหน้าของเซนด้วยสีหน้างุนงง
“ความโดดเดี่ยวของเจ้ามันมากเกินไปกว่ามนุษย์จะมีได้ ข้าเคยคิดว่าตนเองโดดเดี่ยวที่สุดในจักรวาลแต่เมื่อมาเจอกับเจ้า…เจ้าต่างหากที่โดดเดี่ยวที่สุด”
เมื่อหญิงสาวกล่าวออกมาเช่นนั้นเซนที่เฝ้ามองผสานดวงตากับเธออยู่นั้นก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างภายในดวงตาของเธอ มันเป็นความโดดเดี่ยวเช่นเดียวกับเขา มันเป็นครั้งแรกที่เซนนั้นพบเจอมนุษย์ที่มีแววตาเดียวกัน ก่อนที่เซนจะได้สติชายหนุ่มรีบปัดมือของหญิงสาวออกไปทันทีและเดินถอยหลังออกมา
“เจ้าควรจะกลับไปหาเพื่อนร่วมห้องของเจ้า…เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะจัดการส่งเจ้าออกจากการทดสอบอย่างนั้นเหรอ?”
เซนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่สงบเรียบนิ่งเช่นเคย อย่างไรก็ตามเขาต้องสูญเสียใบหน้าเรียบเฉยนั่นอีกครั้งเพราะคำตอบของหญิงสาวเบื้องหน้า
“บางทีข้าอาจจะต้องระแวงหากเป็นคนอื่นกล่าว แต่เพราะเป็นเจ้าข้าจึงไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรเลย”
หญิงสาวยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะก้มลงและเก็บดอกไม้บนพื้นดินของสุสานขึ้นมา ดอกไม้ดอกนั้นมีสีขาวมันอาจจะบานเฉพาะตอนกลางคืน อย่างไรก็ตามมันอาจจะเป็นความสดใสเดียวที่อยู่ภายในสุสานแห่งนี้ มันอาจจะโดดเดี่ยวเหมือนกับเขาและเธอก็เป็นได้
“อย่าไว้ใจคนแปลกหน้าง่ายๆ แบบนั้นสิ”
เซนกล่าวคำพูดสุดท้ายของเขาจบพร้อมกับส่ายหัวเขาก็เดินออกมาจากสุสานแห่งนั้นทันทีทิ้งให้หญิงสาวปริศนาอยู่เพียงลำพัง เธอไม่ได้ห้ามให้เซนจากไปเธอเพียงเฝ้ามองชายหนุ่มเดินจากไปจนมองไม่เห็นแผ่นหลังของเขาเธอจึงหันกลับมาและพูดคุยกับใครบางคนอีกครั้ง
“ดูเหมือนว่าข้าจะเจอกับสหายที่เหมือนกับข้าแล้ว…”
……
เซนกลับมาที่ค่ายของห้องเรียนตัวเองอีกครั้ง และเขาได้พบกับโดโนแวนคนแรกที่คอยเฝ้ายามอยู่รอบบริเวณ เมื่ออีกฝ่ายเจอกับเซน อีกฝ่ายก็เปิดปากถามชายหนุ่มทันที
“ท่านเซน ท่านหายไปไหนมากันกลุ่มสหายของท่านกังวลเกี่ยวกับท่านมากรวมถึงข้าด้วย…”
เมื่อโดโนแวนถาม เซนก็ได้ไม่ได้กล่าวตอบโกหกแต่อย่างใด แต่เขาตอบไปตามความจริงว่า
“ข้าไปเดินเล่นแก้เบื่อมา แล้วบังเอิญได้พบกับหญิงเพี้ยนๆ คนหนึ่ง”
โดโนแวนเมื่อได้ยินคำตอบของเซนแน่นอนว่าเขาต้องคิดว่าชายหนุ่มนั้นพูดเล่น อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ถามอะไรเซนอีกดังนั้นเซนจึงเข้ามาภายในค่ายพักและพบว่ามีเพื่อนร่วมห้องของเขาหลายคนที่ยังไม่นอน แต่คนก็เบาตาลงไปจากตอนแรกมากแล้ว ส่วนใหญ่จะเหลือแต่ผู้หญิงส่วนฮวนนั้นดูเหมือนจะไปพักผ่อนแล้ว
“นี่ๆ เพื่อนร่วมห้อง เจ้าช่วยมากับเราได้หรือไม่?”
เซนที่กำลังจะหาที่นั่งสำหรับการงีบในคืนนี้เพื่อให้เวลาผ่านไปสู่พรุ่งนี้อย่างรวดเร็วได้ถูกหญิงสาวเพื่อนร่วมห้องกลุ่มหนึ่งเรียกเอาไว้ หญิงสาวกลุ่มนี้ประกอบด้วยสามคน และทั้งสามคนนั้นล้วนแล้วแต่มีหน้าตาดีทั้งสิ้นอย่างไรก็ตามคนที่กล่าวถามเขานั้นมีหน้าตาดีเป็นพิเศษ แต่เซนนั้นไม่ค่อยสนใจเธอมากนักเพราะความงามนี้เป็นกับดักชั้นดีของบุรุษเพศเลยก็ว่าได้
“มีอะไร?”
เซนกล่าวถามออกมาไปอย่างเย็นชาอย่างที่เคยเป็นมา อย่างไรก็ตามชายหนุ่มคิดว่ามันจะทำให้อีกฝ่ายลำบากใจแต่อีกฝ่ายกลับยิ้มพร้อมกับกล่าวตอบเซน
“มีบางอย่างอยู่ภายในที่กระโจมที่พักของเรา ข้าเกรงว่ามันจะเป็นสัตว์อันตราย เจ้าช่วยตรวจสอบให้พวกเราได้หรือไม่ ไม่อย่างนั้นพวกเราไม่กล้าที่จะนอนหลับแน่นอน”
เซนมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้างุนงง ดูเหมือนเพื่อนร่วมชั้นนั้นจะชินกับบุคลิกและท่าทางที่เย็นชาของเซนดังนั้นพวกเขาจึงไม่ใส่ใจมากนัก ตั้งแต่ที่เซนไปเอาน้ำกลับมาและช่วยเหลือเพื่อนร่วมห้อง เพื่อนๆ ต่างมองเขาในทางที่ดีขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตามนั่นไม่ได้หมายความว่าเซนจะต้องให้ความช่วยเหลือหญิงสาวเบื้องหน้า เพราะสำหรับเขาและพวกเธอนั้นแทบจะไม่รู้จักกันเลย
“ทำไมถึงเป็นข้า? ผู้ชายคนอื่นก็มีไม่ใช่หรือ?”
เมื่อเซนกล่าวประโยคนี้ออกมาแน่นอนว่าหญิงสาวทั้งสามต่างมองเซนด้วยสายตาประหลาด เพราะโดยปกติแล้วนั้นพวกผู้ชายที่มีหญิงสาวงามมาขอความช่วยเหลือนั้นจะตกลงทันทีเพราะต้องการจะใกล้ชิดกับพวกเธอ แต่นั่นก็เป็นสาเหตุให้กลุ่มหญิงสาวไม่ไว้ใจพวกนักเรียนชายคนอื่นเช่นกัน เพราะยิ่งเซนแสดงท่าทีต่อต้านและไม่เต็มใจเท่าไหร่ชายหนุ่มก็ยิ่งดูน่าเชื่อถือ
“เพราะเจ้าดูต่างจากพวกผู้ชายพวกนั้น พวกเราไว้ใจเจ้าสายตาของเจ้ามันเหมือนกับ…เอ่อ…ปลาตาย...มันทำให้เราไม่รู้สึกถึงภัยคุกคาม”
เป็นหญิงสาวคนอื่นที่เงียบมาตลอดได้กล่าวขึ้น เมื่อเซนได้ยินดังนั้นเขาก็ต้องคิดในใจทันที
‘เหตุใดผู้หญิงบนโลกนี้จึงไว้ใจผู้ชายง่ายนัก’
ชายหนุ่มยังอดไม่ได้ที่จะคิดถึงหญิงสาวประหลาดที่เจอในสุสาน เขายิ่งคิดเขาก็ยิ่งไม่เข้าใจ เมื่อกลุ่มสาวสวยเห็นว่าเซนนั้นเงียบๆ ไปพวกเธอจึงคิดว่าเขาจะปฏิเสธดังนั้นหนึ่งในพวกเธอจึงได้กล่าวบางอย่างขึ้น
“หากเจ้าไม่เต็มใจช่วยก็ไม่เป็นไร…พวกเราขอโทษด้วยที่ทำให้เจ้าต้องเสียเวลาพูดคุย”
“ไม่…ข้าจะช่วยพวกเจ้าเอง”
คำตอบของเซนนั้นทำให้หญิงสาวทั้งสามประหลาดใจเล็กน้อย ชายหนุ่มลุกยืนขึ้นก่อนที่หญิงสาวจะเปลี่ยนเป็นมีท่าทางดีใจและนำทางเซนไปยังกระโจมของพวกเธอ กระโจมของพวกเธอนั้นไม่ได้ซับซ้อนมากนักมันสร้างมาจากไม้ไผ่และใบไม้ขนาดใหญ่ปกคลุมเหมือนกับร่ม ส่วนพื้นที่นอนนั้นปูด้วยใบไม้เช่นเดียวกัน มันไม่ได้สะดวกสบายที่จะนอนแต่หากมันอยู่ในป่านับว่าเป็นพื้นที่นอนที่ดีเลยทีเดียว
เมื่อเซนอยู่หน้ากระโจมชายหนุ่มก็ไม่รอช้าแผ่จิตสัมผัสของเขาออกไปทันที และพบกับบางอย่างที่อยู่ภายในนั้นจริงๆ มันซ้อนอยู่ภายใต้ใบไม้ที่ซ้อนกัน มันเป็นงูขนาดเล็กสีขาวที่มีเอกลักษณ์และดวงตาสีดำสนิท หากเป็นนายพรานคนอื่นมาเจอมันพวกเขาจะหลีกเลี่ยงพวกมันทันที บางทีพวกเขาอาจจะทิ้งกระโจมนี้ไป เพราะสิ่งมีชีวิตเล็กๆ นี้คืองูประเภทที่มีพิษร้ายแรงที่สุดหากถูกมันกัดจะไร้ทางรักษาและตายทันทีภายในห้านาที มันคือโกสไวเปอร์ เป็นมอนสเตอร์ไร้ธาตุขนาดเล็กและหลบซ่อนได้ดี ผู้คนที่เดินป่าจะเจอกับมันได้ยากมากเพราะพวกเราอาศัยอยู่ใต้ดิน
“พวกเจ้าโชคดีมากที่เรียกข้ามาดูกระโจมของพวกเจ้า…โชคดีจริงๆ”
เซนกล่าวขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือไปที่มุมหนึ่งของกระโจม คำกล่าวของเซนทำให้หญิงสาวทั้งสามประหลาดใจและสับสน