ตอนที่ 26: เผชิญหน้าจอมบงการแห่งเงา
หลังจากเตาปฏิกรณ์แม่เหล็กชีวภาพใต้ทะเลลึกถูกถ่ายเทแรงดันจนดับระบบลง ภาพจากกล้องโดรนสำรวจใต้น้ำแบบใช้สายเชื่อมสัญญาณก็ถูกส่งขึ้นมายังห้องควบคุมบนเรือสแกนเนอร์ B3 ภาพจำลองสามมิติแสดงให้เห็นโครงสร้างภายในของโดมอัลลอยด์ที่บัดนี้ไร้แสงไฟจากพลังงานหลัก เหลือเพียงแสงไฟสำรองสีส้มมืดสลัว
"ลุงเกริกคะ! ระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกของปราการใต้ทะเลลึกถูกตัดการทำงานทั้งหมดแล้วค่ะ" กานต์รายงานด้วยน้ำเสียงตึงเครียด มือเร่งวิเคราะห์สัญญาณสื่อสารที่ยังคงเหลืออยู่ภายในโดม "แต่ในห้องควบคุมศูนย์กลางของโดมั์... ยังมีสัญญาณชีวภาพของมนุษย์คนหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่ค่ะ! และเขากำลังส่งสัญญาณภาพตรงขึ้นมายังจอภาพของพวกเราค่ะ!"
*ซ่า... วูบ...*
หน้าจอมอนิเตอร์ศูนย์กลางบนเรือเกิดรอยคลื่นแทรกก่อนจะปรากฏภาพชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเนี้ยบ ใบหน้าคมคายแฝงความเหี้ยมเกรียม นั่งอยู่บนเก้าอี้กุมบังเหียนใจกลางห้องควบคุมใต้ทะเลลึก ข้างกายเขาคืออุปกรณ์กำเนิดคลื่นประสาทเทียมขนาดเล็กที่กำลังกะพริบแสง
"ยินดีด้วยที่คุณเกริกและทีมงานสามารถรอดมาได้จนถึงจุดนี้..." ชายในชุดสูทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นทว่าก้องกังวานผ่านลำโพง "การเข้าใจฟิสิกส์และกลศาสตร์สรีรวิทยาของคุณมันช่างน่าทึ่ง... คุณหยุดเตาปฏิกรณ์ั์ของผมได้ หยุดไวรัสกลายพันธุ์ได้ และปิดสวิตช์เงาใน DNA ได้ แต่คุณหยุด 'ตรรกะแห่งทุนนิยมทางการแพทย์' ไม่ได้หรอก!"
"ศาสตราจารย์ นเรศ?!" ดร.พิชิต อุทานออกมาด้วยความใอย่างสุดขีด "อดีตรัฐมนตรีและหัวหน้าวิจัยบริษัทยาั์ใหญ่ข้ามชาติ! ที่แท้คุณคือผู้อยู่เื้ัการสร้างวิกฤตชีวภาพและสวิตช์เงาทั้งหมดนี้เหรอ?!"
"หึๆ..." นเรศหัวเราะในลำคอด้วยสายตาเหยียดหยาม "การยืดอายุขัยและควบคุมสุขภาพของมนุษย์ ไม่ควรเป็เื่ฟรีๆ ที่ใครก็เข้าถึงได้ด้วยคลื่นแม่เหล็กชีวภาพแบบที่คุณทำ! มนุษย์เป็เพียงเครื่องจักรที่ต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาด้วยเงินมหาศาล! คลื่นสวิตช์เงาที่ผมฝังไว้ มันคือสายบานพับที่จะทำให้คนทั้งโลกต้องสยบและยอมจ่ายเงินซื้อยารักษารายเดือนจากพวกเราไปตลอดชีวิต!"
"ในทางวิศวกรรมสรีรวิทยาและจิติญญา..." เกริกก้าวขึ้นมายืนเผชิญหน้ากับจอภาพ ั์ตาทอประกายแหลมคมดุจใบมีดโกนที่ไร้ความกลัว "มนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรผลิตเงินของใคร... สรีรวิทยาของมนุษย์ถูกออกแบบมาให้มีดุลยภาพและความสมบูรณ์ในตัวเอง การที่คุณฝืนเอาขยะพิษและคลื่นรบกวนไปฝังไว้เพื่อหากินกับความทุกข์ของคนอื่น มันคือตรรกะของช่างชั้นเลวที่ไร้จรรยาบรรณ!"
"ปากดีไปเถอะเกริก!" นเรศตะคอกเสียงกร้าว ั์ตาฉายแววบ้าคลั่ง "ถึงเตาปฏิกรณ์ั์จะพังไป... แต่เครื่องปล่อยคลื่นประสาทเทียมตรงหน้าผมตัวนี้ถูกเชื่อมต่อเข้ากับ 'คอร์ประสาทสำรอง' (Neural Core) ที่เตรียมจะยิงคลื่นไมโครเวฟชีวภาพตรงเข้าทำลายเซลล์สมองของผู้ป่วยทุกคนทันทีที่ผมกดปุ่มนี้!"
"หัวหน้าครับ! มันกำลังจะกดปุ่มส่งสัญญาณทำลายสมองแล้ว!" พลกำหมัดแน่น ะโเสียงหลง
"มันสายไปแล้วนเรศ..." เกริกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่ทรงพลังก้องกังวาน "ขณะที่คุณกำลังพูดพร่ำไร้สาระ... คลื่นแม่เหล็กชีวภาพ V2.0 ของฉัน ได้แทรกซึมผ่านสายไฟเบอร์สัญญาณภาพที่คุณส่งมา เข้าไปล็อกและแทรกแซงอุปกรณ์ตรงหน้าคุณเรียบร้อยแล้ว!"
"อะไรนะ?!" นเรศหน้าซีดเผือด รีบก้มมองกล่องควบคุมในมือที่จู่ๆ ก็เกิดแสงสปาร์กสีฟ้าทองกระจายออกมา!
"กานต์! ดร.พิชิต! สับสวิตช์ส่งคลื่นหักล้างประจุประสาทเดี๋ยวนี้!" เกริกสั่งการฉับไว!
"รับทราบค่ะ/ครับ!"
*เปรี๊ยะ! ตูม!*
กล่องปล่อยคลื่นประสาทในมือของนเรศะเิออกเป็ประกายไฟ นเรศร้องลั่นด้วยความใและล้มกุลีกุจอนอนกองกับพื้น!
"จับพิกัดและส่งสัญญาณประสานกองกำลังตำรวจน้ำเข้าควบคุมตัวจอมการแห่งเงาได้สำเร็จแล้วค่ะลุงเกริก!" กานต์ยิ้มออกมาด้วยความสะใจ
เกริกลดมือลง จ้องมองจอภาพที่ดับวูบลงด้วยความสงบนิ่ง "วิกฤตภัยแฝงถูกกำจัดหมดสิ้นแล้ว..."
แต่ทว่า ในจังหวะที่ทุกคนกำลังจะโห่ร้องด้วยความดีใจ เสียงกรีดร้องสั้นๆ ของกานต์ก็ดังขึ้นเมื่อหน้าจอมอนิเตอร์ตรวจวัดสรีรวิทยาเปลี่ยนเป็สีเหลืองเข้มทั่วทั้งระบบ!
"ลุงเกริกคะ! เกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้นแล้วค่ะ!" กานต์ร้องออกมาด้วยสีหน้าตกตะลึง "ผลกระทบสะสมจากการถูกคลื่นรบกวนเป็เวลานาน... ทำให้ผู้ป่วยทั่วประเทศกำลังเกิดภาวะ 'ความถี่สรีรวิทยาหลุดการสอดประสาน' (Biological Frequency Desynchronization) ร่างกายของพวกเขากำลังปฏิเสธจังหวะธรรมชาติค่ะ!"
เกริกมองหน้าจอด้วยสายตาเข้มขรึมและทรงพลัง "สภาวะความถี่หลุดการสอดประสานสินะ... เตรียมตัวให้พร้อมทุกคน ในตอนต่อไป ตอนที่ 27 'วิกฤตความถี่สรีรวิทยาหลุดการสอดประสาน'!"