"แม่เก่งที่สุดเลย!"
พอได้ยินคำตอบที่ชัดเจนฉินไห่เยว่ก็เขย่งปลายเท้า ใช้สองมือเล็กๆ กอดคอของต่งเสี่ยวเสี่ยวเอาไว้แน่นแล้วหอมแก้มเธอเสียงดังฟอด
ต่งเสี่ยวเสี่ยวอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน แตะเบาๆที่ปลายจมูกของเด็กน้อย "ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"ค่ะ" ฉินไห่เยว่ตอบอย่างไร้เดียงสาเธอเอียงศีรษะ "แบบนี้พ่อก็ออกมาเล่นกับพวกเราได้แล้วใช่ไหมคะหนูเห็นพ่อแอบมองหนูอยู่ที่หน้าต่าง!"
ฉินไห่เยว่พูดจบก็หัวเราะคิกคักฉินซู่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามอายแทบอยากจะแทรกแผ่นดิน
เขาแค่รู้สึกอุดอู้เพราะอยู่ในบ้านนานเกินไปบางครั้งก็เลยเปิดม่านดูข้างนอกบ้าง
ใครจะไปรู้ว่าเจ้าลูกคนนี้จะเห็นเข้าล่ะ
จะว่าไปแล้ว...
เรื่องที่เขาบาดเจ็บอีกรอบก็เป็นฉินไห่เยว่ที่บอกต่งเสี่ยวเสี่ยว
เด็กคนนี้ตอนนี้ท่าทางจะเข้าข้างต่งเสี่ยวเสี่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
ถึงจะเป็นอย่างนั้นฉินซู่ก็ไม่ได้ไม่พอใจอะไร กลับรู้สึกว่าชีวิตแบบนี้ต่างหากที่เขาต้องการ
เป็นชีวิตที่ดีมากจริงๆ!
"ได้สิต่อไปพ่อจะออกมารับแดดในลานบ้านกับพวกเราได้แล้ว"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบก็มองไปที่ฉินซู่
พอรู้สึกถึงสายตาของต่งเสี่ยวเสี่ยวที่มองมาฉินซู่ก็รีบหลบสายตา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆแล้วกินข้าวเข้าไปอีกสักหน่อย "เช้าวันมะรืนฉันต้องไปทำงานแล้ว"
"ตอนเช้าก่อนฉันออกไปจะทำอาหารไว้ให้พวกลูกๆ กับนาย พวกนายไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะกว่าฉันจะกลับมาก็คงช่วงบ่ายๆ แล้ว!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำชับพวกเขาต่อสักพักแล้วก็ไปทำอย่างอื่นต่อ
ฉินไห่หยางกับฉินไห่เยว่ช่วยกันเก็บชามตะเกียบส่วนเฉินเฉินนั่งอยู่ในลานบ้านคนเดียว เขากำลังเรียนรู้พวกสมุนไพรพวกนั้นอยู่
เขาเริ่มสนใจเรื่องนี้มากขึ้นเรื่อยๆแล้วจริงๆ
สองวันผ่านไปอย่างรวดเร็วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จัดการเรื่องในบ้านเกือบหมดแล้ว
หวังเต๋อจู้มาที่บ้านพวกเขาอีกรอบตอนแรกต่งเสี่ยวเสี่ยวจะไปดูอาการให้แม่ของคู่ดูตัวของหวังเต๋อจู้
แต่คู่ดูตัวไม่ได้มีเขาเป็นตัวเลือกแค่คนเดียวผู้ชายอีกคนหาหมอในเมืองได้ ก็เลยพาแม่ของผู้หญิงคนนั้นไปรักษาที่ในเมือง
แน่นอนว่าผู้หญิงคนนั้นไม่สนใจคนขับรถม้าอย่างหวังเต๋อจู้เรื่องนี้ก็เลยจบไป
หวังเต๋อจู้ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา"ฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้ที่จริงก็ดีเหมือนกัน อยู่คนเดียวก็ไม่ได้แย่อะไร!"
บ้านเขาจนอยู่แล้ว แถมยังไม่มีบ้านดีๆสักหลัง แต่ก็ยังพอมีรถม้าที่เอาไว้ใช้งานได้
เมื่อก่อนแม่สื่อเคยแนะนำคนให้เขาหลายคนแต่ก็สุดท้ายก็แทบจะล่มทุกครั้ง
เพราะแบบนั้นเขาถึงได้ชินแล้ว!
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้ว่าหวังเต๋อจู้เป็นคนใจดีแต่สมัยนี้ครอบครัวที่ยากจนแบบนี้จะหาคู่ครองสักคนมันยากจริงๆ
เธอทำได้แค่ยิ้ม"ถึงเวลาก็จะเจอคนที่เหมาะสมเองค่ะถ้าฉันเจอใครที่ใช่สำหรับพี่ จะแนะนำให้แน่นอน!"
ทั้งสองคนยิ้มให้กันหลังจากนั้นหวังเต๋อจู้ก็กลับไปก่อน
เช้าวันต่อมา ต่งเสี่ยวเสี่ยวตื่นเช้ามากเธอหว่านเมล็ดผักกาดทั้งหมดลงในแปลงผัก และรดน้ำแปลงผักหน้าบ้านอีกรอบพอใกล้ถึงเวลาจึงค่อยไปทำอาหารเช้า
เธอนึกถึงชีวิตในชาติก่อน
ทุกวันตื่นมาก็เจอแต่ยานพาหนะและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหมือนจะเป็นวิดีโอที่ดูยังไงก็ดูไม่จบ และดูเหมือนเกมที่เล่นไม่มีวันจบเหมือนกัน
ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตมีความสุขสักเท่าไหร่ แถมยังทำให้คิดมากได้ง่าย
แต่ตอนนี้ทุกเช้าที่ตื่นมาก็มีเรื่องให้ทำไม่หมด เหมือนมีแรงใจเต็มเปี่ยม!
เธอฮัมเพลงเบาๆ หลังจากทำอาหารเช้าเสร็จเด็กๆ ทั้งสามคนก็ตื่น
พอทุกคนกินอาหารเช้าเสร็จแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เอากล่องข้าวไปด้วย กลางวันเธอจะกินอะไรง่ายๆ ที่นั่นตอนบ่ายค่อยกลับมาทำอาหารที่บ้าน
"แม่ บ๊ายบายนะคะ!"
ฉินไห่เยว่ยืนอยู่ที่หน้าประตูแววตาของเธอเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกเอ็นดูเด็กน้อยมากจึงรีบอุ้มเธอขึ้นมา "แม่จะไปทำงานตอนบ่ายจะกลับมาทำอาหารให้พวกลูกกินนะ วันนี้บ่ายแม่ทำแป้งทอดไข่ให้กินดีไหม?"
แค่ใช้ของอร่อยมาหลอกล่อฉินไห่เยว่ก็ได้ผลทุกครั้ง
เด็กคนนี้ก็หายงอแงจริงๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวออกจากบ้านพอมาถึงที่ทำงานก็เจอหวังฮั่นเหลียง
เวลาทำงานของพวกเขาถูกแบ่งเป็นรอบๆทุกบ้านต้องมาหาแต้มแรงงานเพื่อครอบครัว ถ้าไม่มาทำงานที่นี่เพื่อแลกแต้มแรงงานก็สามารถรับงานเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหาเงินพิเศษได้
ถ้าต่งเสี่ยวเสี่ยวทำงานติดต่อกันสามวันจากนั้นเธอก็จะได้พักประมาณหนึ่งอาทิตย์
"มาแล้วเหรอ!"
หลังจากได้ยินสิ่งที่ฉินซู่พูดในวันนั้นท่าทีของหวังฮั่นเหลียงที่มีต่อต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ดูจะเปลี่ยนไปบ้าง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพยักหน้า
อีกสักพักคนก็มากันครบ ในฐานะหัวหน้าหน่วยหวังฮั่นเหลียงจึงพาพวกเขาไปยังลานหิน
"ช่วงสองวันนี้ทุกคนจะขนหินในลานหินนี้ต้องขนไปทั้งหมด เอาไปไว้ตรงนั้นให้เรียบร้อย อีกไม่นานจะมีการสร้างสะพานที่นั่น!"
พูดจบ ทุกคนก็เริ่มลงมือทำงานทันที
วันนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวใส่เสื้อผ้าธรรมดาๆสวมผ้าโพกหัว ผมจะได้ไม่สกปรก จนสระออกยากเกินไป
เธอกำลังจะเอื้อมมือไปยกหินป้าคนหนึ่งก็สะพายตะกร้ากระแทกเข้ามาอย่างแรง ทำให้เธอเซถอยหลังไปหลายก้าว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกงงงวยเล็กน้อย
"ทำอะไรน่ะ?"
เธอพูดพลางเดินไปข้างหน้า"ฉันแค่มาทำงานก็ขวางหูขวางตาป้าด้วยเหรอ?"
เธอไม่รู้จักผู้หญิงอ้วนตรงหน้าสักหน่อย!
"เธอกำลังเสแสร้งอะไรอยู่?"หลี่กุ้ยหวาตบมือเสียงดัง "เรื่องที่เธอผลักลูกสาวฉันลงน้ำฉันยังไม่ได้จัดการเลยนะ!"
"นางสารเลว!"
"เมื่อก่อนไอ้คนขาเป๋นั่นมาหาแต้มแรงงานแทนเธอไม่ใช่เหรอ?แล้วนี่ทำไมรอบนี้เธอถึงมาเองล่ะ?"
พอได้ยินคำพูดนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ชะงักไปทันที ก่อนจะเริ่มคิดออกว่าคนตรงหน้านี้คือใคร?
เธอคือหลี่กุ้ยหวาแม่ของหวังฮุ่ยที่อยู่ในอีกหมู่บ้านหนึ่ง
วันนี้คงจะเป็นคิวของบ้านพวกเขาแล้วสินะ
"เขาทำลูกฉันก่อนฉันจะทำเขากลับบ้างไม่ได้เหรอคะ?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวแค่นเสียงเธอหันหลังกลับไปอย่างไม่สนใจ แล้วกระทืบเท้าลงบนปลายเท้าของหลี่กุ้ยหวา
"โอ๊ย!"
หลี่กุ้ยหวาเจ็บจนทนไม่ไหวจึงนั่งลงบนพื้นทันที
"หัวหน้าหวัง รีบมาดูเร็วมีคนทำร้ายร่างกายฉัน!"
เธอพูดพลางร้องไห้โวยวายเสียงดังเหมือนเสียงหมูถูกเชือด
ต่งเสี่ยวเสี่ยวแค่นเสียงเมื่อเห็นหล่อนทำท่าทางแบบนั้น หวังฮั่นเหลียงเดินมาทางนี้พอดีเธอก็ทำท่าเสียหลักล้มลงบนพื้น "ป้าคะป้าผลักฉันทำไมกันคะ?"
เธอพูดพลางยกมือขึ้นมาเช็ดตาเบาๆ สองที
หลี่กุ้ยหวาเสแสร้งเก่งนักไม่ใช่เหรอ?
แค่นี้เธอก็ทำเป็นเหมือนกัน
ใช้วิธีการเดียวกันจัดการกับคนแบบนั้นน่ะ
หวังฮั่นเหลียงเดินมาเห็นพวกเขาทะเลาะกันแบบนี้เขาก็ขมวดคิ้วเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว "หลี่กุ้ยหวาครั้งที่แล้วที่เธอทำแบบนี้กับสวีซิ่ว ฉันเคยเตือนเธอไปแล้ว!"
"เธอจะทำแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สองแน่เหรอ?"
ตอนแรกต่งเสี่ยวเสี่ยวคิดว่าหวังฮั่นเหลียงจะเข้ามาถามก่อนใครจะไปรู้ว่าพอเขาเปิดปากมาก็เป็นแบบนี้?
เธอกะพริบตา จู่ๆ ก็ผู้หญิงตัวผอมๆผิวเหลืองซีด มัดผมเปียวิ่งมาช่วยพยุงเธอขึ้น "พี่สาวเป็นอะไรไหมคะ?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้า
คนข้างๆ ยืนดูเหตุการณ์อย่างสนุกสนานหวังฮั่นเหลียงโกรธจนสบถออกมาไม่กี่คำ แล้วสั่งให้หลี่กุ้ยหวาไปทำงานอีกด้าน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวและคนอื่นๆถึงได้เริ่มทำงานอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที
หลังจากมองไปสักพักเธอถึงเพิ่งรู้ว่าผู้หญิงที่ช่วยพยุงเธอเมื่อกี้คือสวีซิ่ว
"เธอเป็นเมียเก่าของลูกชายคนเล็กของหลี่กุ้ยหวา?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวอึ้งไป"เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ลูกชายคนเล็กของหล่อนตายก็เลยโยนความผิดมาให้เธอ แถมยังไล่เธอกับลูกสาวออกจากบ้านด้วยเหรอ?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกเหมือนได้ยินเรื่องซุบซิบที่ใหญ่ที่สุด!