ผ้าผืนบางเสมือนการประทับตรา เป็ดั่งรอยมนต์ผสานเข้าที่เนตรด้านขวาของไตรยที่หลับอยู่
ปรากฏเป็ลายกรนกกินรีสีเขียวปนสีทอง เป็ตราผนึกที่งามยิ่งนัก แต่ไตรยไม่อาจเห็นตนเอง เสมอแขเห็นว่างาม จึงได้มีรอยมีที่ใบหน้าเพราะประทับบนใบหน้าครุฑตนนี้ดูเข้าทีนัก
" เ้ากำลังมีใจ.." ไตรย
....
" ข้ามีใจ เ้าพูดเพ้อไร้สาระเื่ใด" เสมอแข
" ข้าหมายถึงเ้ามีความสุข" ไตรย
" เ้าแค่เพียงบอกว่า.. ข้ามีใจเป็สุข หาใช่ถ้อยคำที่ไม่สมบูรณ์เช่นนี้" เสมอแข
" ขออภัย.."
เสมอแขมองไปที่ดวงตาของเขา
" มีสิ่งใดบนใบหน้าข้า" ไตรย
....
" เ้าก็ไม่ต่างจากข้านัก.. " เสมอแข
" เ้าหมายถึงเื่ใด" ไตรย
เสมอแขนารีพูดเป็ปริศนาให้ไตรยวายุเกิดสงสัย
มักรีผลชมพู เบื่อหน่ายฮูกเรไรเต็มที ห้อยโหนลงจากกิ่งไม้้าลงมา เพื่อให้เสมอแขอุ้มเอาใจ พอนางจะอุ้มก็ซุกซนขึ้นไปนั่งบนบ่าของนาง พร้อมเอ่ย
ไอแห่งมนต์ดำำ เริ่มเล็ดลอดออกทางรอยปริของประตูเชื่อมมิติ ทวาณพเอ่ย
" เื่นี้เหล่าาาทุกเผ่าพันธุ์ของสัตว์หิมพานต้องรับรู้ เพื่อจะได้ความเห็นชอบพร้อมเพรียงทูลต่อพระนารายณ์"
...
กุมภาเกิดความสงสัย จึงเอ่ยถาม
" มิใช่องค์พรหมหรอกหรือ"
.....
" องค์พรหมผู้สร้างก็จริง แต่เป็การกำหนดการเกิดของทุกสรรพสิ่ง แต่หาใช่มนตรานี้ ย่อมเป็ฤทธาขององค์นารายณ์ " ทวาณพ
...
" แล้วอย่างไร " กุมภา
...
" ข้าก็ลำบากใจยิ่งนัก ร่างทิพย์ครึ่งหนึ่งของมหาครุฑ ได้ถูกเล่าขานต่อกันมาว่า นำพานารายณ์ไปยังสถานที่ต่างๆ เหล่าพวกเรามิใช่วิสัย หรือมีฤทธิ์พอจะรับรู้ได้
อีกทั้งในเมืองนาคา ก็มีเหตุกึ่งวิกฤติที่ไม่รู้จะผลจะออกมาเป็เช่นไร หากข้าบากหน้าไปขอร้องให้ภรรยาข้าไปส่งสาส์นถึงใต้บาดาลให้มหาครุฑมาช่วยเหลือ จักได้รู้ว่านั้นคือร่างลวงหรือร่างจริง ก็จะเป็คำตอบชัดเจนซึ่งหากเป็ร่างที่ยังมีบารมี ก็จักเป็เื่ หากไม่ใช่ ก็จะเป็ข้อพิพาทให้เกิดาใหญ่ได้ เพราะพวกนาคคงโกรธแค้นที่โดนมหาครุฑหลอกลวง " ทวาณพ
" ... อืมมมม " ปรางค์นารี
" โดยปกติพวกมนต์ดำเหล่านี้ท่านรู้หรือไม่ว่า หากมันมีปริมาณเพียงใด จึงเกิดเป็อสูร " ปรางค์
" คงต้องให้ท่านบัญชิณบทเป็ผู้ให้คำตอบ " ทวาณพ
เปรี๊ยงงงงง... !!!!!!
เสียงเหมือนอะไรฟาดเข้าที่บริเวณเขตแดนเชื่อมมิติ
าาวานรที่บำเพ็ญอยู่ในถ้ำำ เริ่มลืมตาพร้อมเอ่ยคำมงคล เป็มนต์ที่แทรกซึมในอากาศ ล่องลอยเข้าสู่ร่างมณฑีนาวรน้อยที่กำลังเล่นกับคชสารตัวหนึ่งในป่า ทำให้วานรน้อยแน่นิ่งสลบไป ทำให้ช้างสารไพรสามสี่เชือกที่อยู่บริเวณนั้นแตกตื่นวิ่งหนีเข้าป่าไป
จากนั้นราขาวานร เหลือเพียงลมหายใจอันแ่เบา
........
" เสียงนี้...." เสมอเอ่ย พร้อมเหินด้วยปีกกินรีขึ้นสู่เบื้องบน แต่เนื่องจากโดนปกติปีกกินรีนี้บินได้เพียงความสูง ตามปกติของกินรีทั่วไป แต่ด้วยนางมีมนตาฤทธาที่พอจะผสานให้เป็ความสามารถที่วามารถฝ่าขึ้นไปชั้นสูงกว่าปกติได้
นางทิ้งให้ไตรยวายุอยู่ด้านล่างด้วยความฉงนว่าเกิดอะไรขึ้น
" เสียงเครือ... เสียงอาวุธเถาวัลย์..." เสมอแขเอ่ยเคียงข้างปรางค์นารี
" เ้าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้ ลงไปเบื้องล่างเถิดน้องข้า เ้าควรทำการใดด้วยสติ" ปรางค์นารีเอ่ยปราม
....
เสียงเอ่ยกังวาลผ่านมาฝั่งหิมพานต์
" เ้าพวกสัตว์ขั้นต่ำำ สมสู่ข้ามกันไปมา ผิดเพศผิดปกติ พวกวิบัติทั้งหลาย ใครเป็ผู้ดูแลเขตนี้ จักเปิดทางให้ข้า "
เสียงนั้นคุ้นหูเสมอแขนัก
ดวงตาครุกรุ่นดังอสรพิษปรากฏ ร่างกายนางมีไอควันทยอยพวยพุ่งออกมาจากร่าง ปรางค์เห็นท่าไม่ดี จึงเอ่ยจิตข้ามไป
" ผู้ได้รับอนุญาตจึงได้ข้ามมา เ้ากลับไปเสีย " ปรางค์
ไอพิษของนาง แทรกซึมผ่านอากาศเข้าไปสู่เขตบารมีของทวาณพที่กำลังทำการปรับปรุงรอยร้าว ทำให้เขาหยุดชะงัก ปรางค์นารีเอ่ยเสียงดังให้กุมภาไปยืนขวางทางรอยร้าวเอาไว้
ปรางค์นารีเกินเข้าไปที่ร่างเสมอแขเพื่อรั้งเกสรของนาวพยายามโอยอุ้ม กั้นทางเอาไว้แต่พิษของนางหนาแน่นในอากาศอยู่ก่อนแล้ว การจะใช้เกสรควมคุมบริเวณนั้นจึงลำบากนัก ก่อนที่อ้อมแขนที่ปนไปด้วยความอบอุ่นของนางจะกอดรั้งน้องสาวตน เสมอแขกลับเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว หลบเบี่ยงนางขึ้นไป ผลักร่างทวาณพที่อยู่สภาพนั้น ( เนื่องจากทวาณพกำลังร่ายมนต์เชื่อมประตู มนต์นี้จะหยุดกลางคนย่อมเป็อันตราย ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้ใน่นั้น)
นางส่งสัญญาณบอกมักรีผบที่อยู่บนบ่า
มักรีผลไม่มีทางเลือกพร้อมทำตามนาง
อาวุธหลักของนางได้ปรากฏแล้ว โดยมักรีผลทำการแปลงตนเป็คันศรที่ทรงอานุภาพ นางแตะเืที่อยู่บนฝ่ามือ รวมรวบเื กรีดนิ้วเป็แนวยาวในอากาศ แปลงโลหิตของตนเป็ศรสีแดงที่น่าสะพรึง ง้างคันศรด้วยดวงตาแข็งกร้าว ไพรษาวายุตกตะลึงที่นางมีวงศาเป็กินรี เหตุใดมีดวงตาเป็อรพิษ
ไพรษาวายุได้ฟังเื่ราวต่างๆที่ครุฑโดนปลิดชีพ ด้วยศรนี้ บัดนี้เขาเห็นด้วยตาตนเอง
ช่องว่างที่ปริแตกนั้น ทำให่เขาเห็นดวงตาที่น่ากลัว ที่เคียดแค้นได้อย่างชัดเจน แต่ก็มั่นใจว่าเขาไม่เกรงแต่อย่างใด
ศรพุ่งข้ามเขตเชื่อมด้วยอาณุภาพที่รุนแรงนัก แหวกห้วงอากาศข้ามเขตเข้ามาหาไพรษาวายุ ไพรษาแสดงเดช ปรากฏเถาวัลย์ ปกป้องแ่ารอบตัวเขา แต่ลูกศรของนางหายไปในอากาศ ไม่ปราฏระหว่างการเดินทางของศร
ไปปรากฏอีกครายามที่ศรจะถึงเป้าหมาย ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาแล้วตอนที่เขาปกป้องอิอัสนี ทำให้เขามัานใจยิ่งนัก เพียงแต่ตอนนี้แตกต่างสองประการ
หนึ่งคือนางใข้คันศรมักรีผล สองคือนี่คือศรโลหิตที่ยิงตอนที่นางมีดวงตาอสรพิษ
ศรพุ่งตรงเข้าหาเถาวัลย์ทิพย์ของไพรษา ส่วนหนึ่งที่ปะทะแส้เถาวัลย์ ก็ทำลายด้วยแรงปะทะที่รุนแรงยิ่ง เถาวัลย์โดยทำลายเป็เศษซากปลิวว่อนด้วยแรงทำลาย อีกส่วนด้วยศรโลหิตเป็เืจึงแทรกซึมเล็ดลอดผ่านไปเข้า แล้วไปรวมตัวตรงเป้าหมายเป็ศรพิษเข้าปักท่อนแขนของไพรษา ที่เขาแขนมาป้องไว้ไม่โดนบริเวณหัวใจ ด้วยพิษร้ายแรงทำลาย่มือและแขนของเขา เป็พิษสีดำที่ไหลลุกลามไป เขาเห็นท่าไม่ดี ไพรษาได้ทำการตัด่นั้นของตนเองทิ้ง
เืของครุฑที่ไหลรินจากขนซ้ายของตน เขามองตาเสมอแขด้วยความใจมากขึ้น
" ข้าแปลกใจนัก และข้าจะหาคำตอบให้ได้ ว่าทำไมเ้าเป็แค่กินรี แต่ทำไมมีเืในตัวเป็พิษร้ายแรงเพียงนี้ แล้วยังด้วยตาของเ้า พวกหิมพานต์นี่ประหลาดนัก ข้าจึงเกลียดพวกเ้านัก แขนข้างนี้ ข้าจะยึดความแค้นของข้า จะมาทวงชีวิตเ้าในภายหลัง " ไพรษาเอ่ยพร้อมบินกลับหลังไปเพื่อสะสางในภายหลัง
ไอพิษเริ่มเจือจาง ทวาณพเข้าสู้สภาวะปกติ และทำการร่ายมนตราต่อ
ส่วนปรางค์นารีโผเข้ากอดร่างน้องสาวอย่างเข้าใจ
เสมอแขร้องไห้มีน้ำตา เหมือนรู้ว่าชีวิตตนเหมือนจะสั้นลงทักที
นางเอ่ยขณะที่อยู่ในอ้อมกอดพี่สาวด้วยน้ำตา
" ข้า.. ไม่อยากเป็อย่างนี้ ข้าอยากมีชีวิตอยู่กับท่านนานๆ แต่... แต่... แต่ข้า... " เสมอแข
......
กุมภามองสองพี่น้องด้วยความเข้าใจ
ทวาณพก่อนนี้จะตินาง ก็ได้แต่ถอนลมหายใจเบาๆ
" ข้าจะหาทางรักษาเ้าให้หายน้องพี่ เ้าจะเป็มากกว่านี้ เป็อย่างนี้ต่อไป ข้าก็รักเ้าดั่งน้องสาวข้า และเ้าจะเป็น้องรักของพี่ตลอดไป... " ปรางค์นารี
.................
.....
( ติดตามตอน 14 )