นาวีมองดูอวิ๋นที่ยังคงก้มศีรษะขอฝากตัวเป็ศิษย์ด้วยความรู้สึกปวดหัวจนต้องกุมขมับ "เ้าหนูอวิ๋น ลุกขึ้นมาก่อนเถอะ ข้าว่าเ้ากำลังเข้าใจอะไรผิดไปบางอย่าง" นาวีกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ ทำให้อวิ๋นเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย
"สิ่งที่เ้าเห็นในวันนี้ ไม่ใช่วรยุทธ์ และไม่ได้ใกล้เคียงเลยสักนิด ต่อให้ข้าสอนเ้าไป เ้าก็เอาไปต่อยอดอะไรไม่ได้"
ในความคิดของนาวี โลกที่เต็มไปด้วยลมปราณและกำลังภายในที่มีอยู่จริง ศิลปะการต่อสู้สมัยใหม่ที่เขาถนัด แค่เอาไปสู้กับโจรป่าก็เต็มกลืนแล้ว แถมความทรงจำของฉางตงยังย้ำชัดว่า โลกใบนี้ให้ค่ากับพลังวัตรเป็อันดับหนึ่ง นาวีจึงคิดว่าอวิ๋นควรละทิ้งเส้นทางนักสู้แล้วไปมุ่งด้านวิชาการน่าจะดีกว่า
"เส้นทางของบัณฑิตต่างหากที่จะช่วยครอบครัวเ้าได้" นาวีเสนอ แม้จะรู้ดีว่าด้วยฐานะยากจนของอวิ๋น แทบจะเป็ไปไม่ได้เลยก็ตาม
"ท่านฉางตง ท่านก็รู้ว่าครอบครัวข้าลำบากเพียงใด ต่อให้ข้าอยากเป็บัณฑิต แต่ข้าเกรงว่าคนในครอบครัวจะอดตายเสียก่อน" อวิ๋นตอบด้วยั์ตามุ่งมั่น "หากข้าเข้าสำนักยุทธ์ได้ อย่างน้อยก็จะมีเงินมาจุนเจือครอบครัว หรือหากท่านสอนข้า เมื่อข้าอายุถึงเกณฑ์ (เบญจเพส) ข้าก็ยังพอมีวิชาติดตัวไปสมัครเป็ทหารได้"
นาวีกุมขมับอีกครั้ง ความทรงจำเดิมผุดขึ้นมาว่าฉางตงก็เคยลองสมัครทหารเพื่อหนีจากชีวิตเสี่ยวเอ้อ แต่เขากลับถูกปฏิเสธ เพราะแม้แต่พลทหารปลายแถวก็ต้องมีพื้นฐานลมปราณหรือมีศักยภาพที่สูงพอ นาวีจึงรู้ว่าต่อให้เขาสอนวิชามวยไทยหรือ MMA ให้อวิ๋นไป เด็กคนนี้ก็อาจจะไม่ผ่านเกณฑ์ทหารอยู่ดี
"เ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้า้าเวลาคิด... และ้าพักผ่อนด้วย" นาวีตัดบท
อวิ๋นยอมจากไปแต่โดยดี นาวีล้มตัวลงนอนด้วยความรู้สึกสับสน ความทรงจำของฉางตงไม่ค่อยประติดประต่อนัก เขารู้ว่าตัวเองไม่ผ่านการคัดเลือกทหาร แต่กลับจำสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ว่าทำไม เพราะความเหนื่อยล้าที่ถาโถม นาวีจึงค่อย ๆ จมดิ่งสู่ห้วงนิทรา
--------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อแสงตะวันลับขอบฟ้า นาวีลืมตาขึ้นในความสลัวของห้องพักหลังโรงเตี๊ยม เขาพบขวดยาสองขวดวางอยู่ข้างแคร่ไม้ ขวดหนึ่งจารึกตราสำนักไท่ซวนที่ศิษย์พี่ลี่ิทิ้งไว้ให้ ส่วนอีกขวดเป็ยาสมานแผลของป้าเผิง นาวีรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจ แต่เขาก็รู้ดีว่าร่างกายนี้้ามากกว่าแค่ยาฝน เขาฝืนลากสังขารที่ระบมกลับบ้านท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล
ทว่า ในความมืดนั้น สัญชาตญาณนักสู้ที่ถูกลับจนคมกริบกลับร้องเตือน... มีใครบางคนกำลังสะกดรอยตามเขา
นาวีไม่ได้ตื่นตระหนก เขาจงใจเลี้ยวเข้าสู่ซอยแคบที่เป็ทางตันเพื่อจำกัดทางหนีทีไล่ของอีกฝ่าย ทันทีที่แผ่นหลังชนผนังอิฐเย็นเยียบ เขาก็หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเงาดำในชุดจอมยุทธ์ไร้สังกัด
"พอจะคุยกันก่อนได้ไหม?" นาวีเอ่ยเสียงเรียบ แต่ดวงตาจดจ้องที่ข้อมือของอีกฝ่าย
ไร้คำตอบ... มีเพียงเสียง "เช้ง!" ของคมดาบที่วาดผ่านอากาศดั่งอสรพิษ ชายชุดดำพุ่งตัวเข้ามาด้วยวิชาตัวเบา หมายจะสะบั้นคอในดาบเดียว นาวีโยกศีรษะหลบในจังหวะเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะสะบัดเสื้อนอกออกมาม้วนเกลียวแน่นจนแข็งราวกับท่อนเชือก
ชายชุดดำพุ่งแทงดาบซ้ำในแนวตรง เพราะซอยที่แคบขนาบด้วยกำแพงทำให้มันไม่สามารถวาดดาบในแนวนอนได้ นาวีฉวยจังหวะนี้ใช้เสื้อในมือซ้ายตวัดพันใบดาบแล้วบิดข้อมือเบี่ยงวิถี ให้คมเหล็กพุ่งไปปักเข้ากับกำแพงดินจนฝุ่นตลบ ในวินาทีที่อีกฝ่ายเสียจังหวะดึงดาบ นาวีก้าวประชิดตัว เข้าสู่ "วงใน" ที่ดาบยาวไร้ผล เขาซัดหมัดขวาตรงเข้าเต็มดั้งจมูกคู่ต่อสู้อย่างจังจนกระดูกหักเสียงดังกร๊อบ!
"อั้ก!" ชายชุดดำสบถออกมา มันะเิลมปราณออกมาทั่วร่างจนนาวีรู้สึกถึงลมอ่อนๆ
คราวนี้ดาบของมันรวดเร็วและรุนแรงขึ้น ทุกครั้งที่ดาบปะทะกับเสื้อ พลังปราณที่แฝงมาจะกระแทกจนข้อมือของนาวีสั่นสะท้าน ร่างกายของฉางตงเริ่มประท้วง กล้ามเนื้อที่ขาดการฝึกฝนเริ่มล้าขีดสุดจนหายใจลำบาก ในขณะที่อีกฝ่ายยิ่งสู้กลับยิ่งเร็วขึ้นด้วยแรงส่งของลมปราณ
จังหวะที่นาวีหายใจสะดุด มือสังหารฉวยโอกาสหมุนตัวกลับหลังเตะ เข้าที่ยอดอกนาวีอย่างจัง แรงปะทะส่งร่างเสี่ยวเอ้อปลิวไปกระแทกกองถังไม้จนแตกกระจาย ความเ็ปแล่นพล่านจนตาพร่ามัว ซี่โครงส่งเสียงลั่นประท้วงจนเขาต้องสำลักน้ำลายออกมา
มือสังหารไม่ปล่อยโอกาสทอง มันเงื้อดาบขึ้นสุดแขน รีดเร้นลมปราณจนคมดาบสั่นระริกส่งเสียงหวีดแหลม "ตายซะ!"
ดาบั์ฟาดลงมาในแนวตั้ง นาวีกัดฟันกรอดทิ้งตัวกลิ้งหลบไปด้านข้างในวินาทีสุดท้าย คมดาบจมลงดินจนหินแตกร้าว แต่รังสีปราณที่แผ่ออกมายังคงกรีดิันาวีจนเป็แผลฉกรรจ์ยาวั้แ่ไหล่ซ้ายเฉียงลงไปถึงลำตัว เืสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกมาราวกับพ่นสี
นาวีพยายามหยัดกายลุกขึ้น แขนขาสั่นระริกจากการเสียเื ทว่าเขาเห็นบางอย่าง... มือสังหารยืนนิ่งหายใจหอบถี่ ใบหน้าส่วนที่พ้นหน้ากากแดงซ่านจนน่ากลัว '... นี่คือโอกาสสุดท้าย!'
นาวีรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งตัวออกไป เขาไม่สนดาบในมืออีกฝ่ายอีกต่อไป เขาพุ่งเข้าสวมกอดเอวรวบใต้ข้อพับเข่าแล้วใช้แรงส่งทั้งหมดทุ่มร่างมือสังหารอัดเข้ากับกำแพงซอยอย่างรุนแรง!
โครม!
ก่อนที่มือสังหารจะตั้งตัว นาวีพลิกตัวไปด้านหลัง วาดแขนโอบรอบคอหอย ล็อกแขนเป็รูปตัวสี่ ออกแรงบีบที่หลอดเืใหญ่ข้างลำคออย่างสุดกำลัง ชายชุดดำดิ้นรนทุรนทุราย พยายามตวัดดาบกลับมาฟันที่ขาของนาวี แต่ในพื้นที่แคบที่ร่างกายพัวพันกันแน่นเช่นนี้ ดาบยาวกลับไร้ความหมาย ลมหายใจของมันเริ่มขาดห้วง จนในที่สุด... ร่างนั้นก็อ่อนเปลี้ยและสลบไสลไป
นาวีปล่อยมือออก หงายหลังลงนอนหอบหายใจอย่างสิ้นแรง เืจากาแยังไหลไม่หยุด เขาหยิบยาของป้าเผิงมาโรยแผลตนเองอย่างทุลักทุเล ก่อนจะฉีกผ้าปิดหน้าของชายคนนั้นมาพันแผลไว้ชั่วคราว
นาวีนั่งพักอย่างหมดแรง... ดูเหมือนว่าร่างของเสี่ยวเอ้อคนนี้ จะมีปริศนามากกว่าที่เขาคิดไว้เสียแล้ว