ตอนที่ 1
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมปวดไปทั้งตัวเลย” ร่างเล็กๆขยับไปมาพยายามจะลืมตาขึ้น แต่ทำยังไงก็ลืมตาไม่ได้สักที ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือ เธอเดินทางไปประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับวิชาแพทย์แผนจีนที่ประเทศจีน เมื่อการสัมมนาเสร็จสิ้น เธอก็ได้ไปเที่ยวชมพระราชวังเก่าแก่ของประเทศจีนขณะที่กำลังชื่นชมความสวยงามอยู่นั้น
“นายท่าน ข้ารอท่านมานานเหลือเกินขอรับ” เสียงแว่วเข้ามาภายในโสตประสาทเมื่อเธอเดินเข้ามายังห้องๆหนึ่ง ซึ่งเป็ห้องโถงโล่งๆ มีเพียงภาพวาดหนึ่งที่ปรากฏรูปสัตว์ในตำนานท่าทางองอาจกำลังแหวกว่ายอยู่บนผนังห้องราวกับมีชีวิต
“หือ เสียงอะไร” คิ้วเรียวขมวดเป็ปม เมื่อได้ยินเสียงนั้นร่างบางหันซ้ายหันขวา เพื่อหาที่มาของเสียง แต่ก็หาไม่พบ
“นายท่าน ข้าอยู่นี่” หญิงสาวเพ่งมองไปยังที่มาของเสียงที่มุมห้องๆแห่งหนึ่ง ปรากฏกำไลหยกวงหนึ่งเปล่งแสงสีเขียวนวลอยู่รอบตัวหญิงสาวมองไปรอบๆ แต่ไม่มีใครสังเกตุเห็นสิ่งที่กำลังเรียกเธอเลยสักนิด ราวกับผู้คนมองไม่เห็นมันจิวจิว เดินเข้าไปใกล้มันอีกนิด อย่างสนใจ ก่อนที่มือเรียวจะยื่นออกไปอย่างใคร่รู้
“เฮ้ย!”หญิงสาวเผลอร้องด้วยความใ ร่างบางผงะล้มจนก้นกระแทกพื้นก่อนจะหันไปยิ้มเจื่อนๆขออภัย นักท่องเที่ยวที่มองมายังเธอ เมื่อเธอเผลอร้องเสียงดังแขนเรียวพยายามสลัดข้อมือไปมา เมื่อจู่ๆกำไลวงนั้นก็พุ่งเข้ามารัดข้อมือเธอราวกับมันมีชีวิตยัดเยียดตัวเองให้เธอเสร็จสรรพ ราวกับไม่อยากพรากจาก
“บ้าจริง ทำไมถอดไม่ออก”หญิงสาวอุทาน พยายามจะดึงกำไลออกจากข้อมือตัวเองแต่ถึงเธอจะพยายามอย่างไรก็ไม่เป็ผล ราวกับมันหลอมรวมเป็ส่วนหนึ่งกับลำแขนเธอไปเสียแล้ว
“บ้าฉิบ ถ้าเอามันกลับบ้านไปด้วย เขาจะหาว่าฉันขโมยสมบัติชาติรึเปล่าเนี่ยะ”หญิงสามพึมพัมพลางถอนหายใจยาว เมื่อไม่สามารถสลัดมันหลุดได้ มองไปรอบๆว่ามีใครสนใจเธอรึเปล่า เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจจึงค่อยๆเดินออกจากพระราชวังเก่าแก่ไป
เมื่อไม่มีแก่ใจจะชื่นชมสิ่งสวยงามแล้ว ในใจมุ่งแต่จะกลับที่พักเพื่อหาวิธีกำจัดสิ่งที่ติดแแ่ที่แขนเธอออกไป
เมื่อมาถึงห้องพัก หญิงสาวตรงดิ่งเข้าห้องน้ำใช้สบู่ล้างมือล้างแขน พยายามใช้ความลื่นของมันดึง ดันเอากำไลออกจากแขน พยายามอยู่นาน จนแขนเรียวขาวผ่องกลายเป็สีแดงห้อเื ก็ไม่สามารถกำจัดมันออกไปได้
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ยะ ทำไมมันออกยากออกเย็นแบบนี้เฮ้อ ช่างเถอะ ถือว่าเป็ที่ระลึกจากประเทศจีนก็แล้วกัน นอนดีกว่าพรุ่งนี้ก็ต้องกลับประเทศแล้ว”จิวจิวคิดอย่างปลงตกเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้ว หญิงสาวเชื้อสายจีน ที่เติบโตที่เมืองไทย แต่เดินทางไปกลับระหว่างสองประเทศเป็ประจำเธอชอบประเทศจีน แต่ครอบครัวย้ายไปอยู่เมืองไทยั้แ่รุ่นปู่ย่า แต่ตอนนี้ ทุกคนในครอบครัวต่างแยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเองั้แ่พ่อแม่เสียชีวิต เธอก็ไม่ได้ติดต่อกับทางญาติๆอีกเลย ใช้ชีวิตสาวโสด ในวัยใกล้สามสิบแบบสบายๆเธอประสบความสำเร็จในอาชีพแพทย์ผู้ชำนาญการ ทั้งแผนปัจจุบันและแผนจีน แต่ชื่นชอบการแพทย์แผนจีนเป็อย่างมากเพราะดั้งเดิมบิดามารดา ก็ถือเป็ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งสองเปิดร้านขายสมุนไพร และยาแผนจีนมากมาย เแถมพ่อแม่ยังทิ้งธุรกิจไว้ให้เธออีกมากมาย เรียกว่าทั้งชาติก็ใช้ไม่มีทางหมด
“นายหญิง ใกล้ได้เวลาเดินทางกลับแล้ว ขอนายหญิงจงเตรียมพร้อม”จู่ๆขณะกำลังนอนหลับในสมองเธอก็เกิดเสียงเล็กๆขึ้น แสงสว่างวาบขึ้นกระจายไปทั่วห้อง ก่อนที่ทุกอย่างจะเลือนหายราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมปวดไปทั้งตัวเลย” เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอจึงมองเห็นภาพลานบ้านและบ้านเก่าๆโซมๆหลังหนึ่ง เห็น เด็กสามคนร่างกายผอมแห้งนั่งกอดเธออยู่ตรงกลางกำลังร้องไห้ระงม พร้อมกับชายหญิง ซึ่งน่าจะเป็พ่อแม่ของเด็ก กำลังพยายามปกป้องพวกเขาจากหญิงชราคนหนึ่งที่กำลังถือไม้ฟาดใส่พวกเขาไม่ยั้งพร้อมกับคนกลุ่มหนึ่งที่เพียงมองดูอย่างชอบใจ ไม่คิดจะห้ามปราม
“ไปเลยนะพวกกาฝาก อยู่ก็เปลืองข้าวเปลืองน้ำไสหัวออกไปให้พ้น”เสียงหญิงชรา ด่าทอ ปนหอบด้วยความเหนื่อย หลังจากใช้ไม้ตีไปหลายครั้ง
“ท่านแม่ โปรดหยุดมือเถิดขอรับ”ชายที่พยายามเอาตัวเข้ารับไม้ที่หญิงชราหวดลงมาแทนลูกเมียของเขาหันมาขอร้องอีกฝ่าย
“หยุดมือรึ หยุดมือย่างนั้นรึ ถ้าอยากให้ข้าหยุดมือแกก็เอาพวกตัวซวยนี้ไปขายซะ”หญิงชราถลึงตาใส่ชายหนุ่มซึ่งเป็ลูกติดสามี
“ไม่ได้นะขอรับ พวกเขาคือลูกของข้าข้าไม่มีวันขายลูกกินเด็ดขาด”ชายหนุ่มหน้าเผือดสีเมื่อได้ยินหญิงชราออกคำสั่ง
“ไม่ขายอย่างนั้นรึไม่ขายก็ไสหัวออกไปจากบ้านข้า”หญิงชราโกรธจัดจนตัวสั่น เมื่อเงิน 500 ตำลึง กำลังจะปลิวหาย เมื่อไม่สามารถขายหลานสาวสองคนออกไปได้
“ใช่ท่านแม่ เราเลี้ยงพวกเขาไม่ไหวแล้ว ทำงานได้แค่สองคนแต่กินกันตั้งหกปาก ใช้ได้ที่ไหนกัน ขาดทุนจริงๆ”เสียงแหลมสูงของหญิงรูปร่างอ้วนซึ่งเป็สะใภ้รองของบ้านเดินออกมาท้างสะเอวอยู่ข้างๆหญิงชราพร้อมเอ่ยวาจายั่วยุ
“ข้าอุตส่าห์จะหารายได้เข้าบ้าน แถมลดภาระภายในครอบครัวของเราโดยขายลูกๆพวกพี่ออกไปสักสองคนจะเป็ไรไป มีกันตั้งสี่คน อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้ขายทั้งหมดอีกอย่างเงินที่ได้มาก็จะได้เอามาเพิ่มในสินสอดของข้าด้วย จะได้ช่วยให้ตระกูลเราไม่ต้องอับอายที่สินสอดน้อย ”หญิงสาวร่างโปร่งบางเดินออกมาสมทบกับหญิงชรา มองกลุ่มคนที่กอดกันร้องไห้อย่างหงุดหงิดไม่ได้ดังใจ
“เ้าจะใจร้ายใจดำกับหลานๆได้ลงคอเชียวรึ อาอวี่”ผู้เป็พี่ชายหันไปมองน้องสาวที่เขาเคยเลี้ยงดูมาั้แ่เล็กด้วยความไม่อยากเชื่อที่จะได้ยินคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากน้องสาว แม้จะไม่ใช่น้องสาวที่คลานออกตามกันมาแต่ก็มีบิดาเดียวกัน และเขาก็เห็นน้องสาวมาั้แ่ตัวเล็กๆ ย่อมต้องรักและผูกพันถ้าเกิดเขากลับมาไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกเมียเขา เขาแค่เดินทางไปกับขบวนคุ้มภัยเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้นเอง ดีที่เขาแยกตัวกับบิดา และน้องชายทั้งสองกลับมาก่อน
“เกิดอะไรขึ้น นางหลี่” ผู้ใหญ่บ้านที่เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบตามหลังด้วยลูกบ้านอีกห้าหกคนที่วิ่งไปแจ้งเื่ ต่างมองไปยังเด็กน้อยที่กอดกันร้องไห้อยู่อย่างเวทนา
“ผู้ใหญ่บ้าน!”นางหลี่หันไปมองด้วยความใ เมื่อเห็นผู้ใหญ่บ้านเดินเข้ามาภายในลานบ้านของตน
“นี่เ้าทำอะไร ไม่เห็นกฎบ้านเมืองอยู่ในสายตาหรอกรึถึงได้ทุบตีเด็กๆหนักขนาดนี้”ผู้ใหญ่บ้านมองไปยังเด็กหญิงร่างเล็กทีถูกล้อมอยู่ตรงกลางอย่างใเมื่อเห็นใบหน้าเล็กนั้นอาบไปด้วยเื แววตามองไปรอบๆอย่างงุนงงของเด็กหญิงนั้นช่างน่าสงสารนัก
“เื่ภายในเรือนข้า เกี่ยวอะไรกับผู้ใหญ่นังตัวขาดทุนนั้นมันหาเื่เอง”นางหลี่ตะเบ็งเสียงใส่ผู้ใหญ่อย่างไม่สนใจ อย่างไรนี่ก็เป็เื่ในครอบครัวไม่มีที่ให้ผู้ใหญ่มาสอดมืออยู่แล้ว
“เด็กมันหาเื่ เ้าก็ต้องตีจนขนาดเืตกยางออกเลยหรือ”ผู้ใหญ่ตวาดเสียงแข็งใส่คนที่ไม่ยอมรับผิด
“เกิดอะไรขึ้นมีใครบอกข้าได้บ้าง”ผู้ใหญ่หันไปสอบถามคนรอบข้าง
“ท่านย่า จะขายน้องสามกับน้องสี่ แต่ข้าไม่ยอมเลยให้น้องๆหนี แต่ท่านย่าก็ให้คนไล่ตีน้องขอรับดีที่ท่านแม่กับท่านพ่อมาทัน”เสียงเด็กชายที่ผอมแห้งใบหน้ามอมแมมดวงตาแดงก่ำ พยายามแข็งใจพูด พร้อมกับสะอื้นด้วยความอัดอั้นที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้ มารดาเขาถูกสั่งให้ไปทำงานแต่เช้า เพื่อป้องกันไม่ให้นางรู้ว่าจะมีคนแอบขายลูกสาวนางดีที่น้องรองวิ่งไปตามมารดามาทัน และดีที่บิดากลับมาทันเช่นกัน
“นางหลี่ นี่เ้าถึงขั้นจะขายหลานๆกินเลยหรือ”ผู้ใหญ่บ้านหันไปตวาดนางหลี่ด้วยความโมโห
“ทำไม ข้าเลี้ยงมันมาตั้งนาน ให้พวกมันแสดงความกตัญญูแค่นี่จะเป็ไร”นางหลี่ตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ถ้าวันนี้นางขายพวกมันไม่ได้ ก็ต้องไล่ออกไปให้พ้น ไม่ให้อยู่เกะกะสายตา เป็หนามตำใจอีกต่อไป
“เ้า!มีใครที่ไหนทำแบบเ้าบ้างหานตงก็ไม่ใช่คนที่ทำงานหนักที่สุดในบ้านหรอกหรือ เงินที่เขาหามาก็ไม่ใช่น้อยจะไม่พอเลี้ยงลูกเมียเขาได้อย่างไร”ผู้ใหญ่บ้านอดโมโหหญิงแก่ไม่มีหัวคิดคนนี้ไม่ได้
“เฮอะ ลำพังหาแค่คนเดียวมันจะไปพอกินอะไร ไหนจะนังเด็กขี้ขโมยนั้นอีก กล้าขโมยกินอาหารข้าไม่ตีมันให้ตายก็บุญแล้ว”นางหลี่ตวาดอย่างเหลืออด มองไปยังเด็กๆแววตาโกรธแค้น
“จิวเออร์ไม่ได้ขโมย เป็เสี่ยวิต่างหากที่แอบขโมย”เด็กชายที่กอดน้องสาวนิ่งออยู่หันไปเอ่ยเถียงด้วยความโกรธ
“กรี๊ด เ้ารอง อย่ามาใส่ร้ายเสี่ยวิลูกข้านะเขาไม่ได้ทำ”หญิงอ้วนตวาดขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ
“ใช่ท่านแม่ ข้าไม่ได้ทำแน่นอน”เสี่ยวิรีบเอ่ยสำทับคำพูดของมารดา พร้อมกับมองเหล่าพี่น้องนั้นอย่างเย้ยหยัน
“พอได้แล้ว นางหลี่ เ้าควรเรียกหมอมาดูหลานสาวท่านนะดูสิเืไหนอาบหน้าไปหมดแล้ว”ผู้ใหญ่บ้านพยายามห้ามปราม
“เรียกหมอ ก็ต้องใช้เงินนะสิ ไม่มีทาง”นางหลี่สะบัดเสียงอย่างโกรธแค้นแค่คิดว่าเงินจะกระเด็นออกจากถุงตัวเอง ก็แทบทำให้นางหน้ามืด
“เฮ้ย แกเป็ย่าจะปล่อยให้เด็กเสียเืจนตายรึจะใจดำเกินไปแล้ว”ผู้ใหญ่บ้านโมโหจนแทบกระอัก
“ท่านพ่อ พาน้องไปหาหมอเถิดเ้าค่ะ น้องเืไหลไม่หยุดเลย”เสียงแ่เบาเอ่ยเรียกบิดาเมื่อมือเล็กพยายามเช็ดเืออกจากใบหน้าของผู้เป็น้องสาว แต่มันก็ไม่ยอมหยุดซักที
“ใช่ท่านพี่ ช่วยลูกเราด้วย ช่วยจิวเออร์ด้วย”ผู้เป็มารดาร้องไห้ราวกับจะขาดใจเมื่อมองเห็นใบหน้าเล็กๆนั้นเปื้อนไปด้วยเื
“ไปเชิญท่านหมอมา”เสียงชราดังลั่น ก่อนจะปรากฏร่างของผู้เป็บิดาพร้อมกับน้องชายอีกสองคน ของหานตง และร่างของน้องชายคนเล็ก ก็หันหลังกลับ รีบเร่งเดินออกจากบ้านไปตามคำสั่งบิดาทันที
“ท่านพ่อ/ท่านพี่”เสียงอุทานด้วยความใเมื่อเห็นผู้ที่ปรากฏตัวออกมา นางหลี่ ใบหน้าซีดเผือด ร่างอวบอ้วนสั่นน้อยๆ
“มันเกิดอะไรขึ้น หานตง อุ้มเด็กๆเข้าบ้านไปก่อน”บิดาหันไปสั่งลูกชายที่ยังนั่งคุกเข่าอยู่พร้อมมองเด็กที่กอดกันร้องไห้อย่างเ็ปใจ หลายปีแล้วที่เขาทำเป็มองไม่เห็น ว่านางหลี่ทรมารลูกชายเขาอย่างไรหลายปีแล้วที่เขาได้แต่เก็บความเ็ปไว้ในใจ เพื่อให้ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า แต่เขาไม่รู้เลยว่าลูกชายลูกสะใภ้ และหลานเขา จะได้รับความไม่เป็ธรรมมากมายเพียงนี้ หานเหวินเทียนได้แต่มองลูกชายคนโตของเขา อุ้มลูกสาวคนเล็กเดินไปยังห้องฝั่งตะวันตก ด้วยแววตาเสียใจสุดซึ้ง ชายชราถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม พร้อมกับที่ลูกชายคนเล็กพาท่านหมอเดินตามเข้าไปที่ห้อง
“ท่านพี่ พี่รอง พวกพี่กลับมาแล้ว เข้าบ้านเถอะเ้าค่ะ”ลูกสาวคนเล็กที่เขารักที่สุดร้องเรียกบิดาเสียงหวาน ช่างขัดกันกับคำพูดที่เขาได้ยินก่อนหน้านี้จริงๆ ดวงตาจึงเกิดริ้วรอยเ็ปแวบนึ่งก่อนเลือนหาย
“เฒ่าหาน เ้ากลับมาก็ดีแล้ว ดูสิ่งที่ลูกเมียเ้าทำกับหานตงสิ”ผู้ใหญ่บ้านเดินเข้ามาหาพร้อมกับส่ายหน้าไปมา อย่างจนคนพูด
“ข้าได้ยิน หมดแล้ว”เฒ่าหาน ตอบผู้ใหญ่บ้านใบหน้าเคร่งเครียดก่อนจะหันไปมองนางหลี่ ที่ยืนนิ่งเฉย ไม่ทุกไม่ร้อน กับความผิดของตัวเองเลยสักนิด
“หานตง หาเงินให้เ้าไม่ใช่น้อย ทั้งไปรับจ้างคุ้มภัยทั้งงานตามทุ่งนา ว่างก็ขึ้นเขา ออกทะเล หาอาหารมาให้เ้าได้กิน ได้ขายอยู่ตลอดทำไมเ้าไม่นึกถึงความดีของเขาบ้าง”เสียงเฒ่าหาน เอ่ยกับผู้เป็ภรรยาที่เขาแต่งเข้ามาหลังจากที่มารดาของหานตงเสียชีวิตด้วยว่าอยากหาคนมาช่วยดูแลลูกชายที่ยังเล็ก เริ่มแรกเดิมที่นางหลี่ก็ทำตัวดีดีมากจนเขาวางใจ แต่พอมีลูกของตัวเอง เท่านั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไป แต่ถึงไม่รักหานตงแค่ไม่รังแก หรือข่มเหง เขาก็พอใจแล้ว
“หึ ลูกชายข้าก็หาได้ ลำพังเขาคนเดียวจะพอกินพอใช้รึไหนจะลูกเมียขี้โรคพวกนั้นล่ะ ตัวล้างพลาญเงินทั้งนั้น”นางหลี่ถลึงตาใส่สามี คำพูดที่พ่นออกมาแทบฟังไม่ได้ ทำให้ชาวบ้านส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“นางหลี่ แล้วหานตง ไม่ใช่ลูกหรือไง ทำไมต้องแบ่งแยก”เฒ่าหานมองนางหลี่ด้วยแววตาโกรธเคือง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ใจเย็นก่อนเ้าค่ะ”บุตรสาวของทั้งสองพยายามเข้าห้ามเมื่อเห็นบิดากำลังโกรธผู้เป็มารดา และคราวนี้นางรู้ว่าบิดาโกรธมารดาจริงๆ ถึงทุกครั้งเวลาทะเลาะกันมารดาจะเป็ฝ่ายชนะอยู่เสมอ ด้วยบิดาไม่อยากถือสา แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน นางมองเห็นแววตาห่างเหินที่บิดามองมารดาและนางได้ชัดเจนมันทำเอาใจเต้นระทึกด้วยความหวาดกลัว
“ข้าปล่อยให้เ้ารังแกชีวิตหานตงมานานแล้วเกินไปแล้ว พอสักทีเถอะ”ผู้เฒ่าหานถอนใจยาวด้วยเหน็ดเหนื่อย เขาไม่มีแรงใจจะยื้อต่อไปอีกแล้วคงถึงเวลาที่เขาจะปล่อยให้บุตรชายแยกไปใช้ชีวิตครอบครัวตามลำพังเสียที