ตอนที่สิบหก กระบวนการยุติธรรมของศักดินาล้าหลัง
ในยามเช้าหน้าตลาดและตามสถานที่สำคัญของทางราชการในนครลั่วหยางมหานครของราชวงศ์ฮั่นได้มีการประกาศราชโองการโดยทหารชาวเสเหลียงของตั๋งโต๊ะโดยไม่ได้ใช้ชันทีมาแทนที่เนื่องจากปัญหาน้อยนิดแต่มหาศาลคือพวกเขาตายหมดแล้ว
ทำให้พวกทหารของตั๋งโต๊ะที่มาจากชายแดนสามารถสอดแทรกเข้ามาในนครหลวงได้เพราะตำแหน่งหลายตำแหน่งนั้นว่างอยู่จากความวุ่นวายภายในของนครลั่วหยางเอง
“ต่อไปนี้คนรายชื่อเหล่านี้โดนปล่อยจากคุกไม่ถือว่าทำความผิดไม่มีมลทินมัวหมอง ไช่หยง-“
ตั๋งโต๊ะเข้าเมืองหลวงตามประวัติศาสตร์เดิมก็มีการปล่อยตัวบัณฑิตต่างๆและผู้คนที่ถูกขันทีทำร้าย
แม้กระทั่งตั๋งโต๊ะตายไปไช่หยงยังหลั่งน้ำตาจนโดนอ้องอุ้นปะาตายตกไปตามกัน
นั่นคือสิ่งที่ตั๋งฮวงไม่ได้คัดค้านอะไรเพราะอย่างน้อยพอรู้ว่าไช่หยงนั้นคือบัณฑิตที่ตั๋งโต๊ะทำเื่ราวสารพัดก็ยังพร้อมที่จะหลั่งน้ำตา
ในโลกของศักดินาล้าหลังเช่นนี้เราอาจจะกล่าวว่าการกระทำของไช่หยงนั้นโง่เขลามาก
แต่มันคือความโง่เขลาที่ถูกใจตั๋งฮวง
“-บรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับสิบขันทีจะโดนตรวจสอบและปลดจากราชการผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสิบขันทีสามารถยื่นหนังสือฟ้องร้องหากเขียนหนังสือไม่เป็สามารถมาบอกทางเราให้เขียนหนังสือแทนได้หากใครเกิดความหวาดกลัว สามารถยื่นหนังสือได้ที่กล่องทองเหลืองที่ตั้งไว้กลางชุมชนทุกคนสามารถมาใส่หนังสือได้ในกล่องทองเหลืองนี้-”
ตั๋งฮวงก็อปปี้แิจกาพระนางบูเช็คเทียนในเื่ราวของการฟ้องร้องขุนนางที่ทำโดยชาวบ้าน
ทางเทคนิคในยุคศักดินาล้าหลังนี้ชาวบ้านจะฟ้องขุนนางนั้นในการอ้างว่า
เพื่อไม่ให้ชาวบ้านฟ้องขุนนางพร่ำเพรื่อจึงต้องเฆี่ยนตีชาวบ้านเสียก่อน
ขังชาวบ้านที่ถูกเฆี่ยนไว้สักพักจึงจะมีการไต่สวนต่อไป
เป็แิที่อ้างคำพูดสวยหรูแต่เท่ากับว่าจะไม่มีโอกาสให้ชาวบ้านแทบจะฟ้องร้องเ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำบาปหยาบช้าได้เลย
ระบบศักดินาล้าหลังนั้นชอบแินี้มากในการกำจัดสิทธิการฟ้องร้องของชาวบ้านด้วยข้ออ้างกลัวชาวบ้านจะฟ้องร้องพร่ำเพรื่อเช่นนี้แทน
อาจจะชั่วจากกมลสันดานหรือคนที่ไม่เข้าใจชาวบ้านอย่างสิ้นเชิงถึงมีแิเช่นนี้
แน่นอนก็มีคนวิเคราะห์แิว่าที่พระนางบูเช็กเทียนให้ชาวบ้านฟ้องร้องได้ไม่ใช่เพราะพระนางเป็คนใจดีมีความยุติธรรมแต่ประการใดแต่คือเทคนิคในการตั้งเื่ฟ้องร้องขุนนางเก่าๆเพื่อกำจัดคู่แข่งในราชสำนัก
ไม่ว่าทางส่วนรวมหรือส่วนตัวตั๋งฮวงก็คิดที่จะทำเช่นนั้นนั่นล่ะ
การประกาศของทหารเสเหลียงสร้างเสียงวิจารณ์อื้ออึงในหมู่ชาวบ้านไปทั่ว
“ถ้าพวกเ้ามีที่ดินผู้คนหรือทรัพย์สินที่สิบขันทีหรือบริเวณกระทำบาปหยาบช้ายึดไปก็สามารถฟ้องร้องต่อพวกข้าขอคืนทรัพย์สินที่ดินหรือผู้คนได้”
ทหารเสเหลียงกล่าวอย่างมั่นใจในตนเอง
นี่คือแผนการของตั๋งฮวงในการที่จะสร้างกลุ่มผลประโยชน์กลุ่มหนึ่งขึ้นมาใหม่ในนครหลวงแบบเดียวกับที่บูเช็กเทียนทำ
จะกำจัดใครนั้นต้องมีข้ออ้าง
ตั๋งฮวงเชื่อจากหัวใจว่าพวกศักดินาล้าหลังนั้นต้องทำชั่วไม่กลัวกฎหมายอยู่แล้ว
วิธีจัดการพวกศักดินาล้าหลังก็ทำเพียงแค่ทำให้กฎหมายเป็กฎหมายบังคับใช้กฎหมายอย่างที่มันควรจะเป้นเพียงเท่านั้นเอง
เื่น่าตลกคือพวกศักดินาล้าหลังนั้นแค่อยู่เฉยๆพวกเขาก็มีกินไปตลอดชีวิตมีชีวิตที่ดีกว่าชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำหลายสิบเท่า
แต่พวกเขาก็ยังไม่พอใจ้าเบียดเบียนชาวบ้านให้มากกว่าที่ตนเองทำได้อยู่แล้วยิ่งๆขึ้นไปอีก
แบบเดียวกับนักเลงแถวบ้านนอกนั้น้าเบ่งในด้านการเข้างานฟรีหรือทานอาหารฟรี
ทั้งที่มีเงินทองมากเพียงพอที่จะสามารถจ่ายได้แต่พวกเขาก็จะไม่้าจ่าย้าเบียดเบียนชาวบ้านมากกว่าเดิมโดยอาศัยอำนาจของพวกเขา
นี่คือโฉมหน้าของศักดินาล้าหลังคือพวกหมูอ้วนที่กินเท่าไรก็ไม่เพียงพอ
มีมากกว่าชาวบ้านอยู่แล้วก็้ามากขึ้นไปอีก
มีชีวิตที่ดีกว่าชาว้านอยู่แล้วก็ยังข่มเหงชาวบ้านสร้างความสุขให้กับตนเองมากขึ้นไปอีก
มีชาวบ้านหลายคนถึงกับคุกเข่าลงตรงที่ทหารชาวเสเหลียงประกาศข่าว
“ท่านตั๋งโต๊ะเมตตา ฮ่องเต้ทรงเมตตาพวกเข้าพร้อมเป็ม้าลาเพื่อรับใช้ ฮือ ลูกพ่อ ข้ามีโอกาสหาเ้าแล้ว”
ชาวบ้านอาจจะชื่นชมแต่ตั๋งฮวงที่ปลอมตัวไปสำรวจเหตุการรืประกาศนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก
เพราะชาวบ้านชื่นชมนั้นคือเื่ธรรมดาของคนที่โดนกดขี่ข่มเหง
แต่ชนชั้นสูงที่อยู่เนหือคนอื่นมาตลอดชีวิตแค่ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันพวกเขาก็จะโกรธแค้นไม่พอใจหาว่าทำลายผลประโยชน์ของพวกเขา
นี่ล่ะศักดินาล้าหลังล่ะ
พวกเขาแค่มองว่าตนเองเท่าเทียมกับประชาชนก็มองว่าตนเองถูกเบียดบังผลประโยชน์แล้ว
ท่านเหมาไท่จู่ถึงได้เตือนสติเราไว้ในสมุดเล่มแดงว่าการปฏิบัติของพวกเราต้องมีความรุนแรงเพราะไม่สามารถแก้ไขระบบด้วยวิธีการที่สันติได้