สถาบันอสูรฟ้าคราม
ในขณะที่หลี่ต๋ากำลังนั่งพูดคุยกับหลี่น่า ซึ่งเป็นหลานสาวของหลี่ต๋า อยู่ภายในศาลาริมน้ำของสถาบัน เฟิงเหลยได้เข้ามาแจ้งข่าวเรื่องราชาสัตว์อสูรทั้ง3 ที่อาศัยอยู่ภายในป่าหลังหมู่บ้านอสูรสีฟ้าได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมทั้งสัตว์อสูรจำนวนมากภายในป่า หลี่ต๋าที่ได้ยินดังนั้นจึงได้พูดคุยสอบถามรายละเอียดกับเฟิงเหลยซึ่งได้ความว่า "มีนักอัญเชิญอสูรคลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรฝึกหัดขั้นต้นหลายกลุ่มเข้าไปแสวงหาโชคภายในป่าหลังหมู่บ้านอสูรสีฟ้า แต่กลับพบว่าสัตว์อสูรภายในป่ามีจำนวนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จึงได้ช่วยกันตรวจสอบเรื่องราวและพบว่าแม้กระทั่งราชาสัตว์อสูรทั้ง3 ก็ได้หายไปด้วย เหล่านักอัญเชิญอสูรคลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรฝึกหัดขั้นต้นจึงได้แจ้งเรื่องราวให้ชาวบ้านหมู่บ้านอสูรสีฟ้ารวมถึงสถาบันอสูรฟ้าครามที่อยู่ใกล้หมู่บ้านที่สุดให้ทราบเรื่อง" หลังจากที่รับรู้เรื่องราวทั้งหมดจากเฟิงเหลยแล้ว หลี่ต๋าจึงได้ให้เฟิงเหลยแจ้งกับชาวบ้านหมู่บ้านอสูรสีฟ้าและเหล่านักอัญเชิญอสูรคลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรฝึกหัดขั้นต้นว่า "เหตุการณ์ครั้งนี้ อาจมีเรื่องราวที่ไม่ชอบมาพากลแอบแฝงอยู่ ชาวบ้านรวมถึงเหล่านักอัญเชิญอสูรคลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรฝึกหัดขั้นต้น จึงยังไม่ควรเคลื่อนไหวอะไรและควรเฝ้าระวังรอดูท่าทีว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ !" หลี่น่าเมื่อได้รับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจึงได้พยักหน้าเห็นด้วยกับการตัดสินใจของปู่ของตน จากนั้นหลี่ต๋าได้พูดคุยกับหลี่น่าเรื่องเมืองโบราณที่ปรากฏขึ้นต่อ ซึ่งหลี่น่าได้ขออาสาออกไปสำรวจพร้อมกับทีมสำรวจด้วยตัวเอง หลี่ต๋าที่อยากให้หลี่น่าได้ออกไปหาประสบการณ์จึงได้อนุญาตให้หลี่น่าจัดตั่งทีมสำรวจขึ้นแต่มีข้อแม้ว่า "ถ้าพบเรื่องไม่ชอบมาพากลให้รีบเดินทางกลับทันที" หลี่น่าจึงได้ตอบตกลง จากนั้นหลี่น่าได้คัดเลือกผู้คนเข้าร่วมทีมสำรวจรวมสามคน ซึ่งเป็นหญิงสาวทั้งหมดเพื่อความสะดวกในการเดินทาง หลังจากเตรียมความพร้อมเรียบร้อยหลี่น่า ไป๋จือและไป๋หลัน ได้ออกเดินทางไปยังเมืองโบราณที่ถูกค้นพบในทันที ซึ่งเมืองโบราณแห่งนี้อยู่ไม่ห่างออกไปจากป่าหลังหมู่บ้านอสูรสีฟ้าเท่าใดนัก
กลุ่มโจรภูเขามารอสูร
ฮุ่ยฉวีหัวหน้าของกลุ่มโจรมารอสูรกำลังยืนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ภายในห้องประชุมของกลุ่มโจรภูเขามารอสูร ในขณะกำลังประชุมเมื่อไม่มีใครยอมพูดอะไรออกมา ฮุ่ยฉวีจึงได้พูดขึ้นอย่างช้าๆว่า “ฮุ่ยผิงข้าให้เวลาเจ้าสืบเรื่องสาขาของเราที่ถูกทำลายมานานนับเดือนแล้ว เจ้ายังสืบไม่ได้ความอะไรอีกรึ ?” ฮุ่ยผิงรองหัวหน้าของกลุ่มโจรภูเขามารอสูรซึ่งเป็นน้องชายของฮุ่ยฉวีเมื่อได้ยินดังนั้นจึงได้กล่าวว่า “พี่ใหญ่ข้าได้ให้คนของเราออกไปสืบหาข่าวนี้จนทั่วทุกสารทิศ แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของกลุ่มสัตว์อสูรกลุ่มใหญ่แต่อย่างใด ขอเวลาข้าเพิ่มอีกนิดพี่ใหญ่ ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสืบหาเบาะแสในเรื่องนี้” “ได้ข้าจะให้เวลาเจ้า เรื่องนี้ทำให้กองกำลังเราเสียหายไปไม่น้อยจงสืบหาเบาะแสมาให้ได้ !” หลังจากพูดจบฮุ่ยฉวีได้พูดคุยและประชุมกับสมาชิกกองกำลังในเรื่องอื่นต่อภายหลังจากที่จัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อย ฮุ่ยฉวีได้เดินกลับไปยังห้องของตนพร้อมเหล่าหญิงสาวที่รายล้อมอยู่รอบกาย
คฤหาสน์องครักษ์
หวังเหว่ยหลังจากจัดการเรื่องร้านค้าคฤหาสน์องครักษ์เสร็จเรียบร้อยและเห็นว่าธุรกิจขายเม็ดยาสมุนไพรกำลังเป็นไปได้ด้วยดีและเริ่มแพร่หลายออกไปทั่วทั้งเมือง ซึ่งหวังเหว่ยคาดเดาว่าอีกไม่นานเมืองอื่นๆ ในบริเวณโดยรอบ ก็น่าจะมาหาซื้อเม็ดยาสมุนไพรที่คฤหาสน์องครักษ์ด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นว่าทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หวังเหว่ยจึงได้เรียก 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์มาพูดคุยเป็นการส่วนตัวว่า “ถึงเวลาที่ข้าจะเริ่มฝึกฝนพวกเจ้าเป็นการส่วนตัว พวกเจ้าพร้อมกันหรือยัง ?” 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์จึงตอบหวังเหว่ยไปว่า “พวกข้าพร้อมเสมอขอรับนายท่าน” “ดี! ข้าจะให้พวกเจ้าเข้าไปฝึกฝนอยู่ภายในมิติแดนอสูรนับจากวันนี้เป็นต้นไป แต่ก่อนที่จะทำเช่นนั้นพวกเจ้าจงไปมอบหมายหน้าที่ของพวกเจ้าให้กับ 3พยัคฆ์อสูรร่างมนุษย์ดูแลต่อให้เรียบร้อย เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วจงมาพบข้าที่นี่” “ขอรับนายท่าน” หลังจากพูดจบ 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ได้รีบออกไปตามหา 3พยัคฆ์อสูรร่างมนุษย์เพื่อส่งมอบหน้าที่ของตนเองให้กับ 3พยัคฆ์อสูรร่างมนุษย์ ภายหลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ได้กลับมาหาหวังเหว่ย จากนั้นหวังเหว่ยได้พา 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์รวมถึงตัวของหวังเหว่ยเองเข้าไปภายในมิติแดนอสูร วูบ หลังจากเข้ามาภายในมิติแดนอสูร หวังเหว่ยได้สอน "ทักษะกลายร่างเสมือน" ให้3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์เป็นทักษะแรก เมื่อทั้ง 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ฝึกฝน "ทักษะกลายร่างเสมือน" จนสำเร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ให้ 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ประลองฝีมือกัน โดยมีหวังเหว่ยคอยชี้แนะช่องโหว่ของวิธีการต่อสู้ให้ ทำให้ 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อได้เห็นความสามารถอันยอดเยี่ยมของหวังเหว่ยในการชี้ช่องโหว่ของการต่อสู้ เสร็จจากประลอง 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ได้ร้องขอให้หวังเหว่ยสอนทักษะใหม่ๆเพิ่มให้ ซึ่งหวังเหว่ยได้บอกกับ 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ว่า “รอพื้นฐานระดับเลเวลของพวกเจ้าทั้งสามมั่นคงกว่านี้ก่อน ข้าถึงจะเริ่มสอนทักษะใหม่ให้กับพวกเจ้า” จากนั้นหวังเหว่ยได้ให้ 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ดูดซับพลังปราณอสูรภายในมิติแดนอสูรเพื่อพัฒนาระดับเลเวล ในขณะที่ 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์กำลังดูดซับพลังปราณอสูร หวังเหว่ยได้พูดกับ 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ว่า “ข้ามีเรื่องสำคัญสำหรับข้า อยากให้พวกเจ้าช่วยเหลือ เรื่องนี้อาจทำให้พวกเจ้าลำบากอยู่บ้าง พวกเจ้าจะสะดวกหรือไม่ ?” 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์เมื่อได้ยินดังนั้นจึงตอบไปว่า “พวกข้าเป็นสัตว์อสูรของนายท่าน ไม่ว่าเรื่องอะไรที่นายท่านอยากให้พวกข้าช่วยเหลือ พวกข้ายินดีทำอย่างเต็มที่ขอรับ” “ดีมาก! เรื่องที่ข้าอยากให้พวกเจ้าช่วยคือ เวลาที่ข้าเดินทางไกลข้ามักจะลำบากในเรื่องพาหนะเดินทาง ข้าต้องการให้พวกเจ้าใช้ "ทักษะกลายร่างเสมือน" กลายร่างเป็นสัตว์อสูรกวางขาวและให้ข้าขี่หลังพวกเจ้าในการเดินทาง” ได้ยินดังนั้น 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์หันมามองหน้ากันเล็กน้อยจากนั้นได้พูดขึ้นว่า “เข้าใจแล้วข้อรับนายท่าน พวกข้ารู้สึกยินดีที่นายท่านเลือกพวกข้าเป็นพาหนะ พวกข้าจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดขอรับ” หวังเหว่ยเมื่อได้ยินดังนั้นจึงได้หยักหน้าตอบรับอย่างยินดีจากนั้นพูดขึ้นว่า “วิเศษ! ในเมื่อมีพวกเจ้าช่วยในเรื่องการเดินทาง ด้วยความเร็วของพวกเจ้าการเดินทางต้องรวดเร็วขึ้นมากแน่นอน” ภายหลังจากการพูดคุยหวังเหว่ยได้ให้ 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ดูดซับพลังปราณอสูรอยู่ภายในมิติแดนอสูรต่อ ส่วนหวังเหว่ยได้ออกมาจากมิติแดนอสูร จากนั้นได้ไปหาจินฟางและกุ้ยถิงที่ร้านค้าคฤหาสน์องครักษ์เพื่อบอกทั้งสองว่า “พี่สาวทั้งสองเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือน ก่อนที่สถาบันอสูรฟ้าครามจะเปิดเรียน ในช่วงเวลาที่ว่างอยู่นี้ ข้าได้ตัดสินใจออกเดินทางสำรวจบริเวณนอกเมือง สำหรับเรื่องราวต่างๆ ภายในคฤหาสน์องครักษ์ข้าขอฝากพวกท่านดูแลแทนข้าด้วย” จากนั้นหวังเหว่ยได้หันหน้าไปมอง 3พยัคฆ์อสูรร่างมนุษย์และพูดขึ้นว่า “ในช่วงที่ข้าไม่อยู่ข้าขอฝากพวกเจ้าทั้งสาม ดูแลพี่สาวทั้งสองรวมถึงเรื่องราวภายในคฤหาสน์แห่งนี้ให้ดี” 3พยัคฆ์อสูรร่างมนุษย์เมื่อได้ยินดังนั้นจึงได้พยักหน้าตอบรับหวังเหว่ยในทันที ภายหลังจากที่ทำทุกอย่างเรียบร้อย หวังเหว่ยได้เรียกราชาหมูอสูรเขี้ยวตันที่กลายร่างเป็นสัตว์อสูรกวางขาวออกมาจากมิติแดนอสูร จากนั้นหวังเหว่ยได้ขึ้นขี่หลังราชาหมูอสูรเขี้ยวตันและเริ่มออกเดินทางสำรวจบริเวณนอกเมือง