ปก....ป้อง.....ขน....นก....สี....ทอง....เอา.....ไว้..........
แววตาสีน้ำตาลอันดุดัน จ้องเขม็งไปที่ ท่านพลตรีบาร์ก ร๊อกค์ และผู้ติดตามสาวหุ่นดีใส่แว่นตากรอบเหลี่ยมสีแดง เมียร์นาร์
มือกำหมัดเเน่นด้วยความโกรธ กับเหตุการณ์ที่เหล่าผู้นำมากมายได้ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้....
"ฉันบอกให้เธอจักการ ร้อยเอก เบน เพนดิสัน ก่อนยังไงละ......พลังวิเศษของเธอ มันเป็อุปสรรค์กับพวกเรา"
บาร์ก ร๊อกค์ พลตรีตัวเตี้ย ผมสีทองตัดสั้นใบหน้าเป็ชายวัยกลางคน หน้าเหลี่ยมเล็กน้อย แววตาที่มองมาที่ ร้อยเอก เบน เพนดิสันด้วยความใ เขาพลันได้พูดกับผู้ติดตามสาวแว่นแดงคนนั้น โดยไม่หลบสายตาจาก ร้อยเอก เพนดิสัน เลยแม้แต่น้อย
แต่ในมือของบาร์ก ร๊อกค์ ก็ยังกำขนนกสีทองเอาไว้แน่น
ทวนแห่งกาลเวลาเริ่มเดินช้าลงเรื่อยๆ ........
ติ๊ก..........ต๊อก.........ติ๊ก........ต๊อก....................
ร้อยเอก เบน เพนดิสันได้วิ่ง ตรงไปหา บาร์ก ร๊อกค์ ด้วยความว่องไว
ภาพในขณะที่ ร้อยเอกเบน กำลังวิ่งไป รอบข้างบรรยากาศโดยรอบ กลับดูเอื่อยเฉื่อยไปสะทุกอย่าง...... ท่าทางของ บาร์ก ร๊อกค์ ที่กำลังจะขยับเขยือนอย่างช้า....ช้า........
ฟิววววววววว...................ตูม.........................!!!!!!!!!!!!!!
ร้อยเอก เบน เพนดิสันได้ใช้พลังวิเศษว่องไวเหนือเสียงของเธอวิ่งเข้าไปหา บาร์ก ร๊อกค์ อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยัง คงเร็วไม่เพราะผู้ติดตามสาวสวมแว่นแดง เมีนร์นาร์ ได้วิ่งเข้ามาขวาง ร้อยเอกเบน เอาไว้ ฟูว...............เกือบไม่ทันสะเเล้ว......... เสียงถอนหายใจของบาร์ก ร๊อกค์ ก็ได้ดังขึ้น
แขนที่เปลี่ยนกลายไปเป็เหล็กของเมียร์นาร์ ได้กลายโล่เหล็กสี่เหลี่ยมสีดำขนาดใหญ่ยาวไปจนถึงเกือบจะครึ่งห้อง ทำให้....ร้อยเอกเบนที่ได้วิ่งเข้าไปชนกับโล่เหล็กอย่างจัง ครันเมื่อร้อยเอกเบนได้สติขึ้นมา.....ไม่ทันใดเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น.........!!!!!!!!!!
ตูมมมมมม........!!!!!!!!!!!
เสียงะเิก็ได้ดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ บนเพดานธรรมเนียบขาวก็ได้เกิดเป็รูโหว่ขนาดใหญ่ ตรงที่ บาร์ ร๊อกค์กำลังยืนอยู่ตรงกลางรูโหวนั้นพอดี ประตูบานใหญ่ที่เป็ทางเข้าของห้องประชุมก็ได้เปิดขึ้นมา พร้อมกับเสียงเท้าของทหารนับสิบนายที่กำลังวิ่งเข้ามาในห้องประชุมแห่งนี้
"ท่าน บาร์ก ร๊อกค์ รีบไปได้แล้วค่ะ "
เมียร์นาร์ได้พูดด้วยน้ำเสียงอย่างรีบร้อน พร้อมกับได้ยืนมือออกไปตรงประตู ทันใดนั้น มือของเมียร์นาร์ก็ได้เปลี่ยนเป็ลูกตุ่มเหล็กขนาดใหญ่ ได้ไหลยาวเข้าไปกั้นประตูทางเข้าของห้องประชุมเพื่อไม่ให้เหล่าพวกทหารได้เข้ามาได้.......ลำแสงทีสาดส่องเข้ามาในช่องโหว่บนเพดานนั้นก็ได้ปรากฏเป็เเสงสีเหลืองและได้ดูด บาร์ก ร๊อกค์ ขึ้นไปข้างบนฟ้าเพียงไม่กี่วินาที ทำให้ ร้อยเอกเบน ได้ตกตะลึงก้บเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็อย่างมาก กำแพงโล่เหล็กที่เป็แนวยาวกั้นอยู่กลางห้องประชุมก็ได้หดลงแล้วเปลี่ยนรูปร่างมาเป็มือเหมือนเดิม พร้อมกับมืออีกข้างที่เปลี่ยนเป็ลูกตุ่ม ตอนนี้ได้กลายมาเป็มือที่ปกติแล้ว......
เมียร์นาร์ ก็ได้รีบก้าวถอยหลังไปที่ลำแสงสีเหลืองนั้น แวบ................ ร่างของเธอได้หายไป พร้อมกับลำแสงที่ส่องลงมาตรงช่องรูโหว่เพดาน
ครื้น.................ครื้น...........ทั่วทั้งธรรมเนียบก็มีอาการสั่นไหวเกิดขึ้น ราวกับว่ามีบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่ได้ลอยบินข้ามไป.......เศษ หินปูนชิ้นเล็กๆได้ตกลงมาตามแรงสั่นะเื แววตาสีน้ำตาลที่ได้มองไปตรงช่องโหว่บนเพดานนั้นก็ด้องตกตะลึ่งขึ้นไปอีก เมื่อมีสิ่งที่เรียกว่าเหล็กลอยได้ขนาดใหญ่กำลังเลือนผ่านไปตัวอาคารของธรรมเนียบขาวไป.......... ความสงสัยในครั้งนี้จึงทำให้ ร้อยเอกเบน ได้ใช้ความเร็วของเธอวิ่งออกมายังลานกว้างข้างนอกของธรรมเนียบเพื่อดูว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันคืออะไรก็นแน่.......... !!!!!!!!!
มันก็คือ ยานเหล็กที่มีรูปร่างกลมแบน ขนาดใหญ๋ ท้ายยานได้มีท้อวาปที่ยาวยื่นออกมาเป็สองแฉก ยายสีดำลำใหญ่นี้ เมื่อลอยสูงขึ้น ทำให้เกิดเป็เงามืดทั่วแผ่นดินเซ็ทเทอร์แลนด์ ประชาชนทั่วเมืองต่างพากันตื่นใกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขนาดนั้น
มันเกิดอะไรขึ้น..............
แต่ในทันใดนั้นเอง
ห่างที่ยื่นออกมาของตัวยาน ปรากฏแสงสีฟ้าที่ค่อยๆสว่างขึ้น......!!!!!!!!!
ฟิว.............................!!!!!!!!!!!!!!
สิ้นสุดเสียงยานรูปร่างกลมลำนั้นก็ได้ฉายแสงออกมาแล้วเคลื่อนตัวออกจากเมืองอย่างรวดเร็ว ร้อยเอกเบน เห็นเหตุการณ์นั้นเธอก็ได้ใช้ความเร็วของเธอวิ่งไปพร้อมๆกับยานลำนั้น................เอาสี้.............ยานอวกาศกับคนใครมันจะเร็วกว่ากัน....!!!!!!
เสียงพูดของคนที่คุ้นเคย บาร์ก ร๊อกค์ ที่ได้ทำหน้าใกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนั้น เขาได้ร้องะโให้กับทหารที่บังคับยานนายหนึ่ง ที่กำลังจะบังคับยานให้แล่นออกจากเมืองไปด้วยความเร็วสูง........
"นังร้อยเอก คนนั้นมันกำลังวิ่งตามยานเรามา หาทางจักการมันซะ........!!!!!!!!!" เสียงบาร์ก ร๊อกค์ ที่ะโลั่นยาน ทำเอาทหารที่กำลังบังคับยานนายหนึ่ง ก็ได้กดเข้าไปที่ ปุ่มสีแดงอันใหญ่
ตูม...........ตูม.........ตูม................ เสียงะเิที่ดังมาเป็ระยะทาง ในเมืองเซ็ทเทอร์แลนด์ อย่างกับมีการก่อการร้ายเกิดขึ้น ลำแสงที่ได้ยิงจากยานสีดำลงมายังเป้าหมาย นั้น กลับยิงไม่โดน ตัวของร้อยเอก เบน เพนดิสัน เลยแม้แต่น้อย ผู้คนประชาชนจำนวนมากได้แตกตื่นและพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ด้วยความเร็วของร้อยเอกเบน ทำให้ลำแสงสีแดงที่ยิงลงมาจากตัวยาน ยิงพลาดเป้าทุกครั้ง เพราะว่า กว่าเเสงเลเซอร์ของปืนจะยิงมาถึง ร้อยเอกเบน ก็วิ่งหลบได้อย่างเฉียดชิว..........ทำให้ตึกราบ้านช่องก็ได้พงทะลายเมื่อโดนะเิจากลำแสงนั้น
"ยะ....ย....ยิง..ไม่โดนเลยครับ " ทหารบังคับยานนายหนึ่งก็ได้พูดด้วยน้ำเสียงสั่น ทำให้.....บาร์กร๊อก ทนไม่ไหวเลยเดินดิ่งเข้าไปหานายทหารบังคับยานคนนั้น พร้อมกับกระชากคอและดึงตัวออกไปจากที่นั่งคนขับ บาร์ก ร๊อกค์ ได้เข้ามานั่งแทนในมือจับคันบังคับปืนด้วยสีหน้าที่โกรธจัดแบบสุดๆ
ทางเบื้องร่าง ร้อยเอกเบน ก็ได้ใช้ความเร็วเหนือเสียงของเธอ วิ่งเข้ามาใกล้ยานสีดำมากยิ่งขึ้น แต่ทันใดนั้นเอง...........
สายตาของเธอก็ต้องหยุดชงัก แล้วมองไปที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งที่กำลังยืนเอามือปาดน้ำตาร้องไห้ด้วยความกลัวกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนั้น ผวังใน่เวลาที่เธอกำลังวิ่งนั้น เธอได้เห็นลำแสงสีแดงกำลังพุ่งตรงดึงมาหาเด็กผู้หญิงอย่างช้าๆ............
" เล่นกันแบบนี้เลยหรอ..........บาร์ก ร๊อกค์ "
เสียงในใจของร้อยเอกเบน เพนดิสัน ก็ดังขั้น........
ตูมมมมมมม...........!!!!!!!!!!
ร้อยเอกเบน ได้วิ่งเข้าไปดึงตัวเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ให้หลบจากลำแสงเลเซอร์ที่บาร์ก ร๊อกค์ ได้ยิงลงมาจะจากยาน ทำให้ร้อยเอกเบน ได้พุ่งเข้าไปชนกับกำแพงบ้านจนทะลุด้วยความเร็วที่เธอได้วิ่งมา อ้อมกอดที่เธอกอดเด็กหญิงเอาไว้แน่น ทำให้เด็กสาวคนนี้ปลอดภัย........ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้มันทำให้เธอเสียหลัก จนได้รับาเ็ ความรู้สึกเจ็บของแขนข้างขวา กับหยดเืสีแดงที่ได้ไหลยาวลงมาจากศีรษะปิดตาข้างขาวเธอเอาไว้ ทำให้เธอสามารถลืมตามองได้เพียงข้างเดียวเท่านั้น เมื่อได้สติเธอก็ได้ปล่อยตัวเด็กหญิงในอ้อมกอดสายตาที่สามารถมองได้ข้างเดียวก็หันมามองเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่ง เด็กหญิงคนนั้นก็มองเธอด้วยความใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้
ร้อยเอกเบน ก็ได้ใช้มือข้างซ้ายที่สามารถขยับได้ จูงมือเด็กหญิงตัวเล็กคนนั้นออกมาจากตัวบ้าน เดินผ่านช่องที่เธอได้วิ่งทะลุเข้ามา แววตาสีน้ำตาลได้เมอมองยานกลมสีดำขนาดใหญ่ ได้เคลื่อนลอยหายไปที่สุดขอบฟ้า อย่างรวดเร็ว
........................................................................................................................
กลับมาที่ธรรมเนียบขาว ทหารหลายนายได้วิ่งชุนลมุนวุ่นวายคอยช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับาเ็ที่โดนะเิ ยานบินทหารอีกสิบกว่าลำก็ได้บินดูสถานการณ์ทั่วเมืองเซ็ทเธอร์เเลนด์ และจได้มียานบินทหารบางส่นตามหาเบาะแสของยานบินของนายพล บาร์ก ร๊อกค์ อีกด้วย
ณ ห้องประชุมสถานที่เป็ต้นเหตุ ทุกๆก็ได้สติกลับมาเเละเริ่มขยับตัวได้เป็ปกติ ดูเหมือนว่าแต่ละคนจะใเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ใช่น้อย
เสียงเท้าของใครคนหนึ่งที่กำลังเดินมาเป็ระยะๆ มันยิ่งทำให้แววตาสีเขียวของลูคัส ต้องเบิกกว้างขึ้น.....เมื่อเขาได้เห็น ร้อยเอกเบน เพนดิสัน ที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสภาพที่เรียกได้ว่า ไปฟัดกับใครมาเนี้ยะ........ แขนขวาที่ดูเหมือนว่าจะหักถูกมือซ้ายจับพยุงเอาไว้ ลอยเืบนศรีษะที่ไหลมาปิดตาข้างขวาก็ถูกเช็ดออก จนทำให้ตาทั้งสองข้างกลับมามองได้ปกติ ชุดเกียรติยศทหารได้มีรอยฉีกบางส่วยและถูกฝุ่นของหินปูนเกาะเป็สีขาวตรง่ฝั่งขวามือ
เบน เพนดิสัน เธอเดินมาด้วยสภาพที่ไร้เรี้ยวแรง......ตรงหาใครคนหนึ่ง........คนที่เธอนึกถึงเป็คนแรก..........
พลโทมอร์แกน มัคคัลเลอร์ ได้นอนเป็จมกองเื อยู่ตรงที่เกิดเหตุที่เดิม ร่างอันไร้ิญญาได้นอนอยู่บนพื้น ทำให้ร้อยเอกเบน เมื่อเดินมาถึงก็ต้องถึงกับเข่าอ่อนซุดลงกับพื้น ท่างกลางสายตาของท่านผู้นำและเหล่าทหารอีกสิบกว่านายได้มองดู สายตาของลูคัสเมื่อได้มองก็ถึงกับพูดไม่ออกเหมือนกัน
พลโทมอร์แกน มัคลัลเลอร์ ตายแล้ว....................
หยดน้ำตาที่ปะปนกับสีแดงของเืก็ได้ไหลออกมาจากตาของ ร้อยเอกเบน เพนดิสันไม่หยุด เธอนั่งร้องไห้อยู่ข้างศพพลโทมอร์แกนด้วยความรู้สึกที่เสียใจ.
จากนั้นไม่นาน พลโทจอร์น ก็ได้เดินเข้าไปปลอบเธอ พลันมองหน้าเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานาน............
ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับมา..........................
................................................................