อลันรอนแรมกลับมายังปราการเดิมที่จากไป พบคนรับใช้และขุนนางทิ้งจดหมายของเอียนน์กับมอร์ดัสไว้
<<ข้าถูกเรียกตัวกลับวังด่วน ไปสมทบข้าที่ปราสาทของข้าที่โยฮันตัน>>
อลันพบว่าข้าของของเขาก็ไปกับขบวนของเอียนน์ จึงรีบตามไปด้วยความคล่องตัว เขาจะทำงานให้องคืชาย และให้องค์ชายเป็ขุมกำลังช่วยเขาเล่นงานราชวงศ์อาร์นาโทสและปาร์ตี้ผู้กล้า เขาไม่สนว่าประวัติศาสตร์ของที่นี่จะบันทึกถึงเขาเลวร้ายยังไงต่อจากนี้กับการต่อสู้กับผู้กล้า แต่เขาสุมความแค้นโดยไม่สนใจอะไรอีก
5 ปีมีเวลาจะบดขยี้คนที่เขาคิดว่าเป็ศัตรู จากนั้นจะดับความสุขของพวกมันโดยพาแตงโมกลับ และแตงโมก็จะต้องทิ้งชายชู้และสามีโง่ๆของนางไว้ที่นี่ นั่นคือสิ่งที่ผู้ชายหัวใจธรรมดาอย่างอลันคิด แล้วอะไรที่เขาตั้งใจ เขาต้องทำแน่นอน
และจากนี้ไป เขาจะไม่เก็บความ้าของเขาไว้เพื่อแตงโมอีก เขาจะปลดปล่อยมันทุกครั้งที่มีโอกาส เขาบอกกับตัวเอง
<<พอกันทีกับความรักและภักดี>>
พอตั้งปณิธานเสร็จ ใบหน้าแอนกับเรอาก็ลอยขึ้นมา เขาผละผู้หญิงที่ห่วงใยเขาออกจากใจเพื่อแตงโม แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้รับคือความเ็ปแสนสาหัส อลันติดสินจะว่านอกจากจะแก้แค้นแล้ว เขาจะมอบความสำคัญให้คนที่เข้ามารักเขา
<<ฉันจะไม่รักใคร แต่จะไม่ห้ามให้ใครรักฉัน>>
อลันเดินทางหลายวัน มาถึงเมืองหลวง ที่นี่มั่งคั่งไม่แพ้เซเรเก้เมืองหลวงของอาร์นาโทส ขาดก็แต่ไม่ใหญ่เท่าแค่นั้นเอง ดูไกลๆ มองไปยังพระราชวัง ความต่างของ 2 ที่ก็คือ ของอาร์นาโทส จะเน้นยอดหอคอยและตึกอาคารที่สูงหลายหลังและซ้อนต่อยอดกันดูสวยงามยิ่งใหญ่
ส่วนของเวอร์รากีอุสเน้นตึกอาคารใหญ่ค่อนไปทางกว้างขวางมากกว่าจะให้ดูสูง และเนื้อที่เขตพระราชวังจะกว้างใหญ่ไปพาศกว่า เน้นมีตึกอาคารหลายตึกจนเป็หมู่ตึกโดยใช้พื้นที่มากแทนการต่อยอดสูง นั่นเพราะนครแห่งนี้อยู่บนเนินที่ไล่เป็ระดับชั้นขึ้นไป จนถึงพระราชวัง
แต่น่าแปลกว่าพื้นที่ราบอย่างอาร์นาโทสทำไมสร้างพระราชวังแบบต่อยอดสูง ทั้งที่ตัวปราสาทราชวังแบบนี้น่าจะสร้างกับพื้นที่ยอดเชิงเขาแท้ๆ แต่พื้นที่ยอดเชิงเขาของเวอร์รากีอุสกลับสร้างแบบใช้ลานกว้าง เน้นพื้นที่ใช้สอยแทนที่จะต่อยอดสูงเพราะอยู่บนสันเขา หรือพวกเขา้าอวดความสามารถด้านสภาปัตยกรรม เพราะั้แ่มา เขาพบว่า...ไม่ว่าจะห้องน้ำห้องส้วมของที่นี่ และระบบระบายน้ำ กลับไม่ด้อยและยังมีความสะอาดที่ดีมาก
ครุ่นคิดอยู่กับใหญ่ อลันก็มาถึงปราสาทขององค์ชายลำดับ 3 จนได้ ทหารรักษาการณ์ความปลอดภัย หรือที่เราเรียกว่าทหารยามนั้น ก็เชิญอลันเข้ามา หลังจากพวกเขาดูรูปวาดของอลันที่องค์ชายให้ไว้แล้วให้อลันตอบคำถาม 2-3 คำถามเพื่อยืนยันตัวตน ซึ่งมันคือบทสนทนาล้อเล่นกันเล็กๆ น้อยๆ ของเขา กับองค์ชายและมอร์ดัส ดังนั้นจะมีแต่พวกเขาที่รู้ เอียนน์ให้คำตอบไว้กับทหาร หากชายที่มาตรงตามรูปวาดแล้วตอบคำถามได้ตรง จงรับรองเขาให้ดี
ในปราสาทกลับเงียบเหงา เมื่อเงียบเหงาหากมีเสียงดังขึ้นมา จะได้ยินชัด ....เป็เสียงฝึกของหญิงสาวหลายคน ดูไปน่าจะคึกคักที่สุดในปราสาท อลันพบเหล่าองครักษ์และทหารที่เคยเดินทางร่วมกัน เมื่อถามไถ่จึงได้ความว่า....
การบริหารพื้นที่ชายแดนอย่างซเปลขององค์ชายทำได้ดีมาก รวมทั้งการปกป้องชานแดนได้ องคายใช้งบจำนวนมหาศาลหมดไปกับเมืองนั้น พวกฝั่งตรงข้ามไม่สามารถเล่นงานองค์ชายได้เพราะใช้เงินส่วนตัว จึงหาเื่ตรวจสอบที่มาของเงินแทนว่าเอามาจากไหนซึ่งทางเอียนน์ก็แย้งไปแล้วว่ามาจากท่องทางธุรกิจและพร้อมจะเผยข้อมูลบัญชี แต่ฝั่งตรงข้ามไม่สนใจจะขอดูหลักฐาน กลับเสนอให้องคายพำนักที่วิหารรีซียม วิหารรีซียมเป็วิหารที่ใช้ประกอบราชพิธีหลวง แต่บางครั้งก็เอาไว้ขังบุคคลในราชวงจนกว่าจะพ้นความผิดหรือข้อกล่าวหา
“องค์ชายเป็โอรสที่ฉลาดมาั้แ่ทรงพระเยาว์ มักจะถูกพี่น้องของพระองค์รุมว่าร้ายมาตลอด จนต้องขอออกมาวงนอกแล้วหันมาตั้งใจศึกษาเล่าเรียนวิชาทั่วไปแทนวิชาบิหารราชสำนัก พอเจริญพระชันษาก็เข้ามาลองผิดลองถูกจับธุรกิจการค้า โดยเปิดบริษัทและร้านต่างๆ มากมายและไม่ไปยุ่งกับราชบัลลังก์ ไม่วายครั้งนี้ลงไปช่วยซเปลกลับมายังอุตส่าห์โดนเล่นงาน ท่านอลันมีทางช่วยองค์ชายมั้ยครับ”
เหล่าองครักษ์และทหารของเอียนน์ปรึกษาอลัน
“ขั้นแรกเลย คือเรารู้แค่ว่าพวกมันไม่ได้จะเอาผิดเอียนน์ แต่พวกมันจงใจแค่ลดบทบาทและให้เอียนน์ไม่สร้างผลงานอะไรจนเป็ที่โปรดปรานของฝ่าามากกว่า...ดังนั้น.........”....อลันยังไม่ทันกล่าวจบ
“เ้ากล้าเรียกชื่อพี่ข้าลอยๆ ได้ยังไง เ้า... ...เ้าคงเป็อลัน?”....เสียงหญิงสาวดังขึ้นฉาดฉาน บ่งบอกถึงเ้าของเสียงเป็คนหยิ่งในศักดิ์ศรีและมีความมั่นใจสูง
“องค์หญิง!!!”...ทหารและองครักษ์พากันยืนตรง สำหรับคนที่ไม่สวมเครื่องแบบเอามือทาบอกซ้ายแล้วก้มหัวลงมา
“องค์...หญิง.....?...พระองค์คงเป็องค์หญิงอิเรเน่ องค์หญิงลำดับที่5 น้องสาวร่วมพระมารดาเดียวกับเอียนน์”....อลันหันมามองมาแล้วเอามือทาบอกเพียงพยักหน้า

ท่าทำความเคารพที่จองหองนี้ทำให้องค์หญิงไม่พอใจ ซ้ำยังเรียกชื่อพี่ชายนางลอยๆแบบเดิม
“อยู่บ้านนอก เ้าอาจจะตีตนสนิทพี่ช้าเพราะเขาเป็กันเองกับประชาชน แต่ไม่ได้หมายความว่าที่นี่เ้าจะตีตนเสมอเขาได้... เ้าคนไร้การอบรม!!”...อิเรเน่ชี้หน้ามา
“นายข้ามีคนเดียว พี่ชายท่านไม่ใช่นายของข้า ถ้าไม่พอใจข้ากลับก็ได้ แล้วไปอธิบายกับพี่ท่านเองเองแล้วกัน”...อลันแบะมือเอียงคอพูด
“มากับข้าที่ลานกระลอง!!”
“อย่านะพระเ้าช้าองค์หญิง!!”...เหล่าองครักษ์ห้าม
“ข้าเป็คนพิชิตนักผจญภัยระดิบแพลิตินั่มกับระดับทองได้พร้อมกัน แม้ชื่อเสียงฝีมือเขาจะดี แต่ข้าเองก็อยากจะยืนยันคำพูดของพี่ข้า”...นางถือดาบคู่กายเดินนำไปยังลานประลองที่หญิงสาวซ้อมกันอยู่
“พี่ท่านพูดไว้ว่าอะไร?”
“อย่าได้บังอาจท้าอลันสู้เป็อันขาด!! เกิดมาเขาไม่เคยใช้คำว่า..บังอาจ..กับข้ามาก่อน”…อิเรเน่ชักสีหน้าหันมา
“องค์หญิง ท่านต้องเชื่อองค์ชายนะพระเ้าข้า!!”...เหล่าองครักษ์ชายยังร้องขอ
เหล่าองครักษ์หญิงแตกตื่นเมื่อเห็นองค์หญิงทรงกริ้ว ล้วนพากันเลิกซ้อม แล้วหลบไปยืนข้างๆ ลานกันหมด
“เกิดอะไรขึ้นเพคะองค์หญิง?”...ลิเลียองครักษ์คนสนิทขององค์หญิงถาม
“ชายผู้นี้คืออลัน....ข้าจะประลองกับเขา”
“ต้องถึงมือองค์หญิงเหรอเพคะ ให้หม่อมฉัน....”...ลิเลียยังไม่ทันพูดจบ
“เข้ามาพร้อมกันเลย .. มันเสียเวลา ข้ามีงานต้องทำ”...อลันปลดผ้าคลุมกันหนาวโยนไปทางองครักษ์คนหนึ่ง องครักษ์คนนั้นคว้าผ้าของอลันแล้วถือไว้ให้