เหลียนฮวายามนี้นางวิ่งไปถึงห้องพักของตนเอง เมื่อสักครู่นางตกใจเกินไปที่เห็นอาชาง เขามาได้จังหวะเหมาะเสียจริง หลังจากนางคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเกี่ยวกับเรื่องของนางกับอาชาง ช่างทำให้นางจิตใจกระวนกระวาย ต้องการทำความเข้าใจกับความรู้สึกของตัวเองคนเดียวก่อน
เหลียนฮวานางมาถึงเรือนพักของตนก็ลงกลอนประตูทันที กลอนหน้าตาก็ลงกลอนไว้แล้วรีบเดินไปนอนบนเตียงทันที แสร้งว่าต้องการพักผ่อนคล้ายเหนื่อยล้ามากมายยิ่งนัก
เหลียนฮวาไม่อยากมีความรู้สึกใดกับตัวละครในนิยายเรื่องนี้ นางรู้ว่านี้มันไม่ใช่เรื่องจริงจะให้นางยอมรับง่ายๆ ได้อย่างไรกัน สักวันนางก็ต้องออกไปจากโลกนี้สักวัน ดวงจิตวิญญาณสูงส่งอาจจะกลับมาพาตัวนางไปสักวันก็ได้ เหลียนฮวาคนเดิมในเรื่องก็จะกลับมาที่นี่ ความจริงนางเป็นเพียงคนที่ผ่านมาเท่านั้น คิดได้ดังนี้จิตใจก็สงบลงทันที
เหลียนฮวาหลับตาลงเพื่อหยุดคิดเรื่องราวต่างๆ แต่แล้วเสียงดันประตูก็ดังขึ้น เหลียนฮวานอนเฉยทำเหมือนว่านางหลับไปแล้วไม่ได้ยินเสียงดันประตูนั้น คนที่อยู่ข้างนางดันประตูละเปิดออกมาไม่ได้ จึงหยุดดันไปเอง เหลียนฮวาคิดว่าคนข้างนอกจากไปแล้ว นางจึงเปิดตาลุกขึ้นมานั่งพิงหมอนพร้อมทั้งถอนหายใจออกมาทันที
"เฮ้อ"
"เหตุใดถึงทำเช่นนี้"
เสียงอาชางดังขึ้นทันทีต่อจากเสียงถอนหายใจของเหลียนฮวา เขาออกมาจากมุมใดมุมหนึ่งของห้องนี้ ไม่ทราบเช่นกันว่ามาจากทางใด อาชางเดินมายืนหยุดนิ่งอยู่บริเวณริมเตียงเหลียนฮวา
"ข้าแค่อยากอยู่คนเดียวเท่านั้น ท่านไม่ควรบุกเข้ามาถึงห้องนอนของข้าเช่นนี้ มันไม่เหมาะสม"
อาชางมองหน้าเหลียนฮวานิ่งจนทำให้เหลียนฮวารู้สึกร้อนตัวที่นางวิ่งหนีเขามาทั้งยังปิดประตูไม่ยอมต้อนรับเขาเช่นนี้ก็ดูจะไร้เหตุผลไปสักหน่อยจริงๆนั่นล่ะ
"เจ้าโกรธข้าหรือ"
"ข้าจะโกรธท่านได้อย่างไร ไยถึงคิดเช่นนั้นได้"
"เจ้าหึงหวงข้าเช่นนั้นหรือ"
"ห๊ะ ไปกันใหญ่แล้ว ข้าไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสียหน่อย ข้าจะหึงหวงท่านได้อย่างไรกัน"
ข้าไม่เคยสนหญิงอื่นใด ข้าไม่เคยสนใจผู้ใด ข้าไม่เคยมอบหัวใจดวงนี้ให้ใครทั้งสิ้น ตลอดมาหัวใจข้ามีเพียงเจ้าเท่านั้น หญิงสาวในหมู่บ้านข้าไม่เคยข้องเกี่ยวด้วย ข้าขอยืนยันกับเจ้า
อาชางนั่งลงบนขอบเตียงแล้วก็จับมือเหลียนฮวามากุมไว้ที่กลางอกของเขาอย่างอ่อนโยน เหลียนฮวายามนี้มีสีหน้านิ่งอึ้งกับการกระทำของบุรุษผู้นี้ที่ทำให้นางหวั่นไหวได้ สีหน้าที่กำลังอึ้งก็พลันแดงขึ้นมาคล้ายหญิงสาวผู้หนึ่งถูกคนรักตามง้อเช่นนั้น
เหลียนฮวายามนี้พยายามก้มหน้าลงและพยายามดึงมือของตนออกจากอกของอาชางยื้อกันไปครู่ใหญ่ก็ดึงไม่ออก หน้าที่ร้อนผ่าวเพราะเขินอายนั้นก็หายแดงไปเรียบร้อย นางจึงเงยหน้าขึ้นมองชายตรงหน้านางที่ยามนี้จ้องมองนางอยู่ตลอดอยู่ก่อนแล้ว
"ข้าว่าเราไปคุยกันข้างนอกดีหรือไม่ ข้ารู้สึกว่าคุยในนี้ออกจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่"
"เมื่อก่อนก็คุยกันในนี้ไม่เห็นจะเป็นไร ข้าอยากอยู่คุยกับเจ้าเพียงสองคนเท่านั้น"
"เมื่อก่อนท่านแอบมาห้องข้า แล้วจะให้เชิญชวนท่านไปเดินคุยกันข้างนอกได้อย่างไรกัน ท่าจะกล้าไปหรือ แต่ที่นี่ไม่ใช่ ที่นี่คือถิ่นของท่าน เราไปคุยกันข้างนอกคงจะดูเหมาะสมกว่า"
"แต่เจ้าเป็นคนหลบหน้าข้า"
"ข้าแค่อยากพักผ่อนรู้สึกเหนื่อยล้าเท่านั้นเอง"
"เจ้าเดินหนีข้ามา"
เหลียนฮวาไม่ได้ตอบสิ่งใดกับเขาอีก การที่เหลียนฮวาเป็นเช่นนี้ทำให้อาชางรู้สึกร้อนรนในหัวใจ เขาดึงตัวเหลียนฮวาเข้ามากอดไว้อย่างง่ายดาย เหลียนฮวาไม่มีปัญญาจะเอาแรงไปสู้กับอาชางแน่นอน เขาดึงนางด้วยแรงส่วนเดียวนางก็ไปชิดกับตัวเขาแล้ว นางดิ้นอย่างไรก็พ้นจากตัวของอาชางยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกคนตรงหน้ารัดแรงขึ้น
"ท่านล่วงเกินข้าอีกแล้วนะ"
"เพราะเจ้าไม่มีเหตุผลก่อน"
"ข้าบอกก็ได้ ข้าแค่สับสนบางอย่างเกี่ยวกับตัวท่านนิดหน่อย จึงอยากอยู่คนเดียวเพื่อพิจารณาสักครู่ แต่ท่านก็ดีนักไม่ปล่อยให้ข้าได้คิดอะไรบ้างเลยจะตามเข้ามาอยู่ได้ เหมือนเช่นตอนนี้ ยังไม่ยอมปล่อยข้าอีกหรือ"
"สับสนกับตัวข้าหรือ เรื่องอะไรกัน"
"ไม่มีอะไรหรอก เรื่องทั่วๆ ไป ท่านอย่าได้ใส่ใจ"
"ข้าจะตอบเจ้าเรื่องที่เจ้าสับสน พูดออกมาเถอะ"
"เอ่อ ไม่มีอะไรแล้ว ท่านอย่ารู้เลย"
"ถ้าไม่พูดออกมา ข้าจะกอดเจ้าแบบนี้จนกว่าเจ้าจะกล่าวออกมา สับสนอันใดเกี่ยวกับตัวข้า"
"เฮ้อ ข้าแค่รู้สึกแปลกๆ เวลาอยู่กับท่านเท่านั้น ไม่มีอะไรอีก พอใจหรือไม่"
"รู้สึกแปลกๆ รู้สึกอย่างไร"
อาชางผละตัวเหลียนฮวาออกมาเล็กน้อยแล้วจ้องมองดวงน้าของนางคล้ายสงสัยในคำของนาง
"ข้าแค่รู้สึกว่าเหตุใดถึงคุ้นเคยกับท่านแต่บางทีก็ไม่คุ้นเคยเพราะข้ากับท่านไม่น่าจะเคยพบเจอกันมาก่อน ท่านเป็นคนลึกลับเพียงนั้นแต่มาข้องเกี่ยวกับข้าตั้งมากมายเช่นนี้เป็นใครจะไม่แปลกใจบ้างหรอกหรือ ถ้าท่านไม่อยากให้ข้าสับสนท่านก็บอกข้าได้หรือไม่ว่าท่านเป็นใครเพราะข้าคิดว่าท่านเป็นใครสักคนเสมอ ถ้าท่านบอกข้า ข้าจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้อีก"
"ข้าก็คือข้า เจ้าจะคิดมากไปเพื่ออันใดกัน ข้าเป็นอาชางของเจ้าเท่านั้น คิดเท่านี้พอได้หรือไม่"
"ท่านพูดได้อย่างง่ายดายนัก ลองให้ข้าใส่หน้ากากบ้างเป็นท่านเจอข้าไม่รู้สึก นึกระแวงบ้างหรือ"
"ถึงเจ้าจะใส่หน้ากากข้าก็จำเจ้าได้"
"เชื่อมั่นขนาดนั้นเชียว"
"ข้าไม่เคยลืมเจ้า ไม่มีวันลืมเจ้าแม้สักคราเดียว"
เหลียนฮวาฟังคำพูดอันหนักแน่นของอางก็รู้สึกว่าใจตนเต้นแรงขึ้นมานิดหน่อยรู้สึกว่าตนนั้นคล้ายคนที่หลงคำหวานของคนผู้นี้ไปได้อย่างไรกัน ไม่ควรรวดเร็วปานนี้
เหมือนว่าอาชางจะรู้สึกหัวใจของเหลียนฮวาที่เต้นดังขึ้นมากกว่าปกติไปเล็กน้อย ทำให้เขารู้สึกว่ายามนี้หัวใจของเหลียนฮวาก็ไม่ได้ไร้ความรู้สึกก็เขา ความทุ่มเทที่พยายามใส่ใจดูแลและแสดงออกอย่างชัดเจนทั้งหมดที่ผ่านมานั้นคงจะส่งผลออกมาบ้างแล้ว เขากระชับตัวเหลียนฮวาเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดเพื่อรับรู้ถึงหัวใจของนางที่เต้นรัวขึ้น
"ท่านปล่อยข้าเถอะ ข้าอึดอัดนัก"
เหลียนฮวารีบกลบเกลื่อนด้วยการขัดขืนอ้อมกอดของคนตรงหน้าทั้งยังทำสีหน้าอึดอัดเกินทนแต่ก็ไม่อาจหลุดออกมาจากอ้อมกอดของเขาได้เลย
"ข้ากอดเจ้าเบาลงบ้างแล้ว"
"ท่านจับประเด็นคำพูดข้าให้ถูกหน่อยสิ หรือต้องให้ข้าพูดตรงๆ ว่าข้าไม่อยากอยู่ในท่าทางแบบนี้กับท่าน"
"ท่าทางแบบไหนกัน"
กล่าวเสร็จอาชางก็เกยคางตัวเองบนศีรษะของเหลียนฮวาแล้วเอ่ยเสียงเหนื่อยๆ ว่า
"ข้าขอพักสายตาสักครู่ เจ้าเพียงแค่อยู่นิ่งๆ เช่นนี้ไปสักเดี๋ยวข้าก็จะปล่อยเจ้าเอง"
กล่าวเสร็จก็กระชับตัวเหลียนฮวาให้ชิดอกเขาขึ้นอีกนิด เหลียนฮวายามนี้หน้านางแนบกับอกแกร่งของอาชางก็ได้ยินเสียงหัวใจของคนข้างกายคนนี้ช่างทำให้ตัวนางสงบยิ่งนักเหมือนกับว่าเป็นเสียงกล่อมนางให้รู้สึกเคลิ้มหลับใหลเสียอย่างนั้น ไม่รู้ว่ากอดกันไปถึงเมื่อใดกัน ฟ้าด้านนอกก็มืดมิดเสียแล้วเหลียนฮวาหลับไปแล้วเหลือเพียงอาชางที่ยามนี้ยังมีสติแจ่มชัดขึ้น เขาถอดหน้ากากออกแล้ววางเหลียนฮวาลงนอนแล้วตนก็ก้มลงมาประทับริมฝีปากบนหน้าฝากของเหลียนฮวา
"ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน เหลียนฮวา"
อาชางจ้องมองดวงหน้าที่หลับสนิทของเหลียนฮวาอยู่ครู่หนึ่งแล้วเขาจึงหยิบหน้ากากขึ้นมาสวมใส่อีกครั้งพร้อมทั้งนอนลงไปบนเตียงข้างกายเหลียนฮวาทั้งยังกอดนางให้แนบแน่นเพื่อคลายความคิดถึงของเขาที่มีต่อนาง
อาชางนั้นเขานอนหลับตานิ่งการได้นอนอยู่บนเตียงกับเหลียนฮวาเช่นนี้เป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้สึกต้องกังวลใจใดอีก ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีวันใดที่หลับลงอย่างสงบสุขได้ ศัตรูรอบด้านแฝงตัวเข้ามาทำร้ายเขาตั้งไม่รู้เท่าไหร่ แต่พอได้อยู่กับนางแบบนี้ความหวาดระแวงใดก็พลันหายไปเหมือนเช่นนางเป็นยาวิเศษขนานหนึ่งที่ใช้กับเขาได้เพียงคนเดียวเท่านั้นต่อให้เขาเจ็บหนักเพียงใดขอแค่มีนางอยู่ข้างกายเขาเชื่อได้ในทันทีว่าเขาจะต้องหายดีเป็นแน่
อาชางยังคงนอนกอดเหลียนฮวาต่อแต่แล้วก็ได้ยินเสียงใสของคนข้างกายเอ่ยออกมาคล้ายละเมอ
"อาชาง ท่านเป็นใครกัน"
นัยน์ตาของอาชางเข้มแสงขึ้นด้วยความยินดี แม้ตายามนางหลับนางยังมีเขาอยู่ในฝันเช่นนี้จะไม่ให้รู้สึกยินดีเป็นที่สุดได้อย่างไร เขาก้มหน้าสูดกลิ่นหอมบนผมเงาดำของนางจนตอนนี้จมูกของเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นของนาง ช่างทำให้เขาเป็นสุขใจยิ่งนัก
"หัวหน้าขอรับ สายข่าวด่วน แจ้งมาว่าโจรภูเขาบางส่วนที่หนีไปได้ ตอนนี้ถูกจับตัวไว้ได้แล้วขอรับ"
"จับคนที่พวกมันเรียกว่าพี่ใหญ่มาได้หรือไม่"
"ได้ขอรับ"
"ดี ข้าจะไปจัดการมันเอง"
"ขอรับ"
อาชางผละออกจากร่างของเหลียนฮวาก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเขาก้มลงมาพูดกับเหลียนฮวาก่อนไป
"ใครกล้ากล่าววาจาล่วงเกินเจ้า ข้าจะเป็นคนสังหารมันเอง"
อาชางกล่าวจบก็แนบศีรษะตนเองกับศีรษะของเหลียนฮวาทั้งยังจัดผ้าห่มให้นางอย่างทะนุถนอมยิ่ง อาชางเดินออกจากห้องของเหลียนฮวาอย่างสงบนิ่งแต่ผู้ที่มาแจ้งข่าวเห็นก็รู้แล้วว่าบรรยากาศยามนี้ไยถึงเย็นเยียบ หัวหน้าคงจะโกรธมากเป็นแน่
อาชางไปยังหุบเขาโจรนั้นด้วยตัวเขาเอง ด้วยม้าเร็วของเขานั้นทำให้การเดินทางไปถึงเร็วกว่าผู้อื่นมากมายยิ่งนัก
"คารวะหัวหน้า"
"พวกมันอยู่ที่ใด"
"ทางนี้ขอรับ"
อาชางเดินไปด้วยความสงบนิ่งดังเดิมแต่คนรอบข้างก็รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้หัวหน้าของตนกำลังไม่สบอารมณ์อยู่เป็นแน่
"พี่ใหญ่ พวกมันเป็นกลุ่มของใครกัน เหตุใดเก่งกาจถึงเพียงนี้"
"ข้าจะไปรู้หรือ นึกว่าพวกเราใช้ยาสลายกำลังกับพวกมันแล้วจะสู้กับพวกมันได้ จะได้เอาคืน ที่ไหนได้พวกมันรู้ทันมียาแก้พิษเองด้วย น่าเจ็บใจนัก ทำไมต้องมาชิงขบวนคนพวกนั้นของข้าด้วย ฮึ่ย"
โจร กลุ่มนั้นคุยกันอย่างไม่รู้ว่ามีคนกำลังยืนฟังพวกมันอยู่หน้าห้องกักขังพวกมัน อาชางเดินเข้าไปในห้องขังนั้นด้วยสายตาเข้มแสงคล้ายกำลังกระหายจะจัดการกับผู้ที่เขาเกลียดชังมากมาย
"เจ้าเป็นใครกัน ใส่หน้ากากเช่นนี้จะปิดบังข้าไปทำไม"
"ข้าเป็นคนที่จะสังหารเจ้าอย่างไร รู้สึกดีขึ้นมาบ้างหรือไม่"
"ฮึ โจรกระจอกไม่มีชื่ออย่างพวกเจ้าคงไม่รู้จักพวกข้ากระมัง กลุ่มของข้าคุมภูเขาลูกนี้มานานแล้วพวกของข้ากระจายอยู่ทั่วเขา ถ้าอยากมีชีวิตรอดก็จงปล่อยพวกข้าไปเสีย ก่อนที่พวกของข้าจะมา"
อาชางไม่สนใจว่าพวกมันจะพูดอะไรออกมา เขาเดินมาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าชายที่พูดจบคนนั้นแล้วถามออกไป
"เจ้าคือพี่ใหญ่ที่พวกมันเรียกเช่นนั้นหรือ"
"ใช่"
เจ้าโจรที่เป็นพี่ใหญ่ตอบด้วยเสียงคล้ายข่มขู่ มันนึกว่าชื่อเสียงของมันคงทำให้ไอ้พวกกระจอกนี้เกรงกลัวตนเองขึ้นมาบ้างแล้วกระมัง
"กล้ากล่าวว่าจะเอาผู้หญิงของข้าทำเมียเชียวหรือ ฮึ"
"หมายถึงใคร นังคุณหนูนั้นรึ งดงามออกปานนั้นจะให้ข้าเอาไปทำอย่างอื่นหรือ ฮาฮ่าฮ่า"
อาชางใช้สายตาคมกริบมองไปยังเจ้าโจรชั่วนั่น ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คนไม่รู้จักว่าอะไรควรอะไรไม่ควรมันต้องโดนเขาจัดการ โชคร้ายเองที่กล้ามายุ่งกับนาง ถ้าเป็นคนอื่นเขาไม่ได้สนใจถึงเพียงนี้ อาชางเดินเข้าไปใกล้โจรชั่วนั้นแล้วถีบยอดหน้ามันจนมันหงายหลังเลือดกบปากทันที
อาชางเดินไปเหยียบบนยอดอกของมันแล้วก็กดทับจนมันหายใจไม่ออก มันพยายามปัดป่ายเท้าของอาชางออกไปแต่ก็จนแล้วจนรอดก็ยังทำอะไรไม่ได้ เพียงแต่ร้องเสียงดังลั่นของให้อาชางไว้ชีวิตมัน
"อย่าทำข้าอีกเลย ปล่อยข้าไปเถอะ ช่วยด้วย ช่วยด้วย"
อาชางขยี้เท้าหนักขึ้นกว่าเดิมเหมือนไม่ได้รู้สึกรับรู้ถึงการขอร้องจากโจรผู้นั้นสักนิด
"ปากนี้ใช่หรือไม่ที่ใช่กล่าววาจาโลมเลียนาง"
โจรชั่วนั้นรีบปิดปากตนเองทันทีไม่กล้าร้องออกมาอีก อาชางกดเท้าหนักขึ้นจนมันอ้าปากร้องลั่นอีกครั้ง อาชางใช้จังหวะนี้ตัดลิ้นของโจรผู้นั้นขาดสิ้น เลือดกระเด็นใส่หน้าลูกน้องของโจรชั่ว ลูกน้องของเขาจิตใจตอนนี้หวาดกลัวคนตรงหน้าหนักเข้าไปอีก เหตุใดถึงคล้ายภูติผีปีศาจถึงเพียงนี้กัน
อาชางปลดหน้ากากตนเองออกแล้วก็ใช้ใบหน้าของตนจ้องมองไปยังโจรภูเขาพวกนี้ ยามที่พวกมันเห็นหน้าของเขาชัดเจนพวกมันตกใจจนปัสสาวะราดคากางเกงบ้างก็ถอยหลังติดกำแพงคุกบ้างก็ก้มหน้าแนบพื้นร้องขอชีวิตจากเขา ส่วนคนที่เป็นพี่ใหญ่เมื่อเห็นหน้าอาชางชัดเจนมันทั้งน้ำตาไหลไม่หยุดร้องออกมาก็ไม่ได้ เจ็บไปทั้งตัวและปาก มันรู้ตัวแล้วว่าไปยุ่งกับคนของบุรุษตรงหน้าถึงมีชีวิตอยู่ได้ก็ไม่อาจอยู่อย่างสงบสุขได้อีกแล้ว ต่อจากนี้ถ้ามันไม่ตายไปเสียก็คงจะโดนตามล่าจนพลิกแผ่นดินก็ต้องเอามายืนยันต่อหน้าบุรุษผู้นี้ให้จงได้เป็นแน่ มันยอมที่จะตายตอนนี้เสียเลยดีกว่าที่จะใช้ชีวิตอย่างหนีตายไปทุกวัน
โจรคนนั้นมันหมายจะจับดาบในมือของอาชางมาแทงตัวเอง แต่ไม่ทันที่จะได้จับดาบนั้น อาชางแทงเข้าขั้วหัวใจก่อนมันจะได้ทำสิ่งใดต่อจากนั้นอีก
"จัดการพวกที่เหลือให้หมด"
"ขอรับ"
อาชางยามนี้คล้ายปีศาจที่ขึ้นมาจากนรกก็มิปานเลือดที่ไหลติดดาบของเขาทำให้คนที่พบเห็นเป็นต้องสยดสยองยิ่งนัก เสียงร้องโหยหวนของพวกที่เหลือเงียบลงทันทีที่อาชางเดินพ้นออกจากคุกนั้น
เขารีบเดินทางต่อไปทำภารกิจด่วนทันที ไม่คิดว่าการได้พบเจอกับนางจะสั้นถึงเพียงนี้ แต่ไม่เป็นไรต่อไปเขาจะใช้เวลาทั้งชีวิตดูแลนางตลอดไปไม่ให้ใครมาพรากเขาจากนางได้อีก