ศนิเพิ่งเข้าใจเพราะผลึกกาล ธามิณีเลยถูกดึงมาหาเขา เหมือนที่เขาถูงดึงไปหาเธอ ผลึกกาลถูกใช้เพื่อปกป้องเขาโดยที่ธามิณีไม่รู้ตัวทำให้ธามิณีถูกใช้พลังชีวิตไปด้วยเขาไม่เคยรู้เลยว่าผลึกกาลกำลังเชื่อมความเป็ความตายระหว่างเราสองคนไว้
ร่างสูงเดินมาหาธามิณีแล้วย่อลงก่อนจะยื่นแขนออกไปกระหวัดอุ้มร่างเพรียวแต่กลับถูกหญิงสาวยกมือมาดันอกไว้ ศนิถอนใจไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงเข้าใจอะไรยากนัก
“คุณจะทำอะไรน่ะ”ธามิณีถามด้วยความใ เธออุ่นใจเมื่อใกล้เข้าก็จริง แต่เธอก็ต้องดูแลตัวเองด้วย
“รักษาเธอตอนนี้ฉันเองก็ทำได้แค่ประคองตัวไว้จนกว่าจะเช้าตอนนี้หากเธอไม่อยากแข็งตายก็กอดฉันไว้”
ธามิณีส่ายหน้าพลางกอดอกศนิถอนใจอีกรอบเมื่อได้รับสายตาเหมือนเขาเป็พวกโรคจิตไปเสียแล้วทั้งที่ธามิณีกำลังจะหนาวตายในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าช่างเป็มนุษย์ที่ไม่รู้ว่าวันตายของตัวเองอาจเกิดขึ้นในวันนี้ หากพูดแล้วไม่ฟังเขาคงต้องใช้วิธีอื่น อย่างเช่นการทำโดยไม่ต้องขอ
ธามิณีเพิ่งเข้าใจคำว่า‘วาร์ป’ กับตัวเองเมื่อเสี้ยววินาทีก่อนเธอนั่งอยู่บนโซฟาแต่แล้วเสี้ยววินาทีต่อมาเธอกลับมานอนอยู่บนเตียง ผ้าห่มราวกับมีชีวิต ไม่สิมันไม่ได้มีชีวิต แต่ผู้ชายคนนี้เพียงขยับนิ้วชี้ไปที่ผ้าห่มผ้าห่มก็กางออกแล้วโรยตัวลงมาอยู่บนตัวเธอ แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาธามิณีก็ได้คำตอบว่าผ้าห่มไม่ได้ช่วยให้เธออุ่นได้เลยเธอมองเขาที่นอนห่างไปเพียงคืบเดียว สายตาของเขาบอกชัดแทนคำพูดว่า
...เห็นไหมล่ะว่าผ้าห่มช่วยให้เธออุ่นไม่ได้
ศนิขยับตัวเลื่อนไปใกล้ธามิณีแล้วกอดเธอไว้เต็มอ้อมแขนร่างของหญิงสาวแทบจะจมเข้าไปในอ้อมกอดนั้น เธอดิ้นอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของเขาแต่กลับถูกเขามองมาด้วยสายตาดุๆทั้งที่เธอแทบไม่หลุดออกไปจากอ้อมแขนของเขาและผ้าห่มด้วยซ้ำั้แ่เกิดมานอกจากพ่อแล้ว เธอไม่เคยยอมให้ผู้ชายคนไหนมากอดได้ง่ายๆแล้วเขาเป็ใคร แม้แต่ชื่อยังไม่เคยจะบอกมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้
“นอนนิ่งๆถ้าง่วงก็หลับเสีย ฉันแค่กอดเธอไว้ ไม่ได้ทำอะไรหรอก”
แล้วธามจะไปหลับทั้งที่ถูกคุณกอดได้ยังไงกันล่ะ...ธามิณีอยากตอบไปแบบนี้ แต่พอเงยหน้าไปเห็นดวงตาของเขาที่กำลังมองมาพอดีหัวใจบ้าๆ ก็ดันเต้นแรง ทำได้แค่พูดเสียงเบาๆ
“ธามคง...”
“พ่อของเธอฝากให้ฉันดูแลเธอ”ศนิจงใจพูดแทรก เขาไม่เคยช่วยให้มนุษย์คนไหนรอดชีวิตด้วยวิธีนี้มาก่อนเหมือนกันความรู้สึกแปลกๆ ย่อมมีเพียงแต่เขาไม่อยากไปสนใจนักเพราะที่ทำอยู่ตอนนี้ก็เพื่อทำให้ธามิณีรอดตายเท่านั้นอายุขัยของเธอไม่ได้หมดลงที่วันนี้ ความหนาวจนเหมือนร่างอยู่ในน้ำแข็งทั้งเป็ จนกระทั่งตายเป็อย่างไรเขาเคยรู้สึกมาแล้ว เพียงแต่เขาไม่มีวันตายฉะนั้นธามิณีรอดชีวิตไม่ได้หรอกหากเขาไม่ช่วย
“จงเชื่อฉันว่าทำแบบนี้จะเป็ทางรอดทางเดียวของเธอ”
ธามิณีอยากจะเถียงแต่ความอุ่นที่ผ้าห่มไม่สามารถทำได้ในเวลานี้กำลังเป็คำตอบว่าเขาพูดถูกเขาทำให้เธออบอุ่นได้ แม้อยากจะถามว่าทำไมเธอถึงหนาวเหมือนจะตายแบบนี้ทว่าเพียงอ้อมกอดจากแขนทั้งสองข้างจากเขากลับทำให้บังเกิดความอบอุ่นและปลอดภัยจนหมดความกลัวความกังวล แล้วค่อยๆ ง่วงจนไม่อาจฝืนลืมตาต่อไปได้ เธอเงยหน้ามองเขาก่อนจะปิดเปลือกตาลงหากเป็เขาที่กอดเธอไว้ อันตรายใดๆ คงไม่มีวันเข้าใกล้เธอได้ เขาเป็ใครไม่สำคัญตอนนี้เธอแค่ต้องเชื่อใจเขาก็เท่านั้นเอง
แสงสีม่วงจากผลึกกาลสว่างจ้าบนเตียงนั้นมีเพียงเขากับธามิณีที่เห็นได้เพราะเขาเป็เ้าของพลังอันแรงกล้านี้ ส่วนเธอเป็ผู้ที่ผลึกกาลเลือกสิ่งที่เขาได้รู้ในราตรีที่เกือบสังเวยด้วยชีวิต นั่นคือในวินาทีที่เขาหลั่งเืผลึกกาลในหัวใจของธามิณีจะพาเ้าของร่างมาช่วยเขา แม้ว่าเธอจะไม่รู้ตัว
การมาถึงของเธอทำให้พลังใดก็ตามที่โจมตีเขาสะท้อนกลับเพราะผลึกกาลสร้างเกราะป้องกันคล้ายฟองอากาศรอบตัวเขากับธามิณีไว้นี่เองเหตุผลที่เขาเห็นแสงสีม่วงผสมสีฟ้าราวกับสายรุ้งที่เป็วงกลมทั้งที่เขาไม่ได้เป็ผู้ทำขึ้นมาทว่าผลที่ตามมากลับทำให้ธามิณีเกือบตายเพราะผลึกกาลเสียสมดุลจากการดึงพลังชีวิตของมนุษย์ออกมาด้วยในเวลานั้น
“เธอเกือบตายเพราะมาช่วยฉันเพราะฉะนั้นเธอห้ามตายเด็ดขาด”
ภายใต้ความหลับใหลครานี้ของธามิณีกลายเป็ความกังวลของศนิ หากว่าในอนาคตเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้วเขาช่วยเธอไว้ไม่ทัน ผลึกกาลที่ทำให้ธามิณีมีชีวิตจะกลายเป็ทำลายเธอทันที์คงรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็แบบนี้ ธามิณีจะตายเพราะช่วยเขาในเวลาที่ตกอยู่ในอันตรายแม้เธอจะไม่รู้ตัวก็ตาม ในขณะที่เขาฆ่าเธอไม่ได้ ไม่ใช่เพียงเพราะรับปากมาสุไว้แต่เพราะเธอกลายเป็ผู้ช่วยชีวิต เขาควรแก้ไขสิ่งนี้อย่างไรดีทำไมชีวิตของมนุษย์ถึงได้เปราะบางจนน่าโมโห ในขณะที่เขาต่อให้อยากหายไปจากโลกใบนี้กลับทำไม่ได้
อุ่น...สบายจนทำให้มีรอยยิ้มบางๆอยู่ที่ริมฝีปากของธามิณี การหลับสนิทกระทั่งร่างกายเพียงพอเพราะไม่สะดุ้งตื่นในตอนรุ่งสางอย่างทุกวันที่ผ่านมาทำให้เธอลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น เธอสูดอากาศเข้าไปจนเต็มปอดช่างเป็เช้าอันสดใส จนกระทั่งเธอนึกขึ้นได้ว่านี่ไม่ใช่ห้องนอนของตัวเองเช่นเดียวกับเตียงที่นอนมาตลอดทั้งคืน
หญิงสาวก้าวลงมาจากเตียงเพิ่งรู้ว่าใส่เสื้อไหมพรมตัวยาวไว้อีกตัวแต่...เธอใส่เสื้อตัวนี้ไว้ั้แ่เมื่อไหร่ แม้เธอจะอยากถอดออกไปแต่อากาศที่หนาวทำให้เธอต้องใส่เสื้อตัวยาวต่อไปอีกสักหน่อยเ้าของคงไม่ว่าอะไรกระมัง
ภายนอกบานกระจกเต็มไปด้วยหิมะที่กำลังโปรยปรายจนทำให้หิมะที่พื้นด้านล่างขาวโพลนและกองสูงขึ้นเรื่อยๆความหนาวทำให้ธามิณีกระชับเสื้อแนบตัวยิ่งกว่าเดิม แต่ว่าความหนาวที่รู้สึกในตอนนี้ไม่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังจะแข็งตายอย่างเมื่อคืนเขาช่วยให้เธอรอดตายอีกแล้วสินะ ว่าแต่ที่นี่มันที่ไหนกันประเทศไทยต่อให้หนาวแค่ไหนคงไม่มีหิมะตกจนขาวโพลนไปสุดลูกหูลูกตาแบบนี้แน่
“ตื่นแล้วหรือ”
ธามิณียกมือทาบอกเพราะใศนิเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็ตรงที่เขายื่นมือไปแล้วแนบหน้าผากของธามิณีที่มองมาตาปริบๆพอจะขยับตัวหลบ มือของเขาก็ขยับห่างออกมาแล้ว เขาจะวัดไข้แค่นั้นเอง
“ตอนนี้เราสองคนอยู่ที่ไหนคะแล้วที่นี่บ้านของใคร” ธามิณียิ้มให้เขาที่ทำหน้าราบเรียบอย่างกับแผ่นหินแต่น่าสบายใจขึ้นตรงที่เขาไม่หน้าซีดแบบเมื่อคืนแล้ว
“บ้านของฉันเองในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งของนอร์เวย์”
“ธามมานอร์เวย์โดยที่ไม่ต้องนั่งเครื่องบินน่าเหลือเชื่อชะมัด”
ถ้าเป็คนอื่นพูดว่าเธออยู่นอร์เวย์ธามิณีคงไม่มีทางเชื่อ แต่เพราะเขาซึ่งทำทุกอย่างที่เป็ไปไม่ได้ให้เป็ไปได้เธอจึงเชื่อ ถ้าไม่ติดว่าข้างนอกเต็มไปด้วยหิมะแล้วล่ะก็เธอคงวิ่งไปััอากาศของประเทศนอร์เวย์ แม้ว่าจะเป็หมู่บ้านเล็กๆ
“สุดยอดไม่น่าเชื่อ คุณทำได้ยังไง”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยแต่เธอต่างหากที่เป็ฝ่ายมาหาฉัน”
“ธามเนี่ยนะคะ”รอยยิ้มดีใจที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองก็ทำสิ่งพิเศษได้ราวกับความสดใสในเช้าวันนี้ของธามิณี“ธามทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะคะ ถ้าต่อไปธามอยากไปประเทศอื่นๆ อย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีธามต้องทำยังไงหรือคะถึงจะไปได้”
สายตาของศนิมองมาที่ธามิณีเธอซึ่งเป็ปริศนาในชีวิตอันยาวนานของเขา เขาใช้พลังลบความจำของเธอไม่ได้แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้สามารถดึงให้เขาไปหาเพราะผลึกกาลที่เป็ของเขาเองและก็เป็ผู้หญิงคนนี้เช่นกันที่มาหาเขาโดยที่ไม่รู้ตัว แล้วปกป้องเขาโดยที่เ้าตัวคงไม่รู้ว่าทำอะไรได้บ้างความยุ่งยากสำหรับชีวิตแสนยาวนานของเขาเริ่มต้นั้แ่เมื่อไหร่กัน
“กินก่อนเถอะเื่นี้ถ้าฉันได้คำตอบเมื่อไหร่แล้วค่อยบอกเธอ”
ธามิณียิ้มประจบเพราะอยากรู้คำตอบพลางนั่งลงบนเก้าอี้ที่เขาปลายตามองมาแต่พอนึกขึ้นได้เธอก็รีบถอดเสื้อตัวยาวคืนเขาไป
“ใส่ไว้เถอะชุดนอนของเธอมันก็ดูเรียบร้อยดี แต่มันค่อนข้างบาง” ศนิตอบไม่เงยหน้ามองเมื่อคืนเขาไม่ทันได้สังเกตนักแต่ตอนนี้แสงสว่างทำให้เห็นว่าเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นที่เธอใส่คงไม่ค่อยเหมาะกับสภาพอากาศที่นี่สักเท่าไหร่
ธามิณีรีบใส่เสื้อตัวยาวเมื่อชักจะหนาวแม้ภายในห้องนี้จะมีฮีตเตอร์ แต่เธอก็ยังหนาว ถึงแม้จะไม่ทรมานเท่าเมื่อคืนก็ตามเธอคงแค่ไม่คุ้นเคยกับอากาศแบบนี้กระมัง
ธามิณีหยิบขนมปังมาทาแยมกับเนยตอนนี้เธออยากกินของหวานๆ แต่การที่เห็นเขาหยิบช้อนมาตัดซุปข้นๆ แล้วปาดลงบนขนมปังทำให้เธอเกิดความสงสัยจนลืมตัวมองเขาแทบไม่วางตา ศนิรู้ตัวว่าถูกมองแต่แปลกที่เธอคนนี้ไม่หลบสายตาของเขา
“มองฉันทำไมคิดว่าฉันไม่ต้องกิน ไม่ต้องพักผ่อนหรือไง”
“ค่ะธามนึกว่าคุณ...เอ่อ ถ้าธามพูดแล้วห้ามโกรธกันนะคะ” ธามิณีพูดเพื่อกันไว้ก่อนเผื่อเขาโมโหแล้วฟาดพลังใส่หรือวาร์ปให้เธอไปอยู่ข้างนอก เธอคงได้แข็งตายพอเขาพยักหน้า เธอก็ไม่รอช้าพูดอย่างที่คิดไปทันที“ธามคิดว่าคุณเป็เทพหรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ผีพอเห็นว่าคุณทำทุกอย่างเหมือนมนุษย์ก็เลยยิ่งไม่เข้าใจว่าคุณเป็อะไรกันแน่ค่ะ”
ในเมื่อธามิณีกล้าที่จะถามศนิมย่อมยอมตอบมนุษย์คนแรกที่มาช่วยเขาไว้ในคืนเดือนดับ ถ้าเธอไม่มา เขาคงแค่ต้องทรมานจากาแและความเย็นเข้ากระดูกจนกว่าแสงแรกของดวงอาทิตย์จะมาถึงเขาไม่ตาย แต่ทรมานจนเหมือนตายได้
“เป็เทพกึ่งมนุษย์ที่เคยเป็เทพฉันแค่ไม่มีวันตาย ไม่เหมือนมนุษย์ที่สักวันก็ต้องตาย”
ธามิณีฟังแล้วทึ่งเมื่อ4 ปีก่อนกับในตอนนี้ ใบหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปเลยเพราะเป็ะนั่นเองเขาไปที่ไหนก็ได้บนโลก เขามีพลังสำหรับปกป้องตัวเองและปกป้องเธอ เขาช่างโชคดีจัง
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีน่ะสิคะ”
สีหน้าดีใจของธามิณีทำให้ศนินึกสงสัยว่าการที่เขาเป็เขาในตอนนี้ควรดีใจตรงไหนกัน
“ดียังไง”
“คุณไม่ตายง่ายๆคุณไปไหนมาได้แบบวาร์ปอะไรอย่างนี้ แล้วคุณก็ดูไม่น่าขัดสนอะไรคุณมีพลังที่มนุษย์ธรรมดาๆ ไม่มีการมีชีวิตที่ไม่ต้องกังวลว่าพรุ่งนี้จะเป็อย่างไร มันไม่ดีหรอกหรือคะ” ธามิณีถามเมื่อเห็นสีหน้าของเขาดูเหมือนไม่ดีใจที่ได้สิ่งพิเศษแบบนี้สักเท่าไหร่
“มันจะดีในตอนแรกแต่เมื่อนานไป เธอจะไม่คิดแบบนี้หรอก”
ตอนที่ศนิถูกส่งมาเป็เทพกึ่งมนุษย์แม้จะมีผลึกกาลครึ่งหนึ่งในร่าง แต่เขากลับใช้พลังนั้นไม่ได้พระสูรยะเป็ผู้ทำแบบนั้นเพื่อแลกกับการที่บุตรชายต้องตามล่าิญญาร้ายถึงพันดวงเขาถึงจะได้ใช้พลังจากผลึกกาลดังเดิม เขาอยู่ในสภาพถูกทำร้ายเกือบตายแต่ก็ไม่ตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขามีสิทธิ์ได้ใช้พลังจากผลึกกาลหลังจากผ่านไปเกือบ 100 ปีเหตุผลเดียวที่พระสูรยะทำแบบนั้นเพราะรู้แล้วว่าเขาจะทำหน้าที่ได้มากกว่าเดิมหากได้ใช้พลังจากผลึกกาลไม่มีความหวังดีหรือห่วงใยใดๆมีเพียงหน้าที่ของเขาและประโยชน์ที่พระสูรยะเห็นชอบเท่านั้น
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี