“ปัง!”
ดาบั์ขนาดเท่าร่างกายของมนุษย์ตัวเต็มไว้ฟาดมาที่กึ่งกลางร่างกายของเซนอย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตามใน่วินาทีสุดท้ายนั้นเซนได้ใช้พิคแอ็คทองคำของตนเองป้องกันเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ตามผลจากแรงกระแทกอันมหาศาลทำให้ร่างกายของเซนนั้นหลุดลอยกระเด็นออกไปชนกับกำแพงหิน
“ตูมมมมมมม!”
เพียงแค่ได้ยินเสียงจากการกระแทกมนุษย์ทุกคนในบริเวณนั้นก็กลายเป็หน้าซีด เกิดฝุ่นผงจากเศษหินและดินจำนวนมากในพื้นที่ที่เซนพุ่งไปชน พร้อมกับการถล่มลงของสิ่งปลูกสร้างที่สร้างไว้ั้แ่ยุคโบราณ
“คุณเซน!”
มาเรียร้องเรียกนามของชายหนุ่มออกมาอย่างลนลานในขณะที่เธอกำคทาเวทของเธอเอาไว้แน่นด้วยสองมือ ก่อนที่จะละสายตาจากโครงกระดูกั์ที่ในขณะนี้ยืนอยู่ห่างจากตัวเธอไม่ไกลนัก และกำลังใช้สายตาที่น่าขนลุกและลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นมองมาที่เธอ มาเรียวิ่งตรงไปหาเซนอย่างไม่คิดชีวิต เพื่อที่จะให้การช่วยเหลือเขา
ในขณะที่เดียวกันน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวเป็เพราะเซนนั้นที่เปรียบเสมือนคนแปลกหน้าและพึ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานกลับเข้ามาเสี่ยงชีวิตเพื่อเธอรับการโจมตีของโครงกระดูกั์แทน
ยูริกับเฒ่าชราเฉินที่พัวพันอยู่กับการต่อสู้ในพื้นที่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ถึงกับเผยสีหน้าท่าทางหวาดกลัวเมื่อเห็นพลังการทำลายล้างของโครงกระดูกั์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากเปลี่ยนเป็พวกเขาแทนที่ถูกโจมตีเช่นนั้นพวกเขาจะต้องจบชีวิตลงอย่างแน่นอน
“จะไปไหน!”
เสียงโบราณที่น่ากลัวได้ดังขึ้น ซึ่งเ้าของเสียงนั้นก็คือโครงกระดูกั์ ทันใดนั้นมันก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ด้วยความเร็วอันน่าตกตะลึงผิดกับขนาดตัวใหญ่ที่ดูเทอะทะของมัน
“มาเรีย!”
ยูริหันหลังกลับตอนต่อสู้พร้อมกับรีบวิ่งไปช่วยเหลือเพื่อนของเธอในทันทีโดยไม่สนใจศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า และแน่นอนว่านักรบโครงกระดูกที่มีความคิดและจิตใจนั้นไม่ปล่อยโอกาสดีๆ แบบนี้ให้หลุดลอยไป มันเริ่มใช้กระบวนท่าสังหารทันที
“ย้ากกกกก!”
เฒ่าชราเฉินคำรามขึ้นก่อนที่จะปลดปล่อยพลังดาบออร่าสีทองออกมาจู่โจมขัดขวางนักรบโครงกระดูกทั้งสองตัว ทำให้ยูรินั้นรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด และกลายเป็ว่าชายชราต้องรับศึกหนักทั้งสองด้านแทน
แม้ว่ายูรินั้นจะทิ้งการต่อสู้และมาช่วยมาเรียในทันทีที่เื่นั้นเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเธอก็ยังคงช้าไปก้าวหนึ่งอยู่ดีหากเทียบกับโครงกระดูกั์ตัวนั้น
ดาบั์ที่ดูจะมีน้ำหนักมหาศาลถูกเหวี่ยงฟาดไปที่มาเรียโดยการใช้มือเพียงข้างเดียว ในสถานการณ์ระหว่างความเป็ความตายนั้นดูเหมือนยูริที่เฝ้ามองภาพนั้นอยู่จะได้ปลดปล่อยความสามารถของตัวเองออกมาทั้งหมดเท่าที่เธอเคยทำมา อย่างไรก็ตามมนุษย์นั้นก็ยังมีขีดจำกัดในการพัฒนา และมีสิ่งที่ตนไม่สามารถทำได้อยู่ดี อย่างในสถานการณ์ปัจจุบันนี้
ในขณะที่ยูริเธอคิดว่าจะเห็นภาพเพื่อนสนิทที่เปรียบเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันของเธอต้องถูกฟันขาดเป็สองท่อนอย่างอนาถ ทันใดนั้นร่างของบุรษหนุ่มที่เธอช่างคุ้นเคยก็ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งและยืนหยัดเบื้องหน้าเพื่อนของเธอพร้อมกับจ้องมองไปที่โครงกระดูกั์ตัวนั้นอย่างไม่เกรงกลัว
ชายคนนั้นปรากฏตัวเหมือนกับฮีโร่ในตำนานที่เข้ามาช่วยเหลือชีวิตหญิงสาวใน่เวลาความเป็และความตาย อุปกรณ์ขุดเหมืองเรืองแสงอร่ามสีทองราวกับว่ามันถูกถักทอมาโดยพระเ้าอย่างประณีตทุกรายละเอียด หากทว่ามันก็ยังเป็เพียงแค่อุปกรณ์ขุดเหมืองอยู่ดี อย่างไรก็ตามเมื่อคนถือนั้นเป็เซนมันกลับทำให้สิ่งที่ดูจะไร้ค่านี้กลับดูมีพลังบางอย่างซ่อนอยู่
“ปัง!”
ดาบั์ของโครงกระดูกถูกสกัดเอาไว้ด้วยการปัดไปด้านขวาอย่างง่ายดายโดยการเคลื่อนไหวของเซน ก่อนที่โครงกระดูกตัวนั้นจะได้ตั้งตัวนั้นมันก็เหลือบไปเห็นรอยยิ้มที่น่ากลัวของมนุษย์คนที่ปัดป้องการโจมตีของมัน ก่อนที่ในใจของมันจะปรากฏความรู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตหลังความตายนี้
“ปัง!”
ราวกับหน้าอกของมันถูกทุบด้วยค้อนปอนด์ เท้าของเซนยันไปที่บริเวณหน้าอกของโครงกระดูกั์จนเกิดเป็เสียงสะท้านอย่างรุนแรง ส่งให้ร่างขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมหาศาลหงายหลังล้มลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง การโจมตีในครั้งนี้ของเซนนั้นเห็นได้ว่ารุนแรงและผิดมนุษย์อย่างมาก จนทำให้มาเรียและยูริที่เฝ้ามองต้องอ้าปากค้าง หากเฒ่าชราเฉินไม่ได้ยุ่งอยู่กับการต่อสู้นั้นก็จะต้องมีอาการแบบเดียวกันแน่นอน
“บังอาจ มนุษย์!!!”
อย่างไรก็ตามโครงกระดูกั์นั้นดูราวกับแทบไม่ได้รับผลกระทบจากแรงถีบอันมหาศาลของเซนเลยแม้แต่นิดเดียว ผิวกระดูกของมันยังคงมันวาวดูใหม่เอี่ยมราวกับไม่สามารถทำลายมันได้ เมื่อเซนเห็นดังนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงกวนๆ ว่า
“ดูเหมือนกระดูกของแกจะอุดมไปด้วยแคลเซียมและแร่ธาตุ ไม่เหมือนกับพวกที่อยู่ข้างนอกนั่น”
“แคลเซียมคืออะไร?”
ยูริสงสัยอะไรก็มักจะเอ่ยถามในทันทีก็ได้เอ่ยออกมา อย่างไรก็ตามเธอกับได้รอยยิ้มฝืนๆ ของเซนเป็คำตอบแทน หากจะให้อธิบายถึงแคลเซียมแน่นอนว่าเซนนั้นสามารถเอ่ยถึงมันได้ อย่างไรก็ตามความรู้เช่นนี้ยังถือว่าเป็เื่แปลกใหม่บนโลกใบนี้และบางทีอธิบายไปพวกเขาอาจจะไม่เข้าใจ
“โฮ่กกกกกก!”
โครงกระดูกั์คำรามออกมาเสียงต่ำราวกับเป็สัตว์ป่า ตอนนี้มันกลายเป็บ้าคลั่งไปแล้วทันใดนั้นเปลวเพลิงอยู่ๆ ก็ปรากฏล้อมรอบร่างกายมันราวกับเป็เทพแห่งอัคคี ส่งผลให้ภายในพื้นที่แคบๆ นี้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะเหงื่อแตก
ปรากฏการณ์ราวกับตะเกียงไฟของโครงกระดูกั์นั้นทำให้สองสาวหน้าซีด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากใครถูกความร้อนนั้นแผดเผา คนๆนั้นจะกลายเป็เถ้าถ่านในทันที
อย่างไรก็ตามมีเพียงเซนเท่านั้นที่มองไปที่โครงกระดูกั์พร้อมกับแสยะยิ้มออกมาอย่างดูถูก แม้จะไม่ได้กล่าวอะไรแต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้โครงกระดูกคลั่งได้แล้ว
“ตาย!”
โครงกระดูกคำรามออกมาเสียงต่ำก่อนที่จะห่อหุ้มดาบั์ด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรงของมัน และฟาดฟันมาที่เซนด้วยความเร็วที่ร่างกายมนุษย์ธรรมดายากที่จะตอบสนองได้ทัน
“ฉันชักรำคาญแกแล้วสิ..จบเื่นี้กันเถอะ”
เซนกล่าวออกมาซึ่งมันดูหยิ่งยโสเป็อย่างมากเมื่ออยู่ต่อหน้าของโครงกระดูกที่ดูจะไร้เทียมทานตนนี้ อย่างไรก็ตามการกระทำนั้นสำคัญกว่าคำพูดเสมอ และเซนก็ได้พิสูจน์มันในทันที
“ซูมมมม!”
ร่างของเซนเคลื่อนที่ตัดอากาศทำให้เกิดเป็คลื่นอากาศที่น่าหวาดกลัวแม้แต่สายตาของมนุษย์ก็ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ว่าเซนนั้นเคลื่อนไหวตอนไหน
เซนโผล่ไปประชิดตัวของโครงกระดูกในพริบตาที่เขาคิดจะทำมัน เปลวเพลิงอันร้อนแรงนั้นไม่ได้มีผลต่อเซนเลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามเสื้อผ้าของชายหนุ่มนั้นเริ่มถูกแผดเผาอย่างช้าๆ แต่ก่อนที่มันจะไหม้จนหมดนั้นพิคแอ็คในมือเซนก็เคลื่อนไหวก่อนทันที มันตัดผ่านอากาศและเปลวเพลิงที่ล้อมรอบร่างกายของโครงกระดูกั์ก่อนที่จะกระแทกเข้าที่กลางหน้าอก และแน่นอนว่าเซนนั้นไม่ได้ใช้แรงอันน้อยนิดเหมือนกับตอนที่เข้าถีบมัน แต่เขาใส่แรงเพิ่มไปอีกมาก
“ปัง!”
เสียงการปะทะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นก่อนที่ร่างของเซนจะกลับมายืนอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่เดิม ซึ่งเหมือนราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะเวลานั้นผ่านไปไม่ถึงวินาทีด้วยซ้ำ
“อ้ากกกกกกก!”
อย่างไรก็ตามอยู่ๆ ร่างของโครงกระดูกั์ก็ได้คุกเข่าลงพร้อมกับกรีดร้องออกมาอย่างทรมานและเ็ป ก่อนที่สองสาวที่ยืนงงและไม่เข้าใจกับเหตุการณ์เบื้องหน้าจะสังเกตรอยแตกที่ปรากฏอยู่ทั่วทั้งตัวของโครงกระดูกตัวนั้น ก่อนที่มันจะกลายเป็กองและเศษตกอยู่ที่พื้นในเวลาต่อมา
“…”
ทั้งโลกราวกับกลายเป็เงียบ แม้แต่นักรบโครงกระดูกที่สู้กับตาเฒ่าเฉินก็ยังต้องหยุดมองว่ามันเกิดเหตุใดขึ้น และสงสัยว่าทำไมเ้านายของมันถึงกลายเป็ผงราวกับโดนเครื่องบดเช่นนั้น การเคลื่อนไหวของเซนนั้นไวเกินไประดับขอบเขตของมนุษย์บนโลกใบนี้นั้นยังไม่มีใครสามารถตามเขาทันได้