บทที่ 17 ลงทะเบียน
(ตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไร จะข้ามก็ได้)
สำนักพรายฟ้าเป็สำนักระดับกลาง ที่ตั้งอยู่เมืองเมืองชางเฟิงอยู่ห่างจากเมืองหลัวเฟิงไปทางใต้ราวห้าพันลี้(2,500 กิโลเมตร) จ้าวหลินไม่ได้รีบร้อนเดินทางเขาเลือกเดินทางอย่างค่อยเป็ค่อยไป สำรวจเส้นทางและฝึกฝนระหว่างทาง ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนกว่าจะมาถึง
ระหว่างทาง เขาพบกับพ่อค้า นักเดินทาง และนักยุทธ์มากมายบางคนเป็นักล่าผู้เชี่ยวชาญ บางคนเป็ศิษย์ของสำนักต่าง ๆ ที่เดินทางออกมาฝึกฝนนอกจากนี้ เขายังพบเจอกับกลุ่มโจรที่คอยดักปล้นคนเดินทางซึ่งเขาจัดการได้ไม่ยากนัก
เมื่อเดินทางมาถึง เมืองชางเฟิง จ้าวหลินพบว่าเมืองนี้คึกคักและเจริญกว่าหลัวเฟิงมากผู้คนสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูมีฐานะมากกว่า อาคารบ้านเรือนสูงใหญ่และตามตรอกซอกซอยเต็มไปด้วยร้านค้าที่จำหน่ายอาวุธ วรยุทธ์ และโอสถล้ำค่า
เขาตัดสินใจเข้าพักที่ โรงเตี๊ยมจิ่วหยาง (九阳客栈) โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงในเมืองเขาเลือกพักที่นี่เพื่อเฝ้าดูความเป็ไปในเมืองและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสำนักพรายฟ้าก่อนถึงวันลงทะเบียน
ณ ตอนนี้ เขามาถึงก่อนเวลาลงทะเบียนทดสอบ สิบวันซึ่งเป็่เวลาที่เขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดสำหรับบททดสอบที่กำลังจะมาถึง
ระหว่างที่จ้าวหลินพักอยู่ในโรงเตี๊ยมในเมืองชางเฟิงเขาใช้เวลาเฝ้าสังเกตและเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเมืองและสำนักพรายฟ้า โดยข้อมูลที่เขาได้คือการทดสอบเข้าสำนักมีทั้งสองด่าน ได้แก่ การทดสอบพลังปราณ และการอาตัวรอด ปีนี้มีข่าวว่าทายาทของตระกูลใหญ่บางตระกูลรวมถึงศิษย์จากสำนักอื่นก็มาร่วมทดสอบ
เมืองชางเฟิงเป็เมืองชั้นสองที่มีการค้าเฟื่องฟูเต็มไปด้วยพ่อค้าและนักเดินทาง
มีอิทธิพลของสองตระกูลใหญ่คือ ตระกูลหาน และ ตระกูลหลี่ ซึ่งต่างก็ส่งคนเข้าทดสอบในสำนักพราย
เมื่อถึงวันลงทะเบียนบริเวณลานกว้างหน้าสำนักพรายฟ้าเต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศผู้เข้าสมัครจากหลายตระกูลและสำนักทยอยเดินทางมาถึงั้แ่เช้าตรู่บ้างมากันเป็กลุ่ม บ้างมากันเพียงลำพัง ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันคือการผ่านการทดสอบและก้าวเข้าสู่สำนักพรายฟ้า
ศิษย์ฝ่ายต้อนรับของสำนักพรายฟ้าคอยดูแลการลงทะเบียนแต่ละคนต้องยื่นป้ายแสดงตัวตนพร้อมทั้งตรวจสอบระดับพลังปราณเบื้องต้นเพื่อคัดกรองผู้เข้าสอบจ้าวหลินแต่งกายเรียบง่าย เดินเข้าไปในแถวโดยไม่เร่งรีบและไม่เป็จุดสนใจ
ขณะที่เขากำลังรอคิวเสียงพูดคุยรอบข้างเต็มไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบผู้คนต่างพูดถึงศิษย์ที่มีชื่อเสียงในปีนี้โดยเฉพาะผู้สมัครจากตระกูลหานและตระกูลหลี่ ซึ่งเป็สองตระกูลใหญ่ในเมืองชางเฟิงบุตรหลานของพวกเขามักได้รับการฝึกฝนมาั้แ่เด็ก มีทรัพยากรมากมายและถือว่าเป็ตัวเต็งในการทดสอบครั้งนี้
ระหว่างที่ยืนต่อแถวจ้าวหลินได้พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ เขาเป็ชายร่างผอมแต่ว่องไวใบหน้าดูสดใสร่าเริงแม้จะอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเคร่งเครียดของการลงทะเบียน
"สหาย ข้ามีนามว่าไป่จิง เ้าล่ะ?" ชายหนุ่มกล่าวพลางยิ้มกว้าง
จ้าวหลินเหลือบตามองก่อนตอบเสียงเรียบ"จ้าวหลิน"
ไป่จิงหัวเราะเบาๆ "เ้าดูสงบนัก ไม่เหมือนผู้เข้าสอบคนอื่นเลย น่าสนใจจริง ๆ!"เขาดูเป็คนง่าย ๆ และเป็กันเอง ทำให้จ้าวหลินพอใจที่จะพูดคุยด้วยเล็กน้อย
ขณะนั้นเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากด้านหลัง “ฮ่าฮ่า!เ้าพวกบ้านนอกนี่คิดว่าตัวเองมีโอกาสเข้าสำนักพรายฟ้างั้นรึ?”
เสียงนั้นมาจากชายหนุ่มที่แต่งกายหรูหราดูแล้วน่าจะเป็ลูกหลานตระกูลใหญ่ เขามองไป่จิงและจ้าวหลินด้วยสายตาดูถูกคนรอบข้างต่างพากันมองตามไป่จิงขมวดคิ้ว แต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยอะไรจ้าวหลินกลับหันหน้าหนี ไม่แยแสต่อคำพูดนั้น ทำราวกับอีกฝ่ายไม่มีตัวตน
“เ้า!นี่เ้ากล้าลบหลู่ข้าโดยไม่สนใจเชียวรึ?” ชายหนุ่มคนนั้นหน้าตึงขึ้นทันที
แต่จ้าวหลินยังคงสงบนิ่งดวงตาไร้คลื่นอารมณ์ ทำให้ชายหนุ่มผู้อวดดีรู้สึกเหมือนกำลังชกลงไปในอากาศไร้ผลโดยสิ้นเชิง
ไป่จิงเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะเบาๆ “หึหึ ข้าเริ่มชอบเ้าขึ้นมาแล้วสิ จ้าวหลิน”
“เอาล่ะถึงตาข้าลงทะเบียนแล้ว”จ้าวหลินกล่าว
หลังจากเหตุการณ์เผชิญหน้ากับชายอวดดีจ้าวหลินก็ก้าวเข้าไปใกล้จุดลงทะเบียนมากขึ้น บริเวณหน้าสำนักพรายฟ้า ศิษย์ฝ่ายต้อนรับยืนอยู่หลายคนทำหน้าที่บันทึกข้อมูลและตรวจสอบระดับพลังปราณของผู้เข้าสอบ
ชายวัยกลางคนที่มีหน้าที่รับลงทะเบียนเหลือบมองจ้าวหลินก่อนถามเสียงเรียบ"ชื่ออะไร?"
"จ้าวหลิน"
"ยื่นป้ายแสดงตัวตน"
จ้าวหลินหยิบป้ายไม้เล็กๆ ที่เขาเตรียมไว้ยื่นให้ ชายผู้นั้นรับไปตรวจดูครู่หนึ่งก่อนจะหยิบแผ่นหยกวัดพลังปราณออกมา
"วางมือบนแผ่นหยก เราจะตรวจสอบระดับพลังปราณของเ้า"
จ้าวหลินยิ้มจางๆ ในใจรู้อยู่แล้วว่าต้องมีการตรวจสอบเช่นนี้เขาแอบควบคุมพลังปราณของตนเองให้ลดลงอย่างแเี จากระดับปราณรวมจิตขั้นต้นให้เหลือเพียงระดับ ปราณก่อเกิดขั้นสูง
เมื่อฝ่ามือของเขาััแผ่นหยกเส้นแสงสีฟ้าเรืองรองขึ้นมา ก่อนที่อักษรจะปรากฏบนพื้นผิวของมัน
"ระดับปราณก่อเกิด ขั้นสูง"
ศิษย์ฝ่ายต้อนรับเหลือบมองผลลัพธ์ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "ปราณก่อเกิดขั้นสูง ผ่านเกณฑ์"
จ้าวหลินถอนมือออกจากแผ่นหยกโดยไร้อารมณ์ยื่นมือรับป้ายลงทะเบียนจากศิษย์ฝ่ายต้อนรับ ก่อนเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ
ทางด้านศิษย์ฝ่ายต้อนรับที่เหลือพยักหน้ากันเล็กน้อยระดับพลังเช่นนี้ไม่โดดเด่นเกินไป แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีของผู้สมัครทั่วไป
ขณะที่จ้าวหลินกำลังจะก้าวเดินไปด้านข้างเสียงหนึ่งดังขึ้น
"หึ! แค่ปราณก่อเกิดขั้นสูง เ้ากล้ามาสอบเข้าสำนักพรายฟ้าด้วยหรือ?"
ชายที่เคยหัวเราะเยาะเขาก่อนหน้านี้กล่าวขึ้นอีกครั้งคราวนี้มองมาด้วยรอยยิ้มเหยียดหยามกว่าเดิม
แต่จ้าวหลินยังคงสงบนิ่งหันไปมองอีกฝ่ายเพียงแวบเดียวก่อนเดินผ่านไปโดยไม่ตอบอะไร
ชายหนุ่มผู้อวดดีชะงักไปเล็กน้อยจากนั้นแสยะยิ้ม "ข้าจะรอดูว่าเ้าจะเอาตัวรอดในการทดสอบได้อย่างไร"
ด้านไป่จิง “ระดับปราณก่อเกิดขั้นสูงสุดผ่าน”
หลังจากจ้าวหลินเดินออกจากจุดลงทะเบียนด้วยท่าทางเงียบสงบเสียงรอบข้างเริ่มเบาลงเมื่อเขาก้าวจากไป บางคนยังคงจับตามองไปที่ผลการทดสอบของเขาแต่ไม่มีใครพูดอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลนั้นมากนัก เพราะตอนนี้ความสนใจถูกดึงไปที่คนใหม่ที่กำลังเดินเข้ามาแทน
หลี่ซิง จากตระกูลหลี่ซึ่งถือว่าเป็หนึ่งในตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจในเมืองชางเฟิงเขาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเต็มไปด้วยความมั่นใจ พอเห็นเขาเดินเข้ามาก็มีเสียงกระซิบและมองกันไปมา
"หลี่ซิง... จากตระกูลหลี่!" เสียงกระซิบดังขึ้นรอบๆด้วยความเคารพและตื่นเต้น ผู้คนเริ่มสนใจมากขึ้น ท่าทางของเขาไม่เหมือนคนธรรมดาเขาสวมชุดประดับด้วยสัญลักษณ์ของตระกูลหลี่ ดูสง่างามและสูงส่งอย่างเห็นได้ชัด
หลี่ซิงยืนอยู่หน้าแผ่นหยกตรวจวัดพลังปราณเขามองไปรอบๆ ด้วยความสงบและมั่นใจ ก่อนจะยกมือขึ้นวางลงบนแผ่นหยก
แสงสีฟ้าจางๆเริ่มเปล่งประกายจากแผ่นหยก ร่างของหลี่ซิงค่อยๆ ทะยานไปด้วยความเร็วสูง ในไม่ช้าข้อความปรากฏขึ้น:
"ระดับปราณรวมจิต ขั้นต้น"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีผู้คนที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างก็กระซิบซึ่งกันและกันความรู้สึกตื่นเต้นยังคงแผ่กระจายออกไป “แค่ระดับรวมจิตขั้นต้นเองเหรอ?” “ท่าทางเขาจะเหนือกว่าคนทั่วไป...แต่แค่ขั้นต้นเท่านั้นเหรอ?”
แม้แต่ผู้ที่รู้จักหลี่ซิงเป็อย่างดีต่างก็รู้สึกแปลกใจความคาดหวังของพวกเขากลับไม่เป็ไปตามที่คิดหลี่ซิงที่มาจากตระกูลหลี่ที่เต็มไปด้วยอำนาจกลับได้เพียงแค่ระดับรวมจิตขั้นต้น
แต่ทว่าหลี่ซิงกลับยิ้มบางๆ ราวกับไม่รู้สึกอับอายแต่อย่างใดเขาเงยหน้ามองไปที่ผู้คนที่ยืนอยู่รอบๆ และกล่าวออกไปเสียงดังเต็มที่ “ก็แค่เริ่มต้นเท่านั้น...อย่าเพิ่งตัดสินกันเร็วไป ข้อจำกัดของการทดสอบมันยังมีมาก”
เขาพูดจาเ็าและมีท่าทางอวดดีราวกับว่าเขารู้ดีว่าแค่ขั้นต้นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับตัวเขาเองทุกคนรู้ดีว่าหลี่ซิงนั้นมาจากตระกูลหลี่ ซึ่งมีอำนาจและทรัพยากรมากมายการที่จะทะลวงไปได้มากกว่านี้ คงเป็เื่แค่เวลา
“สมกับเป็หลี่ซิงจากตระกูลหลี่จริงๆ...”เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นในหมู่ผู้ชม “แม้จะได้แค่ขั้นต้นแต่ก็ยังนับว่าเป็การเริ่มต้นที่ดี”
ความอวดดีในท่าทางของเขาทำให้ทุกคนรู้สึกได้ว่าเขามั่นใจในตัวเองมากถึงขนาดไม่สนใจผลการทดสอบเล็กๆ น้อยๆ นั้นเพราะมันแค่เริ่มต้นสำหรับเขาเท่านั้น เขายิ้มและเดินจากไปด้วยท่าทางที่ยิ่งใหญ่ทิ้งให้ผู้คนที่เหลืออยู่อย่างสงสัยและตื่นเต้นต่อไป
หลังจากหลี่ซิงเดินออกไปทันใดนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าคล้ายจะสงบเสงี่ยมดังขึ้นข้างๆ จ้าวหลินเป็หญิงสาวรูปร่างผอมบาง สวมชุดผ้าธรรมดาแต่ดูดีในแบบเรียบง่ายผมยาวสีดำขลับถูกมัดเป็มวยต่ำ เธอมองไปที่ศิษย์ฝ่ายต้อนรับอย่างสงบเงียบก่อนจะยื่นป้ายแสดงตัวตนไป
"ชื่ออะไร?" ศิษย์ฝ่ายต้อนรับถามโดยไม่ยกสายตาจากแผ่นหยกที่เขากำลังถือ
"หานเยว่" หญิงสาวตอบเสียงนุ่ม
ศิษย์ฝ่ายต้อนรับพยักหน้าเล็กน้อยและยื่นแผ่นหยกให้หญิงสาว"วางมือบนแผ่นหยก เราจะตรวจสอบระดับพลังปราณ"
หานเยว่ไม่พูดอะไรเพียงแต่ยืนนิ่งๆ และวางมือที่เรียบเนียนของเธอลงบนแผ่นหยกอย่างมั่นคงเส้นแสงสีฟ้าเริ่มเรืองรองขึ้นจากพื้นผิวแผ่นหยก ก่อนที่อักษรสีทองจะปรากฏ"ระดับปราณรวมจิต ขั้นต้น"
ศิษย์ฝ่ายต้อนรับมองดูผลการทดสอบและพยักหน้า"ปราณรวมจิต ขั้นต้น ผ่านเกณฑ์"
เสียงกระซิบและการพูดคุยเริ่มดังขึ้นรอบๆทันที ผู้คนต่างพากันพูดถึงความสำเร็จของหานเยว่จากตระกูลหานซึ่งแม้จะเป็ระดับปราณรวมจิตขั้นต้น แต่นั่นก็ถือเป็การทดสอบที่น่าประทับใจมากสำหรับคนอายุไม่เกินสิบห้าปี
อย่างไรก็ตามหานเยว่ไม่ได้แสดงท่าทีภูมิใจหรืออวดดีเธอเพียงแค่รับป้ายลงทะเบียนจากศิษย์ฝ่ายต้อนรับ และเดินออกไปเงียบๆโดยไม่หันมองการตอบรับจากผู้คนรอบข้างเธอดูสงบและมั่นคงเหมือนน้ำที่ไม่เคยสะท้อนคลื่นใดๆ
จ้าวหลินมองเห็นการกระทำของหญิงสาวแล้วรู้สึกถึงความต่างอย่างชัดเจนหานเยว่ไม่ได้พยายามจะข่มขู่หรือสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนรอบข้างเธอแค่ทำสิ่งที่ต้องทำในแบบของตัวเอง และทิ้งความรู้สึกสงบไว้ให้คนอื่นจดจำ
“เอาล่ะการลงทะเบียนเสร็จแล้ว พรุ่งนี้จะเป็การทดสอบเอาชีวิตรอด ให้มาเจอกันที่นี้ตอนเช้า” เสียงของผู้รับลงทะเบียน
ในที่ที่ไม่ไกลจากการลงทะเบียน
“เ้านั้นแหละจ้าวหลิน” เสียงของชายคนนึงอายุราวยี่สิบยี่สิบเอ็ดใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มขึ้นซึ่งเป็ชุดของศิษย์สำนักชั้นในของสำนักพรายฟ้าซึ่งเสียงนั้นคือจ้าวหยาง