ระหว่างทางที่นั่งรถไปหาจิตแพทย์แว่นก็พยายามคิดแก้ปัญหาต่างๆที่เสียงบอกมาว่าจะทำอย่างไรเพื่อช่วยแม่กับน้องและช่วยเหลือชีวิตตัวเองได้ด้วย เนื่องจากว่นคิดไปคิดมาว่าถ้าเสียงที่ได้ยินนั้น เกิดจากการป่วยการกินยาไปเรื่อยๆามที่หมอสั่งจ่ายยาก็น่าจะหายป่วยได้
แว่น " อู๋ถึงไหนแล้วไกล้ถึงคลีนิคหรือยัง "
อู๋ " ไกล้ถึงคลีนิคแล้ว ถามมาตลอดทางโดยบอกชื่อร้านหมอไป ก็ขับมาตามที่ชาวบ้านบอกแหละ เอ๊ะนั้นไงเจอแล้ว "
แม่ " ใช่แน่นะ "
แว่นดูป้ายชื่อคลีนิค อู๋ก็ดูป้ายชื่อคลีนิค แม่ก็ดูป้ายชื่อคลีนิค
ทุกคน " ใช่แน่นะเหมือนคลีนิคเพิ่งเปิดใหม่เลยไม่มีผู้ไม่มีคนเงียบสนิท "
คลีนิคจิตแพทย์เป็ตึกแถวสร้างใหม่และตกแต่งภายในแบบเรียบง่าย ดูสะอาดตา เบาะนั่งยังใหม่อยู่คลีนิคยังไม่เปิดแต่ที่เปิดตัวคือ ลุง(พี่ชายพ่อ)มานั่งรออยู่ที่ม้าหินรอคอยการมาของแว่นอยู่
แว่น " สวัสดีครับคุณลุง "
ลุง " อาการดีขึ้นมั้ย "
แว่น "ดีขึ้นแล้วครับ ก็เลยมาหาหมอ คุณลุงรู้ได้ไงว่าผมจะมาหาหมอที่นี้เวลานี้ แล้วคุณลุงเดินทางมาถึงนานหรือยังครับ"
ลุง " แม่แว่นบอกลุงหนะ เพิ่งเดินทางมาถึงได้ไม่นาน "
แว่นค่อนข้างแปลกใจกับคำตอบของคุณลุงที่เหมือนสมเหตุสมผล หลังจากเข้าไปในคลีนิคแล้วก็ไปทำประวัติและนั่งรออยู่ด้านใน แต่อยู่ดีๆแว่นก็หนาวสันหลังความกลัวพุ่งทะลุออกมาจนมือไม้เย็นเฉียบ ถึงกับบอกแม่และน้องว่าจะไม่คุยกับหมอให้แม่กับน้องเข้าไปคุยแทน ก็ทำให้เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายแต่สรุปสุดท้ายแว่นก็ไม่ได้เข้าไปพบหมอ หลังจากนั่งรอแม่กับน้องที่คุยกับหมอซักประมาณ 45 นาทีแม่กับน้องก็ออกมาจากห้องตรวจและก็ไปจ่ายตังค่ายาและได้ยามาอีกเยอะแยะแม่กับน้องและลุงก็ยืนคุยกันซักพักใหญ่ๆแล้วก็แยกย้ายกันกลับ
แม่ " แว่นต้องกินยาตามที่หมอให้กินนะ อีก 1 สัปดาห์มาพบหมอใหม่ "
น้องชาย " พี่ต้องกินยานะ ค่ายาแพงมาก "
แว่น " โอเค "