“มีนักฆ่าติดตามมาแบบนี้จะกลายเป็ปัญหาตอนที่พวกเราสู้กับบอสหรือเปล่าถ้าพวกกิลด์ดาบแห่งโลกาคิดจะขนคนจำนวนมากมาแย่งบอสอาจจะทำให้ภารกิจของพวกเราเสียหายก็ได้นะ”กระต่ายหมายจันทร์กังวลเล็กน้อย
“ช่างเถอะ เดี๋ยวพวกนายจะเข้าใจว่าทำไมภารกิจนี้ถึงเป็ภารกิจต่อเนื่อง”เมฆครามหัวเราะเบาๆก่อนจะเดินนำคนทั้งกลุ่มไปยังแผนที่เป้าหมาย
มีดบินนักฆ่าระดับ 14 ที่กำลังลอบติดตามกลุ่มของเมฆครามขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ“พวกมันเดินผ่านอาณาเขตเก็บระดับของหมีป่าสีน้ำตาลไปแล้วหรือว่าพวกมันคิดจะไปเก็บระดับกับสัตว์อสูรระดับสูงกว่านี้กัน อันตรายแฮะแบบนี้”
เขารีบติดต่อชุนหลี่ทันที “พี่ชุนหลี่ดูเหมือนว่าพวกกลุ่มของเมฆาหวนคืนจะเข้าไปยังพื้นที่ระดับสูงนะ ฉันคิดว่าพวกเราไม่ควรเสียเวลาไปยุ่งเกี่ยวกับพวกมันเพราะอาจจะทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้อย่าลืมว่าผู้เล่นแกนหลักของพวกเราสูญเสียระดับกันไปก่อนแล้วถ้ายังฝืนเข้าไปในแผนที่ระดับสูงจะกลายเป็พวกเรานั่นแหละที่เสียเปรียบเอาได้”
ชุนหลี่แค่นเสียง “ฮึ่ม เอาแบบนั้นก็ได้ งั้นให้นักฆ่าอีกสองคนถอนตัวออกมาส่วนนายลอบติดตามเป้าหมายต่อไป ฉันมีลางสังหรณ์ว่าบางทีเป้าหมายของพวกมันอาจจะไม่ใช่การเก็บระดับสัตว์อสูรแต่เป็บอสต่างหาก”
“บอสหรือ” มีดบินอุทานเบาๆ“พี่ชุนหลี่คนพวกนี้ข้ามบอสหมีป่าสีน้ำตาลไปเพื่อจะหาบอสที่ระดับสูงกว่า ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าพวกเรามีโอกาสน้อยมากที่จะจัดการกับบอสได้เหมือนกันขนาดบอสหมาป่าสีเทาที่รีเฟรชขึ้นมาใหม่กิลด์เรายังไม่สามารถสังหารมันได้ในขณะนี้เลยฉันว่าปล่อยพวกมันเอาไว้ชั่วคราวเถอะรอให้พวกเราระดับถึงสิบห้าขึ้นไปทุกคนก่อนค่อยมาจัดการก็ยังไม่สาย”
“อย่าปอดแหกมากนักเลยน่า พวกมันมีกันแค่ห้าคนถ้าพวกมันสู้กับบอสจริงถึงเวลานั้นฉันจะส่งคนสองร้อยคนไปจัดการกับพวกมันและแย่งบอสมาเหอะๆ ฉันจะทำให้เมฆาหวนคืนต้องกระอักเืตายด้วยความโกรธให้ได้” ชุนหลี่คำราม
มีดบินรู้สึกจนใจเล็กน้อย “ได้ เอาตามที่พี่ว่าแล้วกันฉันจะติดตามพวกมันต่อไป”
นักฆ่าสองคนถอนตัวไปแล้ว นี่อยู่ในการจับตามองของเมฆครามตลอดเวลาเช่นกัน‘ฉลาดไม่เลวถ้าพวกนั้นยังกล้าติดตามต่อไปก็จะต้องเจอกับอันตรายแล้ว แต่เ้ามีดบินยังอยู่แฮะมั่นใจฝีมือพอตัวเลยนี่’
เมฆครามไม่ได้ใส่ใจที่ถูกนักฆ่าลอบติดตามแต่หากมีโอกาสเขาก็พร้อมที่จะสังหารมีดบินทิ้งทันที น่าเสียดายที่มีดบินฉลาดมากเขาลอบติดตามในระยะที่ห่างพอสมควรและยังปกปิดร่องรอยดีเยี่ยมหากเมฆคราม้าสังหารเขาจะต้องเสียเวลามากพอสมควรดังนั้นเมฆครามจึงตัดสินใจปล่อยมีดบินเอาไว้เขาเองก็ไม่้าเสียเวลาโดยใช่เหตุเช่นกันวันนี้เขาจะต้องเก็บให้ถึงระดับยี่สิบและไปยังอาณาเขตเมืองระดับสองให้ได้
แม้จะทำเหมือนไม่สนใจอะไรแต่ลึกๆแล้วเมฆครามก็รู้ตัวดีว่าเขาให้ความสนใจกับภารกิจการล้างแค้นของวีรบุรุษแห่งความมืดเป็อย่างมากอย่างไรเสียนี่ก็เป็สิ่งลึกลับที่ทำให้เขาย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง ตราบใดที่ยังไม่สามารถคลี่คลายความลับของเื่นี้เขาก็ยังไม่สามารถลงมือทำทุกอย่างได้อย่างเต็มที่ความค้างคาใจเล็กๆนี้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก
ขอเพียงไปถึงระดับยี่สิบและไปยังเมืองระดับสองเมฆครามก็จะสามารถไขความลับส่วนหนึ่งของภารกิจการล้างแค้นของวีรบุรุษแห่งความมืดได้สำเร็จแน่นอนว่ามันอาจจะเป็เพียงเบาะแสเล็กๆแต่เพียงแค่นั้นก็ยังดีกว่าการที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับภารกิจนี้เลย
คนทั้งห้าเดินทางไปจนถึงอาณาเขตูเาลินท์ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของแต่ละคน
“ติ๊ง พวกท่านได้เข้าสู่พื้นที่ภารกิจดันเจี้ยนูเาลินท์”
“ประกาศจากระบบเมืองลูกาเนื่องจากมีผู้เล่นสามารถดำเนินภารกิจต่อเนื่องจนถึงจุดหนึ่งระบบขอประกาศให้ทราบว่าดันเจี้ยนูเาลินท์จะเปิดให้ผู้เล่นทุกคนสามารถเข้าได้หลังจากนี้หกชั่วโมง”
ประกาศนี้สร้างความแตกตื่นให้กับผู้เล่นทุกคนในเมืองลูกาทันทีกระต่ายหมายจันทร์อุทานด้วยความประหลาดใจ “ไม่น่าเชื่อภารกิจต่อเนื่องของพวกนายเป็เงื่อนไขที่ทำให้เกิดดันเจี้ยนขึ้นเหรอเนี่ย เฮ้อแบบนี้ก็เท่ากับว่าเราสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่นฟรีๆน่ะสิ”
เมฆครามหัวเราะเบาๆ “ไม่หรอกตรงกันข้ามต่างหากนี่ไม่ใช่การสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่นแต่เป็การทำร้ายอย่างแสนสาหัสต่างหากในทางตรงกันข้ามพวกเราจะได้รับประโยชน์จากเื่นี้ถึงสองต่อทีเดียว”
“เอ้ะ การทำร้ายอย่างแสนสาหัสงั้นเหรอ” คนทั้งกลุ่มมองที่เมฆครามด้วยความรู้สึกสับสน
“ไม่เป็ไร พวกนายจะเข้าใจเองหลังจากที่ดันเจี้ยนนี้จบลง”เมฆครามตอบกลับอย่างเป็ปริศนาก่อนที่จะเดินเข้าไปยังอาณาเขตของดันเจี้ยนเป็คนแรก
มีดบินที่ไม่สามารถติดตามเข้าไปได้รู้สึกร้อนรนขึ้นมาทันที“เวรเอ้ยนึกไม่ถึงเลยว่าเมฆาหวนคืนกับกลุ่มจะถึงขนาดทำภารกิจต่อเนื่องจนเกิดดันเจี้ยนขึ้นมาได้พวกเขาสามารถเข้าไปได้เป็กลุ่มแรกขณะที่คนอื่นๆต้องรอถึงหกชั่วโมงงั้นเหรอไม่ยุติธรรมเลยสักนิด”
ไม่ว่าจะพูดอย่างไรเขาก็ไม่อาจแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ทำได้เพียงแค่มองกลุ่มของเมฆครามเข้าไปในดันเจี้ยนอย่างอับจนหนทางเท่านั้น
ดันเจี้ยนูเาลินท์ที่ผู้เล่นทั่วไปไม่มีข้อมูลใดๆเกี่ยวกับมันทว่าสำหรับเมฆครามแล้วเขารู้จักดันเจี้ยนนี้เป็อย่างดีแม้จะไม่สามารถจดจำรายละเอียดได้ครบถ้วนเต็มร้อยแต่ก็มากกว่าแปดสิบส่วนขึ้นไปแน่นอนนั่นเพราะนี่เป็ดันเจี้ยนแรกที่เขาศึกษาและวิเคราะห์มันอย่างบ้าคลั่งในยุคที่เขาเริ่มเล่นเกมา์อีกทั้งยังเป็ดันเจี้ยนที่ทำให้เขาเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาในเกมอีกด้วย
น่าเสียดายที่ตอนนั้นเมฆครามไม่ใช่คนแรกที่สามารถทำเฟิร์สเคลียร์ดันเจี้ยนูเาลินท์ได้แต่ด้วยข้อมูลที่เขาตั้งใจศึกษา ในที่สุดเขาได้พาทีมเล็กๆทีมหนึ่งทำลายสถิติด้านเวลาในการเคลียร์ดันเจี้ยนได้สำเร็จและไม่มีใครสามารถทำลายสถิตินี้ได้นานกว่าหนึ่งสัปดาห์นั่นทำให้ชื่อของซิลเวอร์เริ่มเป็ที่รู้จักไปทั่วเมืองลูกาหรือกระทั่งเมืองระดับสอง
จุดนี้เองที่ทำให้เมฆครามได้รับความสนใจจากกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราหลังจากที่เข้าสู่เมืองระดับสองการต่อสู้และแย่งชิงทรัพยากรของกิลด์ใหญ่จะรุนแรงและโหดร้ายมากผู้เล่นส่วนมากจำเป็ต้องเข้าร่วมกับขั้วอำนาจใดขั้วอำนาจหนึ่งเพื่อค้นหาพื้นที่ปลอดภัยให้กับตนเองเมฆครามที่มีปัญหาเล็กน้อยกับกิลด์ดาบแห่งโลกาในขณะนั้นก็ได้เลือกเข้าร่วมกับกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราเช่นกัน
“อ้ะ ด้านหน้ามีสัตว์อสูร” เสียงของฟ้าใสดังขึ้นทำให้เมฆครามเลิกนึกย้อนถึงอดีตที่ผ่านมาของตน
ที่ด้านหน้าของคนทั้งห้ามีสัตว์อสูรเผ่ากอบลินอาศัยอยู่ฝูงหนึ่งจำนวนประมาณสิบตัว หลังจากที่ตรวจสอบค่าสถานะของมันทั้งัคำรามและกระต่ายหมายจันทร์ต่างก็สูดลมหายใจอย่างเย็นเยือก
สัตว์อสูรนักรบกอบลิน ระดับ 17 (สัตว์อสูระดับจ่าฝูง)
พลังชีวิต 1500
พลังโจมตี 320
พลังป้องกัน 100 พลังป้องกันเวท40
ทักษะ : โลหิตเดือด
“พลังโจมตี พลังป้องกันและพลังชีวิตสูงมากเลย ที่สำคัญคือพวกมันมีกันเป็สิบตัวและมีทักษะรุมเป้าหมายด้วยแยกพวกมันออกมาสู้คงยากน่าดู” ัคำรามออกความเห็น
“อืม ยังดีที่พลังป้องกันเวทพวกมันค่อนข้างต่ำแต่พลังชีวิตพวกมันก็สูงมากอยู่ดี ต่อให้ฉันทุ่มทักษะทั้งหมดก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยยี่สิบวินาทีจัดการหนึ่งตัว”กระต่ายหมายจันทร์พยักหน้าเห็นด้วย
หลินหลินถอนหายใจเบาๆ “เพราะแบบนี้น่ะสิภารกิจถึงยอมให้แชร์ได้มากถึงสิบคนพวกเรามากันห้าคนทำให้ขาดพลังโจมตีไปครึ่งหนึ่ง ย่อมรับมือยากเป็ธรรมดา”
เมฆครามส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “ในกรณีนี้คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณอย่าลืมว่าพวกเราใช้สี่คนสังหารผู้เล่นกิลด์ดาบแห่งโลกาไปเกือบห้าสิบคนก่อนหน้านี้พูดง่ายๆก็คือพวกเรามีศักยภาพเทียบเท่ากับผู้เล่นทั่วไปอย่างน้อยสิบคน ที่สำคัญที่สุดฉันไม่้าเพิ่มคนที่ไม่อาจควบคุมได้มาเข้าร่วมดันเจี้ยนกับพวกเรามีแค่ห้าคนบัญชาการและควบคุมง่ายกว่าการต่อสู้จะเป็ระเบียบและไม่ต้องกังวลเยอะเกินไป”
“อืม ก็เหมือนการทำงานกลุ่มสินะคะ คนเยอะแจกงานเยอะแต่ประสิทธิภาพดันออกมาไม่ดี”ฟ้าใสพยักหน้า
“เอาละ มาพูดถึงวิธีการรับมือกันก่อน ฉันจะทำหน้าที่MT เข้าไปดึงความเกลียดชังของนักรบกอบลินทุกตัวเอาไว้รอให้ฉันใช้กลืนกินเืเนื้อและคำรามก้องแล้วความเกลียดชังของพวกกอบลินจะตกอยู่ที่ตัวฉันแน่นอนแล้วัคำรามใช้ขวานถล่มสร้างความเสียหายวงกว้างก่อนจากนั้นร่วมมือกับกระต่ายหมายจันทร์และฟ้าฆ่ากอบลินตัวที่ฉันสั่ง เื่นี้สำคัญมากฉันจะใช้ทักษะแทงทะลวงเพื่อลดพลังป้องกันของนักรบกอบลินลงดังนั้นอย่าเล็งผิดเป้าหมายกันละ”
แม้ว่าการลดพลังป้องกันจะไม่มีผลกับการโจมตีของฟ้าใสและกระต่ายหมายจันทร์แต่สำหรับัคำรามแล้วมันมีผลมากจนเห็นได้ชัดเลยทีเดียว
ไม่มีใครคัดค้านอันที่จริงทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้ยึดถือเมฆครามเป็หัวหน้ากลุ่มและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกเชื่อมั่นั้แ่แรกแล้วต่อให้สิ่งที่เขาพูดจะฟังดูเป็ไปไม่ได้หรือฟังดูคล้ายแผนการฆ่าตัวตายก็ตามพวกเขาก็ยังคงเชื่อว่าเมฆครามจะสามารถทำมันได้สำเร็จอยู่ดี
“ไปกัน” เมฆครามกระชับหอกสติงเกอร์และพุ่งเข้าใส่กลุ่มนักรบกอบลินอย่างห้าวหาญ
เมื่อถูกบุกรุกอาณาเขตฝูงนักรบกอบลินก็เริ่มเข้าโจมตีเมฆครามทันทีชายหนุ่มเรียกใช้ทักษะคำรามก้องลดพลังโจมตีของนักรบกอบลินทั้งหมดลงขณะเดียวกันก็สลับขาก้าวหลบการโจมตีเป็รูปตัว S เทคนิคการเคลื่อนที่ของเขาทำให้มีนักรบกอบลินเพียงสองตัวเท่านั้นที่โจมตีถูกร่างของเขาสำเร็จและพลังชีวิตของเมฆครามก็ลดลงเพียงประมาณ 300 หน่วยเท่านั้น
หลินหลินใช้ทักษะใหม่ของเธอเมื่อมาถึงระดับสิบห้าคำอวยพรแห่งแสงทำให้พลังป้องกันของเมฆครามเพิ่มขึ้นอีก 10% ขณะเดียวกันเมฆครามก็ได้ใช้ทักษะกลืนกินเืเนื้อเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตและทำให้แน่ใจว่าฝูงกอบลินจะมุ่งเป้ามาที่เขาเพียงผู้เดียว
ัคำรามพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับฟาดขวานลงบนพื้นปลดปล่อยทักษะขวานถล่มสร้างความเสียหายวงกว้างเมฆครามใช้ทักษะแทงทะลวงใส่นักรบกอบลินตัวหนึ่งพร้อมกับเอ่ยปากเสียงดัง “จัดการตัวนี้”
ทันใดนั้นทั้งขวานของัคำรามบทเพลงต่อเนื่องของฟ้าใสและเวทมนต์ของกระต่ายหมายจันทร์ก็ได้พุ่งเป้ามาที่นักรบกอบลินที่น่าสงสารตัวนั้นทันที
สังหารในพริบตา นี่คือกลยุทธ์ที่เมฆครามเคยใช้มาก่อนในขณะที่เขายังเป็ซิลเวอร์ผู้เล่นระดับสิบห้านั้นจะมีลูกเล่นอยู่ไม่มากทำให้ทางเลือกในการจัดการกับสัตว์อสูรมีอยู่จำกัดการใช้ทักษะแทงทะลวงและให้ผู้เล่นคนอื่นรุมสังหารในพริบตาเป็เทคนิคที่ดูธรรมดาเรียบง่ายและสามัญทว่าความยากของเทคนิคนี้อยู่ตรงที่ตัว MT จะต้องสามารถควบคุมความเกลียดชังได้แ่าพอขณะเดียวกันก็ต้องรักษาชีวิตของตัวเองจากการรุมโจมตีของนักรบกอบลินได้สำเร็จขณะที่ยังสามารถใช้ทักษะแทงทะลวงโจมตีไปด้วยได้
ต้องรู้ก่อนว่าผู้เล่นอาชีพอัศวินทั่วไปนั้นไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับเมฆครามธรรมชาติของอัศวินคืออาชีพที่มีพลังชีวิตและพลังป้องกันสูงแต่กลับมีพลังโจมตีน้อยจนน่าสงสาร การจะผูกค่าความเกลียดชังได้มีเพียงอาศัยทักษะคำรามก้องเป็หลักเท่านั้นอีกทั้งอัศวินส่วนมากเพียงแค่ป้องกันและหลบการโจมตีก็นับว่ายากมากแล้วจะให้หันกลับโจมตีสวนอย่างแม่นยำทั้งยังบัญชาการการต่อสู้ไปด้วยยิ่งยากไปอีกหลายขั้นเพราะเหตุนี้จึงมีผู้เล่นอาชีพอัศวินน้อยคนมากที่สามารถทำหน้าที่บัญชาการรบได้อย่างโดดเด่น
โดยใช้วิธีเดียวกันนี้ เมฆครามใช้ทักษะแทงทะลวงใส่เป้าหมายใดนักรบกอบลินตัวนั้นจะไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้นานเกินห้าวินาทีสักตัวเวทมนต์ระดับสิบห้าของกระต่ายหมายจันทร์นั้นรุนแรงอย่างมาก เวทสายฟ้าปะทุของเธอสร้างความเสียหายแก่นักรบกอบลินถึงสามร้อยหน่วยขณะที่ฟ้าใสเองก็โจมตีด้วยบทเพลงต่อเนื่องของเธอด้วยอาวุธระดับเงินชิ้นใหม่สร้างความเสียหายมากกว่าสี่ร้อยหน่วยพลังโจมตีนี้ทำให้กระต่ายหมายจันทร์รู้สึกเสียความมั่นใจเล็กน้อย
ด้านัคำรามนั้นนับว่ายากลำบากกว่าหน่อยเพราะนักรบกอบลินมีพลังป้องกันสูงมากจริงๆ ต่อให้ถูกเมฆครามลดพลังป้องกันแต่ทักษะขวานสะบั้นของเขาก็ทำความเสียหายได้เพียงประมาณสองร้อยหน่วยเท่านั้นสุดท้ายแล้วต้องอาศัยทักษะแทงสามครั้งของเมฆครามที่สร้างความเสียหายครั้งละมากกว่าห้าร้อยหน่วยปลิดชีพของนักรบกอบลินลงอย่างง่ายดายตัวแล้วตัวเล่า
“สหายเมฆาหวนคืนพลังโจมตีของนายมีเท่าไหร่กันแน่เนี่ย ทำไมถึงโจมตีแรงขนาดนั้น” ัคำรามอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ แม้ทักษะแทงสามครั้งจะทรงพลังมากแต่ความเสียหายที่เมฆครามทำได้นั้นรุนแรงเกินไปจริงๆ
เมฆครามหัวเราะก่อนจะแชร์ทักษะเนตริญญาที่อัพเกรดจนถึงระดับสามให้ัคำรามเห็น
“พระเ้าช่วย มองข้ามพลังป้องกันเป้าหมาย 15%ถ้าอัพเกรดถึงระดับสิบก็จะมองข้าม 50%น่ะสิ ทักษะนี้โคตรโกง” ัคำรามอุทาน
“ได้มาเพราะโชคช่วยน่ะ” เมฆครามตอบยิ้มๆก่อนจะเริ่มลงมือสังหารนักรบกอบลินตัวต่อไป
ั้แ่ต้นจนจบหลินหลินได้ร่ายเวทรักษาเมฆครามเพียงสองครั้งเท่านั้นและเป็เพียงการรักษาเล็กๆน้อยๆไม่มีสถานการณ์ที่น่าหวาดเสียวเกิดขึ้นเลยสักครั้ง แน่นอนว่าคนทั้งกลุ่มไม่มีใครประหลาดใจหรือยินดีจนเกินเหตุสำหรับพวกเขาศักยภาพของเมฆครามนั้นเป็ที่รู้กันดีั้แ่แรกอยู่แล้วถ้าสัตว์อสูรระดับแค่นี้ทำให้เมฆครามต้องลำบากนั่นต่างหากจึงจะเป็เื่ที่แปลก
“อุปกรณ์ทองแดงหกชิ้น นี่มันสุดยอดมากๆเลย” ัคำรามอุทานด้วยความยินดี เห็นได้ชัดว่าการะเิอุปกรณ์ของสัตว์อสูรในดันเจี้ยนนั้นสูงกว่าสัตว์อสูรภายนอกมาก
“ไม่ใช่แค่อุปกรณ์นะ ค่าประสบการณ์ก็สูงมากเหมือนกันฆ่านักรบกอบลินแค่สิบตัวก็ได้ค่าประสบการณ์เท่ากับฆ่าหมีป่าสีน้ำตาลเกือบร้อยตัวแล้วนี่มันแหล่งเก็บระดับชั้นดีเลยนี่” กระต่ายหมายจันทร์เองก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
เมฆครามเพิ่งสังเกตว่าระดับของเขาใกล้จะแตะถึงสิบหกแล้วขาดอีกเพียงแค่ไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดูเหมือนฆ่านักรบกอบลินอีกราวสิบฝูงเขาก็จะไปถึงระดับสิบหกได้สำเร็จ
หลังจากระดับสิบห้าแล้วความเร็วในการเก็บระดับก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัดนี่ไม่ใช่เื่แปลกอะไรยิ่งผู้เล่นระดับสูงมากขึ้นความ้าค่าประสบการณ์ก็จะยิ่งเพิ่มในอัตราก้าวะโเมฆครามนำกลุ่มของตนเองไล่สังหารกลุ่มนักรบกอบลินอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาราวๆห้านาทีสังหารได้หนึ่งชุดนับว่าเป็การล่าที่มีประสิทธิภาพสูงมาก
“เอ้ะ ดูสิ ตรงนั้นไม่ได้มีแค่นักรบกอบลินนี่”หลังจากมาถึงฝูงกอบลินชุดที่สิบก็พลันปรากฏกอบลินที่มีร่างกายใหญ่กว่านักรบกอบลินทั่วไปหนึ่งเท่าตัวปรากฏตัวขึ้นเมฆครามจดจำมันได้เป็อย่างดี นี่คือจอมเวทกอบลินบอสตัวแรกของดันเจี้ยนูเาลินท์นั่นเอง
สัตว์อสูร บรูโน จอมเวทกอบลิน ระดับ 19 (สัตว์อสูระดับบอส)
พลังชีวิต 9500
พลังโจมตี 420 พลังโจมตีเวทมนต์ 420
พลังป้องกัน 100 พลังป้องกันเวท80
ทักษะ : โลหิตเดือด, ศรเพลิง , ะเิมนตรา , สายฟ้าตรึงร่าง
“สัตว์อสูรประเภทจอมเวทพลังโจมตีเวทมนต์ของมันสูงมาก พลังป้องกันเวทของพวกเราต่ำกันขนาดนี้ถ้าโดนเวทมนต์เข้าสักบทต้องเจ็บหนักแน่”ทุกคนต่างสูดลมหายใจอย่างเย็นเยียบความวิตกกังวลเริ่มปรากฏขึ้นในดวงตาของแต่ละคน ที่ผ่านมาเมฆครามทำหน้าที่ของ MTได้อย่างสมบูรณ์แบบทว่าบอสในคราวนี้ไม่ได้มีเพียงการโจมตีทางกายภาพเมื่อเทียบกันแล้วการโจมตีเวทมนต์รับมือยากกว่าการโจมตีกายภาพหลายเท่า
ยกตัวอย่างเช่นเวทะเิมนตราที่แค่ดูชื่อก็รู้แล้วว่าเป็เวทมนต์โจมตีวงกว้างหรือเวทสายฟ้าตรึงร่างที่สามารถใช้ล็อคเป้าหมาย้าหลบเวทมนต์เหล่านี้ย่อมไม่ง่ายเหมือนกับการหลบการโจมตีทางกายภาพของบอสที่ผ่านๆมา
เมฆครามเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“ไปกันข้างๆบอสมีนักรบกอบลินอยู่สี่ตัวเท่านั้นเราต้องกำจัดนักรบกอบลินพวกนั้นทิ้งก่อนแล้วค่อยลงมือโจมตีบอสทำตามรูปแบบเดิมแต่ให้ระวังเื่ระยะห่างและท่าทางของบอสด้วย ัคำรามถ้าเห็นว่าบอสกำลังจะใช้เวทมนต์นายต้องหลบออกมาอย่าโดนรัศมีของะเิมนตราเด็ดขาด อย่าลืมว่านักบวชฮีลได้ทีละคนเท่านั้นน้ำยาฟื้นพลังชีวิตระดับหนึ่งไม่พอใช้ฟื้นฟูความเสียหายจากบอสแน่”
“เข้าใจแล้ว” เมื่อเห็นท่าทีสบายๆของเมฆครามความมั่นใจของคนในกลุ่มก็เริ่มกลับคืนมาโดยไม่รู้ตัว
เมฆครามพุ่งเข้าหานักรบกอบลินก่อนจะใช้ทักษะคำรามก้องออกมาอีกครั้งทันใดนั้นบอสบรูโนก็กรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวคทาในมือของมันกระแทกลงบนพื้นก่อนจะปลดปล่อยทักษะศรเพลิงเข้าหาร่างของเมฆคราม
เมฆครามใช้ทักษะบุกสังหารเพื่อหลบเวทมนต์ของบอสหลังจากนั้นก็เปิดใช้ทักษะกลืนกินเืเนื้อเพื่อสร้างความเสียหายแก่นักรบกอบลินทั้งหมดรวมถึงบอสในครั้งเดียว
หลังจากที่ก้าวเท้าหลบการโจมตีของนักรบกอบลินเมฆครามก็ได้ใช้ทักษะแทงทะลวงใส่นักรบกอบลินตัวหนึ่งและนั่นเป็จุดเริ่มต้นของการโจมตีของคนทั้งกลุ่ม
ภายใต้การร่วมมือของคนทั้งห้านักรบกอบลินทั้งสี่ตัวล้มลงในเวลาเพียงสองนาทีระหว่างต่อสู้เมฆครามได้ยินยอมให้บอสใช้ศรเพลิงโจมตีใส่ตนเองหนึ่งครั้งเพื่อตรวจสอบค่าความเสียหายที่ตนเองได้รับจากบอส
627!!
รุนแรงมากจริงๆ แต่เมื่อเทียบกับพลังชีวิตทั้งหมดเมฆครามสามารถรับการโจมตีของบอสได้สองถึงสามครั้งโดยไม่ตายยิ่งเมื่อมีหลินหลินคอยรักษาเขาก็เชื่อมั่นว่าต่อให้ถูกเวทของบอสเข้าจังๆชีวิตของเขาก็ยังคงสามารถรักษาเอาไว้ได้
“เอาละ ลงมือโจมตีบอสกัน” เมฆครามส่งสัญญาณก่อนที่คนทั้งห้าจะเริ่มสู้กับบอสบรูโน่อย่างจริงจัง