บทที่ 17 เอาหมูมาผัดกับพวกหนู
หลังจากที่หลายครอบครัวได้รับเนื้อกันแล้ว ก็ยังมีบางครอบครัวถึงกับส่งเหล้าขาวกับสุราข้าวหมักมาให้ที่บ้านของเซียวหย่งฝู
“หมูป่าตัวนี้รสชาติแตกต่างนะ เ้าดูลำไส้สิว่าสดขนาดไหน” สะใภ้คนหนึ่งคีบไส้ขึ้นมา เคี้ยวกินอย่างเบิกบานใจ
หลี่เจิ้งเองก็ได้รับเชิญให้มากินเนื้อหมูด้วย เขาจิบสุราแล้วพูดขึ้น “หย่งฝู อย่าลืมเื่ที่ข้าบอกเ้าครั้งที่แล้วล่ะ”
เซียวหย่งฝูเพิ่งคีบเนื้อหมูขึ้นมาชิ้นหนึ่งและกำลังจะเอามันเข้าปาก เมื่อได้ยินหลี่เจิ้งพูดเขาก็ไม่ได้ตอบรับอะไร นึกไปนึกมาถึงได้เข้าใจว่าเป็เื่ที่ดินที่จะแบ่งให้ เขารีบพูดด้วยความรู้สึกขอบคุณ “ท่านลุง เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะไปก็แล้วกัน”
ขณะที่พูดเขาก็ยกจอกเหล้าขึ้นแล้วชนกับหลี่เจิ้ง
ก่อนที่หลี่เจิ้งจะมา เขาไปที่ห้องไหว้บรรพบุรุษเพื่อถวายหูหมูที่เซียวหย่งฝูนำมาให้ เมื่อจุดธูป เปลวไฟที่ปลายธูปพุ่งขึ้นสูงและสั่นไหวไปมาไม่หยุดในห้องอันมืดมิด
เขารับรู้ว่าบรรพบุรุษจะต้องมีความสุขแน่
“ลูกสาวของเ้าล่ะ รีบเอาออกมาให้อุ้มเร็ว ข้าได้ยินมาว่านางหน้าตางดงามไม่น้อย”
หลังจากได้ยินหลี่เจิ้งพูด ทุกคนในสกุลเซียวก็แสดงสีหน้าพอใจ
เซียวหยวนหลางรีบเข้าไปพาหน่วนหยางออกมาและวางไว้บนตักของหลี่เจิ้งอย่างระมัดระวัง
“โอ้ เด็กคนนี้แค่มองดูแวบแรกก็รู้แล้วว่าได้รับพร”
หลี่เจิ้งไม่ได้อยากโกหก ดวงตาที่แวววาวของเ้าก้อนแป้งและจมูกโด่งทำให้นางดูมีใบหน้างามมากกว่าเด็กแรกเกิดทั่วไป
“เด็กน้อย พรุ่งนี้ให้พ่อเ้าพาเ้ามาสิ ปู่จะพาเ้าเที่ยวเอง” หลี่เจิ้งพูดพร้อมกับยัดกุญแจหยกชิ้นหนึ่งไว้ในมือของเ้าก้อนแป้ง
เมื่อหลินซื่อเห็นแบบนั้น นางก็รีบพูด “อา ท่านลุง ทำแบบนี้ไม่ได้ นางยังเด็กอยู่ยากที่จะรับไว้ ของชิ้นนี้ล้ำค่าเกินไป”
หลี่เจิ้งหัวเราะเสียงดัง “ในหมู่บ้านนี้เด็กคนไหนก็เป็หลานข้าทั้งนั้น ล้วนเป็ครอบครัวเดียวกัน ไหนเลยจะรับไม่ไหว”
เ้าก้อนแป้งถือกุญแจหยกไม่ยอมปล่อย ชายชราคนนี้ชอบเธอมากจริง ๆ
หลินซื่อนึกไม่ถึงว่าจะแกะกุญแจออกจากมือของลูกสาวไม่ได้
มีสองคำผุดขึ้นมาในใจ : เห็นแก่เงิน!
ผู้เฒ่าเซียวที่กำลังกินอาหารอยู่ข้างในแอบถ่มน้ำลายออกมา พลางคิดในใจ ‘คิดจะแย่งหลานสาวไปจากข้าหรือ ช่างกล้า!’
ส่วนคนที่ไม่มีความสุขในค่ำคืนนี้ เห็นจะเป็บ้านเก่าสกุลเซียวและบ้านหลิวต้าหย่ง
เซียวหย่งฝูส่งเนื้อมาให้เป็กระดูกสันหลังหนึ่งพวง
ไม่มีเนื้อสัตว์ ไม่มีรสชาติ เขาแขวนมันไว้ที่ประตูแล้วจากไป
แต่ก่อนอาจกล่าวได้ว่าพวกเขาเป็บ้านที่เคยดองกัน เพียงแต่ทุกครั้งที่หลิวต้าหย่งล่าเนื้อมาได้ เขาเองก็จะแบ่งส่วนที่แย่ที่สุดมาให้เสมอ
ครั้งนี้ก็ให้พวกเขารับรู้ความรู้สึกของส่วนที่แย่ ๆ ดูบ้าง
เมื่อนึกว่าหลิวต้าหย่งเห็นกระดูกสันหลังหมูพวงนั้นแล้วจะมีท่าทีอย่างไร เซียวหย่งฝูก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที
ทางบ้านเก่าสกุลเซียวก็ได้เนื้อแบบเดียวกัน
เสี่ยวเหยาซื่อที่ออกมาเอาเนื้อที่หน้าประตูพลันส่งเสียงฮึดฮัด
นางหยิบเนื้อติดกระดูกเข้ามาพร้อมกับบ่นสาปแช่งตลอดทาง “ไปโชคดีมาจากไหนถึงได้ล่าหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้มาได้ หรือว่าไปเก็บมาได้กัน”
คราวก่อนแม่เฒ่าเหยาถูกฟ้าผ่าไปแล้ว ทุกครั้งที่เหมือนว่ากำลังจะฟื้นตัวก็จะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้อาการแย่ลงอยู่ดี
จนตอนนี้ขาแทบจะพิการไปแล้ว
่หลายวันมานี้ เซียวหย่งเหวินเหมือนได้กินอาหารหมูที่เสี่ยวเหยาซื่อทำทุกวัน
เดิมทีคิดว่าวันนี้จะได้กินอาหารที่ดีหน่อย แต่หลังจากรอไปได้สักพัก เพื่อนบ้านไปกินเหล้าเมามายกลับมาแล้ว เซียวหย่งฝูก็ไม่มาเรียกเขาไปกินหมูป่าที่ล่าได้สักที
เสี่ยวเหยาซื่อเห็นเซียวหย่งเหวินรออยู่ทางนั้นและแม่เฒ่าเหยานอนอยู่ในห้อง เธอก็แอบไปหั่นเนื้อบางส่วนผัดกับดอกหอมเตรียมให้ลูกสาวทั้งสองคน
ยังไม่ทันที่จะทำเสร็จ พอหันกลับมาอีกทีก็เห็นแม่เฒ่าเหยายืนอยู่หน้าประตูครัวด้วยสภาพอย่างกับร่างไร้ิญญาอย่างนั้น
จากนั้นเธอจึงะโ “ท่านแม่!”
แม่เฒ่าเหยาหยิบไม้ทำฟืนขึ้นมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ และตีเธอด้วยไม้ด้ามนั้น
เสี่ยวเหยาซื่อที่ถูกทุบตีลงไปกลิ้งกับพื้น
“นังสารเลว ใจเดรัจฉานจริง ๆ เ้าแอบมาผัดเนื้อกิน แต่ให้ข้ากับลูกชายอดเอาหรือ!”
“ไม่แปลกใจเลยที่เ้าคลอดลูกชายไม่ได้ เพราะเ้ามันใจดำ!”
……
หลังจากทุบตีเสร็จ แม่เฒ่าเหยาก็โยนไม้ทำฟืนใส่เสี่ยวเหยาซื่อและหยิบจานผัดดอกหอมเดินกลับห้องไป
ทิ้งเสี่ยวเหยาซื่อและลูกสาวสองคนของนางให้กอดกันร้องไห้อยู่ในครัว
หลังจากการตีเสร็จเรียบร้อย เซียวหย่งเหวินผู้สวมชุดดำเอามือข้างหนึ่งไพล่หลังเดินมาอย่างเนิบนาบ
เขามองดูความสกปรกบนพื้นที่กระจัดกระจายรอบด้านเสี่ยวเหยาซื่อ พลันขมวดคิ้วถาม “เกิดอะไรขึ้น เ้าทำให้ท่านแม่โกรธอีกแล้วหรือ?”
เสี่ยวเหยาซื่อกำลังจะเข้าไปร้องไห้ซบเขา แต่ทันใดนั้นก็คิดขึ้นได้ว่าผู้ชายคนนี้ถามแค่แม่ของตัวเอง คน ๆ นี้ไม่ใช่คนดีเด่นอะไร
นางสบตาพลางกล่าว “ข้ากำลังจะผัดเนื้อให้ ยังไม่ทันจะจัดสุราให้เสียด้วยซ้ำ ท่านแม่ก็เข้ามาตีข้า บอกว่าพวกเราไม่เหมาะที่จะกินของดี ๆ แล้วก็ถือจานเดินออกไป”
เซียวหย่งเหวินได้กลิ่นเนื้อที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ เขาเชื่อว่าท่านแม่ของเขาไม่มีทางที่จะพูดคำเ่าั้ และไม่มีทางที่จะเอาไปกินคนเดียว
อาศัยแค่คำพูดเพียงไม่กี่คำ แล้วคิดปัดคำรับผิดชอบหรือ?
เมื่อเขาเดินไปถึงหน้าประตูห้องมารดาของตน ไม่รู้ว่าทำไมครั้งนี้เขาไม่นึกอยากจะเรียก แต่แอบมองผ่านรูหน้าต่างแทน
มองเข้าไปเห็นเพียงแม่เฒ่าเหยากำลังนั่งหันหลังให้ประตู หยิบของกินขึ้นด้วยมือ
หลังจากคิดดูแล้ว เซียวหย่งเหวินจึงเคาะประตู “ท่านแม่ วันนี้ท่านรู้สึกเป็อย่างไรบ้าง?”
แม่เฒ่าเหยาสะดุ้งเมื่อจู่ ๆ ก็มีคนมาเคาะประตู “เอ่อ ข้ากำลังนอนอยู่ รอข้าลุกไปเปิดประตูให้สักเดี๋ยว”
แม่เฒ่าเหยาพูดด้วยความใ เมื่อครู่นางบอกว่าจะเรียกลูกชายกินด้วย ผลคือวาจากลับออกไปคนละทาง
ในเมื่อพูดแบบนั้นออกไปแล้ว นางจึงทำได้เพียงเอาจานเนื้อไปซ่อน
รอจนแม่เฒ่าเหยาเดินยืดยาดมาเปิดประตู ใบหน้าของเซียวหย่งเหวินก็หม่นราวกับก้นหม้อ
“ท่านแม่ ในห้องของท่านมีกลิ่นอะไร” เซียวหย่งเหวินไม่ได้เข้าไปในห้อง
แม่เฒ่าเหยาเช็ดปากแล้วพูด “มีหนูตัวหนึ่งตายอยู่ด้านในเมื่อสองวันก่อน เพิ่งโยนมันออกไปน่ะ”
เซียวหย่งเหวินเหลือบมองมุมปากที่มันเยิ้มของมารดา “เช่นนั้นท่านแม่พักผ่อนเยอะ ๆ เถอะ”
แม่เฒ่าเหยามึนงงเล็กน้อยแต่ก็มีความสุขที่บุตรชายเป็ห่วงเป็ใย
กินเสร็จก็ไปเข้านอน แม้กระทั่งจานก็ลืมเอากลับไปไว้ในครัว
เช้าวันรุ่งขึ้น นางก็รู้สึกเหมือนมีขนปุย ๆ คลานอยู่รอบตัว
เมื่อลืมตาขึ้น นางกลัวมากจนฉี่ราด
ในห้องเต็มไปด้วยหนูตัวสีดำ ที่พื้น บนโต๊ะ บนเตียง ผ้านวมและเสื้อผ้าของนาง
“ว้ายยย!”
เสี่ยวเหยาซื่อที่กำลังเดินไปซักผ้าที่แม่น้ำ เซียวหย่งเหวินที่อยู่ในห้องหนังสือ ต่างได้ยินเสียงร้องของแม่เฒ่าเหยา เขาวางหนังสือในมือ คิดอยากจะเดินไปดู
แต่เมื่อนึกถึงกลิ่นที่อบอวลไปทั่วห้องเมื่อวานนี้อีกครั้ง และมารดาที่พูดโกหกโดยหน้าไม่เปลี่ยนสี
เซียวหย่งเหวินที่กำลังจะลุกขึ้นจึงนั่งลงไปอีกครั้ง
เดิมทีพวกหนูแค่วิ่งไปรอบ ๆ แต่เพราะเสียงกรีดร้องของแม่เฒ่าเหยา พวกหนูที่ใจึงเริ่มโจมตีนาง
นางพยายามวิ่งสุดชีวิตไปถึงห้องหนังสือ โดยมีหนูหลายตัวเกาะอยู่บนตัวของนาง
“เหวินเอ๋อร์ ช่วยแม่ด้วย!” ทั้งหน้าทั้งหัวของแม่เฒ่าเหยาเต็มไปด้วยเื ขนาดพูดยังพูดไม่ได้ศัพท์
เซียวหย่งเหวินสะดุ้ง “ท่านแม่ เกิดอะไรขึ้น?”
แม่เฒ่าเหยาไม่กล้าพูด ว่าเมื่อวานนางทิ้งจานไว้ในห้องเลยทำให้เรียกพวกหนูมา หญิงชราลังเลที่พูดออกไป
ทั้งที่เมื่อวานทั้งหมู่บ้านก็กินเนื้อกัน หรือว่ามีเพียงแค่บ้านของพวกเขาที่เนื้อผัดกลิ่นหอมกว่าบ้านอื่น?
มันถึงได้ดึงดูดหนูเยอะแยะขนาดนี้ แม่เฒ่าเหยาขนลุกเมื่อนึกถึงฉากเ่าั้
…ขณะเดียวกัน เ้าก้อนแป้งที่กำลังเล่นกับหมาป่าขาวได้ลอบยิ้ม ด้วยแม้แม่เฒ่าเหยาไม่รู้ แต่เธอรู้ดีเชียวล่ะ!
่นี้แม่เฒ่าเหยาทำได้เพียงนั่ง ๆ นอน ๆ เท่านั้น นางจึงไม่ได้มาสร้างปัญหาให้กับบ้านใหญ่สกุลเซียว แต่ว่านางก็สาปแช่งพวกเขาอยู่ทุกคืนวัน
แน่นอนว่านางต้องปล่อยหนูไปกัดปากจนหญิงชราไม่สามารถก่นด่าสาปแช่งใครได้อีก!