ชีคซาเรสอุ้มพาผกากาญจน์มาวางลงบนเตียงนอน แล้วตัวเขาก็ปลีกตัวเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว และก็กลับออกมาพร้อมกับเสื้อเชิ้ตของเขา
“เดี๋ยววันนี้่บ่ายจะมีคนเอาเสื้อผ้ามาให้เลือกนะ”
ชีคซาเรสเดินเข้ามาใกล้ผกากาญจน์ แล้วก็ร้องบอกให้รับทราบ พร้อมกับยื่นส่งเสื้อเชิ้ตให้
“โอเคค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ผกากาญจน์ก็ยื่นมือเรียวเล็กไปรับเสื้อเชิ้ตมาถือไว้อย่างเร็วไว และก็ให้รู้สึกโล่งอกที่พอคนตัวโตยื่นเสื้อเชิ้ตมาให้แล้ว เขาก็หันหลังเดินกลับเข้าไปยังห้องแต่งตัวอีกครั้ง ซึ่งนั้นก็ทำให้ผกากาญจน์ได้มีเวลาที่จะสวมใส่เสื้อเชิ้ตที่อยู่ในมือได้สะดวก เพราะหากเขายังอยู่ที่นี่ มองดูเธอสวมใส่ เธอคงอายแล้วอายอีก และกว่าจะสวมใส่เสื้อเชิ้ตนี้เสร็จก็คงจะใช้เวลานานกว่าปกติอย่างแน่นอน
และพอผกากาญจน์ใส่เสื้อเชิ้ตนั้นเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว ชีคซาเรสก็เดินออกมาจากห้องแต่งตัว โดยตัวเขาก็ได้สวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน
“อยากจะทานข้าวที่ไหนดี ในห้องนี้หรือที่โต๊ะอาหารข้างนอก??”
ชีคซาเรสเดินเข้ามาใกล้ผกากาญจน์อีกรอบ ยื่นมือใหญ่มาปัดปอยผมที่ตกมาปิดหน้าสวยหวานนั้นออกไปเหน็บที่ใบหูให้ พร้อมทั้งปากก็เอ่ยถามไปด้วย
“ทานที่โต๊ะอาหารข้างนอกดีกว่าค่ะ กาญรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้วล่ะค่ะ”
ผกากาญจน์ว่าพร้อมกับพยุงตัวเองลุกขึ้นยืน เพราะกลัวว่าคนตัวโตจะเข้ามาอุ้มเธอออกไปข้างนอก อย่างที่อุ้มเธอเข้าไปในห้องน้ำอีก
“โอเค งั้นเราก็ไปทานกันที่โต๊ะอาหาร”
ชีคซาเรสว่าพร้อมกับเดินเข้าไปโอบเอวบางไว้หลวม ซึ่งนั้นก็ทำให้ผกากาญจน์โล่งอกออกมาอีกคำรบหนึ่ง และยินยอมปล่อยให้คนตัวโต โอบประคองเธอออกไปจากห้องนอน เพื่อไปยังโต๊ะรับประทานอาหารแต่โดยดี โดยไม่คิดจะคัดค้านออกมา
พอคนทั้งสองเดินมาถึงโต๊ะรับประทานอาหาร ศุภชัย พนักงานของโรงแรม ก็นำอาหารมาขึ้นโต๊ะทันที ซึ่งสายตาของเขาก็แอบเมียงมองมาที่ผกากาญจน์อยู่บ่อยครั้ง เพราะศุภชัยเคยเห็นผกากาญจน์ ตอนที่ยังทำงานเป็พนักงานต้อนรับอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้แหละ และเขาก็เคยเข้าไปทักทายเพื่อ้าสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพราะเขาชอบผกากาญจน์ เห็นว่าเ้าหล่อนสวยหวานและน่ารักดี
ศุภชัยได้ข่าวแว่วๆ มาว่า ผกากาญจน์ลาออกมาเป็ผู้หญิงของผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง ซึ่งตอนแรกศุภชัยก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไร แต่พอได้มาเห็นกันในวันนี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้ว ว่าที่เขาพูดร่ำลือว่ากันมาเป็ความจริง
“มองอะไรผู้หญิงของฉันนักหนา!!”
ชีคซาเรสซึ่งััได้ถึงการมองแล้วมองอีกของศุภชัย ที่แอบมองดูผกากาญจน์อยู่บ่อยๆ สองสามครั้งแรกก็ยังไม่เท่าไรเขาพอรับได้ แต่พอมองบ่อยๆ เข้าเขาก็เริ่มรู้สึกหวงของ และเริ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา จึงได้ถามออกไปด้วยน้ำเสียงเข้มดุดัน แต่ก็ยังคงความนิ่งอย่างผู้ที่ถูกสอนมาในเื่การวางตัวเป็เยี่ยม แต่สายตาที่มองดูศุภชัยนี้สิ ราวกับจะกินเืกินเนื้อให้ได้อย่างนั้นแหละ
“ขอโทษครับ”
ศุภชัยสะดุ้งอย่างใ รีบก้มหน้าหลบสายตานั้น และกล่าวขอโทษขอโพยทันที
“เอ่อ!! ที่เขามองเพราะเรารู้จักกันน่ะค่ะ อย่าถือโทษโกรธเขาเลยนะคะ”
ผกากาญจน์กลัวว่าศุภชัยจะมีความผิด จึงได้ออกตัวแก้ต่างให้อย่างเร็วไว
แต่ก็ถูกสายตาคมกริบดุดันหันมามองฟาดลงมาใส่อีกคน
“ไปรู้จักกันตอนไหน?”
และตามมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพึงพอใจกับคำพูดนั้นเอามากๆ ศุภชัยและผกากาญจน์ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง
“ก็กาญเคยทำงานอยู่ที่โรงแรมนี้ เราก็ต้องรู้จักกันสิคะ”
ผกากาญจน์ฮึดใจกล้าพูดแจกแจงให้ชีคซาเรสฟัง เพื่อให้เขาได้เข้าใจ
“อืม!! ไม่มีอะไรแล้ว ออกไปได้แล้ว”
ชีคซาเรสพยักหน้าอย่างเข้าใจ กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ สั่งให้ศุภชัยออกไปจากห้องนี้โดยที่ไม่มองหน้า ซึ่งองครักษ์คู่ใจที่ยืนอยู่ตรงนั้น ก็รู้หน้าที่ รีบเดินเข้ามาหาศุภชัย และพาออกจากห้องนั้นไปทันที
“ทานนี่หน่อยนะ”
ชีคซาเรสยื่นมือใหญ่ไปตักอาหารมาใส่จานผกากาญจน์ พร้อมกับพูดบอกด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลงมากกว่าเมื่อกี้ จนผกากาญจน์มึนๆ งงๆ ไปกับการกระทำของเขาเอามากๆ แต่ก็ไม่ได้พูดถามอะไรออกมา เพราะกลัวว่าจะเป็เื่ขึ้นมาอีก
๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖