วันเวลาหลังจากการกันของสองโลกยังคงดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและเต็มไปด้วยความตึงเครียด รัฐบาลทั่วโลกพยายามอย่างยิ่งที่จะฟื้นฟูระเบียบ แต่ก็เป็ไปอย่างยากลำบาก การสื่อสารที่จำกัดทำให้ข่าวสารกระจัดกระจาย ผู้คนยังคงหวาดกลัวและสับสนกับสภาพแวดล้อมใหม่ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง สถาปัตยกรรมแปลกตา และที่เลวร้ายที่สุดคือการปรากฏตัวของ มอนสเตอร์
กรีซยังคงปักหลักอยู่ในอาคารร้างเดิม เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสำรวจบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาอาหารและน้ำดื่มที่ยังพอเหลืออยู่ ซึ่งเริ่มหายากขึ้นทุกที ทุกก้าวที่เดินเขาจะระแวดระวังภัยอย่างถึงที่สุด มอนสเตอร์ตัวประหลาดสามารถโผล่มาได้ทุกเมื่อ และบางตัวก็มีขนาดใหญ่และน่ากลัวกว่าตัวที่เขาเคยเจอมาก
เขาสังเกตเห็นว่ามอนสเตอร์เหล่านี้ไม่ได้ปรากฏตัวตามอำเภอใจเสมอไป บางตัวเคลื่อนไหวเป็กลุ่มเล็กๆ บางตัวปรากฏตัวในจุดที่มี "มานา" หนาแน่นเป็พิเศษ ซึ่งมักจะเป็บริเวณที่โครงสร้างจากโลกคู่ขนานทับซ้อนอยู่กับโลกเดิมมากที่สุด
พลัง "ดูดซับ" ของกรีซเริ่มพัฒนาขึ้นเล็กน้อย เขาเรียนรู้ที่จะควบคุมมันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถใช้ในการต่อสู้โดยตรงได้ พลังงานที่ดูดซับมานั้นยังคงเป็เพียงการเสริมความแข็งแกร่งทางกายภาพและช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ชั่วคราวเท่านั้น เขาได้ลองดูดซับพลังจากสิ่งของหลายประเภท ทั้งโลหะ หิน และพืชพรรณที่ดูแปลกตาจากโลกใหม่ แต่ผลลัพธ์ก็แตกต่างกันไป บางครั้งแทบไม่รู้สึกอะไรเลย บางครั้งก็รู้สึกว่าร่างกายมีพละกำลังเพิ่มขึ้นเพียงเสี้ยววินาที
เย็นวันหนึ่ง ขณะที่กรีซกำลังหาของกินในซูเปอร์มาร์เก็ตเก่าที่ถูกปล้นจนเหลือแต่ซาก เขาก็ได้ยินเสียงคำรามต่ำๆ ดังมาจากด้านใน
แคร่ก! แคร่ก!
เสียงนั้นบ่งบอกว่ามีบางอย่างกำลังกัดกินอะไรบางอย่างอยู่ กรีซจับท่อนเหล็กที่เก็บได้แน่น เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจจะเจอ เขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปด้านในอย่างระมัดระวัง
สิ่งที่เขาเห็นทำให้เืในกายเย็นเฉียบ มันคือมอนสเตอร์ขนาดใหญ่กว่าตัวแรกที่เขาเคยเจอมาก รูปร่างคล้ายกอริลล่า แต่ิัเป็สีเขียวขี้ม้าหนาเตอะ มีหนามแหลมคมงอกออกมาจากหลังของมัน ดวงตาสีเหลืองอำพันจ้องมองมายังเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหิวโหย มันกำลังกัดกินซากศพของมนุษย์อยู่ และดูเหมือนมันจะเพิ่งกินจนอิ่ม
"ฮิปโปไจแอนท์" กรีซจำชื่อที่เคยได้ยินจากวิทยุได้ มอนสเตอร์ระดับกลางที่อันตรายมาก
ฮิปโปไจแอนท์พุ่งเข้าใส่กรีซด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อสำหรับขนาดของมัน กรีซไม่มีทางหลบพ้น เขาตัดสินใจสู้ เขาเงื้อท่อนเหล็กขึ้นฟาดออกไปสุดแรง แต่คมกรงเล็บของมันก็ฟาดเข้ามาที่แขนของเขาก่อน
ผัวะ!
แรงกระแทกมหาศาลทำให้กรีซกระเด็นลอยไปชนกับชั้นวางของ เขารู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งร่าง กระดูกแขนที่ถูกโจมตีเหมือนจะร้าว กระแสมานาในร่างกายของเขาวิ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง พลังดูดซับทำงานโดยอัตโนมัติ
ฮิปโปไจแอนท์กำลังจะพุ่งเข้ามาโจมตีซ้ำ กรีซไม่มีเวลาคิด เขาเหลือบไปเห็นเศษชิ้นส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บิดเบี้ยวจากโลกคู่ขนานที่ตกลงมาอยู่ใกล้ๆ มันมีแสงสีฟ้าอ่อนๆ เปล่งออกมาจางๆ
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตาย สัญชาตญาณก็เข้าครอบงำ กรีซเอื้อมมือออกไปัักับชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น และในขณะที่กรงเล็บของฮิปโปไจแอนท์กำลังจะกระแทกถึงตัวเขา เขาก็รู้สึกถึงพลังงานที่แตกต่างจากเดิมไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายอย่างรุนแรง
พลังงานนั้นไม่ใช่แค่เสริมความแข็งแกร่ง แต่เป็ความรู้สึกเหมือนมี "กระแสไฟฟ้า" วิ่งพล่านไปทั่วทุกเซลล์
กรีซกัดฟันกรอด ท่อนแขนที่ได้รับาเ็ยังคงทำงาน เขารวบรวมพลังที่ดูดซับมาได้ทั้งหมด และผลักออกไปโดยไม่รู้ตัว
เปรี๊ยะ!
เกิดประกายไฟฟ้าสีฟ้าเล็กๆ พุ่งออกจากฝ่ามือของเขาไปปะทะกับฮิปโปไจแอนท์ มันเป็เพียงประกายไฟเล็กๆ แต่ก็มากพอที่จะทำให้ฮิปโปไจแอนท์ชะงักงันและร้องคำรามด้วยความเ็ปจากการถูกไฟฟ้าช็อต ก่อนที่มันจะกระเด็นไปด้านหลังเล็กน้อย
นี่ไม่ใช่การดูดซับมาเสริมพลังกาย แต่เป็การ "เลียนแบบ" พลังงานที่เขาดูดซับมาได้ชั่วคราว!
ฮิปโปไจแอนท์เริ่มคลั่ง มันส่งเสียงคำรามกึกก้องและพุ่งเข้าใส่กรีซอีกครั้ง คราวนี้เร็วกว่าเดิม กรีซรู้ว่าตัวเองไม่มีทางสู้มันได้อีกแล้ว พลังที่เลียนแบบมานั้นอ่อนแรงและควบคุมได้ยาก
เขาตัดสินใจวิ่งหนีสุดชีวิต แรงดูดซับที่ยังเหลืออยู่ทำให้ร่างกายเขามีพละกำลังพอที่จะถีบตัวเองหนีออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต เขาไม่หันหลังกลับ วิ่งไปตามถนนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังจนแน่ใจว่าฮิปโปไจแอนท์ตามมาไม่ทันแล้ว
กรีซล้มตัวลงพิงกำแพง หอบหายใจอย่างหนัก ตัวเขาสั่นเทาด้วยความกลัวและอาการเ็ปที่แขน แต่ในแววตากลับมีความหวังริบหรี่
เขาทำได้! เขาสามารถเลียนแบบพลังของวัตถุที่ดูดซับมานาได้! แม้มันจะยังอ่อนแอและควบคุมไม่ได้เลยก็ตาม แต่มันคือศักยภาพ...ศักยภาพที่จะทำให้เขามีชีวิตรอดในโลกที่บ้าคลั่งใบนี้ได้
แต่เพียงลำพัง เขาจะไปได้ไกลแค่ไหน?