ตอนที่ 5 : ตำนานแห่งมอนสเตอร์โบราณ
หลังจากเดินทางออกจากป่าหลายชั่วโมง ในที่สุด เรน และ ลูคัส ก็กลับมาถึงเมืองอีกครั้ง
ทันทีที่ทั้งสองเดินเข้ามาใน กิลด์นักผจญภัย ผู้คนในกิลด์ก็เริ่มหันมามองพวกเขา
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนใจริง ๆ ไม่ใช่ตัวของทั้งสองคน
มันคือสิ่งที่ลูคัสลากเข้ามาด้วย
ซากของัสีแดงขนาดใหญ่
ทันทีที่มันถูกวางลงบนพื้นหินกลางกิลด์ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วทั้งห้องโถง
“ดะ…เดี๋ยวนะ”
“ัจริง ๆ เหรอ!?”
“นี่มันตัวใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ!?”
นักผจญภัยหลายคนรีบลุกจากโต๊ะแล้วเดินมามุงดูซากัที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น
พนักงานสาวของกิลด์เองก็ทำหน้าอึ้ง
เธอมองซากัสลับกับมองลูคัสกับเรน
ก่อนจะพูดออกมาอย่างใ
“คะ…คุณไปได้มันมายังไงกันคะเนี่ย!?”
ลูคัสยกมือเกาหัวเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าภูมิใจ
“อ๋อ… คือฉันเห็นมันแอบมองอยู่ตอนกำจัดพวกหมาป่าน่ะ”
เขาพูดพร้อมทำสีหน้าเก๊กนิด ๆ
“ก็เลยจัดการมันไปเลย”
นักผจญภัยรอบ ๆ ต่างอึ้งไปพักหนึ่ง
บางคนถึงกับกลืนน้ำลาย
ในขณะเดียวกัน พนักงานกิลด์อีกคนหนึ่งที่ดูมีประสบการณ์มากกว่า ก็เริ่มอธิบายขึ้น
“จริง ๆ แล้วมอนสเตอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้หายากนัก…”
“แต่พวกที่หายากจริง ๆ คือ ลูกหลานของมอนสเตอร์ในตำนาน”
ทุกคนในกิลด์เริ่มเงียบลงแล้วตั้งใจฟัง
พนักงานกิลด์พูดต่อ
“มีตำนานเล่าว่า… ในโลกนี้เคยมีมอนสเตอร์อยู่สี่ตัวที่อันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมด”
“ถึงแม้จะไม่มีใครเคยเห็นตัวจริงของพวกมันก็ตาม”
เธอชี้ไปที่ซากับนพื้น
“แต่มอนสเตอร์ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน… ส่วนใหญ่ก็เป็ลูกหลานของพวกมัน”
จากนั้นเธอก็เริ่มพูดถึงชื่อที่อยู่ในตำนาน
“ตัวแรก… ลิเวียทาน ผู้ปกครองทะเลลึก”
“ตัวที่สอง… ัดำแห่งความพินาศ”
“ตัวที่สาม… เฟนริวแห่งป่าต้องห้าม”
“และตัวสุดท้าย… อสรพิษแห่งทะเลทราย”
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นทั่วกิลด์
“ได้ยินว่าลูกหลานของพวกมันยังมีอยู่ในป่าต้องห้ามขนาดใหญ่…”
“ถึงจะแข็งแกร่งน้อยกว่าตัวต้นกำเนิด… แต่ก็ยังอันตรายมาก”
ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนใจคำอธิบาย
เรนกับลูคัสกลับยืนฟังเงียบ ๆ อย่างไม่ค่อยสนใจเท่าไร
ไม่นานนัก ก็มีคนวิ่งไปตาม หัวหน้ากิลด์
หลังจากตรวจสอบซากัอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ประกาศราคาประเมิน
“ซากัตัวนี้… หนัง เกล็ด เล็บ และเขี้ยว…”
“รวมทั้งหมด… 270 เหรียญทอง กับอีก 65 เหรียญเงิน”
ทันทีที่ได้ยินตัวเลขนั้น
เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เพราะค่าเงินของโลกนี้คือ
100 เหรียญทองแดง = 1 เหรียญเงิน
100 เหรียญเงิน = 1 เหรียญทอง
ดังนั้นเงินจำนวนนี้ถือว่า มหาศาลมาก
นักผจญภัยหลายคนเริ่มมองทั้งสองคนด้วยสายตาอิจฉา
และในตอนนั้นเอง—
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากฝูงชน
“หึ…”
“พวกแกมันก็แค่โชคดีเท่านั้นแหละ”
ทุกคนหันไปมองทันที
ก่อนจะมีเสียงคนพูดขึ้นอย่างใ
“นะ… นั่นมัน…!”
“นักผจญภัย แรงค์ A!”
กลุ่มนักผจญภัยห้าคนเดินออกมาจากฝูงชน
พวกเขาประกอบด้วย
นักดาบ
นักเวท
นักป้องกัน
นักบวชสายฟื้นฟู
และหัวหน้าปาร์ตี้
หัวหน้าของพวกเขาคือชายหนุ่มนักดาบที่มีท่าทางหยิ่งผยอง
เขาชื่อ เซลิส
และมีข่าวลือว่าเขาเป็ ลูกหลานของขุนนางในราชวัง
เซลิสมองเรนกับลูคัสด้วยสายตาดูถูก
ก่อนจะพูดขึ้น
“ใครจะไปรู้…”
“บางทีพวกแกอาจจะไป ปล้นซากัจากปาร์ตี้อื่น ที่กำลังาเ็อยู่ก็ได้”
กิลด์ทั้งห้องเงียบลงทันที
เพราะสิ่งที่เขาพูด
ก็มีความเป็ไปได้
เซลิสยังคงพูดดูถูกต่ออีกพักใหญ่
ลูคัสเริ่มทำหน้ารำคาญ
ส่วนเรนก็เพียงยืนเงียบ
จนในที่สุดเรนก็พูดขึ้น
“แล้วไงต่อ”
ทุกคนหันมามองเขา
เรนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“หรือว่าแก… ไม่มีปัญญาสู้มันเอง”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น
เซลิสก็โมโหจัด
เขาชักดาบออกมาทันทีแล้วชี้ไปที่เรน
“แกกล้าดวลกับฉันไหมล่ะ!”
เรนเหลือบมองด้วยหางตา
ก่อนจะตอบเบา ๆ
“อย่างแก…”
“แค่ฉัน ขยับนิ้ว ก็ล้มได้แล้ว”
คำพูดนั้นทำให้เซลิสะเิความโกรธ
“แก!!”
เขาพุ่งเข้าหาเรนทันที
แต่—
เรนเพียงยกมือขึ้นช้า ๆ
แล้ว ดีดปลายเล็บออกไปเบา ๆ
ทันใดนั้น
ตูม!!!
แรงลมมหาศาลพุ่งออกไปกระแทกเซลิสเต็ม ๆ
ร่างของเขาปลิวกระเด็นไปชนกำแพงกิลด์
จน กำแพงแตกทะลุ
ทุกคนในกิลด์นิ่งอึ้ง
พรรคพวกของเซลิสรีบชักอาวุธออกมา
แต่ก่อนที่พวกเขาจะทำอะไรได้
ออร่าสีดำ ก็แผ่กระจายออกมาจากร่างของเรน
แรงกดดันมหาศาลปกคลุมทั่วทั้งกิลด์
พื้นหินเริ่มแตกร้าว
นักผจญภัยจำนวนมาก ทรุดลงกับพื้น
แม้แต่นักผจญภัยแรงค์ A หลายคนที่อยู่ในกิลด์ก็เหงื่อตก
“บ้าจริง…”
“นี่มันพลังอะไรกัน…”
“แรงกดดันขนาดนี้… พวกเราที่เป็แรงค์ A ยังขยับแทบไม่ได้!”
พรรคพวกของเซลิสเริ่มร้องด้วยความเ็ป
“ยกโทษให้พวกเราด้วย!!”
เรนเดินเข้าไปหยุดข้างร่างของเซลิส
แล้วพูดเรียบ ๆ
“อย่างแก…”
“ฉันไม่ต้องชักอาวุธหรือใช้เวทอะไรเลยด้วยซ้ำ”
จากนั้นเขาก็เดินไปหยิบถุงเงิน
ก่อนจะยกมือขึ้นแล้วร่ายเวทเบา ๆ
“อีเนลิส”
แสงเวทสีอ่อนกระจายออกไป
กำแพงที่พัง พื้นที่แตก และของที่เสียหาย
กลับคืนสภาพเดิมทั้งหมด
เรนหันไปมองหัวหน้ากิลด์ที่ยืนเหงื่อตก
“ผมไปก่อนนะครับ”
ลูคัสเดินผ่านเซลิสที่นอนหมดสภาพอยู่
เขาก้มลงกระซิบข้างหู
“แกน่ะ… โชคดีแค่ไหนแล้วที่วันนี้ ยังไม่ตาย”
จากนั้นเขาก็เดินตามเรนไปอีกมุมของกิลด์
ลูคัสยิ้มกว้างพลางถือถุงเงิน
“มา ๆ เรน!”
“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง!”
เสียงหัวเราะของเขาดังตามหลังไป